คุณหนูในห้องหอ

    บทที่58: เยี่ยมไข้ 58-2

    จางหลินถง อู๋ฮวน และลี่เฉิงกลับมาถึงหอสราญรมญ์ในช่วงยามจื่อ[1] หลังจากมาถึงจางหลินถงก็รีบแยกตัวไปทันที อู๋ฮวนมองตามแผ่นหลังของนางจนก้าวผ่านประตูห้องเข้าไปข้างใน จึงถอนหายใจออกมา

    “ข้ารู้สึกเหมือนข้าไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยอะไรนางได้เลย”ชายหนุ่มเปิดปากกล่าวถึงความรู้สึกตนเอง ขณะหมุนกายเดินกลับห้อง

    ลี่เฉิงขมวดคิ้ว หันมองรอบตัว ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายพูดกับใครแน่ เพราะแต่ก่อนอู๋ฮวนไม่มีนิสัยเปิดเผยความรู้สึกกับคนติดตามมาก่อน“นายท่านพูดกับข้าน้อยหรือขอรับ”

    อู๋ฮวนหยุดเดินและหันไปมองลี่เฉิง แววตาเย็นเยียบ ทั้งอับอายทั้งโมโห อยากยกเท้าถีบสักโครมให้รู้ว่าเขากำลังพูดอยู่กับใคร

    “แหะๆ”เมื่อเห็นแววตาพิฆาต ลี่เฉิงหัวเราะแก้เก้อ ในใจเกิดความปิติล้นหลาม ตั้งแต่พบแม่นางอาหลิน นายท่านเปลี่ยนไปมากจริงๆ“เรื่องแม่นางอาหลินนายท่านไม่ต้องกังวลใจเลยขอรับ ถึงอย่างไรก็ยังมีข้าน้อยกับยู่เฟิงคอยอารักขา แม้ว่าแม่นางอาหลินจะเก่งขึ้นมากแล้วก็ตาม”

    อู๋ฮวนคร้านจะถือสาหมุนกายเดินต่อ เขากำชับลี่เฉิง“อาหลินเก่งขึ้นแล้วก็จริง เจ้ากับยู่เฟิงก็คอยดูอยู่ห่างๆ อย่าให้นางรู้สึกอึดอัดก็พอ ข้ากลัวว่านางจะไปเสี่ยงทำเรื่องอันตรายเพียงคนเดียว”

    “ขอรับ” ลี่เฉิงยิ้มรับอย่างแข็งขัน

    “อีกอย่างเรื่องที่เจ้าเห็นวันนี้ อย่าเอาไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด หากเรื่องของนางแพร่งพรายออกไป เจ้าจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก”อู๋ฮวนกำชับ

    ลี่เฉิงนึกถึงช่วงที่จางหลินถงใช้ปราณสีแดง จากนั้นสาวใช้ผู้นั้นก็เหมือนไร้สติและลงมือเฉือนเนื้อตนเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นขนก็เริ่มลุกชัน ลี่เฉิงรีบรับปากอู๋ฮวนทันที“ขอรับ”

     

    เมื่อเข้ามาในห้อง จางหลินถงสั่งให้ชูหลิงเตรียมน้ำให้อาบ นางนั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างเป็นเวลานาน เนื่องจากเพิ่งใช้ปราณโลหิตอัคคีทำให้นางร้อนมาก หากไม่แช่น้ำขับไล่ไอร้อนจะทำให้นอนไม่สบายตัวและนอนไม่หลับ นางเคยอ่านเจอในตำราของเผ่าหั่วจู ว่าปราณโลหิตอัคคีสามารถใช้เพื่อควบคุมจิตใจผู้คนได้ แต่ใช้ได้กับคนที่มีจิตใจอ่อนแอเท่านั้น นางจึงทดลองกับสาวใช้ของโจวซินหรูเป็นคนแรก เพราะเหตุนี้ชิวยี่จึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และลงมือเฉือนเนื้อที่ขาตนเองเหมือนคนไร้สติ

    “ฮึ! คนชั่วได้กินเนื้อพวกเดียวกันเอง ถือว่าสาสมแล้ว วันข้างหน้าข้าจะควักหัวใจพวกเจ้า โยนให้สุนัขกินแทน!”

