ตอนที่ 9 ใต้หน้าผา (9)
“โก่วหาน!! ข้าถามแก่เ้า หลักฐานใดที่ยืนยันว่าเป็ชูฉินที่ลงมือ” คิ้วเรียวงามของหลงซูโหรวขมวดชิดเป็ปมแน่น นางหันศีรษะกวาดสายตาไปรอบฝูงชน “ใช่ว่าทุกคนจะไม่ทราบอุปนิสัยของชูฉิน บิดาเป็เช่นไรบุตรย่อมเป็เช่นนั้น ข้าอยู่ร่วมกับเขามาหลายปี ยากจะเชื่อได้ลงว่าชูฉินผู้นี้ลงมือสังหารบิดาบุญธรรม!!”
การเอ่ยปากของหลงซูโหรวเปรียบประหนึ่งค้อนหนักที่ทุบลงจนแผ่นไม้สามชั้นแตกหัก แผ่นไม้สามชั้นนี้ย่อมเป็จิตใจของฝูงชนที่ถูกโก่วหานผนึกรวมกันเป็หนึ่ง ให้พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าชูฉินผู้นี้เป็คนลงมือ หากวาจาของหลงซูโหรวไม่กี่คำสามารถสั่นะเืความเชื่อเ่าั้ได้
ไม่ใช่ว่าคำของโก่วหานและผู้าุโซวนเตาอวีไม่น่าเชื่อถือมากพอ เพียงแค่ชูฉินนั้นมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ชายหนุ่มผู้นี้สะสมคุณงามความดีมาตลอดชีวิตที่จำความได้ อยู่มาวันหนึ่ง… มีคนกล่าวหาว่า ชายหนุ่มดั่งพระโพธิสัตว์ได้ลงมือสังหารบิดาของตนเอง… สิ่งนี้น่าเชื่อถือเพียงใดกัน? อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโก่วหานเป็พยานผนวกกับการแสดงออกถึงความเ็ปขีดสุดต่อการสูญเสียนี้ รวมไปถึงพยานอย่างผู้าุโฝ่ายในของสำนักกระบี่คู่ จึงทำให้ฝูงชนเกิดความหวั่นไหวในใจ
ชาวบ้านเหล่านี้มิอาจเค้นสมองคิดได้ว่า มันมีเหตุจำเป็ใดที่สองคนนี้ต้องโป้ปด โก่วหานพอเข้าข่ายชวนคิดอยู่บ้างเพราะมีปัญหาไม่ลงรอยกับชูฉินั้แ่เด็ก เช่นนั้นแล้ว ผู้าุโฝ่ายในของสำนักกระบี่คู่…? ชายชราผู้มีฐานะศักดิ์สูงส่งเหตุใดจึงต้องยอมเสี่ยงนำชื่อเสียงของตนเองมากล่าวความเท็จ หากโดนจับได้ขึ้นมาจะกลายเป็มลทินติดตัว หมดบารมีของผู้าุโฝ่ายในแห่งสำนักอันดับสองของัมหาธรณี สูญเสียมากมายเพียงนี้ คิดไม่ออกเลยว่า ซวนเตาอวีจะโกหกไปเพื่ออะไร…
สิ่งที่ผู้เฒ่าได้จากการโกหกครั้งนี้ คือ ชีวิตของชูฉินเท่านั้น…
ชูฉิน… แม้เคยเป็ว่าที่ยอดอัจฉริยะแห่งเมืองบงกชขาว หากภายใต้การยืนยันของผู้าุโหลงฝาน บัดนี้ ชายหนุ่มแตกต่างอันใดไปจากปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง… เทพเซียนจำเป็ต้องเปลืองแรงโป้ปดเพื่อกำจัดคนธรรมดาคนหนึ่งหรือ? ตามหลักการแล้ว ชายหนุ่มธรรมดาผู้นี้สามารถตายได้เพียงการโบกมือของเทพเซียน!!
