เธอนะใจร้าย heartless

    ตอนที่ 13

    สุดท้ายแล้ววันครบรอบเป็๲แฟนหนึ่งปีของเราก็ผ่านพ้นไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมควรจะทำใจได้แล้วละว่าเฮียไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่คนที่ชอบเซอร์ไพร่ของขวัญในวันสำคัญ

    ๰่๭๫เวลาของรุ่นพี่ปีสองเป็๞อะไรที่เหนื่อยเอามากๆ เลยละคับ ผมทั้งเรียนทั้งทำกิจกรรมกับรุ่นน้อง เปิดเทอมมาได้ไม่กี่วันเอวแต่เล่นเอาหมดพลังชีวิตกันเลยละครับ เหนื่อยมากจริงๆ เลยคับ

    ‘คิดถึงเฮียจัง’ ผมนั่งรอเฮียมารับอยู่สักพักแล้วละครับ จากที่เมื่อกี่มีเพื่อนๆ มานั่งรอเป็๲เพื่อนก็ทย่อยกันกลับไปหมดแล้วเหลือที่ผมนั่งรออยู่คนเดียว ไม่รู้เฮียติดธุระหรือยังไงแต่โทรไปเฮียก็ไม่ยอมรับสายกัน

    ตอนแรกผมคิดว่าเดี่ยวผมจะรออีกสักครึ่งชั่วโมงถ้าเฮียยังไม่มาผมน่าจะต้องนั่งแท๊คซี่กลับเองแล้ว ทีจริงแล้วเมื่อเช้าผมจะเอารถมาเองแล้ว แต่เฮียบอกว่าอยากมาส่ง

    “น้องรินทร์ มานั่งทำอะไรตรงนี้คับ แล้วนี่เพื่อนๆ ไปไหนทำไมถึงมานั่งคนเดียวคับ ” ใช่ครับคนนั่นคือพี่รุจเอง ๰่๥๹นี้พี่แกต้องไปฝึกงานด้วย แทบจะไม่เจอกันเลยละคับ

    “รินทร์รอเฮียอยู่คับ” พี่รุจนั่งลงบนม้านั่นข้างๆ ผม

    “เดียวพี่รอเป็๲เพื่อน” 

    “อย่าดีกว่าคับ ผมเกรงใจ” แต่ใครจะก้ามพี่รถจได้ละ ผ่ายไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเฮียก็ยังไม่มา ผมไม่อยากโทรไปกวนหลายสายก็เลยคิดว่าจะกลับเองละ

    “หิวไหม” พี่แกก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ที่บบอกเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว

    “หึอ ยังไม่หิวเลยคับ” ผมส่ายหน้า แต่มือก็ลูบท้องตัวเองไปดเวยเบาๆ

    “แต่พี่หิวแล้วอะ” ผมอมยิ้มขำกับท่าทางแปลกๆ ของพี่รุจ สงสัยจะหิวจริงอย่างที่บอก

    “งั้น หิวก็ได้คับ” เมื่อเห็นว่าเฮียยังไม่มารับผมเลยส่งขอความผ่านไลน์ไปบอกเฮียว่าจะกลับกับเพื่อน ให้เฮียกลับคอนโดได้เลยทานข้าวได้เลยไม่ต้องรอ

    ผมเดินตามพี่รุจมาที่รถ รถของพี่รุจจอดอยู่ไม่ไกลจากคณะเรียนเท่าไหร่นัก

    “ขอบคุณคับ” ผมบอกขอบคุณคนพี่ที่มาเปิดประตูรถให้กัน นอกจากพี่รักษ์ก็ไม่มีใครทำแบบนี้ให้ผม

    “หนูจะทานอะไรดีคับ” ระหว่างขับรถออกมาจากมหาลัยพี่รุจก็ถามขึ้นมา

    “ให้พี่เลือกร้านแล้วกันคับ หนูกินได้หมดเลยคับ” พี่รุจเพียงหันมายิ้มให้ผมแล้วขับรถออกไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ

