Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 123 แววตาที่อ่านไม่ออก

    ตอนที่ 123            “ว้าวดูสิฮิคาริมีห้องนอนตั้งห้าห้องแล้วนี่มันอะไรกันมีห้องฟิตเนสส่วนตัวด้วยบ้าไปแล้วแล้วก็นั่นอ่างจากุสซี่ใช่มั้ยทำไมมันถึงอยู่ที่มุมของห้องนั่งเล่นล่ะแถมห้องนอนแต่ละห้องก็มีห้องน้ำส่วนตัวอีกบ้าไปแล้ว !!” ดนัยพูดออกมาอย่างตื่นเต้น            ซึ่งหลังจากดนัยและฮิคาริเข้ามาในวิลล่าหลังใหญ่ที่ฮิมุโระเตรียมไว้ให้ดนัยก็วิ่งสำรวจไปทั่ววิลล่า            “ใจเย็นน่าดนัยก็แค่วิลล่าเองตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นรีบเอากระเป๋าไปเก็บก่อนดีกว่าแล้วลงมาเจอที่ห้องนั่งเล่นอ๊ะจริงสิฉันจองห้องใหญ่สุดนะส่วนนายจะเลือกห้องไหนก็แล้วแต่นายเลย” ฮิคาริบอก            “โอเคๆเข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันไปเลือกห้องก่อนจะเอาห้องไหนดีนะ” ดนัยพูดก่อนจะไปเลือกห้องนอนของเขาทันที            “ให้ตายสิยังกับเด็ก” ฮิคาริส่ายหน้าเบาๆแต่เธอก็เข้าใจได้ที่ดนัยตื่นเต้นเพราะนี่คงเป็นครั้งแรกของเขาที่ได้เข้าพักวิลล่าหรูขนาดนี้ผิดจากเธอที่ไม่ตื่นเต้นสักนิดเพราะคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างเธอมักจะเข้าพักห้องที่ดีและแพงที่สุดอยู่แล้วเวลาไปไหนมาไหนก็นะมีเงินมากมายทั้งทีถ้าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วเงินที่ใช้นั่นก็เป็นเงินเย็นด้วยถ้าไม่ใช้ๆมันไปบ้างจะหาเงินไปเพื่ออะไรล่ะตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่แล้ว            จากนั้นฮิคาริเธอก็เอากระเป๋าไปเก็บในห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดของวิลล่าก่อนจะจัดเตรียมเอกสารและเดินลงมาห้องนั่งเล่นเพื่อเตรียมติวหัวข้อสัมมนาพรุ่งนี้ให้ดนัย  ครึ่งชั่วโมงต่อมา            “ฟู่ว...ให้ตายสิข้อมูลอย่างเยอะเลยเธอแบ่งไปพูดบ้างไม่ได้เหรออย่างหัวข้อภาวะเลือดออกในสมองที่ส่งผลต่อให้เซลล์ในเนื้อสมองตายเนี่ยหัวข้อนี้มันลึกมากเลยนะ” ดนัยบ่นออกมาหลังจากติวหัวข้อสัมมนาไปกว่าครึ่งชั่วโมง            “ดนัยฉันน่ะบรรยายกว่า 70% ของเนื้อหาหัวข้อเลยนะนายช่วยฉันแค่ 30% ของเนื้อหายังจะบ่นอีกงั้นเหรอแล้วก็ไม่ต้องมาพูดมากเลยรีบๆจำซะทำความเข้าใจด้วยเพราะบนเวทีไม่มีสคริปท์ให้นายนะแล้วก็นายกับฉันเป็นตัวแทนโรงพยาบาลทาเคนากะทั่วประเทศถ้าทำแค่นี้ไม่ได้ขายหน้าตายเลยนะ” ฮิคาริบอก            “เฮ้อ...