ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

ตอนที่ 141 พฤติกรรมสุดเสียว

        “ไอ้ลูกหมาขี้ขลาดเอ๊ย!”


        ระหว่างที่เอนซุกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤตทันใดนั้นเงาร่างของกาโต้และริงโกะได้ปรากฏขึ้นบริเวณทางเดินระเบียงด้านข้างตัวเรือกาโต้ก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างมั่นคง เปิดกระบอกเก็บทรายที่สะพายไว้ด้านหลังขยับมือพลิ้วไหวเรียกทรายสีเข้มที่ถูกเก็บไว้ออกมาเหมือนกับพายุทรายที่ลอยวนรอบตัวเขา


          ศัตรูที่ไล่ตามมาเห็นกาโต้และริงโกะก็เริ่มระดมยิงใส่ทันที


        กาโต้ใช้ทรายสร้างกำแพงคุ้มกายอย่างรวดเร็วกระสุนปืนทุกนัดถูกดูดซับเข้ามาด้านในแล้วถูกทรายบีบอัดบดขยี้กลายเป็นผุยผง

          ริงโกะยืนอยู่ตำแหน่งด้านหลังกาโต้เธอเรียกยันต์อาคมออกมาชูไว้เหนือศีรษะ อีกมือหนึ่งโยนเมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้ในกระเป๋าลงบนพื้นและร่ายอาคมเร่งการเจริญเติบโต


          รากไม้แตกขยายออกมาจากเมล็ด มันทั้งหนาแน่นและแข็งแรงเติบโตอย่างรวดเร็วม้วนพันศัตรูไว้ในพริบตา เสียงตะโกนเอะอะของพวกเขาดังขึ้นเมื่อถูกรากเหล่าถ่วงแข้งขาไว้บางส่วนก็โต้กลับด้วยกันฟันรากไม้อันแสนน่ารำคาญเหล่านี้ทิ้ง


          ริงโกะพุ่งตัวไปข้างหน้าเร่งพลังมาโซในร่างลงมาที่ขาทั้งสองข้างตามวงจรเวทเพื่อเพิ่มความเร็วหลบหลีกการโจมตีเธอกระโดดข้ามศัตรูคนหนึ่งและใช้สองนิ้วคีปยันต์ที่อัดแน่นด้วยพลังงานปาใส่ศัตรู เกิดเป็นคลื่นอัดกระแทกผ่านเทคนิคอันเรียบง่ายส่งร่างศัตรูกระเด็นติดกำแพง


          กาโต้ควบคุมทรายอย่างชำนาญขับเคลื่อนมันปัดการโจมตีของศัตรูทุกคนที่ยังไม่ถูกจัดการ เขาพลิกกลับหลังหันห่อหุ้มทรายไว้ที่แขน แล้วฉกใส่ศัตรูคนหนึ่งที่หวังลอบเข้ามาจู่โจม ทรายของเขาพุ่งอัดแตกออกในระยะประชิดเหมือนกระสุนปืนลูกซอง ส่งผลให้ร่างของศัตรูลอยทะลุกระจกออกไปด้านนอกสู่ความเวิ้งว้างของท้องทะเลยามค่ำคืน


          ศัตรูที่เหลือคนสุดท้ายไม่ยอมจำนนมันพุ่งเข้าหาเอนซุพร้อมกับมีดคอมแบทไฟฟ้าในมือ หวังจับเธอไว้เป็นตัวประกันแต่กาโต้เปลี่ยนทรายให้มีรูปลักษณ์เป็นมือจับตัวศัตรูคนนั้นไว้ทันท่วงที บีบอัดมันเหวี่ยงใส่เพดาน


          “ของที่เราได้มานี่...มันสุดยอดไปเลยนะคะคุณกาโต้”


          ริงโกะกล่าวพลางมองไปยังแหวนบนนิ้วมือของตัวเองรู้สึกได้ถึงความเร็วในการร่ายเวทที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ อัญมณีที่ฝังอยู่บนแหวนคือดวงตาของเอนท์ทำให้เธอสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 


 

