55.เข้าร่วมป้อมบัณฑิต
“นี้ๆเธอขับรถมาถูกทางหรือเปล่านี้ เราออกจากบ้านมานานแล้วนะ”แพรวเอ็ดออกมาอย่างหัวเสีย พวกเขานั่งรถมาครึ่งวันแล้วแต่ยังไปไม่ถึงจุดหมายเสียที“ฉันก็ขับตามรถพ่อที่วิ่งอยู่ด้านหน้านี้แหละ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าจะถูกทางหรือไม่ถูกทาง และฉันก็ไม่เคยไป ไอ้อำเภอศรีเมืองใหม่นี้”แพรตอบเพื่อนของเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยเสียงเย็นสนิทไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งนั้น แพรวเริ่มบ่นแบบนี้มาพักหนึ่งแล้ว เธอเองก็ร้อนใจไม่ต่างจากเพื่อนทั้งสองที่นั่งรถมาด้วยกันซักเท่าไร พ่อกับแม่ของเธอขับรถนำอยู่ด้านหน้า ส่วนรถของวิทย์แพรเป็นคนขับ ในรถจุคนทั้งหมด 5 ชีวิต มีพ่อของแพรวและหมวยนั่งอยู่ในกระบะท้าย ส่วนแม่ๆของพวกเธอนั่งโดยสารอยู่ในรถเก๋งของพ่อที่วิ่งนำลิ่วอยู่ด้านหน้า บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วนความแห้งแล้ง ต้นข้าวโพดของชาวบ้านร้านรายทางกำลังแห้งตายเพราะขาดน้ำ ต้นไม้สองรายทางต่างออกอาการใบเหลืองเหมือนกำลังจะตายทอดยาวออกไปตามถนนจนสุดลูกหูลูกตา ต้นฉำฉาใหญ่ที่เคยออกใบเต็มกิ่งก้านเขียวชอุ่มเป็นร่มเงาปกคลุมถนน บัดนี้บางต้นเหลือแต่ลำต้น กับกิ่งแห้งๆ ไร้ซึ่งใบที่เคยเขียวชอุ่ม มองดูโปร่งโล่จนน่าใจหาย เป็นแบบนี้อีกไม่นาน พืชพรรนทั้งหมดคงได้ตายไปไม่มีเหลือเป็นแน่ ไม่รู้ว่าโลกนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น แต่สัญญาณแบบนี้มันไม่ดีเอาเสียเลย มันราวกับว่าโลกกำลังจะกลายเป็นมิติแห่งความตายเหมือนมิติของดลกวิญญาณ“นี้โลกเราจะไม่กลายเป็นเหมือนโลกวิญญาณใช่ไหม” หมวย ที่นั่งอยู่เบาะหลังเปรยออกมาเบาๆ ภาพที่เธอเห็นตอนนี้มันทำให้เธออดคิดแบบนั้นไม่ได้“ไม่รู้สิ ดูเหมือนกับว่าโลกของเราค่อยๆตายลงไปช้าๆ”แพรวตอบตามที่เธอคิด“อย่าพึ่งคิดถึงเรื่องนั้นเลย ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงให้มีชีวิตรอดจากพวกวิญญาณร้ายก่อนจะดีที่สุดนี้คือสิ่งที่พวกเราควรคิดและทำ”แพรพูดขึ้น ทั้งสองสาวเงียบนิ่ง จริงๆทั้งสองเรื่องมันก็ร้ายแรงพอๆกัน แต่บางเรื่องพวกเธอคิดมากไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี“อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด”แพรคิด “พี่วิทย์ตอบกลับมาบ้างหรือเปล่า”เธอถามออกมา“ไม่เลย ไม่รู้ว่าแกทำอะไรอยู่..”แพรวพูด เธอก็ใจคอไม่ดีเท่าไร่ ที่วิทย์หายไปนานๆแบบนี้“เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้จักบอก ไม่รู้หรือว่ามีคนคอยห่วง”เธอสบถ“เฮ้!