(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 125 ท่านหญิงของข้ารับใช้นามอามาล

    บทที่ 125

    ท่านหญิงของข้ารับใช้นามอามาล



    โอ้กกก...

    เสียงอาเจียนของเกรย์ยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง


    ชั่วชีวิตที่ทำเลวมามากเพิ่งเคยเห็นคนตายอย่างสยดสยองต่อหน้าต่อตา แถมการเดินทางเคลื่อนย้ายผ่านอักขระของเดวิดก็ทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยรู้สึกคลื่นไส้ ขณะนี้ห้องโถงใหญ่กลางปราสาทของตระกูลรัสเซลจึงเหม็นคละคลุ้งไปด้วยเศษอาหารและน้ำย่อยจำนวนมากที่ถูกละเลงเกลื่อนพื้นไปหมด

    พรุ่งนี้หัวหน้าเมดทำความสะอาดคงจะหัวเสีย...


    “ท่านจอห์น... ถ้าหากบิดาข้าหลับไปแล้วก็ไม่ต้องปลุกหรอก เรื่องเล็กน้อย” คิทหันมาทักทายนายทหารชั้นสูงของเมืองรัสเซล ก่อนจะหันมามองเกรย์ด้วยแววตาที่ไร้อารมณ์ “นี่คือมิสเตอร์เกรย์ ท่านคงรู้จักดีกระมัง”

    “ขอรับท่านชาย... ข้า... ข้าเคยเรียกเขาว่าสหาย เฮ้อ” จอห์นมองร่างอันสั่นเทาของอดีตสหายด้วยความสงสารปนรังเกียจ จากนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ความรู้สึกที่มีแปรเปลี่ยนไปเป็นความสมเพชอย่างรวดเร็ว

    “ส่งเอกสารนี้ให้หน่วยข่าวสารทำการจำแนกมันออกเป็นประเภท ในนั้นน่าจะมีทั้งข้อมูลของโลกใต้ดิน จดหมายข่าวถึงลอร์ดแห่งวินเดล และเบาะแสเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงข่ายของขุนนางทรยศทั้งหมด จัดการให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปี...”

    “ขอรับท่านชาย... แล้วเกรย์... จะให้จัดการอย่างไรดีครับ”


    คิทนิ่งเงียบไป จากนั้นก็เดินไปที่ระเบียงซึ่งกำลังเปิดกว้างรับลมหนาวเข้ามาในห้อง สายตาเศร้าสร้อยเล็กน้อยเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดของค่ำคืน

    แดนเหนือช่างแตกต่างจากที่อื่น ดึกดื่นขนาดนี้ หนาวเหน็บเช่นนี้ก็ยังคงมีแสงไฟตามบ้านเรือนและร้านอาหาร รัสเซลนั้นยิ่งใหญ่เสียจริง เขายังคงคิดไม่ตกว่าทำไมทุกฝ่ายถึงไม่ช่วยเหลือแบ่งปันกัน มีแต่ความหวังที่จะทำลายและแย่งชิงสถานที่แห่งนี้ไปครอบครองเท่านั้น

    ใฝ่สูง... ใช่ คงจะเป็นเช่นนั้น นายเกรย์คนนี้ก็แค่คนธรรมดาที่มีสันดานดิบของมนุษย์อยู่เต็มเปี่ยม


    “ข้าไม่รู้ว่าท่านทำผิดมากี่ครั้ง และได้รับโอกาสมากี่หน แต่ท่านก็ยังเหมือนเดิม ความรู้และประสบการณ์ชีวิตที่ยอดเยี่ยมไม่ได้เปลี่ยนแปลงให้ท่านเป็นคนที่ดีขึ้นเลย...”