          รวมถึงชุดบอดี้สูทที่กำลังสวมใส่อยู่นี้ มันถูกสร้างขึ้นจากหนังของ ‘ไฮดราแห่งหนองน้ำ’ ซึ่งมีเกล็ดและหนังที่ทนทานต่อไฟสูงทำให้ชุดนี้ไม่เพียงแต่จะปกป้องเธอจากการโจมตีธาตุไฟได้ดีแต่ยังมีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหวและทนทานต่อการทุบเป็นพิเศษ รวมถึงมีผลพาสซีฟที่ติดมาคือการขยายขีดจำกัดของมานาให้ผู้สวมใส่เล็กน้อย

 



          ด้านกาโต้เองก็ได้สื่อนำเวทอันใหม่มาเช่นกันเป็นกำไลข้อมือสองข้าง ที่ทำจากแกนกลางของโกเลมหิน ช่วยเสริมประสิทธิภาพอาคมสายปฐพีธาตุส่วนชุดหนังใหม่ของเขาเองก็ถูกตัดเย็บจากวัสดุชั้นดีที่มีความยืดหยุ่นสูงทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแค่ว สามารถดูดซับการโจมตีประเภทโพรเจกไทล์ได้อย่างดีเยี่ยมทำให้กาโต้สามารถลดแรงปะทะจากการโจมตีทางกายภาพได้ในระดับหนึ่ง


          อุปกรณ์ทุกชิ้นได้มาจากเงินสนับสนุนของเรย์ ที่นำวัตถุดิบบางส่วนของราชายักษ์ไปขายเป็นทุนทรัพย์โดยลอว์ก้าเป็นคนออกแบบดีไซน์ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้ลองใช้งานจริงหลังเพิ่งวัดตัวสร้างเสร็จได้เพียงแค่สองวันก่อนเริ่มทริป


          เรื่องอุปกรณ์สวมใส่ไม่ใช่ว่ายิ่งแพงยิ่งดียอดฝีมือที่แท้จริงต้องรู้จักเลือกอุปกรณ์สวมใส่ที่เหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของตนเองความเร็วเคลื่อนที่ ความเร็วโจมตีอย่างเรื่องความเร็วนี่ไม่ใช่ว่ายิ่งเร็วยิ่งดีเสมอไปคามเร็วที่เร็วเกินไปก็มักมีคนที่ควบคุมมันไม่ได้ กลับกลายเป็นเรื่องแย่


          สำหรับยอดฝีมือการตามหาอุปกรณ์สวมใส่ ไม่ใช่ตามหาที่ดีที่สุด แต่เป็นตามหาที่เหมาะสมที่สุดทำไมอุปกรณ์ประดิษฐ์เองแบบวัดตัวตัดจึงแข็งแกร่งไม่ใช่เพราะมันมีคุณสมบัติเหนือกว่าอุปกรณ์ที่ได้จากดันเจี้ยนที่สำคัญยิ่งกว่าคือเพราะมันประดิษฐ์ขึ้นเฉพาะตัวบุคคล มีแนวทางเฉพาะตัวของผู้สวมใส่ที่เข้ากันกับมัน


          เอนซุยังยืนตกใจอยู่แต่เธอก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นกาโต้และริงโกะโผล่มา


          "ขอบคุณนะมาช่วยได้ทันเวลาพอดีเลยล่ะ ...ว่าแต่พวกเธอหาฉันเจอได้ยังไงกัน ทั้งที่สถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้แท้ๆ"


          ริงโกะเข้าไปช่วยประคองเอนซุขึ้นจากพื้น


          “โชคดีที่รุ่นพี่วานให้หนูใช้ภูติชิคิงามิขนาดจิ๋ว คอยติดตามคุณเอนซุไว้ตั้งแต่แรก ทำให้ทราบถึงตำแหน่งชัดเจนเลยค่ะ”


          “แล้วตอนนี้เรย์คุงอยู่ที่ไหน?”


          เอนซุเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวลปรากฏว่ากาโต้และริงโกะตอนนี้เองก็ทำสีหน้าเฉกเช่นเดียวกันพวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง

 


          เสียงลมหวีดหวิวผ่านหูของเรย์ขณะที่ร่างของเขากำลังร่วงลงท้องฟ้ายามค่ำคืนเบื้องบนมีเพียงแสงดาวสลัวและแสงจันทร์ที่ลอยต่ำส่องประกายแสงสะท้อนกับผิวน้ำทะเลที่เป็นพื้นหลังราวกับกำลังลอยอยู่ในความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขาพยายามขยับร่างกายแต่ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่าน ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่ต้องการ หากไม่เป็นเพราะกุลฑารินีปะทุขึ้นมาปกป้องอวัยวะภายในของเขาไว้ล่ะก็ สภาพคงแย่ยิ่งกว่านี้


          ‘จะต้องร่วงลงไปทั้งแบบนี้งั้นเหรอ...’


          เขาครุ่นคิดขณะที่ลมหายใจเริ่มสั่นไหวรู้สึกได้ถึงความเย็นชาของลมทะเลที่พัดผ่านร่างกายในขณะที่ความมืดของมหาสมุทรเบื้องล่างดูเหมือนจะกลืนกินร่างของเขาในไม่ช้า


        ทว่าช่วงเสี้ยววินาทีนั้นเองข้อมือของเขาถูกใครบางคนคว้าหมับ


          เรย์เงยหน้ามองผู้ช่วยปริศนาเขาจำได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่ควงอยู่กับโทชิยูกิในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้


          หญิงสาวที่ยืนอยู่บนระเบียงจับข้อมือของเขาไว้แน่นสีหน้าของเธอดุดัน สายตาจดจ่อ เขาพยายามยกตัวขึ้นมาให้พ้นจากขอบระเบียงในขณะที่คุรุโอกะออกแรงเล็กน้อยก็สามารถดึงเรย์ขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวได้อย่างสบายๆ ที่บริเวณข้างกันนั้นมีโทชิยูกิกำลังยืนดูด้วยความสับสนต่อสถานการณ์ความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้น


          “เธอ...อาซากุระคุงใช่ไหม”


          โทชิยูกิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลเขามองเรย์ด้วยสายตาตกใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน เมื่อสังเกตเห็นอีกฝ่ายกำลังร่วงลงมาจากชั้นบนของตัวเรือและถูกคุรุโอกะช่วยไว้ได้ทัน


          เรย์พยักหน้าเมื่อเขาขึ้นมายืนบนระเบียงได้อีกครั้งแม้สภาวะด้านกำลังภายในจะยังไม่กลับมาเป็นปกติ รู้สึกแน่นหน้าอกลมหายใจติดขัด แต่เขาก็เอ่ยขอบคุณคุรุโอกะด้วยความจริงใจ


          “ขอบคุณที่ช่วยไว้นะครับ...”


          คุรุโอกะพยักหน้ารับเล็กน้อยพร้อมกับหันมองไปรอบ ๆ


        สถานการณ์รอบตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายนักท่องเที่ยวหลายคนต่างวิ่งหนีตายอย่างอลหม่าน บางคนล้มลงกับพื้นบางคนพยายามหาที่ซ่อนจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่กำลังเดินล่าลูกเรือที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายกำลังต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผู้โดยสารแต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งกองกำลังจำนวนมากได้


          “ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับอยู่ดี ๆ ผมก็ถูกไล่ล่าจนตกลงมา เลยไม่รู้ถึงสถานการณ์โดยรวมเลย”


          เรย์ถามคุรุโอกะโดยข้ามรายละเอียดไปเพื่อความกระชับขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังบริเวณรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ตอนนี้เขาไม่มีทั้งดาบหรืออุปกรณ์สวมใส่ มันถูกเก็บไว้ที่ริงโกะ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นคงช่วยอะไรได้ไม่มาก


          “สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่และฉันเองก็ยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดเหมือนกัน ที่รู้แน่ ๆ คือตอนนี้พวกมันคงยึดจุดยุทธศาสตร์ทั่วทั้งเรือไว้แล้ว”


          เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลแต่เรย์ยังเห็นอีกฝ่ายคงความสงบและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ตอบสนองต่อสภาวะวิกฤตได้อย่างผู้มากประสบการณ์ทำให้เขารู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นหญิงสาวธรรมดา ๆ ที่เปลือกนอกเป็นเพียงแค่คนควงของโทชิยูกิ


          “ผมจะไม่ถามว่าคุณเป็นใครเข้ามาตีสนิทกับผมทำไม แต่ได้โปรดช่วยตามหาน้องสาวผมก่อน... ขอร้องล่ะ”