ด้วยเหตุและผลอันหนักแน่นที่โก่วหานและผู้าุโซวนเตาอวีได้แสดง ชาวบ้านจึงคล้อยตามอย่างง่ายดาย แต่ด้วยคุณงามความดีนานปีของชูฉิน เมื่อถูกตั้งข้อสังเกตต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกเขาก็สามารถเปลี่ยนฝั่งได้อย่างง่ายดายเช่นกัน! อีกทั้ง ผู้ที่ตั้งข้อสังเกตยังเป็ถึงองค์หญิงแห่งัมหาธรณี!! เทียบฐานะกับซวนเตาอวีแล้ว เด็กสามขวบยังทราบว่าใครสูงส่งกว่าใคร!!!
บังเกิดเสียงการสนทนาของชาวบ้านโดยรอบ การถกเถียงกระจายกว้างเป็วงใหญ่ โก่วหานนั้นยังสามารถสงบจิตสงบใจได้ดี เมื่อเกี่ยวกับการประชันฝีปากด้วยหลักของเหตุและผลแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้มีความมั่นใจเต็มสิบส่วน ยิ่งเป็ฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าเช่นนี้ เขาไม่เกรงกลัวแม้อีกฝ่ายจะเป็ถึงองค์หญิงัก็ตาม
โก่วหานสองตาแดงก่ำหลั่งหยาดพิรุณอาบหน้า “แม่นางซูกล่าวเช่นนี้…” วาจาสั่นเครือเสียงฟันบนฟันล่างกระทบกัน “มะ มะ---แม่นาง… อยากให้มันรอดมาก… ใช่หรือไม่…” ขณะโก่วหานกล่าวถึงจุดนี้ ปลายนิ้วชี้แข็งเกร็งราวกับก้อนหินสะบัดวาดชี้ตรงไปทางชูฉินที่ถูกตรึงไว้บนไม้กางเขน “ข้าเป็พยาน ผู้ติดตามข้าเป็พยาน ผู้าุโเป็พยาน” ถ้อยคำขาด่ปนเสียงสูดลมหายใจจุกอกเฮือกใหญ่
“ผู้ใดเล่าจะมีหลักฐาน… ถามหาหลักฐานจากข้าเหรอ? ข้าไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงนั้น!!!” สุ้มเสียงของการบันดาลโทสะก้องกังวานกว้าง โก่วหานกำหมัดแน่นจนโลหิตไหลริน เงยศีรษะจ้องมองหลงซูโหรวนิ่งค้าง “ข้าขอบังอาจถามแม่นางซู หนึ่งคนลืมสิ่งของ คิดจะเข้าไปตรวจหาบริเวณที่ลืมไว้กลับบังเอิญไปเจอเหตุฆาตกรรม แม่นางซูจะหาหลักฐานเตรียมไว้ทันหรือ!!”
“เ้าไม่มีหลักฐานย่อมมิอาจใส่ความเขาได้ เื่นี้สามารถตัดสินที่ศาลหลวงั!!” ใบหน้าของหญิงสาวแสดงออกซึ่งความโกรธกริ้ว นางไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาดว่าชูฉินเป็คนสังหารจูเก้อ นางกลับคิดว่าเป็โก่วหานที่ลงมือ นางทราบความขัดแย้งที่เขามีต่อชูฉินดี ในมุมมองของหลงซูโหรว การลงมือของโก่วหานจึงนับว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เช่นนี้ นางถึงออกตัวปกป้องชูฉินสุดใจ อย่าให้มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!!
