ต้องรอด Sudden Change

    วันที่ 33 ปล้น

    เข้าสู่ช่วงเที่ยงวัน หลายๆ อย่างก็เข้าที่เข้าทางมากขึ้น แล้วอเล็กซ์ก็ได้ตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการผลิตยาเพิ่มเลือดขึ้นเป็นการเฉพาะ ซึ่งก็คือหน่วยที่ 1 ถึง 3 นั้นเอง เนื่องจากภารกิจหลักของพวกเธอที่ต้องอยู่ภายในศูนย์วิจัยใต้ดินแทบทั้งวันอยู่แล้ว พวกเธอทั้ง 15 คน เลยได้รับเลือกให้ย้ายมาอยู่ในศูนย์วิจัยใต้ดินชั้นที่ 1 และพวกเธอยังเป็นสมาชิกที่มีความภักดีเกือบร้อยหน่วยแล้วทุกคน อเล็กซ์เลยไม่ลังเลที่จะนำคนที่มีความภักดีมาไว้ใกล้ตัว 



    ส่วนผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่ก็ได้รับการจัดกลุ่ม กลุ่มละ 5 คนเช่นเดิม แล้วมอบหมายเลขหน่วยให้ ส่วนหน่วยเสนารักษ์กับหน่วยโภชนาการ ก็จะมีคนมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะพวกเขามีหน้าที่เฉพาะที่ต้องดูแล แล้วเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ การจัดตั้งหน่วยต่างๆ ก็แล้วเสร็จ พร้อมกับมอบห้องนอนให้กับพวกเขา อเล็กซ์ยังออกคำสั่งลงโทษอย่างเด็ดขาดกับบุคคลที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ รวมถึงการแบ่งแยกชนชั้น สิทธิชายหญิง ปิดท้ายอเล็กซ์ก็พูดเรื่องการฝึกในตอนเช้าให้พวกเขาทุกคนได้รับรู้ 



    วันนี้ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ต้องไปทำภารกิจแล่เนื้อหมูป่าที่ทีอยู่จำนวนมาก และมันก็ต้องเป็นอย่างนี้อีกสัก 2-3 วัน กว่าจะจัดการกับหมูป่าที่ตายแล้วพวกนี้หมด และแล้วอเล็กซ์ก็เจอเข้ากับปัญหาใหม่ในทันที เพราะเกลือของพวกเขามีไม่เพียงพอ ถึงแม้ศูนย์วิจัยจะสามารถผลิตเกลือได้เองแต่มันต้องใช้เวลา แล้วอยู่ๆ เกิดการใช้เกลือในปริมาณมหาศาลในคราวเดียว วิกฤตการณ์นี้จึงเกิดขึ้น 



    เข้าสู่ช่วงหัวค่ำหลังจากรับประทานอาหารเย็นร่วมกันเสร็จ อเล็กซ์ก็ไปตรวจดูอาการของเจ้าวีกับเจ้าร้านทอง เขาพบว่าอัตราการรักษาตัวเองของเจ้าวีเร็วมาก ส่วนเจ้าร้านทองมันหลับสนิทไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เขายังพบอีกว่า เจ้าร้านทองมันกำลังจะวิวัฒนาการเข้าสู่ระดับที่ 2 ในไม่ช้า และดูเหมือนว่าตัวนิ่มยักษ์ที่เข้าต่อสู้ด้วยในวันนี้ก็เช่นกัน เจอกันครั้งหน้าเขาต้องเอาจริงกับศัตรูรายนี้เสียแล้ว



    การวิวัฒนาการของเจ้าร้านทองในลักษณะนี้เกิดจากค่าสถานะของร่างกายถึง 200 หน่วย ทุกค่า แล้วธรรมชาติจะวิวัฒนาการให้กับสิ่งมีชีวิตนั้น อเล็กซ์เลยตรวจสอบค่าสถานะของเจ้าร้านทองดู



    " ชื่อ เจ้าร้านทอง อายุ 23 ปี 


    เผ่าพันธุ์ สัตว์เลื้อยคลาน 


    ระดับวิวัฒนาการ 1 


    แต้มสังหารที่ต้องใช้ในการวิวัฒนาการ 4,989/300,000



    พรสวรรค์ 


    1)แข็งแกร่ง ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ 


    ได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 1.1 เท่า


    2)ได้รับความกล้าหาญจากจ่าฝูง ชั่วคราว


    3)เมื่อใช้เวลาร่วมกับนักฝึกสัตว์ มีโอกาสได้รับค่าสติปัญญาและการตอบสนอง



    ค่าสถานะ


    พลังชีวิต 250/400


    พละกำลัง 600/600


    ความแข็งแกร่ง 350/450


    ความแม่นยำ 160/200


    ความเร็วความคล่องตัว 150/250


    สติปัญญาและการตอบสนอง 100/190



    ทักษะพิเศษ "