    ชิวยี่ยังไม่ตายเพราะห้ามเลือดทันเวลา นางยังไม่ต้องการให้มีคนตาย นางปรากฏตัวเพียงเพื่อข่มขวัญให้คนพวกนั้นหวาดกลัว รอให้ช่วยอู๋อ๋องกับอู๋สี่ออกมาได้เสียก่อน ถึงเวลานั้นนางจะคิดบัญชีคืนจากทุกคน ทบต้นทบดอก ไม่ปล่อยให้ปลาหลุดรอดตาข่ายได้แม้แต่ตัวเดียว

    อำนาจตระกูลซ่งเวลานี้ยากต่อกรแต่นางไม่กลัว ต่อให้อีกฝ่ายจะล่วงรู้ว่าเป็นฝีมือของนาง ต่อให้ชิวยี่บอกความจริงกับคนในตระกูลซ่ง เรื่องก็ไม่ถึงทางการ เพราะนางรู้ว่าซ่งซือฉีรักชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมากกว่าความเป็นความตายของคนในบ้าน เรื่องเกิดกับสาวใช้ ซ่งซือฉีไม่มีทางดำเนินการใดๆอยู่แล้ว

    ยิ่งเรื่องกินเนื้อคน ต่อให้พวกเขารู้ก็ยิ่งไม่กล้าโวยวาย ตามกฎหมายต้าอู๋ ผู้ใดกินเนื้อคนผู้นั้นต้องโทษประหาร เพราะถือเป็นพวกนอกรีต เป็นปีศาจร้าย เป็นกาลกิณีของบ้านเมือง ซ่งซือฉีเป็นขุนนางชั้นสูงยิ่งต้องปิดปากแน่นเพื่อกลบความฉาวโฉ่ของตนเอง ดีไม่ดีชิวยี่อาจถูกปิดปากไปก่อน หากชิวยี่ตายจริงๆก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะนางรนหาที่เอง!

    ชูหลิงเห็นว่าจางหลินถงแช่น้ำนานเกินไป จึงเดินเข้ามาเตือนด้วยความห่วงใย

    “คุณหนูแช่น้ำนาน ความเย็นจะเข้าสู่ร่างกายไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ”ชูหลิงกล่าวพร้อมกับหันไปคว้าผ้ามากางรอ

    จางหลินถงเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นและก้าวออกจากถังน้ำ ยอมให้ชูหลิงปรนนิบัติเช็ดตัว คืนนี้นางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มแย้มตลอดเวลา ชูหลิงเห็นแล้วอารมณ์ดีตาม แต่ก็อดถามไม่ได้

    “คุณหนูออกไปข้างนอก ไปทำอันใดมาหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงอารมณ์ดีนัก”

    จางหลินถงยื่นมือไปแตะไหล่ชูหลิงพลางกล่าว“ข้าไปแก้แค้นให้กับคนคนหนึ่งมา ชูหลิงจากนี้ไปเจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะปกป้องเจ้า ไม่มีใครกล้าทำร้ายเจ้าแน่”

    ชูหลิงยิ้มหน้าบาน“คุณหนูช่างดีต่อบ่าวยิ่งนัก รีบเข้านอนเถิดเจ้าค่ะ นอนดึกมากไม่ดี”

    “อืม”จางหลินถงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และเข้านอนตามคำแนะนำของชูหลิง คืนนี้เป็นคืนแรกที่นางนอนหลับอย่างมีความสุข

     

              เช้าวันต่อมา

              ที่เรือนโจวซินหรูเกิดเรื่องใหญ่ ซ่งซือฉี เจิ้งจื่ออี้เดินทางไปที่นั่นตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อไปถึงพบฮูหยินเจ้าของเรือน นอนจมกองอาจมส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่ว ขณะที่ชิวยี่นอนสีหน้าซีดขาวอยู่บนพื้น เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์มากจึงทำให้ใช้ขาเดินไม่ได้ ได้แต่ขยับตัวเลื้อยไปมาไม่ต่างจากงูน่าขยะแขยง หลังจากสอบสวนจนรู้ความ ซ่งซือฉีถึงกับโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม แม้กระทั่งเจิ้งจื่ออี้ยังตัวเซขาอ่อนแรง ขณะยกมือขึ้นจับคอตนเองอย่างตกใจ

              ไม่นึกว่าน้ำแกงถ้วยนั้น...