ใน่เวลานี้ ซวนเตาอวีล้วนปรากฏเส้นเืปูดโปนทั่วใบหน้า การสนทนาระหว่างชายหญิงทั้งสองมองข้ามหัวของผู้ชราเฒ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หญิงสาวผู้นั้นไม่ได้มีท่าทีจะหันมาสนใจเขาเลย นางกลับเพิกเฉยต่อการชักชวนราวกับเขาเป็อากาศธาตุ หากผู้ใหญ่นั้นมิอาจรังแกผู้น้อยได้ แต่สามารถสั่งสอนผ่านคำพูดได้
“เด็กสาวน้อย เื่นี้สามารถคิดได้ง่ายดาย พวกเ้าทุกคนที่นี่ก็ตัดสินกันด้วยตนเองเถิด… โจรชั่วหนึ่งคนมีประวัติการขโมยของและฆ่าคน เกิดวันหนึ่งมีคนเห็นโจรชั่วผู้นี้สังหารคนเพิ่ม ถ้าใช้หลักการเ้า โจรชั่วผู้นี้มีความแยบยลรู้หลักการ ถามหาถึงหลักฐานต่างๆ นานาที่ชั้นศาล เพราะไม่มีหลักฐานแจ่มชัด มันถึงรอดจากชั้นศาลครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนี้เ้าจะทำอย่างไรได้… เ้าสามารถถอดความทรงจำที่ตัวเองเคยเห็นภาพนั้นได้หรืออย่างไร… อีกประการ คนดีคนหนึ่งทำดีมาทั้งชีวิต หากวันหนึ่งคิดการใหญ่ทำชั่วสังหารคนถูกคนจับได้ต่อหน้าต่อตา แต่ในเมื่อมิอาจถอดความทรงจำให้เป็ภาพแก่ผู้อื่นได้ โจรชั่วผู้นี้ก็จะรอดในชั้นศาลอีกเพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน! บุคคลที่ทำดีมาตั้งชีวิตไม่ได้หมายความว่าภายหลังจะทำชั่วมิได้!! หากใช้หลักการเ้า บ้านเมืองจะไม่พบกับหายนะเอาหรือ!!” ซวนเตาอวีกล่าวอย่างมีโทสะ ชายชราผู้นี้เคยสงบนิ่งเสมอมา หากด้วยฐานะของเขา การถูกเพิกเฉยโดยเด็กสาวเป็สิ่งที่ยากจะยอมรับได้ ต่อให้นางจะเป็ผู้มีพร์ขั้นต่ำขั้นหกก็ตาม แต่นั่นเป็เื่ในอนาคต ตอนนี้นางยังเป็แค่คนธรรมดา!!
การร่ายยาวของชายชรายากจะบรรเทาโทสะได้หมด เขากล่าวต่อในทันที “เด็กสาวน้อยอ่อนต่อโลก เ้าคิดว่าในชั้นศาลหลวงัต้องอาศัยหลักการขนาดนั้นหรือ นี่เ้าเห็นพยานเหตุการณ์สามคนเป็ตัวอันใด?”
คำพูดของซวนเตาอวีนั้นมีหลักการที่น่าฟัง มีพยานถึงสามคนในเหตุการณ์ ถ้าอาศัยหลักการของหลงซูโหรว เช่นนั้นแล้ว พยานสามคนนี้ได้กลายเป็อะไรไปแล้ว? แค่เพราะไม่มีหลักฐานที่เด่นชัดจับต้องได้ หรือแค่เพราะเขาเคยทำดีมาทั้งชีวิตจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะทำชั่วงั้นหรือ?