          โทชิยูกิรวบรวมความกล้ากล่าวกับคุรุโอกะ


          เดิมทีคุรุโอกะคิดว่าจะหาทางติดต่อกับคุริสึก่อนแต่เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดตอนนี้ไม่สามารถใช้งานได้ดูเหมือนพวกมันมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีคิดว่าคนพวกนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โจรสลัดธรรมดา ๆแต่ก็ยังเดาไม่ออกถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของพวกมัน


          “ตกลงฉันจะช่วยคุณตามหาน้องสาวคุณก่อน ระหว่างนี้อย่าพยายามทำอะไรโง่ ๆล่ะ อยู่ให้ใกล้ฉันไว้”


          โทชิยูกิพยักหน้าเบา ๆ เอ่ยปากขอบคุณขณะที่ทั้งสามคนเริ่มเคลื่อนไหวไปตามทางเดินเรือเสียงปืนและเสียงระเบิดยังคงดังเป็นระยะ ๆ เรย์รู้ดีว่าเวลาไม่ได้อยู่ข้างพวกเขา

 


          ที่อีกด้านหนึ่งภายในห้องควบคุมความปลอดภัยของเรือสำราญการจัดวางจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเรือทำให้ทุกซอกทุกมุมถูกมองเห็นได้อย่างชัดเจนห้องนี้เคยเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้โดยสารแต่ตอนนี้มันกลายเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายไปแล้ว


          จอมอนิเตอร์หลายจอแสดงภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนเรือนักท่องเที่ยวที่กำลังวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาบางคนถูกจับกุมบางคนก็ถูกปล่อยให้หลบหนีไปตามระเบียงเรือและลูกเรือที่เหลืออยู่กำลังพยายามต่อสู้และปกป้องผู้โดยสารอย่างสุดความสามารถ


          หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มกองกำลังยืนอยู่หน้าจอมอนิเตอร์สายตาจับจ้องที่หน้าจอแผนที่เรือที่แสดงเส้นทางการเดินเรือที่ถูกเปลี่ยนไปยังน่านน้ำสากลเขาหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาและรายงานสถานการณ์ให้กับจางจื่อฟงฟัง


          “สะพานเดินเรืออยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้วเส้นทางถูกเปลี่ยนไปยังน่านน้ำสากลตามแผน เตรียมสมทบกับเรือดำน้ำที่รออยู่แล้วมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะฟิลิปปินส์ตามกำหนดการ— เอ่อ...ฟังอยู่หรือเปล่าครับคุณจาง”


          ในขณะที่เขากำลังรายงานชายที่ถูกเรียกว่า ‘คุณจาง’ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆจอมอนิเตอร์ไม่ได้ตั้งใจฟังเลยสักนิดเขามองภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงเหตุการณ์ต่าง ๆ บนเรือแต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังมุมหนึ่งที่เห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนสามคนที่กำลังไล่จัดการลูกน้องของเขาคุณจางที่ว่าแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย


          “แบบนี้สิค่อยน่าสนุกหน่อย…”


          เขาว่าพลางใช้นิ้วเคาะพนักเก้าอี้เบา ๆตรงหางตามีริ้วรอยปรากฏ ความสุขุมหลักแหลมที่สั่งสมมานานปีในแววตา


          ทันใดนั้น ประตูห้องควบคุมถูกเปิดออกเบียทริกซ์เดินเข้ามาด้วยท่าทีสบาย ๆในชุดหนังรัดรูปสีน้ำเงินเข้มแนบเนื้อเน้นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวนเบื้องหลังเธอคือชายสองคนที่คลานตามเข้ามาในสภาพล่อนจ้อนสายจูงหนังที่ล่ามคอของพวกเขาถูกเธอถือไว้แน่นเหมือนจูงสุนัข ทั้งคู่เป็นชายแก่คนหนึ่งและเด็กหนุ่มอายุน้อยอีกคนหนึ่งสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเชื่อฟังอย่างไร้ข้อโต้แย้ง


