เข้าร่วมงานชมหิมะ
ก่อนงานชมหิมะที่มีขึ้นณ จวนเจ้าเมืองในตอนหัวค่ำ ตั้งแต่เช้าตรู่ในวันเดียวกันทางจวนเจ้าเมืองก็ได้ติดประกาศของล้ำค่าที่จะมีประมูลให้ผู้เข้าร่วมได้ทราบล่วงหน้าซึ่งของล้ำค่ามีอยู่หลายสิบรายการกันเลยทีเดียวโดยแยกประเภทได้เป็นเครื่องประดับตกแต่งและเครื่องแต่งกาย โอสถ อสูรปราณ ตำราอาวุธ และสมุนไพรล้ำค่าที่ของบ้านเจี้ยนเฉิงก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นเดียวกันนั่นเอง
“เราจะเอาตู้นี้ไปจริงๆหรือลูก” นางลี่จูเอ่ยถามชิงเถาที่นางยกตู้เก็บสมบัติขนาดเล็กที่บรรจุเงินตราไว้จนเกือบเต็มลงมาด้วยเนื่องจากครอบครัวของนางมิได้ฝากเงินทองไว้ที่ร้านฝากเงินจึงไม่มีตั๋วแลกเงินเหมือนคนอื่นเขานั่นเองจึงต้องใช้เงินสดเช่นนี้
“ก็เผื่อมีสิ่งที่ต้องการอย่างไรล่ะเจ้าคะวันนี้พวกเราไปดูป้ายติดประกาศแล้วมีสิ่งน่าสนใจหลายอย่างทีเดียวเผื่อว่าราคาไม่สูงมากเราก็อาจจะได้ประมูลมาด้วยเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบมารดาออกไปของล้ำค่าหลายอย่างนางล้วนสนใจยิ่งแต่ก็ต้องไปดูของจริงอีกทีว่ามีประโยชน์พอให้นางได้ประมูลกลับมาหรือไม่
“เอาเถอะอย่างไรก็ถือเสียว่าได้ของติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง” นางลี่จูเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจเพราะเป็นนางเองที่ไม่อยากให้ฝากเงินในร้านฝากเงินลูกของนางจึงต้องขนไปทั้งอย่างนี้จนดูเทอะทะไปเสียหน่อย
“พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะนี่ก็จวนจะถึงเวลาแล้ว”จิ้นสิงเอ่ยเรียกทุกคนให้เร่งเดินออกไปขึ้นรถม้าทันทีเมื่อทุกคนพร้อมกันแล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่พวกเขายกโขยงไปกันทั้งบ้าน จะให้ทำอย่างไรล่ะงานไหนๆพวกเขาก็อยากจะให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาตัวเองเหมือนกัน ไม่อยากปล่อยใครให้เหงาเฝ้าอยู่เรือนเฉยๆอย่างแน่นอน
ก่อนเข้ายามซวี (19.00-20-59น.) ก่อนถึงกำหนดการของงานเลี้ยงเล็กน้อยครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็ได้เดินทางมาถึงแล้วก็เดินเข้าไปด้านในงานโดยมีบ่าวทางจวนเจ้าเมืองดูแลอย่างใกล้ชิดดูเหมือนว่าวันนี้ตระกูลเจี้ยนเฉิงก็ได้รับการดูแลจากทางจวนเจ้าเมืองดีไม่น้อยถ้าเทียบกับพ่อค้าคหบดีทั่วไป
“เชิญนายท่านฮูหยินและคุณชายคุณหนูทุกท่านนั่งพักผ่อนด้านนี้ก่อนเจ้าค่ะอีกไม่นานงานก็จะเริ่มขึ้นแล้วเจ้าค่ะ” บ่าวหญิงวัยสาวเอ่ยออกมาเสียงหวานอย่างนอบน้อมก่อนจะรีบเทน้ำชามอบให้แก่ผู้ที่นางต้องดูแลทุกคนอย่างกระฉับกระเฉง
“ข้าน้อยขอตัวเจ้าค่ะ”เมื่อหน้าที่ของบ่าวสาวจบลงนางจึงขอตัวเดินเลี่ยงหลบไปด้านข้างรอให้มีผู้เรียกใช้อีกครั้งนางจึงจะเข้ามาเพื่อให้แขกทั้งหลายได้นั่งอย่างเป็นส่วนตัวหรือพูดคุยหารือกันอย่างส่วนตัวนั่นเอง
“ขอบใจเจ้ามากเจ้าไปเถอะ”จิ้นสิงเอ่ยออกไปแล้วยังไม่ลืมให้เงินตรานางไปเล็กน้อยเป็นน้ำใจตามธรรมเนียมที่ควรทำ
“ขอบพระคุณนายท่านอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”บ่าวสาวเอ่ยออกมาอย่างขอบคุณด้วยรอยยิ้มกว้างและลำตัวที่โค้งลงอย่างพองามตามที่ได้เรียนรู้มากก่อนจะเดินละออกไปจริงๆ
