ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 103 วัดเก่าพุพัง

             

            ฉือหางวางชามและตะเกียบแล้วลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตู

            หลังจากนั้นไม่นานซ่งซื่อก็เดินตามฉือหางเข้ามาจากด้านนอก

            เมื่อเห็นว่าพวกเขายังคงทานอาหารอยู่ร่องรอยของความรู้สึกผิดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง "ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ายังทานอาหารอยู่"

            หลินกู๋หยู่ลุกขึ้นเงยหน้าขึ้นมองซ่งซื่อด้วยรอยยิ้ม "พี่สะใภ้ใหญ่ เชิญนั่งลงก่อน"

            ซ่งซื่อโบกมือ ชี้ไปที่ด้านนอกประตู"เอาล่ะ พวกเจ้าทานข้าวก่อนเถอะ อีกสักพักข้าค่อยมาใหม่"

            หลังจากที่ซ่งซื่อพูดจบ นางทำท่าจะเดินออกไปด้วยท่าทีรู้สึกผิด

            "พี่สะใภ้ใหญ่”หลินกู๋หยู่มองเห็นท่าทีของซ่งซื่อ แล้วรีบลุกขึ้นไล่ตาม "มีอะไรหรือ?"

            เมื่อมองไปที่แววตาของซ่งซื่อที่มองโต๊ะอาหารหลินกู๋หยู่ก็ยิ้มๆ "ข้าทานอาหารเสร็จแล้ว"

            ตามซ่งซื่อไปที่เตาทั้งสองยืนประจันหน้ากัน

            ภายในเตาร้อนมากมีลมร้อนแผ่ซ่านออกมาด้านนอกอย่างสม่ำเสมอ

            แค่ยืนอยู่ครู่เดียวซ่งซื่อก็รู้สึกว่าร่างกายมีเหงื่อซึมออกแล้ว

            "พี่สะใภ้เกิดอะไรขึ้น?" เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของซ่งซื่อหลินกู๋หยู่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถามขึ้น

            "ข้าตรองดูแล้วรู้สึกว่าครอบครัวของเจ้ารองแปลกพิกลหลายส่วน"ซ่งซื่อคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดอย่างระแคะระคาย "ถ้าพวกเราจะบอกว่าบ้านของเจ้ารองไม่มีเงินและพวกเขาสองคนก็ไม่ใช่คนขยันทำงาน"

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่ซ่งซื่อพูดหลินกู๋หยู่ก็ฉายสีหน้าไม่สบายใจแวบหนึ่ง

            “ข้าสงสัยนัก สองคนนี้เขามีกินได้อย่างไร?” ซ่งซื่อทอดถอนหายใจ ขมวดคิ้ว “ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในบ้านของสองคนนั้นต้องไม่เหลืออะไรแล้วอย่างแน่นอนแต่คนเราไม่ทานข้าวตลอดทั้งหนึ่งวัน เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไรหรือ?"

            “ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพราะอาหารที่พวกเขามียังทานไม่หมดกระมัง” หลินกู๋หยู่กล่าวอย่างไม่มั่นใจ

            ซ่งซื่อส่ายศีรษะครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะเอื้อนเอ่ย "ในตอนแรกข้าก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มากนักทว่าวันก่อนลูกๆ ของข้าบอกว่าเห็นพวกเขากินเนื้อข้าก็เลยคิดว่าคงเป็นเพราะขโมยเนื้อของพวกเจ้า จึงมาบอกพวกเจ้าให้ทราบ”

            สีหน้าของหลินกู๋หยู่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนเล็กน้อยคาดว่าสองคนนั้นไม่ได้ขโมยเนื้อ แต่ซื้อเนื้อมาโดยตรง

            "เนื้อที่บ้านข้าไม่ได้หายไปไหน"เดิมทีหลินกู๋หยู่ต้องการที่จะบอกความจริง แต่นางไม่ต้องการสร้างปัญหาให้ยุ่งยากดังนั้นนางจึงไม่ได้พูดอะไรมาก

            หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน อากาศก็ค่อยๆอุ่นขึ้น และดวงอาทิตย์ก็สาดแสงพอดี หลินกู๋หยู่นำผ้าห่มทั้งหมดออกมาตากแดด