“พยานก็สามารถปลอมแปลงขึ้นมาได้! ข้าก็สามารถสั่งให้ผู้ร่วมแผนการของข้าใส่ร้ายใครก็ได้แล้วไปแจ้งกับชั้นศาลเพื่อลงโทษคนผู้นั้น!!” หลงซูโหรวกล่าวชี้ถึงจุดด้อยในข้อนี้
ยามฟังโก่วหานและผู้าุโฝ่ายในของสำนักกระบี่คู่ ฝูงชนต่างเคลิบเคลิ้มไปกับถ้อยคำจนเกือบจะเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้วว่าชูฉินเป็คนลงมือสังหารจูเก้อ เมื่อหลงซูโหรวชี้จุดด้อยเท่านั้น ความกระจ่างที่เคยมีถึงพบกับเมฆหมอกอีกครั้ง แม้โก่วหานและผู้าุโซวนเตาอวีจะมีความสมเหตุสมผล แต่คำกล่าวแย้งของหลงซูโหรวก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน
“แม่นางซู! สิ่งนี้คือมีดวิเศษขั้นหนึ่งที่ชูฉินใช้ลงมือ!!” โก่วหานนำมีดวิเศษออกมาจากอก ตัวมีดถูกพันด้วยผ้าสีขาวเป็ทบหนา เขาใช้หนึ่งมือดึงม้วนผ้าออกในรวดเดียว เผยให้เห็นคมมีดแวววาวสีม่วงเข้ม ปุถุชนเปรยตามองเล่มมีดล้วนััได้ถึงความอันตรายบางอย่างที่ยากจะอธิบาย โก่วหานผายมือไปทางฝูงชน “ข้าขอบังอาจถามทุกท่าน พวกเราต่างอยู่ร่วมกับท่านจูเก้อช้านาน ท่านจูเก้อติดดินอยู่อย่างสมถะ ปลูกกระท่อม ปลูกผัก ทอผ้า ทุกอย่างของท่านจูเก้อล้วนสามารถหาได้ตามป่าตามเขา แม้พบพานคนใหญ่คนโตมากมายก็มิเคยแสวงหาผลประโยชน์ใด นอกจากค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เป็ไปได้หรือที่คนติดดินเช่นท่านจูเก้อจะถือครองสมบัติวิเศษ!!”
หลงซูโหรวถึงกับนิ่งเงียบไป นางนิ่งค้างั้แ่ถูกซวนเตาอวีต่อว่า “อ่อนต่อโลก” เป็ความจริงที่นางอ่านจำมาจากตำรา หากไม่เคยประสบกับสถานการณ์จริงในชั้นศาลหลวงั เมื่อถูกเอ่ยถึงจุดนี้ เห็นได้ชัดว่านางแพ้ซวนเตาอวีอย่างแท้จริง หญิงสาวเพิ่งจะหายขาดจากโรคร้ายได้ไม่ถึงสิบปี เก็บตัวอาศัยการเติบโตอย่างเงียบเชียบรอวันแข็งแกร่งขึ้น ประสบการณ์ของนางจะประชันฝีปากกับปีศาจเฒ่าที่อยู่มานานเกินร้อยปีได้อย่างไร หากคำกล่าวของโก่วหานนับว่าเป็ความจริงที่จูเก้อนั้นติดดินอย่างถึงที่สุด ระดับที่ต่อให้ไม่มีสังคมมนุษย์หรือเมืองใดๆ แพทย์เทวะผู้นี้ก็สามารถดำรงชีพต่อไปได้…
เมื่อเหตุและผลดำเนินมาที่จูเก้อนั้นไม่มีทางมีดวิเศษเล่มนี้ได้ ความเป็ไปได้ทุกอย่างจึงตกไปที่ชูฉิน… มีดวิเศษเล่มนี้จะต้องมาจากชูฉินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ชูฉินจะมีมีดวิเศษได้อย่างไร?
“เช่นนั้น ชูฉินจะมีมีดวิเศษได้อย่างไร?” หลงซูโหรวั์ตาเด็ดเดี่ยวจ้องมองไปทางโก่วหานไม่วางตา
ภายใต้สถานการณ์ครั้งนี้ ซวนเตาอวีราวกับอากาศธาตุอย่างแท้จริง ถูกชายหญิงอายุสิบห้าปีมองข้ามหัว มันทำให้ผู้เฒ่ารู้สึกเสื่อมเสียเกียรติเป็อันมาก แต่ต้องอดทนข่มกลั้นไว้ เนื่องจากชายหญิงที่กำลังถกเถียงกันอยู่นี้มีพร์ขั้นต่ำขั้นห้าและขั้นต่ำขั้นหกตามลำดับ… ต่างมีอนาคตไร้ขีดจำกัดทั้งคู่… ยอดฝีมือนั้นมีความเป็ตัวเป็ตนสูงยากจะยอมแพ้ต่อใครโดยง่าย ยอมเสียเกียรติถูกข้ามหัวไปบ้างย่อมไม่นับเป็อันใด!!
