บทที่19
แขกจากตะวันออก
วันต่อมาฝนตกฉันอยากออกไปเดินยืดเส้นยืดสายใน่บ่ายแต่ได้แค่เดินวนอยู่ในบ้าน จึงเดินไปตามทางเดินที่มีกระจกสีบริเวณนี้ชอบมีน้ำขังเลยต้องมาถูบ่อยๆ แต่วันนี้ฝนไม่ได้ตกหนักขนาดที่น้ำจะเจิ่งนองเข้ามาในบ้านพื้นจึงยังแห้งสนิท
ฉันเกาะที่กั้นทางเดินและมองฝนที่ตกใส่ลานกลางบ้านก่อนจะรู้สึกได้ถึงใครบางคนที่กำลังใกล้เข้ามา
“...?”
“...”
ทูตจากโทโคโยะชายท่าทางอารมณ์ดีที่เป็แขกของหนิงหลง
ฉันก้มหัวทักทายและเขาทักทายกลับมาด้วยการก้มหัวเล็กน้อย ขณะฉันลังเลว่าควรจะทำอย่างไรดีอีกฝ่ายก็เปิดประเด็นสนทนาขึ้นก่อน
“ขออภัยที่เสียมารยาทท่านเป็ภรรยาของเรียวอย่างนั้นหรือ?”
คำถามนั้นทำฉันสำลักน้ำลายอีกฝ่ายเลิกลัก
“ขออภัยจริงๆ ที่เสียมารยาทกับแม่นางท่าทางข้าจะเข้าใจผิดไปเอง” เขาลูบหลังให้ฉัน “เรียวพูดว่าตัวเองมีผู้หญิงที่รักอยู่คนหนึ่งทั้งที่เขาไม่ใช่คนที่จะพูดเื่ความรักเลยข้าจึงสงสัยว่าใช่ท่านหรือเปล่า”
ฉันส่ายหน้ารัว แค่แฟนฉันยังไม่มีเลย!
“อย่างนั้นเองข้าได้ข่าวว่านางเสียชีวิตไปแล้ว สงสัยจะเป็เื่จริง”
“เจเจ้ไม่ใช่ภรรยาของหนิงหลงซิงแซเจเจ้หล่นมาจากฟ้า!” ถิงถิงโผล่มาจากไหนมิทราบได้และท่าทางจะได้ยินบทสนทนาั้แ่ต้น เธอพุ่งเข้ามากอดเอวฉัน“เจเจ้เสียเสียงไปตอนร่วงมา”
“อ้อ เพราะอย่างนี้เองเรียวจึงถามหาของที่ออกจะประหลาดสักหน่อยกับข้า...นึกว่าเขาจะเอาพัดไปออกงานที่ใดเสียอีก” สายตาชายหนุ่มเลื่อนมายังพัดกับพู่กันที่เหน็บข้างเอวฉัน“แสดงว่าแม่นางเป็เด็กสาวปริศนาที่ร่วงมาจากฟ้าเหมือนกับเสี่ยวถิง?”
ฉันหยิบพัดขึ้นมาเขียนว่าใช่ฉันมาจากอีกโลก และฉันไม่ใช่ภรรยาของหนิงหลงอย่างแน่นอน
ขณะจะเขียนว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับคนรักของหนิงหลงอีกบ้างชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเื่เสียก่อน
“ถ้าเช่นนั้นขอแนะนำตัวอีกครั้ง ทุกคนเรียกข้าว่าอาหงก็จริงแต่นั่นเป็ชื่อในภาษาซิง ชื่อเดิมในภาษาบ้านเกิดของข้าคือคามิอาสึมะ คุเรไนท่านจะเรียกชื่อใดก็ตามแต่สะดวก ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าควรเรียกแม่นางว่าอะไรดี?”
