“ฉิงเหม่ยพวกเราไปขึ้นรถยนต์ไม้คันนั้นกัน” หวังเหว่ยกล่าวขณะชี้ไปทางอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ที่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่ไม่ไกลจากอาคาร “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยที่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นโดยที่นางก็ยังไม่รู้สาเหตุว่านางเป็นอะไรได้เดินตามหวังเหว่ยไปหลังจากกล่าวจบ พนักงานขับอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้ ได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมา ขณะเปิดประตูรถยนต์ไม้ให้กับทั้งสองคน “พวกท่านจะไปที่ไหนหรือขอรับ ?” พนักงานขับอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้ถามขณะขึ้นมานั่งบนที่นั่งคนขับแล้ว “พวกเราจะไปที่อาคารหลังนี้” หวังเหว่ยกล่าวขณะนำแผนที่ให้กับพนักงานขับอุปกรณ์รถยนต์ไม้ดู “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” หลังจากกล่าวจบพนักงานได้เริ่มขับอุปกรณ์รถยนต์ไม้ไปยังอาคารที่หวังเหว่ยได้บอกในทันที ในระหว่างทางไปยังอาคารหวังเหว่ยได้ชี้ให้ฉิงเหม่ยมองดูสิ่งของในร้านค้าทางนั้นที ทางนู้นทีด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กตัวน้อยๆ ทำให้ฉิงเหม่ยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไปตลอดทาง "นี่ข้ามีลูกชายคนโตเพิ่มอีกคนใช่หรือไม่นะ" ฉิงเหม่ยคิดในใจ เวลาผ่านไปสามสิบนาที “พวกเรามาถึงแล้วขอรับ” พนักงานขับอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้กล่าวขณะหยุดรถยนต์ไม้ หลังจากจ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ออกมาจากรถยนต์ไม้ จากนั้นพวกเขาได้เปิดประตูของอาคารและเดินเข้าไปภายในอาคารในทันที “ฝุ่นเยอะมากเลยเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกของนาง “อืม อาคารหลังนี้คงถูกปล่อยร้างมานานหลายปีแล้ว แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจในเรื่องนี้ เอาล่ะ มาเริ่มแผนเปิดร้านกันเลยดีกว่า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เรียกเหล่าสัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์ออกมาหนึ่งร้อยคน “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย “พวกเจ้าแยกย้ายกันไปทำความสะอาดภายในอาคารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับใช้เปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรให้เรียบร้อย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติวงหนึ่งให้กับหัวหน้ามดงานร่างมนุษย์ “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์หนึ่งร้อยคนได้เริ่มทำความสะอาดภายในอาคารพร้อมกับนำชั้นวางขายเม็ดยาสมุนไพรและสิ่งจำเป็นอื่นๆออกมาจากแหวนมิติที่หวังเหว่ยได้มอบให้ ส่วนหวังเหว่ยหลังจากที่เขามอบหมายงานให้เหล่าสัตว์อสูรมดงานเสร็จเรียบร้อยเขาได้พาฉิงเหม่ยเข้าไปเดินเล่นภายในเมืองเพื่อฆ่าเวลา เวลาผ่านไปสามชั่วโมง เหล่าสัตว์อสูรมดงานได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตกับหวังเหว่ย เพื่อบอกว่าพวกเขาทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว “ฉิงเหม่ย พวกเขาทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเรากลับไปที่อาคารกัน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยกลับไปยังอาคารในทันที “ว้าว! ทุกอย่างเปลี่ยนไปราวกับก่อนหน้านี้ที่นี่ไม่ใช่อาคารร้างเลยเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะมองเข้าไปภายในอาคารที่ในตอนนี้ได้กลายเป็นร้านค้าขายเม็ดยาสมุนไพรที่ดูหรูหราไปแล้ว “ฮ่าๆ นี่ล่ะความสามารถพิเศษของเหล่าสัตว์อสูรมดงาน” “นี่มันสุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวชื่นชม หวังเหว่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของนาง “ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พวกเราก็กลับเข้าไปพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรในวันพรุ่งนี้กันดีกว่า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำฉิงเหม่ยรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์หนึ่งร้อยคนกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที วูบ
มิติแดนอสูร
“เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว” หวังเหว่ยกล่าวหลังจากเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และระดับเลเวลของเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรมดงานร่างมนุษย์กล่าว จากนั้นพวกเขาได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองต่อในทันที “นายท่านเจ้าค่ะ ข้าเองก็ขอตัวไปฝึกฝนก่อนเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวหลังจากเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และระดับเลเวลของนางกลับมาเป็นเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “อย่าหักโหมฝึกฝนจนเกินกำลังของเจ้าล่ะ” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้ไปยังลานกว้างและเริ่มฝึกฝนทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพ ขั้นที่ห้า "ราตรีทลายพิภพ" ต่อในทันที ส่วนหวังเหว่ยเขาได้ไปหาคาเรนผ่านทางประตูมิติ