              เจิ้งจื่ออี้รู้สึกว่ารสชาติที่ถูกปาก กลายเป็นเข็มแหลมทิ่มแทงที่ลำคอ และช่องท้องอย่างรุนแรง จางหลินถงกลับมาแล้ว...

              จู่ๆท้องไส้ก็เริ่มปั่นป่วน ทั้งซ่งซือฉี ทั้งเจิ้งจื่ออี้แทบยืนไม่ติดพื้น ยกมือขึ้นปิดปาก คลื่นไส้อย่างหนักแต่ไม่อาจอาเจียนออกมาต่อหน้าบ่าวในเรือนได้ จึงทำได้แต่กล้ำกลืนลงไป รอจนท้องไส้สงบซ่งซือฉีจึงยกเท้าถีบชิวยี่ระบายแค้นไปหนหนึ่ง ร่างที่ได้รับบาดเจ็บหนักกลิ้นหลุนๆราวก้อนหิน นางร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด

              “นายท่าน ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าวเจ็บเหลือเกิน”ปากร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าในใจเจ็บแค้นอย่างหนัก หากไม่ใช่เพราะนางทำตามคำสั่ง มีหรือจางหลินถงจะลงมือกับนางเป็นคนแรก เลวนัก เลวกันทั้งบ้าน!

              “นังสารเลว ท่านพี่ ท่านพี่ต้องฆ่านาง นางทรยศเรา สาเหตุที่ข้าป่วยก็เป็นเพราะนาง นางร่วมมือกับจวิ้นอ๋องทรยศพวกเรา” โจวซินหรูฟ้องสามีอย่างคับแค้นใจ

              ซ่งซือฉีหันขวับมองชิวยี่“สารภาพมา เจ้าทำจริงหรือไม่?”

              ชิวยี่หน้าซีดรีบโบกมือปฏิเสธ“บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ บ่าวไม่รู้เลย นายท่านบ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ”

              “สารเลว เจ้าเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างในเรือนข้า หากเจ้าไม่ได้มีใจทรยศ เช่นนั้นหนอนปีศาจนั่นจะมาอยู่ในตัวข้าได้อย่างไร อีกทั้งน้ำแกงนั่น...”โจวซินหรูพูดไม่ออก นางอาเจียนจนหมดไส้หมดพุงตั้งแต่เมื่อคืน เพราะน้ำแกงเพียงถ้วยเดียว

              “ฮูหยิน บ่าวถูกบังคับเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยนางสั่งให้บ่าวต้มน้ำแกง”

    “เจ้าว่าฮูหยินน้อยรึ หมายความว่านางยังไม่ตาย เป็นไปได้อย่างไร?”ซ่งซือฉีหน้าดำคล้ำ หลังจากรู้ว่าจางหลินถงยังไม่ตาย  นางไม่เพียงยังอยู่ดีแต่สามารถเข้าคฤหาสน์ตระกูลซ่งโดยไม่โดนจับได้ ช่างบังเอิญเกินไปแล้ว

    โจวซินหรูแอบมองบุตรชายด้วยสายตาเอาเรื่อง ขณะที่เจิ้งจื่ออี้ทำเป็นไม่ได้ยินอะไร ชิวยี่จึงกล่าวต่อ

    “เป็นความจริงเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยนางยังไม่ตาย เมื่อคืนนี้นางก็มาพร้อมกับจวิ้นอ๋อง นางสั่งให้บ่าวต้มน้ำแกง จากนั้นบ่าวกล่าวว่าจะไปเอาไก่แช่เย็นมา แต่ฮูหยินน้อยบอกว่านางไม่ได้ต้องการต้มน้ำแกงไก่ หลังจากนั้นบ่าวก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ บ่าวเฉือนเนื้อที่ขาตัวเอง บ่าวเจ็บมากเจ้าค่ะ บ่าวทนไม่ไหวก็เลยสลบไป”