เข้าใจแล้วๆว่าแต่ทำไมถึงต้องมานั่งท่องในห้องนั่งเล่นแบบนี้ล่ะออกไปนั่งท่องริมทะเลกันมั้ย” ดนัยมองออกไปข้างนอกที่เป็นวิวทะเลสวยงามแถมยังมีหาดส่วนตัวด้วย            “ลมทะเลมันแรงเดี๋ยวเอกสารก็ปลิวหมดหรอก” ฮิคาริบอก            “งั้นริมสระเป็นไงออกไปนั่งริมสระกันตรงนั้นลมไม่แรงอย่างน้อยฉันก็อยากนั่งรับลมนะเธอเองก็หัดผ่อนคลายซะบ้าง” ดนัยพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินมาคว้ามือฮิคาริเพื่อจะลากไปนั่งริมสระทันทีเขานั้นอยากให้ฮิคาริผ่อนคลายซะบ้างเพราะเธอทำแต่งานมาตลอด            หมับ !! ดนัยคว้ามือฮิคาริก่อนจะดึงเธอขึ้นมาและด้วยที่ดนัยเป็นผู้ชายเขาแรงเยอะกว่าฮิคาริอยู่แล้ว            “มะ...ไม่นะดนัยฉันไม่ไปปล่อยนะ !!” ฮิคาริโวยวายพยายามรั้งตัวไว้ไม่ให้ปลิวไปตามแรงดึงของดนัยแต่แรงเธอสู้ดนัยไม่ได้แถมขาเธอก็ยังไม่หายดีอีกเพราะเธอไม่ยอมนั่งรถเข็นต่อให้ครบครึ่งปีนั่นจึงทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงของเธอยังไม่หายดี            “อย่าดื้อน่ามาเร็วเข้ามาโอกินาว่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์แดนใต้ของญี่ปุ่นทั้งทีจะมานั่งอุดอู้อยู่ในห้องทำไม” ดนัยพูด            “ดนัยปล่อยฉันนะฉันไม่อยากนั่งริมสระ !!” ทันทีที่มาถึงริมสระฮิคาริก็ชะงักไป            กึก !! ร่างของฮิคาริแข็งเกร็งทันทีและเมื่อเธอมองไปที่สระน้ำตรงหน้าขาของเธอก็เริ่มสั่น            ไม่นะสระน้ำ ฮิคาริคิดในใจตอนนั้นเองจู่ๆเธอก็หมดแรงไปเสียดื้อๆ            ตุ่บ !! เสียงก้นของฮิคาริกระแทกกับพื้นทำให้ดนัยลากเธอไปต่อไม่ได้            “อะไรของเธอเนี่ยแค่จะพาไปนั่งที่เก้าอี้ริม...” ดนัยกำลังหันมาบ่นฮิคาริแต่ทว่าทันทีที่หันมาเขาก็ฮิคาริที่นั่งแหมะอยู่กับพื้นและเมื่อสังเกตใบหน้าของเธอเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่ซีดและดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก            ดนัยมองไปที่ของเธออยู่ก็เห็นว่ามือเธอกำลังสั่นไม่สิไม่ใช่แค่มือแต่เป็นทั้งตัวเลยต่างหากที่กำลังสั่นและพยายามสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติอยู่            เกิดอะไรขึ้นยัยฮิคาริดูกลัวและตกใจมาก ดนัยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮิคาริ            “ฮิคารินี่มันเกิ... !!” ดนัยรีบปล่อยมือจากฮิคาริก่อนรีบถามเธอแต่ยังถามไม่ทันจบประโยคฮิคาริก็พ่นลมหายใจออกมาและตอบเขาเสียก่อน            “มะ...ไม่มีอะไรฉันแค่ไม่อยากไปนั่งริมสระ” ฮิคาริพูดเสียงสั่นเธอพยายามลุกขึ้นแต่ดูเหมือนขาเธอจะไม่มีแรง            ริมสระ...