ณ ห้องพักส่วนตัวของคาเรน
“นายท่าน” คาเรนยืนขึ้นกล่าวทักทายในทันทีที่เห็นหวังเหว่ยปรากฏตัวออกมายืนอยู่ข้างนาง “ฮ่าๆ คาเรน ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะนายท่าน ในตอนนี้ข้ามีสัตว์อสูรมดยอดฝีมืออยู่ในการปกครอง10,000ตนแล้วเจ้าค่ะ !” คาเรนกล่าว “โอ้! เจ้าทำได้ดีมากคาเรน ในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นกองกำลังที่สำคัญของข้าอย่างแน่นอน... แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองมากนัก เพียงแค่พัฒนาระดับกองกำลังของเจ้าไปเรื่อยๆตามปกติก็พอแล้ว” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ฮ่าๆ เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าแล้ว หากมีเรื่องอะไรให้เจ้าติดต่อข้าผ่านการสื่อสารทางจิตเช่นเดิม” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง จากนั้นเขาได้ออกมาจากอาคารที่พัก และได้กลับไปหาฉิงเหม่ยผ่านประตูมิติ หลังจากพูดคุยให้กำลังใจฉิงเหม่ยเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยก็ได้กลับไปยังที่พักของเขาและได้เริ่มหลอมเม็ดยาสมุนไพร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการวางขายภายในร้านค้าในวันพรุ่งนี้ เมื่อยามเช้ามาถึง ฉิงเหม่ยได้มาเรียกหวังเหว่ยที่ตื่นสายภายในที่พักของเขาที่ตอนนี้ได้กลายเป็นปราสาทที่ดูหรูหราไปแล้ว “นายท่านตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยตะโกนเสียงดังอยู่ที่หน้าปราสาทของหวังเหว่ยอยู่หลายครั้งเพื่อปลุกเขา เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้เดินออกมาจากปราสาทของเขา “เจ้ามาทำอะไรตั้งแต่เช้าเลยฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยกล่าวขณะกำลังสะลึมสะลือ “นี่มันสิบโมงแล้วนะเจ้าค่ะ นายท่านจะเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรในวันนี้ไม่ใช่หรือเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวพร้อมกับทำแก้มของนางพองขึ้นเล็กน้อย “โอ้! ใช่แล้ว ข้าเกือบลืมเรื่องนี้ไปเลยเช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที วูบ
ณ ภายในอาคารที่หวังเหว่ยได้ซื้อมา
ในทันทีที่ออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้เรียกเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ออกมา350คน “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย “อืม หลังจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าสลับกันมาทำหน้าที่ขายเม็ดยาสมุนไพรภายในร้านค้าแห่งนี้วันละ50คน และหลังจากนี้เป็นต้นไปร้านค้าแห่งนี้จะมีชื่อว่า "ร้านค้าวิหคสีขาว" และในแหวนมิติวงนี้บรรจุเม็ดยาสมุนไพรเพิ่มพละกำลังระดับชั้นเลิศ เม็ดยาสมุนไพรเพิ่มความเร็วระดับชั้นเลิศ และเม็ดยาสมุนไพรรักษาบาดแผลระดับชั้นเลิศเอาไว้อย่างละหนึ่งแสนเม็ด ซึ่งเม็ดยาทั้งสามชนิดมีความบริสุทธิ์ถึงแปดส่วน! โดยให้พวกเจ้าขายเม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้ในราคาเม็ดละ1,000เหรียญทอง ! และหลังจากที่พวกเจ้าขายเม็ดยาสมุนไพรจนหมดแล้ว หากยังมีคนต้องการซื้อเม็ดยาสมุยไพรเพิ่มให้พวกเจ้าบอกกับพวกเขา ว่าพวกเจ้าต้องใช้เวลาเตรียมการอีกพักหนึ่งถึงจะนำเม็ดยาสมุนไพรกลับมาขายใหม่ได้ และหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ให้พวกเจ้าปิดกิจการและกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติให้กับเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ “รับทราบขอรับนายท่าน” หัวหน้าของเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวขณะยื่นมือไปรับแหวนมิติจากหวังเหว่ย “เอาล่ะ เรื่องนี้ข้าต้องฝากพวกเจ้าด้วยอย่าให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นล่ะ และหากมีปัญหาอะไรให้พวกเจ้าบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิต” “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์อย่างพร้อมเพรียงกัน หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าว จากนั้นเขาได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับฉิงเหม่ยในทันที วูบ
มิติแดนอสูร