นามสกุลยาวมากแต่ฉันจับได้ว่าชื่อของเขาคือคุเรไน
“เหมยฟาง เป็ชื่อที่ท่านหนิงหลงตั้งให้”ฉันเขียน อีกฝ่ายพยักหน้า
“เรียวเรียกข้าว่าอาหงส่วนข้าเรียกเขาว่าเรียว เป็ชื่อเล่นที่เราตั้งให้กัน”ชายหนุ่มต่างแดนหัวเราะอารมณ์ดีแม้สภาพอากาศจะไม่สดใสเลยก็ตาม“พัดกระดาษนั่นข้าบังเอิญได้มาจากขุนนางซิงกวนท่านหนึ่งช่างเป็เื่ดีที่มันได้พบเ้าของซึ่งเห็นในคุณค่าของมัน”
ภาพลักษณ์ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในหัวฉันคือเป็คนเข้าถึงยากท่าทางในโลกนี้จะไม่เป็แบบนั้น หรือไม่คุเรไนอาจจะเป็ข้อยกเว้น
“อาหงเล่าเื่โทโคโยะอีก!” ถิงถิงรบเร้า ชายหนุ่มหัวเราะก่อนจะอุ้มเธอขึ้น
“เราฟังเื่โลกของเจเจ้ดีไหม?อาจน่าสนุกกว่าเื่เกาะที่อยู่ห่างไปนิดเดียว”
“นิดเดียวตรงไหน?อาหงบอกว่าโทโคโยะอยู่ไกล”
“แต่ไม่ไกลเท่าบ้านเจเจ้นี่นา”
สองคนหัวเราะฮาๆมองแล้วเหมือนกำลังยืนดูผู้ชายวัยทำงานเล่นกับลูกเล็กของเพื่อน
“ได้เจเจ้ยังไม่เคยเล่าเื่ที่บ้านให้ถิงถิงฟังเลยด้วย เจเจ้เล่าให้ฟังนะ”เด็กหญิงยอมง่ายดาย
พวกเราเข้าไปนั่งในห้องรับแขกด้านหลังฉันลุกขึ้นจะไปเอาขนม แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตูห้อง เห็นซูเหลียงเดินตามมาเหมือนมีญาณทิพย์ว่าพวกเราอยู่ตรงไหนกัน
“เชิญขอรับ” เขาวางหัวไป่เหออบจานหนึ่งลงพร้อมถาดน้ำชาและเดินจากไป
ถิงถิงเล่าเื่ที่ฉันเล่นตุ๊กตากับเธอและช่วยเธอปะเสื้อผ้าคุเรไนนั่งฟังด้วยรอยยิ้มเอ็นดูและคอยถามเป็ระยะ
สุดท้ายบทสนทนากลับมาที่เื่โลกเดิมของฉัน เมื่อความสนใจมาอยู่ที่ตัวเองฉันยกพัดขึ้นและเขียนด้วยอักษรตัวบางดูไร้ความมั่นใจ
“อยากฟังเื่อะไร?”
“เื่ใดก็ได้ที่แม่นางอยากเล่าไม่มีปัญหา” คุเรไนกล่าวด้วยเสียงสุภาพ ฉันกำหมัดนึกถึงความทรงจำที่มีแต่ก่อน
เื่ที่โรงเรียนหรือเื่ครอบครัวคงไม่มีอะไรน่าสนุกสำหรับสองคนนี้หรือจะเป็... จริงสิ! เวลาที่ตัวเอกนิยายหลุดมาต่างโลกสิ่งที่คนต่างโลกฮือฮาที่สุดคือเื่เทคโนโลยี!
ฉันเล่าเื่ที่โลกของฉันไม่มีเวทมนตร์ต่อจากนั้นจึงเล่าเื่กูเกิ้ลแปลภาษาที่ฉันอยากได้เหลือเกินระหว่างเรียนภาษาที่นี่และเล่าต่อด้วยว่าสิ่งที่เรียกว่ากูเกิ้ล วิกิพีเดียและกระทู้พันทิปคือเครื่องมือยังชีพ
“แสดงว่าในโลกของแม่นางมีเครือข่ายข้อมูลที่เหมือนห้องสมุดล่องหนเพียงแค่อยากรู้อะไร มันจะค้นข้อมูลมาประเคนให้เรา... คาดไม่ถึงคล้ายกับเครื่องมือค้นหาหนังสือที่หอสมุดกลางของอนาตอเลยา แต่ไม่ใช่เสียทีเดียว แค่‘พิมพ์’เข้าไปก็หาทุกอย่างให้แล้วหรือ?”