    อเล็กซ์ถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเห็นค่าสถานะของเจ้าร้านทอง เขาแค่ใช้เวลาอยู่กับมันอีกสักพัก ไม่นานเจ้านี้ก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการระดับ 2 แล้ว อเล็กซ์ยกมือขึ้นมาเกาคางของเขาเพื่อใช้ความคิด ค่าสติปัญญาอีกแค่ 10 หน่วยเท่านั้น อเล็กซ์จึงเกิดความคิดดีๆ ขึ้นมา แต่ต้องรอให้มันหายดีซะก่อน ด้วยค่าพละกำลังและความแข็งแกร่งขนาดนี้ เจ้าร้านทองคงสร้างหายนะได้มากโขเมื่อมันอยู่ในเมือง



    อเล็กซ์ยังคงเดินตรวจตราในพื้นที่ต่าง ผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่เวลานี้ต่างพากันหลับไปหมดแล้ว กลุ่มคนพวกนี้คงไม่ได้นอนหลับสนิทมาเป็นเวลานาน ถึงแม้ห้องพักในชั้น 2 ของอาคารจะไม่ได้เก็บเสียงดีนัก แต่มันก็ยังพอปิดกันเสียงกระซิบของคนที่อยู่ด้านในได้ แต่ตอนนี้มีเสียงกรนมากมายดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เขาต้องยกเรื่องการย้ายหน่วยที่ 3 ถึง หน่วยที่ 21 ลงไปอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินเสียมาพิจารณาแล้ว 



    อเล็กซ์เดินขึ้นไปพูดคุยกับเวรยามทั้ง 4 หน่วยบนชั้นดาดฟ้าสักพักก็กลับลงมาที่ห้องพยาบาล เขาใช้เวลาตรวจดูอาการเจ้าของสนามยิงปืนอีกครั้งก็มั่นใจแล้วว่า ไม่น่าเกิน 1 ถึง 2 วัน ตาลุงคนนี้จะฟื้นขึ้นมา และในคืนนี้ภายในห้องพยาบาลไม่ได้มีแต่อเล็กซ์กับคนไข้อีกแล้ว ยังมีหน่วยเสนารักษ์ประจำอยู่ด้วย โดยพวกเขาได้แบ่งเวลากัน และกระจายหน่วยออกเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ 1 กลุ่มจะมี หมอ 1 คน พญาบาล 4 คน แล้วภายในกลุ่มย่อยก็จะบริหารเวลากันเอาเอง อเล็กซ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงออกคำสั่งว่าต้องให้มีหมอกับพยาบาลประจำอยู่ตลอดเวลาก็เท่านั้น



    เสร็จจากห้องพยาบาลอเล็กซ์ก็ไปที่ห้องแลปหมายเลข 9 ต่อ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว เพราะช่วงรับประทานอาหารเย็น เขาได้ทำการกินลาบเลือดโชว์กองกำลังหอกเหล็กไปให้เห็นกันจะจะ เลยทำให้การนำเลือดของพวกบีสท์มาทำยาไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป และตอนนี้ยาเพิ่มเลือดได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอถึงขนาดสามารถนำเลือดของบีสท์ที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการ มากลั่นกรองจนสามารถนำมาใช้ทดแทนเลือดของบีสท์ที่วิวัฒนาการแล้วได้ เพียงแต่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากขึ้นเท่านั้นเอง 



    อเล็กซ์กว่าจะกลับมาถึงห้องชุดก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน เขาพบว่าการที่ตัวเองกินตับกับมะลิทุกวัน มันทำให้ค่าสติปัญญาของเขาแทบไม่ลดลงเลยแม้จะไม่ได้นอนหลายคืน หรือนอนดึกทุกวัน และเขายังพบว่าตั้งแต่มะลิกลายเป็นภรรยาของเขา ค่าสติปัญญาและการตอบสนองของเธอเหมือนโดนปลดล็อค อยู่ๆ มันก็กระโดดไปที่ 150 หน่วยอย่างรวดเร็ว 