สังเกตจากการที่นางมองข้ามหัวคำชวนของซวนเตาอวี มีความเป็ไปได้เดียวคือนางมีทางเลือกในใจอยู่แล้ว… “วังั” เหตุนี้เอง ถ้าผู้ชราเฒ่าช่วยโก่วหานกล่าวเพื่อทำให้หญิงสาวจนมุม บุคคลอันเป็อัจฉริยะล้วนมีความมั่นใจสูงกันทั้งสิ้น ถ้าการโต้เถียงทำให้นางจนมุมจนพ่ายแพ้ตามหลักการ ความมั่นใจของนางจะตกต่ำลงยิ่งยวด ถึงตอนนั้นค่อยสั่งสอนอย่างสุภาพนอบน้อม เป็ไปได้สูงว่าจะทำให้นางยอมเป็ศิษย์สายตรงของเขาและเข้าร่วมกับสำนักกระบี่คู่ ผู้เฒ่าจึงยอมปล่อยเื่นี้ไป… ปล่อยให้นางถูกต้อนด้วยหลักการจนพ่ายในที่สุด…
ประสบกับคำถามของหลงซูโหรวเข้าไป โก่วหานถึงกับนิ่งค้างชั่วขณะ ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดคำกล่าวอ้างเพื่อให้สอดรับกันในทุกๆ อย่าง กระนั้นเขาไม่สามารถคิดหาทางออกที่ดีที่สุดได้ทันเป็แน่ ในใจจึงวาดหวังว่าผู้เฒ่าจะเจอคำตอบนี้ และเป็เช่นนั้นจริง…
กล่าวมาถึงจุดนี้ ซวนเตาอวีกระแอมไอเบาๆ “อย่าบอกนะว่าเด็กสาวไม่ทราบเื่ราว เหตุผลที่โจรชั่วผู้นี้มีมีดวิเศษนั้นสามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย” ตลอดการสนทนาระหว่างทั้งสามคน คราวนี้ ซวนเตาอวีถึงได้รักษาภาพลักษณ์ผู้าุโอย่างแท้จริง “กองกำลังของัมหาธรณีแบ่งออกเป็สองส่วนใหญ่ แปดสำนักใหญ่แห่งัมหาธรณีและวังั การเมืองภายในซับซ้อนไม่น้อย ทุกกองกำลังต่างมีหูมีตาอยู่แทบทุกหนทุกแห่งของัมหาธรณีรวมถึงกองกำลังแฝงจากนอกทวีป ข้าที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง ถึงเพิ่งทราบว่ามีแพทย์เทวะที่สามารถรักษาได้ทุกโรคอยู่ที่นี่ หากหน่วยข่าวกรองนี้ ด้วยฐานะข้าในสำนักกระบี่คู่นับว่าไม่ดีมาก แต่ข้ามั่นใจว่า เ้าสำนักรับรู้เื่นี้แล้วและกองกำลังอื่นก็เช่นกัน”
การเล่าเื่ราวของซวนเตาอวีทำให้ความโกลาหลที่ลานกว้างกลับกลายเป็ความเงียบสงัดดุจป่าช้า ฝูงชนต่างแหงนศีรษะมองผู้ชราเฒ่าสดับฟังเื่ราวอย่างตั้งใจ
“เด็กสาวน้อย… เ้าคงจะทราบเื่ราวเป็อย่างดี เื่ราวที่โด่งดังทั่วทั้งสี่สัตว์เทพมหาธรณี จักรพรรดิันั้นมีบุตรีเพียงคนเดียว บุตรีผู้นี้มีโลหิตัเข้มข้นอย่างถึงที่สุดใกล้เคียงกับบรรพบุรุษผู้เป็จักรพรรดิัองค์แรกมากที่สุด แม้นพร์ของนางจะไม่ทันได้ตรวจสอบเพราะเผชิญกับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา กระนั้น ตัวตนของนางก็เป็ที่น่าหวาดหวั่นแก่กองกำลังอื่นอย่างมาก แค่ตัวตนของจักรพรรดิัทำให้กองกำลังอื่นล้าหลังวังัหนึ่งหมื่นปี ถ้าหญิงสาวผู้นั้นเติบโตขึ้น เกรงว่าจะเป็ใต้วังัตลอดไป!” ซวนเตาอวีกล่าวเสียงหนักแน่น “เ้าลองคิดดูให้ดี แพทย์เทวะที่มีชื่อเสียงเื่รักษาทุกโรค ถ้าเป็จักรพรรดิัจะต้องพาบุตรีมาหาเขาเพื่อรักษาเป็แน่ และคงจะมีชื่อเสียงเลื่องลือจริง เพราะกองกำลังอื่นถึงกับลงมือปลิดชีวิตเขาในวันนี้!! และเป็การยืมดาบสังหารคน จ้างวานคนที่สนิทสนมที่สุดของเขา!!”