    “หลังจากออกปากเป็นพยานบุคคลในศาลชนชั้นสูงที่เซริสเสร็จสิ้นเมื่อใด บาปของท่านจะได้รับการตัดสินที่รัสเซล เพราะฉะนั้น...” คิทหลับตาลงเพราะเข้าใจดีว่าโทษของผู้ทรยศแดนเหนือคือสิ่งใด “ใช้ชีวิตอันแสนสั้นที่เหลือตอนนี้ สำนึกในความผิดของตนเองเถอะนะ”

    “ข้า...ข้า... ได้โปรดเถิด... ขอโอกาสอีกสักครั้ง...” เกรย์ร่ำไห้ น้ำตาเริ่มหลั่งรินผ่านแก้มที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลา


    สายเกินไป... กว่าจะคิดได้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

    เกรย์กำลังนึกถึงครอบครัวที่เคยรักใคร่ นึกถึงบิดามารดาผู้ชราที่ตายจากไปด้วยรอยยิ้ม

    ชีวิตของพวกเขามีความสุข ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็พอมีพอกิน ไม่มีภาระหน้าที่อันหนักหนาสาหัสคอยกดดัน ไม่พัวพันกับเรื่องสกปรกคอยฉุดจิตใจให้ตกต่ำ มีความทะเยอทะยานแบบพอดี... ทำงานสุจริต สร้างบ้านสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเอง

    แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว... เกรย์ได้แต่นึกในใจ


    .....



    หลังจากคืนนั้น พยานคนสำคัญก็ให้ความร่วมมือด้วยดี เขาเล่าทุกอย่างออกมาโดยไม่ปิดบังจึงไม่ต้องมีการทรมานใดๆ เพื่อรีดความลับอีก หลักฐานมัดตัววินเดลและบารอนใต้สังกัดเริ่มแน่นหนาแล้ว แถมยังมีรายละเอียดของการค้าทาสที่โยงใยไปถึงลองอีริส... เมืองแห่งชายหาดและเกาะอันแสนสวยงาม แต่กลับมีเงามืดอันเน่าเฟะแฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ

    คิทยังคงเดินทางต่อเนื่อง เขากำลังจะออกนอกเขตวินเดียมซึ่งเป็นเขตปกครองสุดท้ายของวินเดลแล้ว สภาพของผู้คนยังย่ำแย่ แต่รถม้าขนส่งที่ขับตัดเส้นทางมาในฤดูหนาวก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม

    อาเธอร์เหมือนจะได้รับความเคารพนับถือหลังจากนั้น หัวหน้านักเลงโตแห่งวินดิน่าได้แสดงให้ทุกคนเห็นชัดเจนแล้วว่าเขาพูดความจริงเกี่ยวกับการอพยพและช่วยเหลืออย่างลับๆ ของรัสเซล ความเชื่อใจของประชาชนในวินเดลจึงเพิ่มสูง กลุ่มนักเลงในแต่ละเขตเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วยกันโดยไม่มีข้อแม้หรือข้อต่อรองใดๆ

    ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็อยากรับใช้ท่านชายผู้ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามโอกาสดังกล่าวก็ไม่ได้ผ่านมาง่ายนัก ทุกคนจึงพอใจเพียงแค่ได้อยู่ในแผนการเปลี่ยนชีวิตของผู้คนในวินเดลเท่านั้น

    อีกไม่ถึงสองเดือน... หอกข้างแคร่ของแดนเหนือคงถึงคราล่มสลายแล้ว ขณะนี้เอิร์ลวินเดลและเหล่าบารอนของเขาคงเหลือเพียงข้ารับใช้ติดตัวที่ยังซื่อสัตย์ไม่กี่คน พร้อมกับที่ดินกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งไร้ผู้คนเท่านั้น ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้คนหายไปไหน ต่อให้อยากดิ้นรนมากเท่าใด ก็คงทำได้แค่ยื่นอุทธรณ์ร้องทุกข์กับทางเซริสบนข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน


    .

    .

    .


    สามวันหลังจากนั้น...

    ท่านลอร์ดหนุ่มแห่งเรดวู้ดได้เดินทางมาถึงเมืองบอราลเดียเรียบร้อยแล้ว เขตนี้คึกคักและแตกต่างจากสภาพอันหดหู่ของวินเดลอย่างเห็นได้ชัด บ้านเมืองชุดใหม่มีแบบแผนคล้ายคลึงกับแดนเหนือหลายส่วน แต่มาร์ควิสบอราลก็ไม่ได้ลอกเลียนแบบทุกอย่างที่กล่าวเอาไว้ในหนังสือ

    ท่านลอร์ดที่เป็นพ่อค้าใหญ่ตามสายเลือดซึ่งสืบทอดมาจากองค์ฮันเดล ได้เพิ่มความสวยงามและเอกลักษณ์ประจำตัวของดินแดนที่มีสืบทอดมาเนิ่นนานหลายสิบรุ่น บ้านเรือนตามจัตุรัสต่างๆ ถูกสร้างอย่างแน่นขนัดเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เดินทางออกมาจากวินเดลและลองอีริสเมื่อปีก่อน