    และตั้งแต่อเล็กซ์กับมะลิมีอะไรกันเหมือนกับว่าอาเธอร์อยากจะมีน้อง เขาได้ร้องขอการนอนคนเดียวเหมือนเคย และเขายังขอร้องให้นาเดียร์มานอนที่ห้องชุดได้เป็นครั้งคราว นาเดียร์ก็คือลูกสาวของชาติ คำขอนี้ของลูกชายได้ทำให้เขาลำบากใจเป็นอย่างมาก เด็กคนนี้ไม่รู้หรอว่าการที่ผู้ชายกับผู้หญิงนอนห้องเดียวกันนั้นเขาทำเพื่ออะไร หรือว่าลูกชายของเขา ได้แอบดูเขากับมะลิเล่นหนังสดกัน …



    และแล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง อเล็กซ์เป็นคนไปปลุกสมาชิกกองกำลังหอกเหล็กทุกหน่วยเช่นเดิม เมื่อเขามองเห็นการแต่งการที่ไม่ใช่ชุดทหาร เขาก็รู้หงุดหงิดขึ้นมา วันนี้ทุกคนมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว รวมถึงผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่ที่เริ่มหลอมรวมเข้ากับกฏระเบียบของอเล็กซ์ได้แล้ว และยิ่งพวกเขาได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องวิวัฒนาการ พวกเขาก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมผู้พันของพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งนัก 



    หลังจากเห็นว่าคนใหม่กับคนเก่าปรับตัวเข้าหากันได้ อเล็กซ์จึงยกเลิกแผนการย้าย 20 หน่วยแรกลงชั้นใต้ดินเป็นการชั่วคราว แล้วอเล็กซ์ก็พาพวกเขาวิ่งเหมือนทุกวัน โดยใครวิ่งได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น อเล็กซ์ไม่ได้บังคับแต่ห้ามพูดคุยกัน หรือชวนคนอื่นคุย เหนื่อยก็พัก รอการรวมกลุ่มเพื่อออกกำลังกายต่อ ส่วนคนที่ไม่มีหอกอเล็กซ์ได้ไปตัดไม้ไผ่มาให้พวกเขาใช้แทนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และต่อไปนี้คนที่จะได้ถือหอกเหล็กจะต้องถูกพิจารณาเป็นของคนๆ ไป เพราะสิ่งนี้คือสัญลักษณ์ของปราการแห่งรุ่งอรุณ



    หลังจากออกกำลังกายเสร็จก็จะเป็นมหกรรมกินเนื้อหมูป่า ที่มีมากมายเหลือเกินจนพวกเขาเพียงแค่ได้กลิ่นเนื้อหมูย่างก็แทบจะอิ่มกันแล้ว เพราะหลังจากนี้พวกเขาต้องทำภารกิจแล่เนื้อหมูป่ากันต่อจากเมื่อวาน จะไม่ให้พวกเขารู้สึกเอียนเนื้อหมูป่าได้อย่างไร 



    หลังจากอเล็กซ์แจกจ่ายภารกิจเสร็จ เขาก็เรียกเจ้าร้านทองออกมาโชว์ตัว พร้อมกับออกคำสั่งกับมันว่า 



    " ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ใครก่อปัญหาให้กินได้เลย "



    คำสั่งสั้นๆ แต่ได้ใจความทำเอาคนมาใหม่ขนหัวลุกทันที นี้คืองูที่ยาว 20 เมตร มีลำตัวเท่าๆกับถังน้ำ 50 ลิตร การกลืนคนๆ หนึ่งลงท้อง คงเป็นเรื่องง่ายสำหรับมัน แล้วงูตัวนี้ก็พยักหน้ารับคำสั่งของอเล็กซ์พร้อมกับกวาดสายตาที่เย็นยะเยือกมองมนุษย์ทุกคน เหมือนมันกำลังบอกกับพวกเขาว่า



    " รีบก่อปัญหาซะพวกมึง กูจะได้มีของหวานกิน… "



    แผนการของอเล็กซ์ในวันนี้ค่อนข้างจะบ้าบิ่น เพราะเขาออกไปพร้อมกับรถตู้ 5 คันที่ถูกปรับแต่งเอาเบาะผู้โดยสารออกทั้งหมด กับหน่วยที่ 19 ที่มีอาวุธครบมือ เป้าหมายของวันนี้ก็คือค่ายทหารของจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ถ้าข้อมูลที่ได้รับมาจากเจท ลี ไม่ผิดพลาด แสดงว่าซอมบี้ทั้งหมดภายในเมืองไปรวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางของจังหวัดแห่งนี้ ด้วยเหตุผลข้อนี้เอง แสดงว่าค่ายทหารปกป้องจังหวัดก็ต้องว่างเปล่าด้วย อเล็กซ์จึงตัดสินใจเดิมพันอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในยามนี้นอกจากเกลือก็คือกระสุนปืนกลหนัก ที่เหลือไม่ถึงพันนัดแล้วในตอนนี้