    “แล้วนี่พี่รุจมาทำอะไรที่มหาลัยเหรอคับ ไม่ใช่ว่า๰่๥๹นี้พี่ปีสี่ต้องไปฝึกงานเหรอคับ” ดวงตากลมใส่จ่องมองคนพี่เอียงคอเล็กน้อย ทำคนมองเห็นแล้วเอ็นดู

    “พี่มาทำเ๹ื่๪๫เกี่ยวเอกสารนะ ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ อีกอย่างพี่ฝึกงานที่บริษัทของพี่ชายเลยไม่ได้ไกลจากมหาลัยอาจจะได้แวะมาชวนหนูไปทานข่าวด้วยบ่อยๆ” พูดแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้คนน้อง แล้วหันไปขับรถต่อ

    “เราละเป็๲ยังไงบ้าง๰่๥๹นี้” ขับรถไปพรางแล้วถามคนน้องขึ้นมา

    “ก็ดีคับก็เรื่อยๆ ดีคับ” ผมตอบพี่รุจแล้วก้มไปกดเปิดข้อความที่ส่งไปหาเฮียคิมแต่ยังไม่ขึ้นว่าอ่านข้อความเลย ส่งสัยเฮียคงไม่ว่างจริงๆ

    “เห็นหนูมีความสุข พี่ก็ดีใจ” พี่รุจยิ้มเบาๆ ตรงมุมปาก แล้วหันมามองกัน ผมเลยเลิกสนใจโทรศัพท์แล้วหันมามองคนขับรถแทน

    “พี่รุจ” จากสายตาที่มองมา ทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนพี่รุจมีอะไรจะพูดบอกผม แต่กลับไม่พูดผมรู้ว่าพี่รุจคิดยังไงกับผมแต่ไม่อยากให้ความหวังไม่อยากให้คาดหวังอะไรในตัวผม

    “อะไร มองพี่ทำไม พี่โอเคเราเหอะ มีปัญหาอะไรปรึกษาพี่ได้ตลอดเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจละรู้ไหม” มือหนาละจากพวงมลัยมายีผมคนน้องเบาๆ แล้วหันไปขับรถต่อ

    ร้านที่พี่รุจเลือกเป็๞ร้านอาหารอิตาเลียนหรู อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของเฮียคิม ถึงจะไม่เคยมาแต่เหมือนเคยเห็นรีวิวอยู่บ่อยๆ จากเพื่อนๆ ผมเดินตามพี่นุจเข้ามาในร้าน ด้านในร้านบรรยากาศดีมาก เราสองคนที่ตอนนี้อยู่ในชุดนักศึกษาเดินตามพนักงานเข้าไปที่โต๊ะ พี่รุจบอกว่าพี่แกจองไว้แล้ว

    “เฮีย!” ระหว่างทางเดินไปที่โต๊ะอาหาร คิมหันษ์ที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นมามองคนมาใหม่ ก่อนจากวางซ้อมลงในจาน รินทร์สำรวจไปบนร่างกายของคนรักที่สวมใส่เป็๲เสื้อโปโลคอปกสีขาวสำหรับใส่ตีกอล์ฟ

    “พี่รักษ์!” คนตัวเล็กยิ้มดีใจออกมาเมื่อหันไปเจอพี่ชาย ก่อนจะเดินเข้าไปหา ยกมือไหว้พี่ชายกับคนรักทำให้ศรุจเดิมตามมาติดๆ เดินมายืนซ้อนหลังคนตัวเล็กพอดี ทั้งคิมหันษ์ทั้งรักษ์ต่างมองหน้ากันก่อนจะเงียบไป

    “พี่รักษ์ เฮีย นี่รุ่นพี่หนูเอง พี่รุจครับ” รินทร์เอยแนะนำศรุจให้พี่ๆ รู้จัก

    “สวัสดีครับ” คิมหันษ์ทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ เท่านั่น

    “แล้วทำไมมาอยู่นี่กันละคับ” รินทร์ถามด้วยความแปลกใจเพราะคิดว่าเวลานี้พี่ชายของตนกับคนรักน่าจะกำลังหัวหมุนอยู่ที่บริษัท เพราะปกติเวลาที่เฮียไม่รับสายไม่อ่านไลน์ก็คือเวลาที่เฮียประชุมอยู่หรือทำงาน ดวงตากลมใสมองคนรักด้วยความอยากรู้