ฉันพยักหน้า คุเรไนยิ่งมองฉันตาโต
“และในเครือข่ายนั้นยังมีเครื่องมือที่ใช้แปลภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งได้เพียงแค่ ‘พิมพ์’ข้อความที่อยากให้มันช่วยแปลให้? เหมือนล่ามแต่เป็เครื่องจักร?แถมยังแปลได้รวดเร็ว แปลได้ทุกภาษา แปลให้พร้อมกันได้หลายคนอีก?” ชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาเรื่อยๆฉันเผลอเอนหลังหนี “ที่โลกของแม่นางมีเครื่องมือสะดวกเช่นนั้นอยู่ด้วย! เห็นที นี่จะเป็แนวทางการพัฒนา...”
“เครื่องมือที่ใช้เข้าถึงก็เป็แผ่นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณนี้”ฉันวาดนิ้วบนโต๊ะเป็รูปสมาร์ตโฟนคุเรไนยิ่งตื่นเต้นและถามคำถามไม่หยุด
“ถ้าถิงถิงมีเ้านี่ถิงถิงจะคุยกับทุกคนรอบโลกได้เลยเหรอ? แล้วจะอ่านหนังสือได้ทุกเล่มเลยเหรอ? สุดยอด! ถิงถิงอยากได้!”
ถึงเธอพูดอย่างนั้นก็เถอะ...จะไปเอาจากไหนมาให้ล่ะนี่?
“แล้วยังแิเื่กระดานสนทนาที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าร่วมได้...การแลกเปลี่ยนข้อมูลทรงพลังเช่นนี้จะทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการติดต่อสื่อสารก้าวะโแสดงว่าโลกของแม่นางต้องพัฒนาด้วยความรวดเร็วอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึง...”
ฉันอยากบอกเขาเหลือเกินว่ากระดานสนทนาที่ว่าไม่ได้ถูกใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตแต่มักจะถูกใช้ส่องดราม่าไปวันๆ
“ถิงถิงปวดฉี่” เด็กหญิงดึงแขนเสื้อฉันจึงขอตัวพาถิงถิงไปห้องน้ำ
พอกลับเข้ามาก็เห็นคุเรไนนั่งเคี้ยวหัวไป่เหออบพลางเหม่อมองนอกหน้าต่างพอเขาได้ยินเสียง ชายหนุ่มหันหลังกลับมาด้วยรอยยิ้ม
“ปะ ปกติถิงถิงเข้าห้องน้ำเองได้นะแต่ถิงถิงไม่กล้าไปตอนมีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้าน...”เด็กหญิงรีบแก้ตัวก่อนที่ใครจะพูดอะไร
“ฮะๆ!เ้าพวกนั้นหน้าตาน่ากลัวแต่นิสัยดี ไม่ทำอะไรหรอก” คุเรไนหัวเราะ “ว่าแต่ทั้งสองไม่คิดถึงบ้านหรือเบื่อที่อยู่ในนี้บ้างเลยหรือ?”
“ที่นี่เป็บ้านของถิงถิง! เพราะฉะนั้นไม่เป็ไรหรอก ถิงถิงจำไม่ได้แล้วว่าบ้านเก่าเป็ยังไง”เด็กหญิงพูดด้วยรอยยิ้มสดใส
“ข้าไม่อยากกลับบ้านค่ะ” ฉันเขียนตอบสั้นๆ
“อ้อ...” คุเรไนเอียงศีรษะ“เกิดเื่ขึ้น?”
