ไม่นานหลันหลันจึงได้รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้องค์ชายสามหยางหยวนป่วยคืออะไรเด็กหญิงรีบเดินทางเข้าวังไปพร้อมกับบิดาทันที
“หลันหลันเจ้ารู้แล้วหรือสาเหตุที่ทำให้องค์ชายสามไม่สบายนั่น….”
“เจ้าค่ะ!จะบอกอย่างไรดี หยวนหยวนมักจะมีอาการอ่อนเพลียง่าย ปวดศีรษะ หงุดหงิดง่ายเบื่ออาหารและท้องผูก เบื้องต้นก็พอจะคาดเดาได้แต่ลูกได้นำเลือดของหยวนหยวนมาเพื่อตรวจให้ละเอียดแล้วจึงพบว่า...หยวนหยวนมีพิษของตะกั่วในตัวค่อนข้างเข้มข้นเจ้าค่ะ”
“ค่อนข้างเข้มข้นงั้นหรือ”
“เจ้าค่ะเดิมสารตะกั่วก็มีพิษอยู่แล้ว ผู้ที่วางยานี้ต้องการทรมานให้หยวนหยวนค่อย ๆตายเจ้าค่ะและคนที่วางยาจะต้องกะปริมาณยานี้เป็นอย่างดีเพื่อให้เขาตายโดยไม่เป็นที่สงสัยของใคร”
“อื่มฟังจากที่เจ้าเล่ามา คนที่ต้องการเอาชีวิตองค์ชายสามดูเหมือนจะเป็นคนใกล้ตัว”
“เจ้าค่ะหยวนหยวนเองก็สงสัยเช่นนั้นเหมือนกันแต่ทุกอย่างกลับไร้หลักฐานดังนั้นจึงต้องรอต่อไป”
“แล้วเจ้ามีวิธีการรักษาแล้วเช่นนั้นหรือ”
“เรื่องการรักษาท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะลูกได้วางแผนการเอาไว้อย่างแนบเนียน เพียงแต่อาจต้องใช้ระยะเวลาสักหน่อยในการรักษา”
“เจ้าเองก็ต้องระวังตัวด้วยเพราะดูเหมือนเรื่องนี้อาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่น่าไว้ใจ”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
หลันหลันได้เดินไปตำหนักจี้เหยาก่อนจะไปตำหนักองค์ชายสามทุกอย่างที่นางกำลังทำหญิงสาวได้บอกจี้เหยาคร่าว ๆ เพื่อมิให้เขาเข้าใจผิด
“หลันหลันเจ้าจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของพี่สามด้วยหรือ”
เด็กชายแปดเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ทำให้หลันหลันถึงกับอมยิ้ม‘ไหนบอกว่าโตแล้วแต่ทำไมกลับทำหน้าน้อยใจเหมือนเด็กเช่นนี้ ฮิฮิ’
“ข้ามิได้อยากเข้าไปยุ่งเรื่องอื่นๆ ข้าเพียงอยากรักษาอาการของหยวนหยวนเท่านั้น”
“หยวนหยวน?นี่เจ้าสนิทกับเขาจนถึงกับเรียก...”
“ข้ากับเขาเป็นสหายกันการมีสหายเพิ่มขึ้นสักคนก็คงจะดีกว่าการมีศัตรูมิใช่หรือ”
“แล้วพี่สามเห็นเจ้าเป็นสหายหรือไม่”
“แน่นอนว่าย่อมต้องเห็นข้าเป็นสหายอย่างแน่นอน”
หวงฝูและขันทีซูมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าไปมา‘เรื่องทำไหน้ำส้มแตกนี่ต้องยกให้องค์ชายแปดจริงๆ’
“เป็นแค่สหายใช่หรือไม่”
“แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น”
หลันหลันยิ้มหวานส่งไปทางจี้เหยาองค์ชายแปดหยางจี้ หรือจี้เหยาอดที่จะคลายยิ้มออกมาไม่ได้ในที่สุด ‘ดูเหมือนข้าจะคิดไปเองแต่นางฉายความงดงามมากขึ้นทุกวัน เรื่องนี้ข้าจะวางใจไม่ได้เสียแล้ว’
“เช่นนั้นเจ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่”
“สัญญาอะไรหรือ”
“สัญญาว่าเจ้าจะไม่ปิดบังข้าไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม”