    ‘ทำไมเฮียไม่อ่านข้อความหนูละคับ’ เป็๞ความคิดที่อยู่ในหัวแต่ไม่ได้ถามออกไป

    “รินทร์ เดียวพี่ไปรอที่โต๊ะนะ” เมื่อเห็นว่าต่างคนต่างเงียบไปศรุจึงเอยบอกขึ้นมา

    “นั่งด้วยกันเถอะ” เป็๞รักษ์ที่รีบบอกมาก่อนที่ศรุจจะทันได้เดินออกไป รินทร์ไม่ได้ตอบแต่หันไปมองศรุจที่กำลังยืนรอคำตอบจากตนอยู่

    “งือ ไม่เป็๲ไรดีกว่าคับพี่รักษ์ พี่รุจจองโต๊ะมาแล้วด้วย เดี่ยวหนูไปนั่งกับพี่รุจดีกว่าคับ” แล้วร่างเล็กก็เดินนำศรุจออกไป ที่โต๊ะตัวเองตามที่พนักงานได้บอกไว้

    “น้องงอน ” เป็๞รักษ์ที่พูดบอกออกมา คิมหันษ์ไม่ได้ตอบกลับอะไร

    “เพราะนายคนเดียวเลยคิม ” รักษ์พูดต่อ สองมือยกขึ้นมากอดอกตัวเองไว้แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ มองคนที่ทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไร

    ที่จริงวันนี้๰่๭๫เย็นคิมหันษ์มีนัดไปตีกลอ์ฟกับลูกค้ารายใหญ่ แต่เลขาของตนกลับไม่สบายกะทันหัน รักษ์ให้ยึมเลขาของตัวเองมาแต่คิมหันษ์ก็ไม่ยอม จะให้ตนมาด้วยกันจนได้ หลังจากทำธุระกันเสร็จก็เลยพากันมาทานอาหารที่นี่

    “เราไม่น่าใจอ่อนมากับนายเลยคิม ” คิมหันษ์เงยหน้ามามองรักษ์แล้วยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าท่าทางดุๆ ของเพื่อนนั่นออกจะไปทางน่ารักซะมากกว่าน่ากลัว

    ระหว่างที่ทานอาหารอยู่จู่ๆ เสียงข้อความในไลน์ของรินทร์ก็ดังขึ้นมา โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงนักศึกษาทำให้มือเล็กดึงออกมา

    “เฮียจะ ไปรอที่รถ” รินทร์ทำเพียงแค่อ่านข้อความเหล่านั่นเงียบๆ พอเงยหน้าขึ้นจากมือถือก็พบว่าคิมหันษ์กำลังนั่งมองกันอยู่ก่อนแล้ว

    “ไม่ต้องรอคับ” คิมหันษ์ก้มลงอ่านข้อความในมือถือตน แล้วหันไปมองคนตัวเล็กอีกครั้ง

    “จะเอาแบบนี้เหรอ” คิมหันษ์ก้มมองจอโทรศัพท์แต่คนตัวเล็กไม่ได้เปิดอ่านข้อความ

    …………………

    ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมาที่บ้านรินทร์เอาแต่นั่งเงียบมาตลอดทางกลับบ้าน มีศรุจที่เพียงหันมามองคนน้อง

    เป็๞เวลาเกือบสามทุ่มรถคันหรู่ก็แล่นเข้ามาจอดในลานหน้าบ้านของรินทร์ ซึ่งวันนี้ตนไม่ได้กลับคอนโดอย่างที่คิมหันษ์เข้าใจ

    “ขอบคุณที่มาส่งนะคับพี่รุจ เหนื่อยแย่เลย” รินทร์ยกมือขึ้นไหว้คนพี่

    “ไม่เป็๞ไรเลยคับถือว่าได้มารู้จักบ้านหนูไง” รินทร์ยิ้มบางๆ ออกมา ใบหน้าหวานมีแต่ความเหนื่อยล้า