    ลอร์ดแห่งบอราลนั้นทราบดีว่าประชากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญขนาดไหน แนวคิดของเขาที่เป็นนักธุรกิจได้ประเมินทุกสิ่งอย่างรอบคอบจนบอราลร่ำรวยมากกว่าเดิมหลายเท่า แน่นอนว่าปัจจัยหลักที่มีผลกระทบกับความเปลี่ยนแปลงนี้ คือ องค์ความรู้ที่รับมาจากสหายแห่งแดนเหนือ


    นี่สิ... ถึงจะเรียกว่าเป็นสหายผู้ปกครองที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ช่วยกันแบ่งเบาภาระของดินแดน ปกครองประชาชนอย่างผาสุก


    อาณาจักรเซริสคงจะพัฒนาอย่างรวดเร็วถ้าหากลอร์ดทุกคนเป็นเช่นนี้ ยิ่งได้เห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นในบอราล คิทก็ยิ่งมีกำลังใจ ยิ่งจินตนาการถึงอนาคตก็ยิ่งมีความสุข


    “ซิล... แวะกินอะไรหน่อยไหม” เจ้าเหยี่ยวดำลูกชายองค์อีนอสชอบเกาะบนไหล่เขาเสมอหลังจากหยุดพักหลังบินว่อนไปทั่ว ไม่มีผู้ใดในบอราลเห็นเป็นเรื่องประหลาด คิทจึงไม่ร่ายอักขระมายาปกปิดตัวตนของอีกฝ่ายแต่อย่างใด... อันที่จริง ซิลเวอร์ไนท์เองก็มีความสามารถเช่นนั้นอยู่แล้ว

    (อยากกินเนื้อย่าง... วาริน่าล่ะ อยากกินอะไรหรือเปล่า) คิทชะงักเล็กน้อย ทำไมเสียงที่สองภูตคุยกันถึงหวานแปลกๆ

    (วาริน่าอยากกินผลไม้หวานๆ แต่ว่าฤดูหนาวแบบนี้... ไม่น่าจะมีหรอก วาริน่ากินอะไรก็ได้ค่า) เสียงตอบรับของภูตแห่งลมนั้นหวานแหลมอยู่แล้ว ทว่าก้อนกลมๆ ที่คอยบดเบียดอยู่ใกล้ปีกของซิล... ทำให้คิทรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังออดอ้อน

    (นี่ข้า... หาแฟนได้ช้ากว่าภูตที่เพิ่งเกิดรึนี่.... ม่ายยย!) ในใจเขาเริ่มกรีดร้อง ทว่าความรู้สึกบางส่วนที่ปนอยู่นั้นแฝงไว้ด้วยความยินดีอย่างบริสุทธิ์ใจ


    ภูตมีลูกได้หรือเปล่านะ... เขาอยากรู้จัง


    คำขอของซิลเวอร์ไนท์และวาริน่า ทำให้คิทเลือกที่จะไปกินอาหารที่ภัตตาคารซึ่งค่อนข้างหรูหรากว่าปกตินิดหน่อย โรงเหล้าของประชากรส่วนใหญ่นั้นแน่นขนัดและเสียงดังเกินไป แถมอาหารก็คงจะได้ช้าจนท้องที่กำลังหิวของเขาทนไม่ไหว

    แต่เขาก็คิดผิด... เมืองแห่งนี้ร่ำรวยเสียยิ่งกว่าเรดวู้ดหรือรัสเซล ร้านอาหารที่ขายเมนูขั้นต่ำยี่สิบเหรียญเงินล้วนแน่นขนัดเช่นกัน คิทเบิกตากว้างมองโต๊ะที่ยังว่างเพียงไม่กี่แห่ง ใบหน้าหันไปมองถนนยามค่ำคืนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน จากนั้นเขาก็ตัดสินใจ