“ผู้คนเยอะมากเลยจะเจ้าคะ”ลี่ถิงเอ่ยออกมาเมื่อมองไปรอบๆ ที่มีการแสดงที่เริ่มมีขึ้นเรียกความสนใจจากผู้คนที่เริ่มมารอกันแล้วหรือแม้กระทั่งผู้ร่วมงานวันนี้นั้นมากมายเป็นอย่างมากอาจจะด้วยเพราะว่ามีทั้งขุนนายน้อยใหญ่และพ่อค้าคหบดีทั่วทั้งเมืองหลวงหรือแม้แต่หัวเมืองใกล้ๆก็มากันด้วยเช่นกัน โดนส่วนใหญ่แล้วจะมาเป็นครอบครัวเหมือนครอบครัวเจี้ยนเฉินหรือว่ามีผู้ติดตามาด้วยก็หลายคนเช่นกันโดยที่นั่งนั้นจะเป็นโต๊ะเตี้ยนั่งเบาะหนาบนพื้นโดยพื้นจะเพิ่มขั้นความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จากด้านหน้าที่เป็นเวทีใหญ่ ส่วนหลังสุดยังมีห้องส่วนตัวอีกหลายห้องซึ่งมีไว้สำหรับบุคคลที่สำคัญ
“ใช่ลูกการประมูลคงแข่งขันกันสูงน่าดู” นางลี่จูเอ่ยออกมาอีกคนเมื่อเห็นจำนวนผู้คนนางไม่คิดว่าวันนี้ครอบครัวนางจะสามารถร่วมแข่งขันและชนะประมูลไปได้ถ้ามีคู่แข่งมากขนาดนี้
“ขนมอร่อยมากเลยนะขอรับ”สองแฝดที่นั่งลงได้ไม่นานก็เริ่มชิมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่มีน้ำชาและขนมทันทีไว้คอยต้อนรับทันที
“เดี๋ยวนะลูกพวกเจ้าพึ่งจะทานข้าวมา” นางลี่จูเอ่ยออกมาอย่างขบขัน เวลาที่กินอิ่มผ่านไปไม่นานบุตรชายทั้งสองของนางก็กินได้มากเหมือนเดิมเสียแล้วสงสัยนางจะต้องพาไปหาท่านหมอดูเสียหน่อยว่าบุตรชายทั้งสองของนางผิดปกติอันใดหรือไม่
“ก็เป็นน่ากินหนิขอรับ”หมิงลู่เอ่ยตอบมารดาออกมา
“ก็มันหิวหนิขอรับ”หมิงเลี่ยนก็เช่นเดียวกันเห็นขนมน่าอร่อยเป็นไม่ได้เลย
“เอาเถอะค่อยๆกินไปก็แล้วกัน อย่าให้ติดคอล่ะ” จิ้นสิงเอ่ยบอกทั้งสองออกมาอย่างเข้าข้างอย่างไรเสียเด็กผู้ชายกินเยอะๆ ได้ก็เป็นเรื่องดี จะได้โตเร็วๆ มีพลังกายเปี่ยมล้น
“ขอรับ”สองเสียงเอ่ยตอบผู้เป็นบิดาออกเสียงใสทันทีเพราะเหมือนๆว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้กินได้อย่างเรื่อยๆ นั่นเอง
“ขอต้อนรับทุกท่านที่เข้าร่วมงานเลี้ยงชมหิมะในวันนี้”ผ่านไปครู่ใหญ่ การแสดงจบลงผู้เป็นเจ้าเมืองก็ขึ้นไปยังบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงานทันทีตัวเขาได้เอ่ยขอบคุณคนอยู่หลายฝ่ายรวมทั้งแขกทั้งหลายด้วยก่อนจะเอ่ยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานที่จะมีประโยชน์อย่างไรกับบ้านเมืองต่ออีกประมาณสองเค่อได้ก่อนที่เขาจะมอบหน้าที่ให้กับรองเจ้าเมืองเป็นผู้ดำเนินงานต่อซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับชื่องานเอาเสียเลยชิงเถาอยากจะรู้นักว่าใครเป็นคนตั้งชื่อขึ้นมาในห้องปิดกันลมหนาวจะเห็นหิมะได้จากที่ใดกัน ถ้าจะเห็นก็คงเป็นตอนเดินทางมานั่นแหละที่ได้เห็นหิมะอยู่เต็มท้องถนน
“ข้าขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงานวันนี้ขอรับต่อไปจะเป็นการเริ่มเปิดการประมูล ของล้ำค่าสิ่งแรกนั้นคือ”รองเจ้าเมืองเอ่ยเสียงที่เปล่งออกมาโดยใช้พลังปราณช่วยดังไปทั่วทั้งงานจากนั้นของสิ่งแรกก็ถูกนำขึ้นมาบนเวทีทันทีด้วยการนำมาของสาวงามผู้หนึ่งที่นางควรจะเป็นสิ่งล้ำค่าในการประมูลเสียมากกว่าด้วยหน้าตาเฉี่ยวคมและรูปร่างอันสะอวดสะองใครเห็นเป็นต้องมองตามจนลับสายตา
“ของล้ำค้าชิ้นแรกกระบี่พลิ้วลม เริ่มประมูลที่”เสียงบอกออกมาถึงราคาเริ่มต้นก่อนที่ผู้ที่สนใจจะส่งเสียงเสนอราคาแข่งขันกันทันทีเพียงแค่ชิ้นแรก็มีผู้อยากได้ขนาดนี้แล้วไม่รู้ว่ายิ่งงานดำเนินไปของยิ่งล้ำค่าขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันจะดุเดือดขนาดไหนกัน