บทที่ 36
ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านบนร้านอาหารดวงตาที่ทอดมองยาวลงมาภายในเหตุการณ์ที่วุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องล่างเขากำลังแสดงท่าทางที่ไม่พึงพอใจออกมาอย่างชัดเจน
ใบหน้าของบุรุษหนุ่มในยามนี้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันหลวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกมากมาย
ผู้ติดตามทั้ง 2 ที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวามองเห็นใบหน้าของหลี่หยางล่วงรู้ได้ในทันทีเลยว่าตอนนี้นายท่านของตนเองคงจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
หลี่หยางมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ามันก็ราวกับว่ามองเห็นภาพทับซ้อนของตนเอง
“ เจ้าคนผู้นั้นผู้ใดกัน? ” หลี่หยางเปล่งเสียงเข้มออกมาเขานั้นอยากจะรู้ตัวตนของคุณชายที่กำลังยืนอยู่เบื้องล่าง
หลันเซ่อเขาทำการหรี่ดวงตาจ้องมองจากบริเวณจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่ตอนนี้มองเห็นภาพเหตุการณ์ด้านหน้าได้อย่างชัดเจนก็จริงอยู่แต่ว่ามุมมองของพวกเขานั้นมองเห็นเพียงแค่หลังของคุณชายผู้นั้นเท่านั้น
แต่เพียงแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วหลันเซ่อเมื่อมองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใด
“ คนผู้นั้นเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองหลอมโลหะแห่งนี้ขอรับ” เขาตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลเครือข่ายข้อกระจ่างของนายท่านของตัวเองที่กำลังอยากรู้
การที่เขารู้ได้แม้ว่าจะมองเพียงแค่ด้านหลังเขาสามารถสังเกตได้จากสิ่งที่อยู่รอบๆกายของมันอีกทั้งท่าทางที่เย่อหยิ่งและหยิ่งทะนงตนเช่นนั้นคงจะไม่มีผู้อื่นส่วนของที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนถึงฐานะของอีกฝ่ายมันก็คงจะเป็นพวกมือปราบที่ล้อมรอบคนผู้นั้นอยู่
ถ้าไม่ใช่คนสำคัญจริงๆจะมีมือปราบที่เป็นกองกำลังของเมืองแต่ละเมืองมาคุ้มกันได้อย่างไร
หลี่หยางได้ยินเช่นนั้นหันไปมองหลันเซ่อ “บุตรชายของเจ้าเมืองงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วขอรับนายท่านคนผู้นั้นเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองแห่งนี้รู้สึกว่าจะมีนามว่าเสี้ยนหมิง ” หลันเซ่อทำท่าทางนึกคิดของเขาพยายามนึกคิดถึงชื่อของคนผู้นั้น
เขาไม่ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้นานมากพอสมควรแล้วตอนที่เดินทางมาก็เดินทางมาเพียงแค่ไม่กี่วันนับเฉลี่ยครั้งเดินทางมาก็เพียง2-3 ครั้ง
เพราะแบบนั้นเขาเลยไม่ค่อยมั่นใจเลยชื่อนี้สักเท่าไหร่อันที่จริงแล้วรายละเอียดของเมืองหลอมโลหะแห่งนี้เขาเองก็แทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำมีเพียงแค่เส้นทางบางเส้นทางหรือว่าคนบางคนเท่านั้นที่เขานั้นพอจะจำได้
แต่หนึ่งในคนที่เขาจำได้มันก็คือคนพาลผู้นี้เสี้ยนหมิงมันเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองที่ปกครองภายในเมืองแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีอำนาจเกือบจะสูงสุด
ไม่สิควรจะเรียกว่าคนที่มีอำนาจมากจริงๆคือท่านพ่อของมันต่างหากคนผู้นี้ไม่ได้สอบเป็นขุนนางมันเองก็ได้แต่ใช้บารมีพ่อแม่ของตนเองและก็ใช้อำนาจของตระกูลในการข่มเหงผู้อื่นเท่านั้น
หลี่หยางทำท่าทางสงบใจใบหน้าก้มต่ำลงเล็กน้อย ‘ นี่เราลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลยลืมไปเสียว่าภายในยุคสมัยนี้มองดูแล้วน่าจะมีการปกครองเป็นระบอบเมืองสินะ’
ภายในยุคสมัยนี้และยุคสมัยที่เขาจากมามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงภายในดินแดนแห่งนี้ด้วยความที่เส้นทางมันจะถูกแยกย่อยไปมากมายเมืองภายในดินแดนมันเองก็ถูกแบ่งออกเป็นว่าเจ้าเมืองนั้นจะเป็นคนปกครอง
