บทที่ 13 — ศัตรูในเงามืด
ค่ายฉินยามนี้สงบกว่าที่เคย น้ำใสมีให้ดื่ม ส้วมหลุมใช้งานจริง รางน้ำทิ้งไหลสู่บึงพักตามระเบียบที่ถูกท่องจนขึ้นใจ ทหารหัวเราะได้ยาวขึ้น นอนหลับได้ลึกขึ้น และเอ่ยชื่อ “หลิวหาน” ด้วยน้ำเสียงคล้ายพูดถึงโชคดีที่หล่นจากฟ้า
“ั้แ่เขามา ค่ายนี้เหมือนอีกโลก”
“เขาไม่ใช่ช่างพเนจรแล้ว—เซียนต่างหาก!”
แต่เมื่อคนทั้งค่ายหันไปสรรเสริญภาพเดียว เสียงที่อยู่ในเงาย่อมขุ่นจัดกว่าปกติ
ในมุมมืดหลังกระโจมบัญชาการ ชายหนุ่มในเกราะดำ “ไป๋หลง” กำหมัดจนข้อกระดูกขาวโพลน แววตาเรียบคมแต่ตื้นลึกด้วยไฟริษยา เขาแอบชอบอวี้หานมานาน นางคิดกับเขาแค่—ในฐานะสหายร่วมศึก ไม่เคยมากไปกว่านั้น จนชายแปลกหน้าในผ้าเชิ้ตเก่าก็โผล่มา ใบหน้าที่ไม่เคยยิ้มให้ใคร กลับยอมคลายมุมปากต่อหน้าเขาคนนั้น
“เ้ามันเป็ใครกันแน่…” ไป๋หลงพึมพำ “สิ่งที่ควรเป็ของข้า ไม่มีใครแย่งไปได้”
คืนนั้น ลมจากทิศเหนือพัดผ้ากระโจมให้สั่นระริก หลิวหานนั่งก้มบนแผ่นไม้ไผ่ เขียนแม่แบบ “ซ่อมหน้าไม้หลังศึก” อยู่ลำพัง เงาดาบแลบแปลบที่ปากเต็นท์—ทหารสามคนย่องเข้ามาพร้อมกระบี่
“เ้าปีศาจ ควรหายไปเสีย!”
คมเหล็กผ่าสายลมลงมา—
“เช้ง!” เสียงโลหะปะทะดังก้อง อวี้หานพุ่งเข้าขวาง ดาบของนางค้ำแน่นไม่หนีมือ
“ใครบอกให้พวกเ้ามาแตะต้องเขา!” เสียงนางเย็นเฉียบ
สามทหารชะงักเหมือนโดนสายฟ้าฟาด
เงาร่างหนึ่งปรากฏจากมุมมืด—ไป๋หลงยกยิ้มเย็น “น่าสนใจดี คุณหนูอวี้หาน ถึงกับสละเืเพื่อชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ข้าอยากรู้เหลือเกิน เขามีอะไรเหนือกว่าข้า?”
“หยุดพูดไร้สาระ” อวี้หานจ้องกลับ “ถ้ายังไม่ถอย ข้าจะถือว่าเ้าขัดคำสั่งและคิดฏ”
หลิวหานยืนเหงื่อผุดเต็มแผ่นหลัง—เขายังไม่ทันได้พูดอะไร นามของเขาก็ถูกโยนเข้าเกมส์อำนาจแล้ว
ไป๋หลงหัวเราะในลำคอ “ฏ? ข้าปราบศัตรูมาครึ่งค่าย แต่เ้ากลับปกป้องชายที่นำกลไกปีศาจเข้ามา นี่มิใช่การขายิญญาหรอกหรือ”
“สิ่งที่เขาทำนั้นได้ช่วยชีวิตเรา และทหารอีกหลายคน” อวี้หานกดเสียงต่ำ
“หรือช่วยเ้าคนเดียว?” ไป๋หลงแทงถ้อยคำอย่างมีดปลายแหลม
สายลมยามดึกพัดเถ้าถ่านให้ปลิวว่อน อวี้หานดันปลายดาบของฝ่ายตรงข้ามถอยครึ่งก้าว “ใครตามคำสั่งผิด ให้กลับกรมของตน ข้าจะรายงานแม่ทัพด้วยตัวเอง”
ทหารสามคนสบตากัน ก่อนค่อย ๆ ถอยไปด้วยใจสั่น
กระโจมกลับสู่ความเงียบ หลิวหานลมหายใจคาอก “ข้า…เป็ภาระให้ท่านอีกแล้ว”
อวี้หานส่ายหน้า “เ้าเป็หัวใจของระเบียบใหม่ ข้าปล่อยให้ใครแตะไม่ได้”
เขายิ้มเก้อ “หัวใจงั้นหรือ… หัวใจนี่เต้นเร็วไปหน่อยทุกครั้งที่มีดชี้หน้า”
นางเผลอหลุดยิ้มวูบเดียวแล้วเก็บกลับ “พรุ่งนี้ระวังตัว ไป๋หลงจะไม่หยุดแค่คืนนี้”
“รับทราบ” หลิวหานเอ่ยเบา ๆ ขณะม้วนแม่แบบเก็บ—ในเงามืดของค่ายฉิน เกมที่ไม่ใช่ดาบเริ่มขึ้นแล้ว
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม
“ข้าก็แค่คนหลงยุค ภาค 1”
หากชื่นชอบเื่ราว รอยยิ้ม และความเข้มข้นในแต่ละบท สามารถส่งกำลังใจให้ผู้เขียนได้นะครับ พลังใจจากท่านคือแรงใจที่จะทำให้เื่นี้เดินหน้าต่อไปครับ ????
บทต่อไป ภาค 1 — บทที่ 14 — การท้าทายกลางค่าย

จบบทที่ 13