หลังจากกลับเข้ามาภายในมิติแดนอสูรฉิงเหม่ยได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความสงสัย “เหตุใดนายท่านจึงมอบเม็ดยาสมุนไพรที่ล้ำค่าเหล่านั้นให้กับศัตรูเจ้าค่ะ” หวังเหว่ยได้หันมายิ้มให้กับนาง “ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีหรอกนะ ข้าได้ทำการปรับแต่งเม็ดยาสมุนไพรเหล่านั้นโดยการผสมสมุนไพรพิเศษอีกชนิดหนึ่งเข้าไป ซึ่งสมุนไพรชนิดนี้จะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อข้าใช้ผงของเม็ดยาสมุนไพรเม็ดนี้เท่านั้น” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำเม็ดยาสมุนไพรสีชมพูอ่อนสดใสออกมาจากแหวนมิติหนึ่งเม็ด ฉิงเหม่ยได้ยื่นมือไปรับเม็ดยาสมุนไพรสีชมพูอ่อนสดใสจากหวังเหว่ยมาลองกลิ้งไปมาบนฝ่ามือของนางด้วยความสงสัย “ผงของเม็ดยาสมุนไพรเม็ดนี้ทำอะไรได้หรือเจ้าค่ะ ?” “ฮ่าๆ หากเจ้ากินมันเพียงเม็ดเดียวมันก็คือเม็ดยาสมุนไพรบำรุงร่างกายธรรมดา แต่หากเจ้าใช้มันร่วมกับเม็ดยาสมุนไพรสามแสนเม็ดที่ข้าได้ขายให้กับเผ่าพันธุ์วิหค... มันจะแสดงผลพิเศษทำให้พลังเวทภายในร่างกายถูกผนึกเอาไว้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในทุกครั้งที่คนๆนั้นได้สัมผัสกับผงของเม็ดยาสมุนไพรเม็ดนี้ !” “นี่มัน! เช่นนั้นพวกเขาก็หมดทางต่อสู้เลยน่ะสิเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าว หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับด้วยแววตาที่เจ้าเล่ห์ “ข้าจะรอจนกว่าพวกเขาจะต่อสู้เอาชนะเผ่าพันธุ์มังกรได้ ข้าถึงจะเริ่มจัดการกับพวกเขา” “แต่... เช่นนี้จะไม่เป็นการทำให้เกิดการสูญเสียในสงครามมากขึ้นหรือเจ้าค่ะ ?” หวังเหว่ยส่ายหน้าของเขาเล็กน้อย “ไม่หรอกหากปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันอย่างก้ำกึ่งสูสีเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆต่างหาก ถึงจะเป็นการทำให้มีการสูญเสียมากมายอย่างแท้จริง! อีกทั้งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปสงครามในครั้งนี้อาจจะยืดเยื้อไปนานนับพันปี นับหมื่นปี ข้ารอนานเช่นนั้นไม่ได้หรอกเพราะ... ” “เพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจสินะเจ้าค่ะ นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะช่วยนายท่านสังหารสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายตนนั้นเองเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และในขณะนั้นเองหน้าท้องของนางก็ได้เกิดการขยับสั่นไหวขึ้น “อุ้ย !” ฉิงเหม่ยอุทาน “มีอะไรหรือ ?” หวังเหว่ยกล่าวขณะเดินเข้ามาประคองฉิงเหม่ยที่เสียหลักเล็กน้อย “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะนายท่าน แค่เหล่ามังกรน้อยทั้งห้ากำลังดิ้นซุกซนเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะลูบหน้าท้องของนางอย่างอ่อนโยน “ฮ่าๆ พวกเขาคงอยากจะบอกว่า พวกเขาเองก็จะต่อสู้ร่วมกับพวกเราด้วยน่ะ แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาคงแข็งแกร่งขึ้นมากเจ้าจึงได้ตกใจเช่นนี้” ฉิงเหม่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย “ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน เดี๋ยวนี้พวกเขาดิ้นแรงมากกว่าเมื่อก่อนมากเจ้าค่ะ” วิ้ง วิ้ง แสงสีฟ้า สีแดง สีเขียว สีขาว สีน้ำตาล ได้ส่องสว่างออกมาจากบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ยราวกับพวกเขากำลังประท้วงคำกล่าวของทั้งสองคน หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาได้กล่าวขึ้นว่า “ฮ่าๆ พวกเราทั้งสองเพียงแค่ล้อพวกเจ้าเล่นเท่านั้น พวกเจ้าก็อย่าได้คิดมากเลย” หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ แสงทั้งห้าสีก็ได้จางหายไปในทันที หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงในอนาคตพวกเราจะได้ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน !” “ข้าเองก็จะต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกับนายท่านจนถึงที่สุดเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าว หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “เอาล่ะ เรากลับมามองที่ปัจจุบันกันก่อนดีกว่า ในตอนนี้พวกเราจัดการเรื่องภายในอาณาจักรเทพวิหคเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงต้องรอเวลาเริ่มแผนการเท่านั้น อีกทั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพวกเราก็ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนกันจนเคร่งเครียดมากเกินไป คงถึงเวลาที่พวกเราจะไปท่องเที่ยวเมืองหลวงของอาณาจักรมนุษย์เพื่อผ่อนคลายกันบ้าง” “ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะนายท่าน พวกเราจะไปกันตอนไหนหรือเจ้าค่ะ ?” “ฮ่าๆ ไปกันตอนนี้เลย” หวังเหว่ยกล่าวขณะนำแผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายแผ่นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ “ข้าจะใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายเพื่อไปที่นั่น จากนั้นให้เจ้ามาหาข้าผ่านทางประตูมิติเช่นเดิม” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” “เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เปิดการทำงานของแผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายเพื่อไปยังเมืองหลวงอาณาจักรมนุษย์ โดยมีฉิงเหม่ยที่เดินเข้าไปภายในประตูมิติติดตามเขาไปด้วย วูบ