          เบียทริกซ์ยิ้มหวานให้กับทุกคนในห้องก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาใกล้ๆ โดยมีชายสองคนคอยเลียแข้งขาของเธอด้วยท่าทางที่เหมือนหมาร่างกายเปลือยเปล่าของพวกเขาสั่นสะท้านแต่ก็ยังคงตวัดลิ้นเลียอย่างหื่นกระหายขณะที่เบียทริกซ์แหกขาของตัวเองออกมากขึ้นทำให้ทั้งคู่สามารถเลียไปถึงจุดสงวนของเธอได้อย่างชัดเจนภายใต้ชุดหนังรัดรูปแนบเนื้อ


          เธอส่งเสียงครางอื้ออ้าเบาๆ ขณะเด้งเอวสู้เรียวลิ้นของสัตว์เลี้ยงทั้งสองไม่หยุด


          สายตาของทหารคนอื่น ๆในห้องเบิกกว้าง พวกเขามองภาพตรงหน้าอย่างทึ่งปนความอิจฉาบางคนถึงกับกลืนน้ำลายและสั่นสะท้านด้วยความต้องการที่เกือบจะอดกลั้นไม่ไหวแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้มีโอกาสแบบเดียวกันนี้แต่ก็ยังคงรักษาความสงบเสงี่ยมไว้


          “นั่นทำอะไรของคุณน่ะ?”


          จางจื่อฟงเลิกคิ้วถาม


          “อ่อ... นี่น่ะเหรอ สัตว์เลี้ยงของฉันเองแหละกำลังอยู่ในช่วงฝึกให้เชื่องน่ะ...”


          เธอตอบพร้อมก้มมองชายสองคนที่กำลังช่วยกันเลียจุดสงวนของเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเป็นเศรษฐีอสังหาฯ ชื่อดังจากศรีลังกา ส่วนอีกคนเป็นหนุ่มหน้าอ่อนที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาลัยชั้นนำในอเมริกาทั้งสองต่างมีฐานะและรูปร่างทางกายภาพแตกต่างกันสุดขั้วทว่าลีลาบนเตียงกลับอยู่ในระดับที่ไม่ทิ้งห่างกันมาก เป็นรสชาติที่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสำหรับเธอแต่ก็ยังทำได้ดีไม่เท่าเด็กหนุ่มอีกคนที่ทำให้เบียทริกซ์ประทับใจอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน


        จางจื่อฟงขมวดคิ้วมองท่าทางสุดเสียวซ่านของเบียทริกซ์ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เธอแผ่ฟีโรโมนกระจายออกมาทั่วห้องไม่หยุด


          “ไม่ใช่... ผมหมายถึงว่าทำไมคุณผู้หญิงถึงมาอยู่ที่นี่ไม่ไปดูแลความเรียบร้อยข้างนอกนั่นเป้าหมายหลักของเราก็ยังตามจับตัวมาไม่ครบไม่ใช่รึไง?”


          เบียทริกซ์ยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ขณะที่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงทำหน้าที่ปลุกเร้าอารมร์ต่อไป


          “ทั้งทางออก จุดบอดเวลาเดินทาง รวมถึงพิมพ์เขียวและพื้นที่ต่อเติม งานของฉันคือการแทรกซึมและเก็บข้อมูลตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันยึดสะพานเดินเรือกับห้องจัดเลี้ยง แถมกุดหัวพวกที่ดูว่าเป็นยอดฝีมือบนเรือให้พวกนายแล้วตามสัญญาจ้างที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของพวกนายที่จะจัดการกันเอง…หรือไม่ก็ต้องเพิ่มเงินค่าจ้างให้ฉัน ถ้าต้องการให้ลงมือมากกว่านี้ล่ะก็นะ”


          จางจื่อฟงส่ายหัวเล็กน้อยมองเธอด้วยความจนใจ


          “เฮ้อ คุณผู้หญิงช่างขี้เหนียวจริง ๆเลยนะ กิลด์ของพวกคุณไม่มีโปรโมชั่นให้เลยรึไง”


          คุณจางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหมุนกายเดินออกจากห้องไปแต่ไม่วายเหลียวมองเธออีกครั้งอย่างสงสัยในพฤติกรรมอันน่าหวาดเสียวที่กำลังทำให้ลูกน้องของเขาใจแตกอยู่ตอนนี้