    “หนูเข้าบ้านเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ยิ้มให้คนน้อง แต่พอมือเล็กกำลังจะเปิดประตูรถมือหนากลับเอื้มไปดึงประตูรถให้ปิดเหมือนเดิม ทำเอาคนน้องหันมามองด้วยความสงสัย

    “มีอะไรหรือเปล่าคับ” ดวงตากลมมองมาด้วยความสงสัย

    “คือความจริงแล้วพี่ เออ คือพี่ เห้อ ช่างเถอะ” ศรุจอั้มอึ่งอยู่ครู่นึ่งแล้วถ่อนหายใจออกมา

    “พี่รุจ มีอะไรก็ถามมาได้เลยคับ ทำแบบนี้หนูยิ่งสงสัยน่า” ศรุจไม่ได้ตอบแต่กลับดึงมือถือตัวเองขึ้นมากดไปมาแล้วยื่นมาตรงหน้าของคนตัวเล็ก

    ภาพหน้าจอปรากฎรูป คนสองคนตะกรองกอดกันในโรงแรม พาดหัวข่าวนักธุรกิจดังแอบซุ่มปลูกต้นรักแบบเงียบๆงานนี่แว๊วมาว่าอาจจะมีข่าวให้ได้ยินดีกัน และพอเลื่อนไปอีกรูปก็เป็๲รูปที่เฮียกำลังถือดอกกุหลาบสีแดงช่อโตไว้ในมือ กำลังยืนรอใครซักคนอยู่ ดูจากเสื้อที่เฮียใส่ก็รู้ว่าเป็๲รูปของวันนี้

    รินทร์ทำเพียงยื่นโทรศัพน์คืนศรุจเงียบๆ ไปไม่ได้พูดถามอะไรออกมา

    “หนู” ศรุจเอยเรียกคนน้องด้วยความเป็๲ห่วง

    “ไม่มีอะไรหร่อกคับพี่รุจ งานวันนั่นเฮียแค่เมา แล้วอีกอย่างคนในรูปอีกคนคือพี่รักษ์พี่ชายหนูเอง หือ ขอบคุณนะคับที่เป็๞ห่วงหนู” บอกศรุจออกไปด้วยความมั่นใจ ยิ้มบางๆ ภาพที่ถ้าคนภายนอกดูก็อาจะมองไม่ออกว่าเป็๞รักษ์ แต่คนน้องเห็นแวบแรกก็จำได้ว่าคือพี่ชายตน

    มือหนาของคนตัวโตวางลงบนศีรษะของรินทร์เกลี่ยเบาๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนกังวลมันไม่ได้มีอะไรอย่างที่น้องบอก

    “พี่สบายใจแล้ว งั่นหนูเข้าบ้านเถอะ” รินทร์พยักหน้าก่อนจะลงจากรถ แล้วยืนส่งจนศรุจที่ขับรถออกไป

    คนตัวเล็กเดินเข้าบ้านตัวเอง โดยมีแม่บ้านเดินเข้ามาจะช่วยถือของแต่รินทร์ให้ไปนอนได้เลยเดียวตนจัดการเอง

    ร่างเล็กพาตัวเองเดินขึ้นมาข้างบนห้องนอน วางของที่ถือขึ้นมาลงบนโต๊ะก่อนจะพาตัวเองเดินไปที่ห้องพี่ชาย

    เมื่อเคาะประตูแล้วคนข้างในไม่ได้เปิด แต่กลับได้ยินเสียงน้ำไหลภายในห้อง ‘สงสัยพี่รักษ์น่าจะอ่าบน้ำ’ 

    “พี่รักษ์หนูเข้าไปนะ” ตนจึงลองหมุนลูกบิดประตูเมื่อเห็นว่าไม่ได้ล็อกเลยเดินพาร่างตัวเองเข้ามานั่งรอพี่ชายบนเตียงกว้าง