    ร้านอื่นคงไม่ต่างกัน อดทนเอาหน่อยก็แล้วกัน


    หลังจากนั่งที่โต๊ะขนาดกลางตรงหัวมุมอันห่างไกลของร้าน ชายหนุ่มที่มาจากต่างเมืองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พนักงานของร้านให้ความรู้สึกเป็นกันเองและเฮฮามากกว่าแดนเหนือ น่าจะเป็นจุดขายที่ดีอีกอย่างหนึ่งของที่นี่กระมัง


    “เมนูพิเศษของวันนี้สุดยอดมากเลยนะพ่อหนุ่ม ป้ารับประกันจ้า...” คิทมึนงงไปเล็กน้อยหลังได้ยินรายการอาหารที่มีชื่อเสียงของร้าน

    “ถ้าอย่างนั้น ข้าของอาหารเมนูพิเศษ แล้วก็จานเนื้ออร่อยๆ สักสองจาน ผลไม้สองชุด แล้วก็เครื่องดื่มที่เยี่ยมที่สุดของร้านเลยครับ”

    “จานเนื้อป้าแนะนำแพะภูเขาย่าง กับปลาคอตอบเกลือแล้วกันนะจ๊ะ ส่วนผลไม้... ทางเรามีแค่มิกซ์เบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยวราดเมเปิ้ลไซรัปที่นำเข้ามาจากเรดวู้ด ราคาอาจจะแพงหน่อยนะ... สุราขึ้นชื่อของแดนเหนือเป็นของดีที่สุด ทางร้านเรามีครบทั้งแปดชนิดเลย จะรับแบบไหนดีจ๊ะ”

    “โอ้... ของจากแดนเหนือทั้งนั้นเลยเหรอครับ ฮะๆๆ” คิทหัวเราะอย่างชอบใจ “ข้าเป็นคนเรดวู้ดน่ะครับ ขออะไรที่เป็นของพื้นเมืองที่นี่หน่อยได้ไหม”


    คุณป้าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น


    “ต๊ายยย... เอ็ดก้า! มีลูกค้ามาจากเรดวู้ดด้วย ขอสุดฝีมือเลยนะ! ” คุณป้ายังสวยยกนิ้วอย่างชอบใจก่อนจะตะโกนหาพ่อครัวประจำร้านที่คลั่งไคล้ทุกอย่างจากเรดวู้ดมาก นอกจากสินค้าแล้วผู้คนจากเขตนั้นก็เช่นกัน

    “รอสักครู่นะจ๊ะ รับรองว่ามื้อนี้พิเศษมาก ฮี่ๆๆ อาหารเสิร์ฟเสร็จแล้วจะมีแผ่นไม้จดรายการมายื่นให้ เก็บไว้ดีๆ นะพ่อหนุ่ม มันเป็นวิธีเก็บเงินจากทางร้านจ๊ะ”


    คิทยังคงยิ้มตอบรับอย่างเป็นกันเอง ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟเขาก็มองภาพบรรยากาศอันครื้นเครงภายในร้าน ที่แห่งนี้ไม่ต่างจากโรงเหล้าที่เรดวู้ดหรือรัสเซลแม้แต่น้อย ส่วนที่มิคคิลทอฟท์นั้นยกไว้เป็นกรณีพิเศษ มันวุ่นวายกว่านี้มากทีเดียว

    (เจมส์กับพี่สะใภ้จะเป็นยังไงบ้างนะ อยากเห็นเจ้าตัวเล็กเร็วๆ จังเลย แต่อีกตั้งหลายเดือน) เจ้าหนุ่มที่รักครอบครัวยิ่งกำลังนึกถึงบรรดาญาติๆ ทั้งหลาย เขาเดินทางเพราะภารกิจที่มากไปเสียหน่อยแล้วจึงเริ่มโหยหาบางอย่างที่ขาดหายไป

    (พรุ่งนี้เขียนจดหมายถึงทุกคนดีกว่า จริงสิ ใกล้วันเกิดของอีธานแล้วด้วย... ข้าต้องรีบหาของขวัญ... เสีย... หน่อย...)