            เมื่อสองวันก่อนฉือเย่ไปสถานศึกษาในเมืองเพื่อเล่าเรียน

            พูดไว้แล้วว่าจะส่งโต้ซาไปเรียน หลินกู๋หยู่ได้เตรียมเงินค่าเทอมไว้จำนวนหนึ่งตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว และยังถือไข่ครึ่งตะกร้าเดินไปสถานศึกษากับโต้ซา

            โต้ซาเชื่อฟังมากเขาจะเชื่อฟังและทำทุกสิ่งที่นางบอกให้ทำ

            ในสถานศึกษามีจำนวนนักเรียนเพียงสามสิบคนเมื่อหลินกู๋หยู่ส่งโต้ซา ท่านอาจารย์ขมวดคิ้วทันทีที่เห็นโต้ซา

            “เด็กคนนี้ยังเด็กเกินไป” ท่านอาจารย์ที่สอนหนังสืออายุประมาณสี่สิบเศษ ได้ยินว่าหลานชายของเขาวิ่งได้แล้วและได้เป็นซิ่วไฉ[1]คนเดียวในหมู่บ้าน

            ด้วยดวงตาสีเข้มของโต้ซามองท่านอาจารย์หวังไม่กะพริบ

            “ท่านอาจารย์ข้ารู้ว่าลูกยังเด็ก” หลินกู๋หยู่ยิ้มพลางหันศีรษะไปมองโต้ซาที่อยู่ข้างๆ “ข้าก็ไม่คิดที่จะให้ลูกเรียนรู้อะไรมากมายเพียงแต่อยากให้ลูกได้รับการปลูกฝังที่นี่"

            หลังจากที่หลินกู๋หยู่พูดจบนางก็หยิบถุงเงินออกมา ยัดใส่มือของอาจารย์หวังและยื่นไข่ให้ครึ่งตะกร้า"โต้ซาของข้าเชื่อฟังมาก ท่านแค่สอนเขาเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว"

            หลังจากสัมผัสถุงเงิน หนักใช้ได้จำนวนเงินเพียงพอ

            เมื่อมองไปที่ไข่ครึ่งตะกร้าอีกครั้งท่านอาจารย์หวังพยักหน้าและตอบว่า"ข้าบอกไม่ได้ว่าเขาเรียนรู้ได้แค่ไหน"

            ท่านอาจารย์หวังก็รู้สึกลำบากใจเกินกว่าจะพูดเขาจึงบอกว่าเขาจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะสอนโต้ซา

            ตอนนี้โต้ซาอายุสองปีกว่าแล้วถ้าไม่ใช่เพราะวันปกติอยู่บ้านโต้ซาก็เรียนหนังสือหลินกู๋หยู่คงไม่ส่งโต้ซามาที่นี่

            เด็กอายุน้อยที่สุดที่นี่ดูเหมือนจะอายุสี่ขวบ

             

            ในวัดบนภูเขาที่ทรุดโทรมซอมซ่อ...

            หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วฟางซื่อสวมเสื้อผ้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มคนนั้น พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เจ้าออกไปเฝ้าดูรอบๆ ว่ามีใครอยู่ไหม?"

            "ได้สิ” "เมื่อไรที่หย่าร้างกับผีตายซากนั่น เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน"

            ฟางซื่อผูกเสื้อผ้าบนร่างกายเรียบร้อยแล้วหันไปมองชายหนุ่มคนนั้น"ค่อยตัดสินใจเถอะ ตอนนี้เขามีเงินมากมายอยู่ในมือพวกเรายังต้องการเงินอยู่"

            ชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อผ้าอย่างไม่เต็มใจเดินไปที่ประตู เปิดประตูออกมองดูซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีคนเขาจึงพูดกับฟางซื่ออย่างไม่เต็มใจ "ด้านนอกไม่มีคนแล้ว"

            ฟางซื่อเดินไปหาชายหนุ่มคนนั้นด้วยรอยยิ้ม"เอาละ อย่าโกรธเลย เจ้าเองก็ต้องใช้เงินไม่ใช่หรือหลังจากที่ข้าได้รับเงินมาแล้ว เราจะไปด้วยกัน ตกลงไหม?"