สระน้ำอ๊ะจริงด้วยคุณยูมิเคยเล่าเรื่องสมัยเด็กของฮิคาริให้ฟังนี่นาตอนนั้นเธอโดนผลักตกสระเกือบจมน้ำตายอาการกลัวที่เกิดจากเรื่องฝังใจสมัยเด็กงั้นเหรอ ดนัยคิดในใจพลางนึกถึงเรื่องที่ยูมิเคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่เขาพึ่งมาทำงานที่โรงพยาบาลใหม่ๆ (ตอนที่ 27)            “กลัวสระน้ำ !!” ดนัยหลุดพูดออกมาเบาๆ            ควับ !! ฮิคาริได้ยินที่ดนัยพูดก็เงยหน้ามองเขาทันที            “นี่นายรู้เรื่องนี้มาจากไหนน่ะ” ฮิคาริเบิกถามดนัย            “เอ่อคือคุณยูมิเคยเล่าให้ฟังน่ะว่าตอนเด็กๆเธอเคยโดนผลักตกสระน้ำเกือบตาย” ดนัยตอบฮิคาริได้ยินดังนั้นก็เงียบไปก่อนจะเอ่ยขอให้ดนัยพาเธอกลับเข้าไปในวิลล่า            “พาฉันกลับเข้าไปข้างในหน่อยขาฉันไม่มีแรง” ฮิคาริบอก            “อืม” ดนัยพยักหน้าก่อนจะพาพยุงฮิคาริขึ้นมาและพาเธอกลับเข้าไปนั่งข้างใน            “เอาล่ะไม่เป็นไรแล้วก็อย่างที่เห็นฉันกลัวสระน้ำและด้วยที่มันเป็นความหวาดกลัวจากเรื่องสมัยเด็กทำให้มันรักษาได้ไม่ง่าย” ฮิคาริบอก            “ขอโทษนะฉันไม่รู้ว่าเธอกลัวสระน้ำ” ดนัยขอโทษฮิคาริด้วยความรู้สึกผิด            “ไม่เป็นไรนายก็แค่ไม่รู้แล้วฉันก็ไม่เคยบอกใครด้วย” ฮิคาริบอกดนัยได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่เงียบไป            ภายในวิลล่าสุดหรูตอนนี้มีแต่ความเงียบดนัยนั้นรู้สึกผิดเป็นอย่างมากส่วนฮิคาริเองก็กำลังตั้งสติอยู่เพื่อให้ตัวเองหยุดกลัวและท่ามกลางความเงียบก็เป็นดนัยที่พูดขึ้นมาก่อน            “เอ่อจะเอาชาคาโมมายล์หน่อยมั้ยฉันเห็นมันมีอยู่ที่ตรงนั้นน่ะ” ดนัยชี้ไปที่มุมเครื่องดื่มซึ่งมีกล่องชาคาโมมายล์ที่มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายอยู่            “อือ” ฮิคาริพยักหน้าเบาๆดนัยเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นไปชงชาทันทีไม่ถึงนาทีชาคาโมมายล์หนึ่งแก้วก็มาวางตรงหน้าฮิคาริเธอยกชาขึ้นจิบช้าๆก่อนจะวางแก้วลง            “กล้ามเนื้อเป็นไงบ้าง” ดนัยที่รู้ดีว่าเวลาคนที่กลัวจนสุดขีดกล้ามเนื้อจะเกร็งจนหมดแรงและยิ่งกับฮิคาริที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่นั้นอาการจะหนักขึ้นหลายเท่า            “ก็คงต้องนั่งเฉยๆพักนึงแหละนะเพราะกล้ามเนื้อเกร็งอย่างรวดเร็วทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมันกำเริบจนขาฉันไม่มีแรง” ฮิคาริบอก            “เฮ้อ...