    ความคิดของท่านลอร์ดหนุ่มขาดห้วงไปเมื่อมีสาวงามแปลกหน้ามาพูดคุยด้วยเล็กน้อย เธอช่างไม่เหมือนคนเซริส ผิวสีน้ำตาลแทนเหมือนน้ำผึ้งนั้นดูสุขภาพดี เส้นผมดำขลับน่าจะยาวตรงถึงกลางหลัง แต่มันก็ถูกรวบเอาไว้รัดกุมในทรงหางม้า

    คิทกลืนน้ำลายดังอึก เมื่อแวบหนึ่งเขาเห็นแววตาสีม่วงเหมือนอเมทิสต์ส่องออกมาจากดวงตาคู่นั้น คิ้วของเขาขมวดแวบหนึ่งก่อนที่จะเชิญชวนอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท


    (ไม่ใช่ท่านหญิงเอสเตลนี่นา...) คิทกำลังนึกว่าเธอคนนี้เกี่ยวข้องกับราชินีซาบิน่าหรือเปล่า

    (จะว่าไป... ท่านซาบิน่าก็มีลูกสาวอีกคน... แต่เธอเพิ่งจะสิบขวบเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้) คิทกำลังจ้องตาของอีกฝ่ายเขม็งจนเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก (มีบางอย่างปิดกั้นการมองเห็นของคนธรรมดาเอาไว้ เธอรู้มนตรามายาด้วยอย่างนั้นหรือ...)


    “เอ่อ... ถ้าท่านไม่สะดวก ข้ากับคนติดตามจะย้ายออกไปก็ได้ ขอเพียงแค่บอกเท่านั้น”

    “ขออภัยที่เสียมารยาทครับ” (สำเนียงภาษาไม่ชัดเจนแบบนี้... คนอินเซนเดียแน่ๆ)

    “ข้าไม่เคยเห็นท่านหญิงที่งดงามเช่นท่านมาก่อน เลยควบคุมตัวเองได้ยากนัก”

    “นายหญิงของข้างดงามอยู่แล้ว เป็นบุญตาของเจ้าแล้ว!” ผู้ติดตามสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นเหยียดหยาม ทว่าผู้ที่มีตำแหน่งนายหญิงกลับจ้องมองข้ารับใช้อย่างโกรธเคือง

    “อามาล... กล่าวคำขอโทษเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าต้องสั่งสอนกิริยาไร้มารยาทของเจ้าอีก” แม้อีกฝ่ายจะพูดเป็นภาษาอินเซนเดีย แต่คิทที่มีเจ้าซิลเวอร์ไนท์ทำตัวเป็นวุ้นแปลภาษาอยู่ข้างๆ ก็ทราบความหมายทุกถ้อยคำ เขาจึงยกยิ้มเล็กน้อยอย่างชอบใจ ที่อีกฝ่ายดูมีมารยาทมากทีเดียว

    “แต่ว่า... ท่านหญิงเจ้าคะ มันบังอาจกล่าววาจาลบหลู่ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ ถ้าเป็นเมื่อก่อน มันจะต้องได้รับ...” ผู้ติดตามนามอามาลก้มหัวลงต่ำเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของอีกฝ่าย เธอจึงต้องกล่าวคำขออภัยให้กับชายแปลกหน้าผู้ไร้มารยาทกับเจ้านายของตนเอง


    คิทก้มหัวรับคำขออภัยอย่างเป็นกันเอง จากนั้นคนแปลกหน้าสองกลุ่มก็รับประทานอาหารแยกกัน บนโต๊ะร่วมขนาดกลางที่มุมหนึ่งของร้านซีไซด์ อากาศในร้านช้างอบอุ่นมากกว่าข้างนอก แต่มันก็ไม่ร้อนอบอ้าวจนไม่สบายตัว

    (ท่านหญิงของอามาลอย่างนั้นหรือ...) แม้จะไม่อยากเสียมารยาทถามไถ่ชื่อของอีกฝ่าย เพราะต่างก็เป็นคนแปลกหน้า แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่คิทรู้สึกถึงอารมณ์ประหลาดบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน


    ไม่รู้ว่าทำไม... เขาชอบดูเธอตอนกำลังกินอาหารมากเป็นพิเศษ

    ทุกครั้งที่ดวงตาเผลอสบกันอย่างบังเอิญ คิทก็จะรีบเปลี่ยนเป้าสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อน

    คืนนั้นซิลเวอร์ไนท์มองมาอย่างใคร่รู้ ในใจของเจ้าภูตแห่งความมืดกำลังครุ่นคิด


    (มนุษย์นี่ประหลาดดีแท้...) เสียงหัวเราคิกคักของวาริน่ายังคงมีมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810