โดยเจ้าเมืองเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางที่ซื่อตรงกับราชสำนักและก็น่าจะเป็นคนที่มีความสามารถหรือไม่ก็มีเส้นสายมากพอที่จะสามารถทำให้ตนเองขึ้นมายืนอยู่ในจุดนี้ได้
กระนั้นขุนนางที่เป็นเจ้าเมืองมันก็เทียบเท่ากับว่าเป็นเจ้าของเมืองแห่งนี้เลยทีเดียวเพราะว่าสายตาของราชสำนักไม่มีทางสอดส่องมาถึงอย่างแน่นอนโดยเฉพาะบริเวณเมืองแถบชายแดนเช่นนี้
เพราะแบบนั้นบุตรชายของเจ้าเมืองผู้นี้เลยสามารถวางอำนาจบาตรใหญ่ได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดเลยแม้แต่น้อย
หลี่หยางเขายิ่งมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขายิ่งรู้สึกรู้สึกหงุดหงิดลูกตา
จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ตอนนี้ยิ่งฉายความไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีกเขาได้ส่ายใบหน้าของตนเองไปมา
ในขณะนั้นเองเหตุการณ์ที่อยู่ด้านล่างก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายเสี้ยนหมิงผู้ที่เป็นบุตรชายของเจ้าเมืองทำการยืดอกแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างดังลั่นพลางกล่าว“ท่านพ่อตาท่านก็เพียงแค่ยกหนิงเอ๋อร์ให้กับข้าท่านจะเกรงกลัวอันใดข้าจะให้นางมาเป็นอนุภรรยารับรองว่าเงินทองที่ค่ามอบให้กับนางมากกว่าท่านทำการตีเหล็กไป 10 ปีซะอีก ”
มันพูดออกมาอย่างไม่อายปากพร้อมกับเสียงหัวเราะที่หน้าอุบาทว์
เมื่อได้เห็นคำพูดของมันชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์กัดฟันแน่นพลางกล่าวออกมาด้วยเสียงดังลั่น“ เจ้าเดรัจฉาน!!! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของคุณชายผู้นั้นก็ได้เปลี่ยนไปมันได้แสดงใบหน้าจริงจังใช้สายตาที่หยามเหยียดมองตรงไปที่ชายผู้ที่มีอายุมากกว่าตนเองนับ10 ปีด้านหน้า “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมากป่าวเช่นนั้น ”
“ แม้แต่บิดาของข้ายังไม่เคยว่าข้าเป็นเดรัจฉานเลย!!!” มันได้ทำการยกนิ้วของตนเองชี้ตรงไปที่ใบหน้าของคนผู้นั้น
“ ตีมัน!!! ”มันทำการสั่งการออกมาดังลั่นให้มือปราบเหล่านั้นทำการรุมทำร้ายชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์ที่อยู่กลางวงล้อม
หลี่หยางที่กำลังยืนกอดอกอยู่ด้านบนใบหน้าที่เรียบเฉยเย็นชาได้แปรเปลี่ยนไปเขาทำการเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา“ หลันเซ่อ.. ”
ผู้ที่อยู่ข้างๆนั้นก็ราวกับว่ารู้คำสั่งและรู้สิ่งที่ตนเองต้องกระทำดีเขาไม่รีรอทำการรีบนำผ้าสีดำผืนหนึ่งขึ้นมา แล้วก็นำมันปิดใบหน้าของตนเองไปครึ่งนึงเพื่อปกปิดตัวตน
หลันเซ่อเมื่อทำการเตรียมการเสร็จเรียบร้อยได้พุ่งทะยานลงไปอย่างรวดเร็วเวลาเตรียมการก่อนหน้านี้ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ
ร่างกายของเขาพุ่งทะยานลงมาดาบขนาดใหญ่ได้ตวาดลงที่พื้นอย่างรุนแรง
ตรึง!!! ท่ามกลางวงล้อมเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดาบเหล็กที่ฟาดตัดลงที่พื้นมันปักลงไปที่พื้นจนเกิดรอยแตกร้าว
พวกมือปราบหลายคนที่กำลังจะวิ่งเข้ามาโจมตีชายวัยกลางคนผู้นี้ที่กำลังคุกเข่าอยู่พวกมันต่างพากันกระเด็นออกไปด้วยแรงการตวัดดาบเล่มนั้น
ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆยิ่งแตกตื่นมากขึ้นไปเอง อยู่ๆก็มีผู้ใดก็ไม่รู้ปรากฏกายออกมาในสถานการณ์เช่นนี้แล้วก็กดๆออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่ด้านบนทำใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาไร้ซึ่งความกังวลเมื่อคนผู้นั้นได้ลงไปสู่บริเวณด้านล่างแล้ว
พวกมือปราบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไม่ได้มีความสามารถสูงส่งมือเทียบแล้วไม่สามารถเอาชนะหลันเซ่อได้อย่างแน่นอน