ฉันพยักหน้าตอบและรวบพัดเขาจึงไม่ถามอะไรต่อ
“ว่าแต่ อาหงไม่ทำงานแล้วเหรอ?”ถิงถิงดึงประเด็นสนทนาเข้าเื่ใหม่ทันที
“ทำเรียบร้อยแล้ว ความจริงข้าเพิ่งกลับจากการไปเทียนเฉวียนสถานทูตโทโคโยะอยู่ที่นั่น เห็นว่าตอนแรกจะสร้างในไคหยางแต่เทียนซูไม่ยอม” เขาพูดว่ารัฐบาลของเทียนซูคงอยากให้ทูตของแคว้นศัตรูเดินทางเข้ามาลึกๆในแผ่นดินซิงกวน เป็การแสดงอำนาจอย่างหนึ่ง“ข้าแจ้งไปแล้วว่าจะขอพักที่นี่สักหลายวันหลังทำงานเรียบร้อยเมื่อวานข้าเพียงถกปัญหาการเมืองน่าเบื่อหน่ายกับเรียวก็เท่านั้น”
การเมืองน่าเบื่อหน่าย...ไม่ว่าจะที่ไหนก็เป็แบบนั้นสินะ
“ข้าเผลอคุยกับท่านเพลินไปตามปกติที่โทโคโยะและซิงกวน สตรีมักถูกกีดกันออกจากบทสนทนานี่เป็คราแรกที่ข้าได้มีโอกาสพูดคุยกับสตรีที่อาศัยในบ้านโดยไม่มีบุรุษมาคอยกำกับนับเป็ประสบการณ์แปลกใหม่ อีกทั้งแม่นางเป็คู่สนทนาที่รอบรู้”
“ข้าไม่ได้รอบรู้ค่ะ”
“อย่างนั้นรึ?แต่ท่านเล่าได้เห็นภาพยิ่งนักอีกทั้งลายมือที่ท่านถักทออักษรบนพัดกระดาษช่างสวยงามไม่อยากเชื่อว่าท่านเพิ่งเรียนมาไม่นาน”
ลายมือฉันห่างไกลจากคำว่าสวย...แต่ฉันขอบคุณเขาสำหรับคำชม
ทว่ามีอีกเื่ที่ฉันติดใจ...
“ที่นี่ไม่มีนักการเมืองหรือทูตที่เป็ผู้หญิงเลยเหรอคะ?”
คุเรไนเลิกคิ้ว
“ถามว่ามีหรือไม่ก็มีอยู่ทูตหลายคนที่ข้ารู้จักเป็สตรี ทูตของนาเวียกับลาตินาที่ประจำอยู่ในอนาตอเลยาเป็เพื่อนเก่าของข้าทูตของกึมซงที่เป็สตรีเลิกทำงานหลังแต่งงาน สำหรับนักการเมือง... แทบไม่มีในโทโคโยะยิ่งหนักกว่าซิงกวน... ซิงกวนมีแพทย์ทหารและตระกูลขุนนางที่นำโดยสตรีอยู่บ้างแต่โทโคโยะนั้น สตรีไม่ได้รับอนุญาตให้พูดเื่การเมือง ส่วนมากไม่ได้รับการศึกษาทำได้เพียงนั่งยิ้มข้างสามี” ชายหนุ่มถอนหายใจ “ในชีวิตทั้งชีวิตข้าเคยพบแพทย์หญิงเพียงผู้เดียว ซึ่งเป็แพทย์ผู้ดูแลเื่การคลอดบุตรของสตรี”
ถ้าเป็หมอสาว คนไข้สาวๆคงรู้สึกสบายใจมากกว่าแต่อยากรู้เหมือนกันว่าคุณหมอคนนั้นทำยังไงถึงได้เป็หมอในยุคสมัยที่หมอมีแต่ผู้ชาย
“ท่านล่ะ ท่านอยากเป็อะไร?”คำถามคุเรไนทำเอาฉันไม่ทันตั้งตัว
ฉันอยากทำอะไร? คำถามนั้นฉันทำเอาฉันจุกไปเหมือนกัน