            “เจ้าพูดแล้วทำให้ได้ด้วย”

            “ข้าเข้าใจแล้ว” ฟางซื่อยิ้มขณะพยักหน้าตอบ

            หลังจากกอดคลอเคลียกับชายหนุ่มคนนั้นสักพักหนึ่งฟางซื่อก็เปิดประตูเตรียมตัวจะออกไป

            ทันทีที่เปิดประตูนางก็เห็นหลินกู๋หยู่เดินผ่านไป

            หลินกู๋หยู่แอบดูโต้ซาข้างหน้าต่างสถานศึกษาอยู่พักหนึ่งโต้ซานั่งบนเก้าอี้อย่างเชื่อฟัง สายตามองไปรอบๆ

            เมื่อเด็กน้อยเห็นหลินกู๋หยู่เขาก็โบกมือให้อย่างแรง

            โต้ซาเป็นเด็กดีจนทำให้คนรักและเอ็นดูจริงๆได้ยินมาว่าเด็กๆ หลายคนเอาแต่ร้องไห้เมื่อเข้าโรงเรียนครั้งแรก

            เมื่อเดินไปผ่านด้านข้างของวัดเก่าดูเหมือนว่าหลินกู๋หยู่จะได้ยินอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ที่นั่น

            ชะลอฝีเท้าหยุดลงอย่างช้าๆมองเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าสงสัย

            นางเคยเป็นคนที่ไม่เชื่อในเทพเจ้าแต่ตั้งแต่มาที่นี่ หลินกู๋หยู่เริ่มสงสัยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นแล้ว

            ยกเท้าเดินไปยังวิหารที่ผุพังอย่างช้าๆด้วยเหตุผลบางอย่าง นางรู้สึกแปลกพิกลในใจ

            ฟางซื่อมองไปที่หลินกู๋หยู่ที่เดินมาทางนางผ่านรอยแตกของประตูจับแขนของชายหนุ่มคนนั้นด้วยมือทั้งสองข้างด้วยความตื่นตระหนก "จะทำอย่างไรดีจะทำอย่างไรดี ถ้านางเข้ามาพบพวกเราเล่า?"

            เมื่อได้ยินคำพูดของฟางซื่อชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วมุ่น เขาจับมือของฟางซื่อแสร้งทำเป็นสงบ"เจ้ากังวลเรื่องอะไร อย่างมากที่สุดพวกเราสองคนทำให้นางสลบก็ได้แล้ว"

            "ฮูว!"

            ฟางซื่อหายใจแรงเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ

            "หรือว่า" ฟางซื่อลดเสียงลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน"เจ้าออกไปก่อน เช่นนี้นางจะได้ไม่เข้ามา"

            เมื่อได้ฟังดังนั้นชายคนนั้นกำลังจะเปิดประตู แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าฟางซื่อคว้าตัวเขา

            “เกิดอะไรขึ้น?” ชายคนนั้นมองไปที่ฟางซื่ออย่างงุนงง “เจ้าบอกให้ข้าออกไปไม่ใช่หรือ”

            “โดยปกติแล้วไม่มีใครมาที่วัดที่เก่าผุพังเช่นนี้นี่เป็นสาเหตุที่เราสองคนมาที่นี่ได้อย่างสบายใจแต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าเจ้ามาที่นี่บ่อยๆ แล้วเกิดถูกคนพบเห็นเข้าจะทำอย่างไร?” ฟางซื่อเม้มริมฝีปากแน่น เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มคนนั้นภายนอกแสร้งทำเป็นสงบ "เจ้าอย่าออกไปเลย เราสองคนต้องไม่ให้คนเห็น"

            วัดเก่าที่ผุพังอิฐและกระเบื้องด้านบนที่วางไม่เสมอกันโคลงเคลงไปตามแรงลม

            หลินกู๋หยู่เดินไปข้างหน้าทีละก้าว

            เมื่อเหยียบกิ่งไม้ก็มีเสียง"เอี๊ยด" ดังขึ้น

            หลินกู๋หยู่เดินไปได้ครึ่งทางพลางคิดว่าทำไมตนเองถึงได้รู้สึกสงสัยเช่นนี้แม้ว่าจะมีสิ่งเหล่านี้ แต่กระนั้นก็ไม่ปรากฏในตอนกลางวันเช่นนี้