    ค่ายทหารตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวจังหวัด อเล็กซ์ต้องขับยานเกราะอ้อมจังหวัดแห่งนี้ผ่านถนนรอบเมืองไป บรรยากาศภายในตัวจังหวัดส่วนนอกไม่ต่างไปจากเมืองร้างที่ถูกทิ้งมาแรมปี ตลอดเส้นทางมีเพียงเสียงลมหนาวพัดใบไม้แห้งเท่านั้น เพียงเวลาไม่กี่สิบวันธรรมชาติได้เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเดิม 



    แต่เมื่ออเล็กซ์มาถึงค่ายทหารก็เจอเหตุการณ์ที่น่าแปลกประหลาด ในเวลานี้มีการเปิดศึกระหว่างซอมบี้ด้วยกันเกิดขึ้น มันไม่เหนือจินตนาการของอเล็กซ์เท่าไหร่ ด้วยเหตุการณ์นี้เอง เขาจึงได้ตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า ราชาซอมบี้ยังไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่จะควบคุมซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้ว และฝูงซอมบี้ทหารก็ยังเป็นเฉกเช่นเดิม คือพวกเขาไม่กลัวแสงแดดและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 



    อเล็กซ์ไม่ได้รอดูละครโรงเล็กนี้จนจบ เขารีบขับยานเกราะอ้อมไปที่ด้านหลังค่ายทหารแห่งนี้ในทันที เพราะเป้าหมายของเขาอยู่ในส่วนลึกของค่ายแห่งนี้ มันคือคลังแสงของค่ายมหารรวมถึงโรงเก็บสิ่งอุปโภคและบริโภคที่ห่างออกไปไม่ไกล เขามั่นใจว่าข้างในนั้นมีเกลืออยู่อย่างแน่นอน และเมื่อมาถึงแนวกำแพงที่ใกล้เป้าหมายแล้ว อเล็กซ์ก็กระโดดข้ามกำแพงสูง 3 เมตร ไปสำรวจด้านในทัน



    ด้วยทักษะตีนแมวของอเล็กซ์ได้ทำให้หน่วยที่ 19 เข้าใจผิดว่าผู้พันของพวกเขานอกจากจะมีอาชีพเป็นทหารแล้ว ในเวลาปลดประจำการคงทำอาชีพเป็นโจรย่องเบาอีกด้วย เพราะทักษะการย่องเบาที่หาตัวจับยากแบบนี้ พวกเขาก็พึ่งเคยเจอเหมือนกัน 



    อเล็กซ์สามารถเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเห็นอาคารคอนกรีตทรงสี่เหลี่ยมที่คุ้นตาพร้อมกับที่มันทาสีลายพราง นี้คือคลังแสงแน่นอน และอเล็กซ์ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศแห่งนี้ ถึงได้สร้างคลังแสงในลักษณะเดียวกันหมด กลัวข้าศึกไม่รู้หรือไงว่าสถานที่แห่งนี้คือคลังแสง อเล็กซ์ไม่ได้เข้าไปทางด้านหน้าของอาคาร เขาเปิดใช้ทักษะพิเศษทั้งหมดในในทันที จากนั้นก็ใช้กรงเล็บปีศาจเปิดทางเข้าให้กับตัวเองจากทางด้านหลัง



    แล้วกลิ่นเหม็นสาบของซากศพมนุษย์ลอยเข้ามาเตะจมูกของอเล็กซ์ในฉับพลัน แต่มันกลับทำให้เขาใจชื่นขึ้นมา เพราะถ้าไม่มีกลิ่นซากศพแล้วละก็ ข้างในสถานที่แห่งนี้คงมีแต่ซอมบี้เต็มไปหมด และดูเหมือนว่าคลังแสงแห่งนี้ในคืนวิปโยคคงเกิดการปะทะครั้งใหญ่ขึ้น อเล็กซ์กวาดสายตามองดูทั่วบริเวณ เขาพบกับซากกองกระดูกมนุษย์เกินกว่าร้อยในนี้ และพวกมันกำลังเน่าเหม็น มีหนอนชอนไชอยู่เต็มไปหมด และทางเข้าด้าหน้าของคลังแสงก็มีรูกระสุนมากมาย เขาเริ่มมองหาสิ่งที่เขาต้องการในทันที 



    ใจจริงอเล็กซ์นั้นอยากจะหยิบปืนและเครื่องกระสุนออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จากสภาพพื้นที่ภายในนี้ ทหารผู้รอดชีวิตจากคืนวิปโยคแทบจะใช้กระสุนไรเฟิลจู่โจมจนเกลี้ยง รวมถึงมีการใช้ระเบิดภายในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย แต่อเล็กซ์ยังมีโชคเหลืออยู่บ้าง เพราะกระสุนปืนกลหนักที่เขาต้องการ มันวางอยู่อีกมุมหนึ่งของคลังแสง ห่างจากจุดประทะออกไปไกลพอสมควร 



    อเล็กซ์รีบแบกหลังกระสุนปืนกลหนักทั้งหมดออกไปวางไว้ด้านนอกคลังแสง แล้ววิ่งกลับเปิดช่องกำแพงให้หน่วยที่ 19 รีบเข้ามาขนมันออกไป ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนอย่างเป็นระบบ ใช้เวลาไม่นานก็ได้กระสุนปืนกลหนักมา 20 ลัง กระสุนปืนไรเฟิลจู่โจม 2 ลัง กับปืนไรเฟิลจู่โจมอีก 5 กระบอก ระเบิดมือหนึ่งลัง และอเล็กซ์ก็ได้ระเบิด c4 มาอีก 2 ลัง เป็นที่น่าเสียดายมาที่ปืนอัตโนมัติส่วนใหญ่เสียหายจากการระเบิด รวมถึงอาวุธที่ใช้ยิงลูกระเบิดก็เสียหายไปทั้งหมด



    แล้วอเล็กซ์กับหน่วยที่ 19 ก็มุ่งหน้าไปที่โรงเก็บสิ่งอุปโภคและบริโภค พวกเขาได้เกลือมาอีก 20 กระสอบ น้ำตาล 5 กระสอบ และอาหารกระป๋องอีกมากมาย แล้วมะลิก็ส่งสัญญาณเตือนว่าสงครามภายในระหว่างซอมบี้สิ้นสุดแล้ว พวกเขาเลยรีบออกไปจากค่ายทหารแห่งนี้ ชาติจึงได้เหล้าขาวติดมือมาด้วยแค่หนึ่งลังเป็นสิ่งสุดท้าย 



    ขากลับอเล็กซ์เห็นว่าภายในขบวนรถยังพอมีพื้นที่เหลืออยู่บ้าง เขาจึงได้แวะร้านขายอุปกรณ์เดินป่ากวาดเสื้อผ้าลายพรางกับสิ่งของที่จำเป็นมาเกือบหมดร้าน ปิดท้ายคือร้านขายเครื่องนอนกับวัสดุตกแต่งบ้าน พวกเขาก็ช้อปปิ้งแบบไม่จ่ายเงินจนของเต็มรถ ทุกอย่างดูราบลื่นจนน่าตกใจ แต่เมื่อถึงเส้นทางที่จะกลับไปที่ปราการบริเวณสนานยิงปืนยาวก็มีกลุ่มคนนับ 10 คน ถือปืนดักรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว 



    " เห้ย ! ถ้าไม่อยากไปด้วยกัน ก็หลีกทางให้ทหารหน่อย ! " อเล็กซ์เปิดหน้าต่างยานเกราะตะโกนออกไป 



    " ฮา ฮ่า !!! มันเรียกตัวเองว่าทหารว่ะ เท่าที่กูรู้มามีแต่ซอมบี้เท่านั้นแหละที่เป็นทหาร ไอ้นี้มันกะสวมรอย เอาไงต่อดีลูกพี่ ? " 



    เสียงของชายหัวโล้นฟันหลอที่แต่งตัวเหมือนกับพวกคาวบอยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กวนตีน ก่อนจะหันหน้าไปถามชายที่ใส่แว่นตากันแดดรูปทรงโบราณยี่ห้อเรย์แบรนชื่อดัง แล้วผู้ชายคนนี้ก็ยกปืนลูกซองแปดนัดขึ้นเล็งไปที่หนาต่างของยานเกราะ



    " ถ้าไม่อยากตายก็ทิ้งผู้หญิงกับรถพวกนี้เอาไว้ แล้วรีบไปซะ ! พวกกูยังไม่อยากฆ่ามนุษย์ด้วยกัน ! "



    อเล็กซ์หันหน้าไปมองสมาชิกในครอบครัวของเขา ที่ประจำตำแหน่งแล้ว จากนั้นก็พยักหน้าหนึ่งครั้ง แล้วเฮร่าก็ดึงคันโยก พร้อมกับที่อเล็กซ์เปิดประตูของยานเกราะแล้วกระโดดออกไป….


















    คล้ายกับเรื่องต้องรอด Sudden Change ที่คุณอ่าน