เมื่อซวนเตาอวีเอื้อนเอ่ยถึงจุดนี้ ดวงตาของฝูงชนต่างเป็ประกายราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างได้แจ่มแจ้ง หากไม่ใช่เลยสำหรับหลงซูโหรว
“เหตุใดชูฉินต้องกระทำ… เหตุใดถึงไม่ใช่ยอดฝีมือจากกองกำลังอื่นที่ท่านกล่าว? ชูฉินทำแล้วได้สิ่งใดตอบแทน…”
“เด็กสาวน้อยอย่าได้ดูถูกหน่วยข่าวกรองยอดฝีมือ พวกนี้มีหูมีตาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง อาจเป็ไปได้ที่แก่นชีวิตขั้นสามที่เด็กน้อยโก่วลืมเอาไว้ก็ดูในสายตาของกองกำลังเร้นลับเ่าั้” ซวนเตาอวีกล่าว “ส่วนค่าตอบแทนคือสิ่งที่เห็น มีดวิเศษขั้นหนึ่ง แก่นชีวิตขั้นสาม ช่างเป็ค่าตอบแทนที่สูงเทียมฟ้าสมราคากับการลงมือสังหารแพทย์เทวะจริงๆ”
ไม่มีฝูงชนผู้ใดกล้ากล่าวโต้แย้งใดๆ ตอนนี้ พวกเขารู้สึกว่า วาจาของฝั่งโก่วหานและซวนเตาอวีมีน้ำหนักมากกว่าหลงซูโหรวหลายเท่าตัว และการกล่าวอ้างถึงกองกำลังเร้นลับดังกล่าว ยิ่งส่งเสริมถ้อยคำของซวนเตาอวีให้สมเหตุสมผลอย่างถึงที่สุด สืบเนื่องจากในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ สำนักกระบี่คู่นั้นมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับวังั เ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่คู่เป็พี่น้องร่วมสาบานกับจักรพรรดิั ผนวกกับซวนเตาอวีเป็ผู้าุโฝ่ายในจากสำนักกระบี่คู่ มันจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่ซวนเตาอวีจะเป็คนลงมือสังหารจูเก้อ ไม่มีเหตุผลให้้ทำเลยสักนิด ตามความเข้าใจแล้ว พวกเขาสมควรจะส่งเสริมจักรพรรดิัเสียมากกว่า
สิ้นคำกล่าวของซวนเตาอวี สีหน้าของโก่วหานซีดขาวราวกับกระดาษ ทางเลือกนี้เขาย่อมคิดมาก่อนแล้ว เพราะทราบถึงตัวแปรหนึ่งที่ซวนเตาอวีไม่ทราบ และโก่วหานก็ไม่กล้าบอกกับผู้าุโผู้นี้ด้วยเนื่องจากคำประกาศิตั
ซวนเตาอวีไม่ทราบว่า… หญิงสาวที่มันกำลังถกเถียงอยู่นี้… คือ…
ธิดาหนึ่งเดียวของจักรพรรดิั…
“นี่เ้าคิดว่าข้าโง่มากหรือ---ซวนเตาอวี…”