“แน่นอนข้าสัญญา”
หญิงสาวอยู่ในตำหนักจี้เหยาไม่นานก็ต้องไปตำหนักองค์ชายสามก่อนออกจากตำหนักเด็กชายเดินเข้ามาหาหลันหลันก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นและจุ๊บแก้มหลันหลัน
“นี่คือบทลงโทษที่เจ้าไปข้องเกี่ยวกับชายอื่น”
ยังมิทันที่หลันหลันจะตั้งตัวแก้มของหลันหลันอีกข้างก็ถูกประทับด้วยริมฝีปากของจี้เหยาอีกครั้ง
“ครั้งนี้คือให้เจ้ารู้ไว้ว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีเจ้าของแล้วและ...ข้าก็หวงเจ้ามากด้วย”
พูดจบร่างน้อย ๆของจี้เหยาก็รีบเดินไปยังลานฝึกในทันทีทิ้งให้หลันหลันยืนจับแก้มที่มีความอบอุ่นของเด็กชายที่ทิ้งเอาไว้‘เอ๊ะ! เด็กคนนี้ชักจะแก่แดดขึ้นทุกวันหรือเป็นฉันที่ใจอ่อนและหวั่นไหวให้กับเด็กคนนี้กันแน่นะ’ แม้จะไม่มั่นใจในคำตอบของตนเองแต่หญิงสาวก็มิได้รั้งรออยู่นานกลับรีบสาวเท้าไปยังตำหนักองค์ชายสามในทันทีการรักษาเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ล้วนถูกเก็บไว้เป็นความลับโดยขันทีกู่จะมารับยาให้องค์ชายสามที่ตำหนักองค์ชายแปดแต่จะมีสิบวันครั้งที่หลันหลันจะเข้าไปตรวจอาการและความคืบหน้าของการรักษา
ใกล้วันมงคลขององค์รัชทายาทและองค์ชายรองพระราชพิธีถูกกำหนดให้จัดขึ้นในวังทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมต่างจากงานสมรสขององค์ชายพระองค์อื่นที่เคยมีมาลานพิธีถูกตกแต่งอย่างสวยงามรวมถึงเก้าอี้ทองสองตัวที่ถูกจัดวางไว้เป็นองค์ประธานสูงสุด
“หลันหลันเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน”
หลันหลันที่เดินชมลานพิธีพลันหยุดเท้าลงเมื่อมีผู้เอ่ยชื่อเรียกตนจากด้านหลังหญิงสาวค่อย ๆ หันกลับไปมองก่อนจะย่อตัวคำนับในทันที
“องค์รัชทายาทองค์ชายรอง”
“เจ้ายังไม่ตอบเสด็จพี่องค์รัชทายาทเลยว่าเจ้ามาได้อย่างไรกัน”
“หลันหลันเพียงมาเดินเล่นรอท่านพ่อเท่านั้นเจ้าเพคะไม่คิดว่าจะพบองค์รัชทายาทและองค์ชายรองที่นี่”
บุรุษทั้งสองมองหน้าเด็กหญิงที่แตกเนื้อสาวเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม‘นางช่างเติบโตมาอย่างงดงามจริงๆ’
“ในเมื่อพบเจ้าที่นี่ก็ดีเหมือนกันไปเดินเล่นกับพวกข้าสิ”
“เพคะ”
ทั้งสามค่อย ๆเดินไปรอบ ๆ บริเวณที่จัดงานแม้องค์รัชทายาทและองค์ชายรองจะมิค่อยได้คุยอะไรกับหลันหลันมากนักแต่ทั้งสองกลับอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้และอยากให้เด็กหญิงเบื้องหน้าอยู่ตรงนี้กับตนให้นานที่สุดก็ว่าได้
“องค์รัชทายาทองค์ชายรองทางกรมพิธีการต้องการหารือเรื่องงานอีกสักเล็กน้อยพะยะค่ะ”
“อื่ม!ได้! เดี๋ยวจ้าจะตามไป”
ทั้งสองหันมาเอ่ยลาหลันหลันก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็วแม้เด็กหญิงจะมิรู้แต่ทั้งสองพี่น้องกลับมองตากันอย่างรู้ใจ ‘ต่อไปนี้ข้าจะฝังเจ้าไว้ให้ลึกจนสุดใจจะมิมีใครรู้ว่าเจ้าเคยอยู่ที่ตรงนี้ ในใจข้า...เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง’
เมื่อองค์รัชทายาทและองค์ชายรองจากไปแล้วหลันหลันยังคงเตรดเตร่อยู่บริเวณพิธีจัดงานอยู่นานสองนานก่อนจะแอบไปยังตำหนักที่ซื่อเหยาและซูซ่านเยว่พักอยู่
“พี่หญิงพี่ซ่านเยว่”
“หลันหลันเจ้ามาได้อย่างไรกัน”
“ข้าหลบทหารเข้ามาพวกพี่เป็นอย่างไรบ้าง”
“จะเป็นอย่างไรได้อีกนอกจากถูกอบรมเรื่องกฎระเบียบ ยังถูกอบรมเรื่องราวต่าง ๆ ในวังตั้งมากมาย”
“อีกทั้งยังต้องนั่งปักผ้าคลุมหน้าฝึกพิธีการจนเหนื่อย”
หลันหลันมองซูซ่านเยว่ที่บ่นอุบอิบแต่มือก็มิได้หยุดปักผ้าคลุมหน้าแม้สักน้อย
“ผ้าคลุมหน้าของพี่หญิงและพี่ซ่านเยว่ช่างงามยิ่งนัก”
“เจ้าอย่ามาชมให้ข้าเหลิงหน่อยเลยของอาเหยางดงามกว่าข้ายิ่งนัก”
“ของเจ้าเองก็งดงามไม่แพ้ข้านะ”
‘ในที่สุดนางเอกของเรื่องก็จะได้แต่งงานกับพระเอกเสียทีการตายของฉันก็ไกลออกไป ช่างเป็นเรื่องที่ดี’
“จริงสิเจ้าคะข้ามีสีเล็บสวย ๆ ติดทนนานพวกพี่อยากลองไหม”
หลันหลันนำสีเล็บออกมาก่อนที่จะบรรจงทาให้ทั้งสองอย่างตั้งใจ
“สีเล็บของเจ้าทั้งสดและสวยอีกทั้งยังเงางาม ข้ามิเคยเห็นสีเล็บเช่นนี้มาก่อน”
“เจ้าไปซื้อที่ใดหรือหลันหลัน”
‘จะให้บอกว่ามาจากโลกของข้าก็ไม่ได้ทำอย่างไรดี’ สมองน้อย ๆ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาคำตอบให้กับสิ่งสิ่งนี้
“พี่หญิงคงไม่ทราบท่านอาจารย์ของข้าได้นำมามอบให้ข้าก่อนที่ท่านจะจากไปฝึกตน มีเพียงขวดนี้ขวดเดียวก่อนจากไปข้าเคยลองถามอาจารย์ดูแล้วแต่กลับไร้ซึ่งคำตอบ”
ซื่อเหยาและซูซ่านเยว่มองหน้ากันก่อนจะอดทำหน้าเสียเายไม่ได้‘เรื่องนี้เป็นที่เล่าลือกันวงในว่าถิงหลันได้คำนับเทพอาจารย์เทพเซียน หรือว่าใครสักคนที่้ก่งกาจเป็นอาจารย์นางจึงมักมีของแปลก ๆ และได้ของประหลาดมาเสมอเห็นทีว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว’ ซูซ่านเยว่คิดในใจ
“เช่นนั้นก็น่าเสียดายแต่หากเจ้าพบอาจารย์ของเจ้าอีก เจ้าช่วยขอมาให้ข้าสักขวดได้หรือไม่”
“ย่อมได้สิเจ้าคะพี่ซ่านเยว่”
หลันหลันยิ้มจนตาหยี‘จะให้บอกว่าซื้อไว้หลายขวดก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะได้กลับไปเมื่อไหร่ ผู้หญิงกับความสวยงามในยุคนี้ยิ่งยอม ๆกันไม่ได้ เรื่องนี้ต้องขอโทษด้วยนะคุณนางเองทั้งสอง’
ทั้งสามอยู่คุยกันสักพักก่อนที่หลันหลันจะเอ่ยลาแม้ทั้งสองจะไม่อยากให้หลันหลันจากไปแต่ในวังนั้นมีกฎระเบียบมากมายที่ต้องปฏิบัติตามจึงได้แต่จำยอมให้นางจากไป
“อีกไม่นานข้าคงได้อยู่ในวังแล้วหากเจ้ามีเวลามาเยี่ยมพวกข้าบ่อย ๆ นะ”
“เจ้าค่ะ”
หญิงสาวหันมามองสตรีที่งดงามทั้งรูปร่างและจิตใจทั้งสองก่อนจะเดินจากไปอย่างช้าๆ ‘ขอให้พวกเธอทั้งสองโชคดีกับการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตคู่นะซื่อเหยาซูซ่านเยว่’