นั้นป้ายศรีเมืองใหม่ หนูว่าเราใกล้จะถึงแล้วละ”หมวย ทักออกมา สองสาวก็มองที่ป้ายบอกทางสีเขียวๆที่โชว์หราอยู่ข้างทาง มันมีลูกศรชี้ไปด้านหน้า ด้านข้างของลูกศรมีคำว่า ศรีเมืองใหม่ พื้นหลังของป้ายเป็นสีเขียวกรอบของป้ายมีสีขาว “ดูนั้นสิ ทำไมวัวควายถึงได้ตายกันเกลื่อนแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกัน”แพรวโพลงออกมาด้วยความตื่นตระหนก ด้านหน้าของพวกเธอวัวความเป็นร้อยๆตัวนอนตายกันเรียงรายอยู่ฝากหนึ่งของถนน ร่างของพวกมันขึ้นอืด แต่ละตัวท้องบวมจวนเจียนจะระเบิดออกมาแล้ว ดวงตาเหลือกโปนแทบจะหลุดออกมา เพราะสภาพศพที่กำลังเน่าและขึ้นอืด แมลงวันมากมายบินวนเวียนอยู่รอบๆรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ พวกมันไต่ตอมไปตามซากเพื่อวางไข ไขของพวกมันเกาะกันเป็นกระจุกอยู่ตามขอบตาของซากวัวควายพวกนั้น มองเห็นเป็นกลุ่มลิ่มสีขาวๆที่อัดแน่นไปด้วยไข่ของเมลงวัน กลิ่นเหม็นเน่าลอยคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณชวนให้คลื่นไส้อาเจียนเป็นที่สุด กองศพสูงราวกับภูเขาลูกเล็กๆ ถัดไปจากกองของวัวควาย เป็นซากกองหมู และซากเป็ดไก่ ตามลำดับ คาดว่าซากสัตว์พวกนี้ต้องถูกขนออกมาจากฟาร์มที่ไหนซักที่ และเอามารวมกันไว้ที่นี้เพื่อรอฟังกลบ รถแม็คโครสองคัน กำลังขุดหลุมขนาดใหญ่ ขนาบสองข้างของกองศพ รถแทรกเตอร์ 2-3 คันกำลังดันซากสัตว์เหล่านั้นลงในหลุม พนักงาน 2-3 คนกำลังเดินฉีดพ่นสารเคมีบางอย่างใส่ซากสัตว์เหล่านั้น พวกเขาสวมชุดสีขาวรัดกุม เป็นชุดป้องกันของเหลวและละอองเคมี และป้องกันอันตรายทางชีวภาพ การติดเชื้อทั้งแบบของเหลวกระเซ็นและแบบ อนุภาคผงฝุ่น ไม่สามารถผ่านชุดของพวกเขาเข้าไปได้ มีป้ายขนาดใหญ่ประกาศเอาไว้ว่า เขตควบคุมและกำจัดซากสัตว์ ห้ามเข้า“โห!นี้น่าจะเป็นซากสัตว์ที่ตายเมื่อ 2-3 วันมานี้แน่ๆ ดูนั้นสิมีรถขนพวกมันเข้ามาเรื่อยๆ”หมวยพูด พร้อมกับชี้มือไปอีกด้านหนึ่งของกองซากสัตว์ มีรถบรรทุกหลายคัน วิ่งต่อแถวกันไป รถทุกคันต่างเต็มไปด้วยซากของวัวควาย และ เป็ดไก่ เป็นภาพที่ชวนให้หดหู่ยิ่งนัก สัตว์ต่างๆไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต่างทยอยตายลงไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ถ้าเป็นแบบนี้ สุดท้ายแล้วพวกมันคงต้องศูนย์พันธุ์ไปในที่สุด รถของพวกเขาค่อยๆเคลื่อนตัวไกลออกไปเรื่อยๆ จนภาพเหล่านั้นหายลับไปจากสายตาของทุกคน ไม่มีใครพูดอะไรอีกทั้งสิ้น บรรยากาศพลันนิ่งเงียบลงไปเฉยๆ คล้ายกับว่าแต่ละคนยังจมอยู่กับความคิดของตนหลังจากเห็นภาพที่น่าสลดเหล่านั้น เวลาค่อยๆผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า รถค่อยๆใกล้จุดหมายไปทุกๆนาที“แอะนั้น!ดูนั้นสิ กำแพงพวกนั้น ทำไมมันใหญ่โตราวกับกำแพงเมืองจีนเลย” หมวย ท้วงออกมาหน้าตาตื่น กำแพงนี้มันดูยิ่งใหญ่เหนือประมาณ รูปร่างหน้าตาของมันราวกับกำแพงเมืองจีนที่เลื่องชื่อ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้สร้างขึ้นมาจากก้อนหิน แต่พวกมันสร้างขึ้นจากคอนกรีตมันสูงราวๆ 15 เมตร ทันทีที่รถเลื่อนเข้าไปใกล้ๆมันให้ความรู้สึกน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง แน่แล้วละที่นี้น่าจะเป็นที่หมายของพวกเขาทั้งหมด มีขบวนรถต่อแถวกันยาวเหยียด อยู่ด้านหน้า รถทุกคันถูกโบกให้ไปจอดยังลานโล่งด้านข้างของกำแพงด้านหนึ่ง ไม่รีรถคันไหนวิ่งเข้าไปภายในป้อมเลย คนโบกรถ คนแจกเสื้อ หรือทุกๆคนที่กำหน้าที่ต่างๆอยู่ ทุกคนล้วนใส่เสื้อสีเดียวกันหมด คือสีส้ม พอรถหยุดลงแพรและคณะก็เดินลงจากรถ ชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาเขาสวมกางเกงยีนส์และใส่เสื้อสีสม ตรงกลางหน้าอกสกรีนด้วยสัญลักษณ์ รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่มีปลายด้านหนึ่งชี้ลงข้างล่าง“สวัสดีครับ”เขายกมือไหว้ไปยังผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง“สวัสดีรับ”ทุกคนยกมือสวัสดีตอบ“ยินดีต้อนรับทุกคน สู่ป้อมบัณฑิต นะครับเดี๋ยวผมจะพาทุกคนไปลงทะเบียนทางด้านโน้นกันก่อน แต่ก่อนอื่นผมจะพาทุกคนไปรับเสื้อฟรีที่พวกเรายินดีแจกให้ทุกๆท่านที่มา” เขาผายมือได้ยังทางเข้า มีคนยืนแจกเสื้ออยู่ตรงนั้น ข้างประตูมีรูปสลักของเทพีเสรีภาพของเอมริกา มือของรูปปั้นชูคบเพลิงขึ้นไปบนท้องฟ้า มืออีกข้างหนึ่งถือหนังสือ รูปปั้นของเทพีเป็นสีขาวทั้งตัวคล้ายกับว่าถูกแกะสลักออกมาจากหินปูนก้อนมหึมา ดูแล้วให้ความรู้สึกถึงอิสรภาพที่สวยงามและบริสุทธิ์“การลงทะเบียนเข้าร่วม ทุกคนต้องไปยืนที่แทนตรงหน้ารูปปั้นนั้น แล้วระบบจะดำเนินการเองครับ พียงแค่ตอบรับและทำตามที่ระบบแนะนำ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยครั้ง ส่วนเงื่อนไขทุกอย่างระบบจะเป็นคนแจ้งเองครับ ไปต่อแถวตรงนั้นได้เลยครับ” เขาแนะนำขณะที่พาทุกคนเดินไปต่อแถวเพื่อรอคิวในการลงทะเบียน “ตึ่ง!ยินดีต้อนรับสู่ป้อมบัณฑิต นโยบายและเป้าหมายของป้อม ป้อมบัณฑิต เป็นอิสระจากอำนาจรัฐ 100% ปกครองด้วยระบบระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ อำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมืองผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนด้วยตนเองหรือผ่านผู้แทนที่เลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ ประชาธิปไตยยังเป็นอุดมคติที่ว่าพลเมืองทุกคนในป้อมร่วมกันพิจารณากฎหมายและการปฏิบัติของรัฐ และกำหนดให้พลเมืองทุกคนมีโอกาสแสดงความยินยอมและเจตนาของตนเท่าเทียมกันและจะมีการจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งแรกขึ้น ในหนึ่งปีข้างหน้า เป้าหมายของป้อม เพื่อสร้างโลกที่เท่าเทียมขึ้นโดยปราศจากอำนาจเผด็จการและรวมรวมผู้คนที่มีอุดมการณ์อันหนึ่งอันเดียวกันให้เป็นปึกแผ่น เข้าร่วมต่อสู้และปกป้องซึ่งกันและกัน เพื่อดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ เปิดโลกเสรีชนที่ดำรงอยู่ภายใต้กฎหมายที่ร่วมกันสร้างขึ้นมากเพื่อความเท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคน คุณยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของป้อมบัณฑิต หรือ ไม่” ระบบถามขึ้น“ตกลง” แพรตอบโลกเสรีเหรอ โลกที่เท่าเทียมเหรอ เธอไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไร ตอนนี้เธออายุ 17 อีกหนึ่งปีเธอถึงจะมีสิทธ์เลือกตั้ง แต่ การเลือกตั้งครั้งที่ป่านมา มันทำให้เธอรู้สึกว่า สิทธ์ ของเธอมันไม่มีความหมายเลือกไปก็เท่านั้น ยังไงคนมีปืนก็ชะนะอยู่ดี กฎหมายที่ออกแบบมาให้ฝ่ายใดฝ่ายตนชนะ มันจะมีความหมายอะไร ประชาธิปไตย แบบนี้มันก็แต่ปาหี่หลอก หมูหมาวัวควายก็เท่านั้น ถึงจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่ามันไม่เป็นธรรม แต่ใครจะทำอะไรได้ แค่อยู่เฉยๆก็จะอดตายกันอยู่แล้ว จะให้ไปเรียกร้องอะไรได้อีก ทุกอย่างมันตันไปหมดสำหรับประเทศนี้ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้เป็นของประชาชนเลยแม้แต่น้อย ประชาชนจนๆตัวเล็กๆจะมีสิทธ์มีเสียงอะไรในประเทศนี้ได้ เสียงของระบบที่แจ้งข้อมูลต่างๆดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพรทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นภายใน 5 นาทีเท่านั้น ทุกคนลงทะเบียนเสร็จสิ้นพวกเขาก็ถูกพาเข้าไปในป้อม “โอ้ว!ที่นี้มันราวกับสวรรค์”เสียงอุทานดังขึ้นจากปากของทุกคน ด้านหน้าของพวกเขาเป็นทุ่งโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา มันเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ มีฝูงสัตว์ กระรอก กระต่าย หมู หมา วัว ควาย มากมายหลายฝูง เป็ด ไก่ วิ่งกันไปมาอย่างมีความสุข มีทุ่งหญ้า มีแอ่งน้ำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทั้งๆที่มองจากด้านนอกแล้วป้อมแห่งนี้ไม่น่าจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ ตรงกลางของป้อม เป็นหอคอยสูงทรงกลมทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้ามองไม่เห็นยอด มันน่าจะทำจากวัสดุอะไรซักอย่างที่พวกเธอไม่เคยเห็น มันมีขนาดใหญ่โตมาก ไม่รู้ว่ามีกี่ชั้นกันแน่ “ยินดีต้อนรับทุกคนสู่สู่ป้อมบัณฑิต อีกครั้งนะครับ”ชายคนเดิมพูดขึ้น“ทุกคนจะขึ้นระต้องขึ้นรถสำหรับขนส่งที่ทางเราเตรียมไว้เพื่อเดินทางไปยังหอคอยบัณฑิต”เขาแนะนำแล้วพาขึ้นรถ มันเป็นรถคล้ายๆรถรางสมัยเก่า มันวิ่งด้วยความเร็วเอื่อยๆ ราวๆ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีหลังตา มีเพียงที่นั่งที่ปูด้วยไม้ รอบๆตัวรถเป็นโครงเหล็กทำขึ้นเป็นรั้วกันตก เครื่องยนต์ของรถใช่ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อน รถทั้งคันจุคนได้ราวๆ 12 คน มีรถแบบนี้อยู่ราวๆ 10 คันที่นี้ ทันทีที่รถออก เสียงชองชายคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง“ทุกคนคงแปลกใจว่าทำในด้านในสู่ป้อมบัณฑิตถึงเป็นแบบนี้ มันราวกับว่าอยู่คนละโลกกับด้านนอกใช่ไหมครับ”เขาถาม ทุกคนต่างพยักหน้า