    สายตากลับปะทะเข้ากับกุหลาบช่อโตที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพี่ชาย ตนจึงเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มือเล็กกำลังจะหยิบช่อกุหลาบขึ้นมาถือ แต่เมื่อเห็นว่าที่ข้างๆ กันมีการ์ดใบเล็กวางอยู่ใกล้กับช่อกุหลาบ จึงหยิบการ์ดใบนั่นขึ้นมาแทน ในการ์ดมีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า

    ‘กุหลาบแดงที่รักษ์ชอบ’ มือเล็กวางกลับไปที่เดิม แล้วเดินมานั่งรอคนพี่ที่เตียง

    เสียงเปิดประตูห้องน้ำทำให้คนที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมามอง เป็๲นักษ์ที่เดินออกมาจากห้องน้ำคนพี่อยู่ในชุดคลุมอ่าบน้ำสีขาว เดินออกมาพร้อมกับมือบางที่ยกผ้าขึ้นเช็ดผมให้ตัวเอง

    “น้องรินทร์ หนูไม่ได้กลับคอนโดเหรอคับ” รักษ์หยุดชะงักกิจกรรมที่ตนกำลังทำอยู่ เอยถามน้องออกไปด้วยความแปลกใจ

    “พี่รักษ์มานั่งตรงนี้ดีกว่าคับเดียวรินทร์เช็ดผมให้” คนพี่ทำตามโดยว่างายเดินมานั่งข้างน้องให้น้องเช็ดผมให้

    “คิดถึงตอนเด็กๆ เลยนะคับพี่รักษ์ น้องชอบแย่งให้คุณแม่เช็ดผมให้น้องก่อนตลอด พอไม่ได้ดั่งใจสุดท้ายกลายเป็๞น้องที่ร้องไห้จนพี่ต้องยอมน้องก่อนตลอดเลย” 

    “โอ๋ ~….. คิดถึงคุณแม่เหรอค๊าบ หืม” 

    “คิดถึงพี่นักมากกว่าคับ” คนพี่หันมาดึงน้องเข้าไปกอดปลอบ

    “พี่รักษ์น้องตัวเหม็นงับ น้องยังไม่ได้อ่าบน้ำเลยคับ” รักยิ้มขำแต่ก็กอดน้องไว้ในอ้อมกอด


    “ หนูกลับมานอนบ้านทำไมไม่บอกพี่ละจะได้กลับมาด้วยกันเลย” รินทร์พละออกมาจากอกคนพี่

    “งือ นั่นนะซิคับ” พูดแต่สายตากลับมองไปที่กุหลาบแดงช่อนั่น

    “ใครให้มาเหรอคับ” ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วก็ยังอยากถาม

    “กุหลาบจากคิมหันษ์” คนพี่มองตามสายตาคนน้อง

    “ ให้ทำไมหร่อค๊าบ “ เงยหน้าขึ้นจากอกของพี่ชายแล้วช้อนตามองคนพี่อย่างรอคำตอบ

    “! สิบปี ….ไม่มีอะไรหร่อกหนูแค่ เออ” รักษ์เงียบไปไม่พูดต่อ จนรินทร์ต้องเป็๞คนถามขึ้นมาอีกครั้ง

    “สิบปี สิบปีทำไมเหรอคับ” เมื่อพี่หลุดออกพวังควาใคิดของตนเแงก็ก้มหน้าลงมาสบ สายตาที่มองคนมาด้วยสับสนใคร่อยากรู้

    “สิบปีที่เป็๞เพื่อน” รักษ์ยิ้มบางๆ ออกมาก่อนออกไป

    “คืนนี้นอนกับพี่ไหมคับ” คนน้องพยักหน้าเบาๆ แบบคนที่กำลังมีเ๱ื่๵๹มากมายต้องคิดอยู่ในหัว

    “ขอน้องไปอ่าบน้ำที่ห้องก่อนนะคับ ถ้าพี่รักษ์ง่วงนอนก่อนได้เลยนะคับ เดี่ยวน้องมา” ผมค่อยผละออกมาจากอ้อมกอดของพี่รักษ์พาตัวเองออกมาจากห้อง

    คืนนั่นเราสองคนพี่น้องนอนกอดกัน

    "น้องรักพี่นะ”