              “บัดซบ!”ซ่งซือฉีหันไปคว้าของทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือขว้างปาใส่ชิวยี่อย่างโกรธแค้น“สารเลว เด็กๆลากมันไปโบยให้ตาย บ่าวไม่ได้ความต้องตีให้ตาย”

              “นายท่าน โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย บ่าวไม่ได้ทำอะไรผิด เลยนะเจ้าคะนายท่าน”

              “ยังมีหน้ามาพูดว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอีก แค่เจ้าเฉือนเนื้อมาต้มน้ำแกงให้ข้ากินเจ้าก็ผิดแล้ว เอามันไปตีให้ตาย ไป!” ซ่งซือฉีรับไม่ได้อย่างรุนแรง

              เขาเป็นถึงขุนนางชั้นสูง หากเรื่องกินเนื้อคนแพร่กระจายออกไป ชื่อเสียงของตระกูลซ่งที่บรรพบุรุษสั่งสมมาหลายรุ่นมีอันป่นปี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าชิวยี่จะมีความผิดหรือไม่ นางและบ่าวทุกคนในเรือนที่ได้ยินเรื่องนี้ ทุกคนต้องตายเพื่อรักษาไม่ให้ความลับรั่วไหล เช่นเดียวกับที่เคยทำกับตระกูลจาง

              “คุณชาย คุณชายเจ้าคะ”ชิวยี่หันไปมองเจิ้งจื่ออี้เพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะที่คนงานชายในเรือนพุ่งเข้ามาลากชิวยี่ออกไป ยามนั้นเจิ้งจื่ออี้ยืนนิ่งเฉย รักษาท่าทีของคุณชายผู้สงบนิ่งไว้ได้

              ชิวยี่เม้มริมฝีปาก ในใจมีแต่ความโกรธแค้น ที่แท้นี่คือความหมายที่ฮูหยินน้อยพูดไว้ว่าหากเชื่อฟังนาง ไม่ทรยศนาง ก็จะมีโอกาสรอด แต่ว่านางสารภาพต่อซ่งซือฉีไปทั้งหมด จากที่นางจะรอดจึงกลายเป็นตายเร็วขึ้น ชิวยี่หันไปมองโจวซินหรูและยกยิ้มอย่างอาฆาต

              “ฮูหยินวันนี้ข้าไม่ยอมตายเพียงคนเดียว ข้าจะลากพวกท่านลงหลุมไปกับข้าด้วย”ชิวยี่กล่าวแล้วหันกลับไปมองเจิ้งจื่ออี้ ก่อนจะหัวเราะราวกับไร้สติ

              โจวซินหรูเบิกตาเลิกลั่ก ในใจนึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กลัวว่าชิวยี่จะปากสว่างพูดเรื่องความสัมพันธ์ของนางและเจิ้งจื่ออี้ กระทั่งต่อมาชิวยี่อ้าปากจะพูด เจิ้งจื่ออี้รีบพุ่งเข้าไปใกล้ใช้สันมือสับเข้าที่หลังต้นคอชิวยี่ จนฝ่ายนั้นสลบขาพับลงไปทันที

              “ลากมันไปตีให้ตาย ไป!” เจิ้งจื่ออี้สั่งกำชับ

              โจวซินหรูแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะหันไปอ้อนวอนซ่งซือฉี“ท่านพี่ หากสามารถขับหนอนโลหิตในตัวข้าออกได้ ข้าจะหายป่วย ท่านพี่ต้องช่วยข้านะ”

              ซ่งซือฉีมองอย่างรำคาญ สภาพใกล้ตายเช่นนั้นยังจะมีใครช่วยได้อีกหรือ “เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร”

              “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าทำอย่างไร”เจิ้งจื่ออี้กล่าว

              “ทำอย่างไร?”