            “แม่ของโต้ซาเจ้ากำลังทำอะไรหรือ?”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังมาจากไม่ไกล

            หลินกู๋หยู่เห็นว่านั่นคือพี่สะใภ้ซุนเพื่อนบ้านของนางจึงหันไปหาบุคคลนั้นด้วยรอยยิ้ม "ไม่มีอะไร ข้าแค่สงสัยจึงเดินมาดู"

            พี่สะใภ้ซุนถืออ่างไม้ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้านางน่าจะเพิ่งกลับบ้านจากการซักผ้าที่ริมแม่น้ำ

            พี่สะใภ้ซุนมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยรอยยิ้มเงยหน้าขึ้นมองวัดและพูดเสียงเบาว่า "เจ้าไม่ควรไปที่นั่นไม่ค่อยมีคนไปวัดนั้น ข้าได้ยินมาว่าวัดแห่งนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย"

            หลินกู๋หยู่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน

            “ถ้าเจ้าอยากไปคราวหน้าข้าจะพาเจ้าไปที่วัดในหมู่บ้านใกล้เคียงข้าได้ยินมาว่าที่นั่นศักดิ์สิทธิ์มาก แค่ขอพรให้มีลูก ก็จะได้อย่างต้องการ” พี่สะใภ้ซุนหรี่ตาพูดด้วยรอยยิ้ม "แม่โต้ซา ข้าจะกลับก่อนแล้ว"

            “แล้วพบกันใหม่” หลินกู๋หยู่พูดกับพี่สะใภ้ซุนด้วยรอยยิ้ม

            พี่สะใภ้ซุนจะรีบกลับไปตากผ้านางจึงกลับไป

            หลินกู๋หยู่มองกลับไปที่ประตูทรุดโทรมซึ่งเต็มไปด้วยรู

            ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้วัดแห่งนี้ถึงได้อยู่ในสภาพทรุดโทรมซอมซ่อเป็นเพราะไม่ศักดิ์สิทธิ์นี่เอง

            เมื่อครู่หลินกู๋หยู่แค่สงสัยเท่านั้นดังนั้นนางจึงหันกลับและจากไป

            เมื่อก้าวเท้าออกไปเพียงสองก้าว จู่ๆก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก ฝีเท้าของนางหยุดชะงัก

            ทว่าใต้เท้าของนางไม่มีกิ่งไม้หรือว่าด้านในจะมีคนอยู่?

            เมื่อตระหนักถึงสิ่งนี้หลินกู๋หยู่ก็หันไปมองที่ประตูบานนั้น

            สายลมพัดปอยผมบดบังการมองเห็นของนาง

            บางทีอาจมีเทพเจ้าอยู่ด้านในจริงๆ

            เมื่อเห็นท่าทีของหลินกู๋หยู่ฟางซื่อรู้สึกประหม่าจนลืมหายใจ มือของนางจับแขนของชายหนุ่มคนนั้นไว้แน่นสีหน้าของนางไม่น่าดูอย่างมาก

            ชายหนุ่มมองใบหน้าซีดเซียวของฟางซื่อพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพูดเสียงเบา "เจ้าจะกลัวอะไร ตราบใดที่เจ้าไม่ปรากฏตัวจะเกิดอะไรขึ้นได้?"

            เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มคนนั้นก็หยิบไม้กระบองที่อยู่ข้างๆขึ้นมากำแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวที่อยู่ด้านนอก

    ………………………………………………………

    [1] ซิ่วไฉ การสอบเข้ารับราชการของจีนซึ่งประกาศสอบทั้งหมดสามรอบ รอบที่หนึ่ง เป็นการสอบระดับท้องถิ่น (หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด) ผู้ที่สอบผ่านรอบนี้จะได้คุณวุฒิระดับเรียกว่า “ซิ่วไฉ”โดยจัดสอบทุกปี ปีละครั้ง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668