เขาได้หันกลับไปหาอี้ชิงก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ จัดการเรื่องค่าอาหารแล้วก็ไปกันเถอะ.. ”
อี้ชิงก้มศีรษะเพื่อน้อมรับคำสั่งนั้น แล้วก็ได้ทำการวิ่งออกไปจากห้องนี้เพื่อจัดการค่าอาหารอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านล่างอยู่อีกสักพักในระหว่างที่กำลังรอจัดการเกี่ยวกับค่าอาหารที่พวกเขานั้นเพิ่งกินไป
ด้านล่างเต็มไปด้วยความวุ่นวายพวกมือปราบเหล่านั้นต่างพากันถอยไปคนละหลายก้าวไปหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความตกตะลึง
คนปริศนาที่ปรากฏกายออกมาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทไม่เพียงเท่านั้นยังใช้ผ้าสีดำปิดใบหน้าของตนเองไปครึ่งนึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงได้
พวกมันนั่นเต็มไปด้วยความประหลาดใจดวงตานั้นมันเกิดความสงสัยจนไม่สามารถกระทำอันใดได้พวกมันยืนนิ่ง
ในขณะที่พวกมันกำลังยืนนิ่งอยู่นั้นเสียงของคนผู้นึงก็ได้ดังมาจากด้านหลัง“ จัดการมัน!! ”
ผู้ที่ทำการเปล่งเสียงออกมามิใช่ใครอื่นเสี้ยนหมิงมันทำการเปล่งเสียงออกมาเพื่อสั่งการให้สังหารคนทั้ง2 ที่อยู่ด้านหน้าของมันนิ้วมือของมันชี้ตรงไปที่คนทั้ง 2 ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกมือปราบใบหน้าของคุณชายผู้นี้แดงก่ำด้วยความโกรธ
เมื่อเห็นคำสั่งของผู้เป็นนายเช่นนั้นเหล่ามือปราบพวกนี้ทำการพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะทำการสังหารคนตามคำสั่ง
สิ่งที่พวกมันรู้อยู่แล้วว่าการกระทำเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะกล้าทำเรื่องนี้จนเคยชินไปแล้วมองเห็นว่าเรื่องที่พวกมันกระทำนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด
พวกมันพุ่งทะยานเข้าไปอย่างพร้อมเพียงจากทุกๆด้าน
แต่บุรุษร่างกายกำยำที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมกับไม่สะทกสะท้านเลยแม้เพียงนิดเขาทำการเหลือบสายตาของตนเองลงไปเล็กน้อยจ้องมองไปที่ท่านลุงผู้นั้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม“ ก้มศีรษะ.. ”
แม้จะไม่เข้าใจอะไรนักแต่ว่าเมื่อได้ยินคำนั้นชายวัยกลางคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ได้รีบก้มศีรษะของตนเองลงไปอย่างรวดเร็วร่างของเขานั้นแทบจะแนบชิดติดลงไปกับพื้นตามคำสั่ง
หลันเซ่อที่กำลังอยู่ในรูปลักษณ์ที่ปกปิดตัวตนเขาทำการกำดาบเล่มใหญ่ภายในมือของตัวเองนั่นแล้วก็ออกแรงหมุนตัวแล้วเหวี่ยงดาบไปรอบทิศทาง“ ย๊าก!!! ”
แรงพละกำลังอันมหาศาลยามที่ทำการหมุนตัวเหวี่ยงดาบเมื่อทำการออกแรงเหวี่ยงดาบรอบทิศทางดาบที่หมุนไป 360องศากระทบเข้ากับกระบี่ของพวกมือปราบเหล่านั้น
เพล้ง!!!!พละกำลังอันมหาศาลการเหวี่ยงดาบเพียงครั้งเดียวมันสามารถผลักร่างของพวกมือปราบหลายคนที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทางได้อย่างสบายๆ
การโจมตีครั้งนี้พลาดเป้ามือปราบเหล่านั้นกระเด็นเกลือกกลิ้งไปตามพื้นพวกมันนอนแน่นิ่งร่างกายนั้นสั่นสะท้านด้วยแรงการโจมตีอันมหาศาล
เสี้ยนหมิงมองเห็นว่าคนของมันไม่สามารถกระทำอันใดได้ใบหน้าของมันโกรธจนแดงก่ำเท้าของมันยกขึ้นกระทืบอย่างรุนแรงเพียงแต่ว่าเมื่อยกนิ้วจะชี้สังการคนที่เหลือให้เข้าไปจัดการชายร่างกายใหญ่โตผู้นั้นทำการแบกร่างท่านลุงผู้นั้นแล้วก็พุ่งหายไปภายในอากาศ
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสี้ยนหมิงเริ่มมองเห็นเป้าหมายของตัวเองหลุดรอดไปได้เช่นนั้นมันยิ่งโกรธมากขึ้นตอนนี้ใบหน้าของมันไม่มีที่ว่างเว้นสำหรับสีขาวอีกแล้ว
หลี่หยางที่กำลังยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ที่อยู่ด้านบนเขาได้ค่อยๆหายตัวไปจากจุดนั้น
จบบท