              “ตอนที่ข้าเดินทางไปเมืองเตียวฮุย แถบนั้นมีการซื้อขายของแปลกๆ ข้าเคยได้ยินคนพูดว่า ใครที่กินไข่หนอนโลหิตกินคนเข้าไปจะฟักเป็นตัวและสูบกินเลือดเนื้อคนจนคนตาย การรักษามีเพียงทางเดียว ต้องใช้ลมปราณถึงเจ็ดส่วนในการขับออก”เจิ้งจื่ออี้หลีกเลี่ยงไม่ยอมพูดเรื่องของจางหลินถง

              “ใช้ลมปราณมากมายเพียงนั้น อาจโดนธาตุไฟเข้าแทรกจนตายได้”ซ่งซือฉีกล่าว

              “ท่านพี่ ช่วยข้าด้วย”โจวซินหรูอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำ

              เจิ้งจื่ออี้พยายามไม่มองใบหน้าโจวซินหรูพลางย้ำกับตนเองว่า เพราะมีมารดาเช่นนาง เขาถึงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ได้แต่งภรรยาดีหนหนึ่งแต่ไม่อาจรักษานางไว้ได้ ความสุขที่เขาควรจะมีกลับไม่เคยได้สัมผัส มารดาเช่นนี้ไม่น่าสงสารสักนิด

              “น้องหญิง อีกไม่นานต้าอู๋มีงานใหญ่ พิธีแต่งตั้งฮองเฮาจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นเราทุกคนต้องรักษาตัวเก็บแรงเอาไว้ก่อน รอให้ผ่านพ้นพิธีไปก่อนเถอะ ข้าจะหาคนในที่มีความสามารถมาช่วยรักษาเจ้า”ซ่งซือฉีตัดบทเพื่อให้เรื่องจบๆ

              “ท่านพี่ น้องรอไม่ไหว หากนังเด็กคนนั้นกลับมา น้องต้องตายแน่”โจวซินหรูหวาดกลัวจางหลินถง ยิ่งในยามนี้นางเคลื่อนไหวตัวเองไม่ได้ มีแต่นอนเป็นผักให้อีกฝ่ายทรมานเล่นเท่านั้น“ท่านพี่ ช่วยน้องด้วยเถอะเจ้าค่ะ”

              เจิ้งจื่ออี้กำหมัดแน่นเลื่อนสายตาไปมองซ่งซือฉีอย่างไม่พอใจ นี่หรือชายที่เคยบอกว่ารักมารดาของเขามาก ยามนางหมดประโยชน์ ก็เขี่ยออกจากกระดานหมากอย่างง่ายดาย

              “ท่านพี่ น้องยังไม่อยากตาย”โจวซินหรูร้องไห้คร่ำครวญ

              เจิ้งจื่ออี้ทนฟังเสียงร้องนั่นไม่ไหว“ท่านพ่อ ข้าจะลองดู”

              “ไม่ได้ เจ้าต้องเก็บแรงไว้อารักขาว่าที่ฮองเฮา รอให้พิธีผ่านไปก่อนค่อยว่ากัน”ซ่งซือฉีสั่งห้ามน้ำเสียงเด็ดขาด“น้องหญิง เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดคนมาเฝ้าให้มากขึ้น นางมาอีกเมื่อใด รับรองว่านางจะไม่ได้กลับออกไปอีก ไปกลับ!”

              “ท่านพี่!”โจวซินหรูจกตะลึง ไม่นึกว่าสามีจะที่เคยบอกว่ารักนางมากจะปฏิบัติต่อนางเช่นนี้

              “ท่านพ่อ”เจิ้งจื่ออี้รู้สึกเจ็บปวด ยิ่งได้ยินเสียงร้องและแววตาของมารดาทำให้เขาใจอ่อนยวบ

              “ข้าสั่งให้กลับ!”ซ่งซือฉีใช้สายตาไม่พอใจมองมา เจิ้งจื่ออี้คิดว่าหากดื้อดึงไปก็ไม่เกิดผลดี ดังนั้นจึงยอมล่าถอยกลับไปก่อน รอให้มีโอกาสเหมาะค่อยมาลองช่วยนางก็ยังไม่สาย

             


     

    [1] ยามจื่อ คือช่วงเวลา 23.00น. - 1.00 น.