ขอโทษนะตอนแรกแค่ไม่อยากให้เธออุดอู้อยู่ในแต่วิลล่าเลยจะลากออกไปนั่งรับลมข้างนอก” ดนัยถอนหายใจออกมา            “ก็บอกแล้วว่าไม่เป็นไรนายไม่ต้องขอโทษหรอกนายไม่รู้สักหน่อยว่าฉันกลัวสระน้ำน่ะ” ฮิคาริพูด            “อืม” ดนัยพยักหน้า            “นายไปทบทวนเนื้อหาหัวข้อสัมมนาเถอะออกไปนั่งทบทวนข้างนอกก็ได้ฉันจะนั่งอยู่นี่แหละ” ฮิคาริบอก            “ไม่เป็นไรฉันจะนั่งทบทวนตรงนี้แหละตอนนี้เธอขยับไม่ได้เผื่อเธออยากไปห้องน้ำฉันได้พาเธอไปไง” ดนัยพูด            “นี่ดนัยฉันแค่กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนไม่มีแรงเท่านั้นไม่ได้เป็นอัมพาตนะแล้วก็อาการมันแค่กำเริบขึ้นมาอีกสักสองชั่วโมงมันก็หายหรือถ้าฉันจำเป็นจริงๆฉันกินยาแก้ปวดเอาก็ได้แบบนั้นคงหายในสิบนาที” ฮิคาริบอกเธอนั้นไม่ได้อยากให้ดนัยพาเธอไปเข้าห้องน้ำเสียหน่อย            “ไม่ต้องกินยาเลยนะยาเธอมันแรงจะตาย” ดนัยบอกก่อนจะหยิบเอกสารหัวข้อสัมมนาวันพรุ่งนี้ขึ้นมานั่งทบทวนเงียบๆส่วนฮิคาริก็นั่งนวดขาตัวเองไปจิบชาคาโมมายล์ไปเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป  สองชั่วโมงต่อมา            “โอยข้อมูลอย่างเยอะแต่ก็ทำความเข้าใจเนื้อหาส่วนที่เราต้องพูดไปกว่า 90% แล้วล่ะนะที่เหลือก็แค่ต้องเตรียมตัวตอบคำถามที่คนเข้าฟังบรรยายจะถามเรา” ดนัยพูดออกมาหลังจากทบทวนเอกสารจนเข้าใจไปกว่า 90%            ว่าแต่ยัยฮิคาริเป็นไงบ้างเนี่ยเราก็อ่านเพลินจนลืมไปเลย ดนัยนึกถึงฮิคาริเขาหันไปมองฮิคาริที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่ไกลก็เห็นว่าเธอกำลังหลับอยู่            “หลับงั้นเหรอก็ว่าทำไมเงียบๆ” ดนัยพูดพลางลุกขึ้นมาเดินไปตรงหน้าฮิคาริและนั่งยองลงไปยกขาเธอขึ้นมาเบาๆ            “หายหรือยังหว่า” ดนัยสงสัยว่าอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่กำเริบขึ้นมานั้นหายหรือยังและเมื่อไม่รู้ว่าอาการมันหายหรือยังเขาจึงลองใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปที่ฝ่าเท้าข้างหนึ่ง            จึก !! ทันทีที่ดนัยจิ้มลงไปบนฝ่าเท้าขาของฮิคาริก็ตวัดเตะขึ้นมาทันที            “ว้าย !!” ฮิคาริที่จู่ๆก็โดนคนมาจิ้มที่ฝ่าเท้าลืมตาตื่นร้องอุทานขึ้นมา            “นายทำอะไรเนี่ยดนัย” ฮิคาริโวยวายรีบชักเท้ากลับ            “ก็แค่เช็คอาการขาของเธอน่ะหายแล้วสินะมีปวดบ้างมั้ย” ดนัยลุกขึ้นมาก่อนจะถามอาการเธอว่ามีอาการปวดหลงเหลือหรือไม่            “ปลุกขึ้นมาถามก็ได้น่าไม่เห็นต้องเช็คด้วยวิธีนี้เลย” ฮิคาริบอก            “เอาน่าว่าแต่ยังไงล่ะยังปวดอยู่มั้ย” ดนัยถาม            “ไม่แล้วล่ะ” ฮิคาริส่ายหน้าพลางลองขยับขาตัวเองดู            “งั้นเหรอก็ดีแล้ว” ดนัยยิ้มออกมา            “ว่าแต่ฉันหลับไปนานเท่า...” ฮิคาริกำลังจะถามว่าเธอหลับไปนานเท่าไหร่แต่ก็มีเสียงกริ่งของวิลล่าดังขึ้นเสียก่อน            ติ๊งต่อง !!!!            “เดี๋ยวฉันไปดูเอง” ดนัยบอกก่อนจะเดินไปดูที่หน้าประตูว่าใครมาและเมื่อเดินมาดูดนัยก็เห็นว่าเป็นฮิมุโระอาของฮิคารินั่นเองที่มากดกริ่งวิลล่า            แกร๊ก !! ดนัยเปิดประตูออกไป            “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณฮิมุโระ” ดนัยเปิดออกมาถาม            “พอดีจะมาชวนไปกินข้าวเย็นน่ะหมอดนัยกับหนูฮิคาริทำอะไรกันอยู่ล่ะอยากไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย” ฮิมุโระนั้นอยากจะกินข้าวเย็นกับหลานสาวของเขาเพราะนานทีได้เจอกันจึงเดินมาชวนถึงวิลล่า            “ผมพึ่งทบทวนห้วข้อสัมมนาพรุ่งนี้เสร็จน่ะครับส่วนเรื่องข้าวเย็นเดี๋ยวผมถามฮิคาริให้” ดนัยบอกก่อนจะเดินกลับไปถามฮิคาริในวิลล่า            “ฮิคาริคุณอาของเธอมาชวนฉันกับเธอไปกินข้าวเย็นน่ะไปมั้ย” ดนัยถามฮิคาริที่นั่งอยู่บนโซฟา            “หือคุณอางั้นเหรอได้สิเดี๋ยวขอไปล้างหน้าหน่อยแล้วกันนายออกไปรอกับคุณอาก่อน” ฮิคาริพยักพร้อมทั้งค่อยลุกไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย            ส่วนทางด้านดนัยก็ออกมารอที่หน้าวิลล่า            “พวกเราไปครับส่วนฮิคาริกำลังล้างหน้าอยู่ว่าแต่จะไปกินข้าวเย็นกันที่ไหนครับ” ดนัยถาม            “บนเรือยอร์ชน่ะลำนั้นไง !!” ฮิมุโระพูดก่อนจะชี้ไปที่กลางทะเล            “เรือยอร์ช ??” ดนัยมองตามมือฮิมุโระไปก่อนจะเห็นเรือยอร์ชส่วนตัวลำใหญ่จอดทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งไปประมาณสองกิโลเมตร            นี่จะพาเรากับฮิคาริไปนั่งกินมื้อเย็นบนเรือยอร์ชเรอะ !! ดนัยเบิกตากว้างเพราะนึกไม่ถึงว่าจะได้กินมื้อเย็นบนเรือยอร์ชแบบนี้            ตอนนั้นเองที่วิลล่าหลังข้างๆก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับดนัยเดินบิดขี้เกียจออกมา            “ฮ้าว...เมื่อยชะมัด” ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นบ่นขณะบิดขี้เกียจและในจังหวะนั้นเองเขาก็หันมาเห็นฮิมุโระและดนัยที่ยืนรอฮิคาริอยู่            “หือนั่นคุณอาฮิมุโระไม่ใช่เหรอครับ !!” ชายหนุ่มคนนั้นอุทานออกมาเมื่อเห็นฮิมุโระ            “อ้าวพ่อหนุ่มบ้านไซโต้นี่เองเห็นคาโต้บอกว่าพักอยู่วิลล่าหลังนี้ตอนแรกว่าจะแวะมาทักทายด้วยอยู่เหมือนกันแต่เห็นคาโต้บอกว่าเธอแจ้งพนักงานเอาไว้ว่าห้ามรบกวนฉันก็เลยไม่ได้แวะมาทักทาย” ฮิมุโระบอก            “แหะๆพอดีผมบินตรงมาจากอังกฤษน่ะครับคุณอาก็เลยอยากนอนก่อนว่าแต่ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับเนี่ยกี่ปีแล้วนะ” ไซโต้บอก            “ก็หกปีแล้วมั้งตั้งแต่เธอย้ายไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษน่ะ” ฮิมุโระบอก            “โอ้หกปีแล้วนี่เองว่าแต่กำลังจะไปไหนกันครับ” ไซโต้ถาม            “กำลังจะไปกินข้าวเย็นน่ะไปด้วยกันมั้ยล่ะ” ฮิมุโระชวน            “ไปสิครับกำลังหิวเลยแล้วนี่แขกคุณอาเหรอครับ’ ไซโต้หันมามองที่ดนัย            “อ่าใช่แล้วล่ะนี่คือหมอดนัยเป็นเพื่อนร่วมงานของฮิ....” ฮิมุโระกำลังจะแนะนำดนัยให้ไซโต้รู้จักแต่ทันใดนั้นเองฮิคาริก็เปิดประตูเดินออกมาจากวิลล่าซึ่งเสียงเปิดประตูทำให้ไซโต้หันไปมอง            “โทษทีรอนา...”  “ฮิคาริจัง !!” ไซโต้ที่เห็นฮิคาริเดินออกมาร้องอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนจะถลาเข้าสวมกอดเธอทันที                    “อ๊ะคุณเดี๋ยวสินี่มัน...” ฮิคาริพยายามจะผลักออกเพราะตกใจที่จู่ๆก็มีผู้ชายโผเข้ามากอดเธอ  “ฮิคาริจังคิดถึงจังเลย !!” ไซโต้ไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นเขากอดแน่นกว่าเดิม  “ฮิคาริจังงั้นเหรอ...เดี๋ยวก่อนนะคนที่เรียกฉันแบบนี้มีแค่คนเดียวอย่าบอกนะว่านายคือทาเครุคุงน่ะ !!” ฮิคาริที่ได้ยินไซโต้เรียกชัดๆอีกครั้งก็นึกขึ้นได้ว่าผู้ชายที่เรียกเธอว่าฮิคาริจังมีแค่คนเดียวเท่านั้น  ทางด้านไซโต้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มจนแก้มแทบปริก่อนจะคลายอ้อมกอดและถอยออกมา  “ใช่ฉันเองฉันทาเครุ ไซโต้ ทาเครุไงฉันกลับมาแล้วนะฮิคาริจัง” ไซโต้ฉีกยิ้มให้ฮิคาริด้วยความดีใจที่เธอยังจำเขาได้ทั้งที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายปี  ส่วนทางฮิมุโระอาของฮิคารินั้นไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเพราะเขารู้จักไซโต้ดีอยู่แล้วซึ่งไซโต้เป็นเพื่อนกับฮิคาริหลานของเขามาตั้งแต่สมัยเด็กแถมหลานสาวเขาเองก็โตแล้วด้วยจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปห้ามหรือเข้าไปขัดจังหวะอะไร  ต่างจากอีกคนซึ่งก็คือดนัยตอนนี้ดนัยกำลังจ้องมองภาพที่ทั้งคู่พึ่งจะสวมกอดกันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่  คนรู้จักของยัยฮิคาริงั้นเหรอแถมยัยนี่ยังเรียกหมอนี่ว่าทาเครุคุงแล้วหมอนี่ก็เรียกว่าฮิคาริจังซึ่งตามวัฒนธรรมญี่ปุ่นการจะเรียกชื่อกันแบบนี้แสดงว่าต้องสนิทกันมากอย่าบอกนะว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กอะไรแบบนั้นว่าแต่ทำไมเราถึงรู้สึกหงุดหงิดที่ขึ้นมากันนะนี่เราเป็นอะไรหว่า !! ดนัยคิดด้วยความสงสัยกับความรู้สึกของตัวเองเขานั้นไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆเขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน