บทที่ 6 หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ไม่กลัวเขา
ฐานทัพอยู่ห่างจากหมู่บ้านซานชาประมาณหนึ่งกิโลเมตร ก่อนออกจากบ้าน เหวินหน่วนเดินไปที่ห้องครัวหยิบเอาหมั่นโถวสองลูกไปกินระหว่างทาง
วันนี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อคลุมสีดําของเมื่อวานเพราะมันน่าเกลียดมาก แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากค้นตู้เสื้อผ้าของตัวเองเป็เวลานาน เหวินหน่วนก็เกือบจะร้องไห้
ไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ สักชิ้นเดียว
ขณะเหวินหน่วนเดินออกจากบ้าน เหวินเจวียนซึ่งกําลังนอนหลับอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้น เมื่อเห็นว่าเหวิน
หน่วนกําลังจะออกไปเธอก็กลับไปนอนต่อ
หมั่นโถวฝืดคอเสียจนหญิงสาวกลืนมันได้ลำบาก เธอสำลักเล็กน้อย แต่การได้กลับมาเกิดใหม่ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ของชนบท หมั่นโถวไม่น่ากินนี้ก็เหมือนอาหารเลิศรสมีกลิ่นหอม
แม้จะเป็เดือนในฤดูหนาวแสนเยือกเย็น แต่ก็มีผู้คนออกมาบนท้องถนนหรือทุ่งนาเพื่อเก็บมูลสัตว์ไปทำปุ๋ย
เหวินหน่วนถอนหายใจและสาวเท้าเดินต่อไป ร่างกายของเธอเริ่มร้อนขึ้นทุกขณะที่เดิน เธอไม่รู้สึกว่าอากาศหนาวเย็นอีกต่อไปแล้ว
เมื่อไปถึงประตูฐานทัพ หญิงสาวเห็นยามทั้งสองที่ด้านข้างของประตู เธอกลัวอีกฝ่ายเล็กน้อย
เมื่อคืนมีหิมะตก จึงมีผู้คนกวาดหิมะอยู่ทั้งสองด้านของถนน เหวินหน่วนมองไปที่คนเ่าั้อย่างอารมณ์ดี ขณะเดินไปที่โรงอาหารขนาดใหญ่
เธอมาเร็วแต่ก็มีคนที่มาเร็วกว่าเธอ
โจวย่าหนีแปลกใจและยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นเหวินหน่วน "เหวินหน่วนทําไมเธอถึงมาที่นี่"
"โอ้" เหวินหน่วนพูดเสียงเบา "มาสมัครงาน"
โจวย่าหนียิ้มและดึงหญิงสาวออกไป "เธอ... เธอไม่ได้ไปดูตัวกับผู้อำนวยการลู่เหรอ? งานเบ็ดเตล็ดแบบนี้ไม่เหมาะกับเธอหรอก"
เหวินหน่วนมองอีกฝ่ายและยิ้ม
โจวย่าหนีหัวเราะ รู้สึกอับอายเล็กน้อย
กัวอันฉินเก่งเื่การผูกมิตรกับทุกคนในหมู่บ้านรวมถึงเหวินเฟิงฉี
การรับสมัครงานของโรงอาหารฐานทัพในวันนี้ เกรงว่าจะเป็เหวินเฟิงฉีที่บอกโจวย่าหนี
โจวย่าหนีไม่ค่อยทํางานบ้าน การทํางานในโรงอาหารนั้นไม่เหมาะกับเธอจริง ๆ
แต่ที่นี่คือโรงอาหารของฐานทัพ
หากได้งานทำที่นี่จะได้รับชื่อเสียงที่ดี ทุกคนที่ทำงานที่นี่มีโอกาสได้พบกับคนที่ดี
โจวย่าหนีรู้สึกแปลกใจ เพราะตอนที่เหวินเฟิงฉีบอกเื่งานนี้กับเธอ เขาสัญญาว่าจะไม่บอกคนอื่น
ต่อให้เขาบอกคนอื่นก็คงไม่เป็ไร
แต่เหวินหน่วนคนนี้ทําอาหารเก่งและเธอก็ตั้งใจในการทํางาน
ส่วนโจวย่าหนี พอเธอเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย เธอก็เอาแต่เตร่ไปรอบ ๆ หมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน
การทําอาหารหรืองานอะไรก็ตาม เธอไม่รู้อะไรเลย
เดิมทีโจวย่าหนีไม่มั่นใจ แต่เป็เพราะเหวินเฟิงฉีและกัวอันฉินรับปากกับเธอว่าจัดการทุกอย่างให้แล้ว เธอจึงมา
นั่นเป็เหตุผลที่เธอมาที่นี่ั้แ่เช้าตรู่ เธอเองก็ไม่ได้เรียกเหวินหน่วนให้มาด้วย
แต่ตอนนี้เหวินหน่วนมาที่นี่ โจวย่าหนีเริ่มรู้สึกหมดหวัง
"เหวินหน่วน" โจวย่าหนีดึงเสื้อของเหวินหน่วนอย่างระมัดระวัง "เธอไม่สมัครงานนี้ได้ไหม เพราะงานนี้สําคัญกับฉันมาก"
เธอพูดพลางน้ำตาคลอเบ้า
"งานนี้สําคัญมากสําหรับฉันเช่นกัน” เหวินหน่วนพูดอย่างเขินอายว่า "เธอเป็ถึงนักเรียนมัธยมปลาย แต่ฉันเรียนจบแค่ชั้นประถม ฉันไม่สามารถทําอะไรได้อีก นอกจากการทํางานที่ใช้แรงงานแบบนี้"
โจวย่าหนีแทบสําลัก
ในระหว่างทั้งสองพูดคุยกัน คนอีกสองสามคนก็เข้ามา แต่พวกเขาไม่รู้จักกัน
ตอนนั้นเอง มีคนออกมาจากประตูโรงอาหารขนาดใหญ่ เขามองมาที่พวกเธอและพูดว่า "ทําไมมีคนมาสมัครแค่นี้?"
พวกเขาประกาศรับสมัครงานเป็เวลานานแล้ว จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีแค่ไม่กี่คนมาสมัคร
"พวกคุณทุกคนเข้ามา” ชายคนนั้นโบกมือให้คนที่มาสมัครเดินเข้าไป "ปกติพวกคุณทําอาหารอะไร พวกคุณซอยมันฝรั่งเป็ไหม? "
เหวินหน่วนพยักหน้าพร้อมกับผู้สมัครอีกหลายคน
โจวย่าหนีครุ่นคิดและพยักหน้าตาม
"คุณจะทดสอบโดยให้เราซอยมันฝรั่งเหรอ?" โจวย่าหนีถามอย่างอ่อนแรง
"ถ้าคุณบอกว่าคุณซอยมันฝรั่งได้" ชายคนนั้นยิ้ม "ก็ไม่จำเป็ต้องทดสอบ"
โจวย่าหนีถอนหายใจโล่งอก
จากนั้นก็ได้ยินชายคนนั้นพูดว่า "เราจะทดสอบโดยให้คุณทอดมันฝรั่งเส้นหนึ่งจาน"
เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวย่าหนีรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
มันฝรั่งเส้นทอด? นี่ไม่เพียงแค่หั่นซอยแต่ยังทอดด้วย!
เธอทำไม่ได้แน่
โจวย่าหนีอดไม่ได้ที่จะมองเหวินหน่วนด้วยความประหม่าเล็กน้อย พลางเดินไปหาอย่างเงียบ ๆ และพูดว่า "เหวินหน่วน เธอต้องช่วยฉันนะ"
มุมปากเหวินหน่วนยิ้มเยาะเย้ย
ช่วยเหรอ?
"เธอจะทำเหมือนกับตอนสอบระดับประถมศึกษาเหรอ ให้ฉันเปลี่ยนกระดาษคำตอบกับเธอเมื่อทำเสร็จอย่างนั้นนะเหรอ?” เหวินหน่วนหยุดพูดและมองไปที่อีกฝ่าย
แม้ว่าเธอสองคนจะมีความสูงเท่ากัน แต่ไม่รู้ว่าทําไมตอนนี้โจวย่าหนีรู้สึกราวกับว่าตัวเธอต่ำกว่าเหวิน-
หน่วน
"ถ้าคราวนี้ฉันหางานทําไม่ได้ แม่จะต้องหักขาฉันทิ้งตอนกลับบ้านไปแน่ ๆ " โจวย่าหนีดึงแขนเสื้อเหวิน-
หน่วนด้วยดวงตาแดงก่ำ "ความสัมพันธ์ของเราดีมาโดยตลอด เธอช่วยฉันได้ไหม"
เธอเคยช่วยหญิงตรงหน้ามาหลายครั้งแล้ว
ส่วนคราวนี้น่ะเหรอ?
เหวินหน่วนยิ้ม
เธอตาบอดแค่ไหนกันนะ ในชีวิตก่อนหน้านี้?
ทุกครั้งที่โจวย่าหนีแสร้งทำตาแดงเช่นนี้ เธอก็จะรีบตกลงตามคําขอของอีกฝ่ายอย่างโง่เขลาทันที
"เธอไม่เข้าใจ" เหวินหน่วนกล่าว "เธอแค่ขาหัก แต่ฉัน...จะไม่มีชีวิตรอด"
หลังจากที่พูดเช่นนั้น เหวินหน่วนไม่รอให้โจวย่าหนีตอบและรีบเดินตามคนที่อยู่ตรงหน้าเธอเข้าไปในโรงอาหารขนาดใหญ่
โจวย่าหนียืนอยู่ข้างหลัง ไม่เข้าใจสิ่งที่เหวินหน่วนพูดเลย แต่เธอเข้าในสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อ นั่นก็คือเหวิน-
หน่วนจะไม่ช่วยเธอในครั้งนี้
คนน่ารังเกียจ!
เหวินหน่วนเดาได้เลยว่าโจวย่าหนีต้องจ้องเธอตาเขม็งอย่างดุเดือดมากแน่ ๆ
มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อย
ทนเก็บความเกลียดเอาไว้แบบนี้ไม่ได้เหรอ?
หลังจากเผชิญกับชะตาชีวิตแบบนั้นมาแล้วเธอทนได้!
เมื่อนึกถึงเื่ราวของชีวิตที่แล้ว เหวินหน่วนก็สาวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดก้าวในทันที
ทําไมชายคนนี้ถึงอยู่ที่นี่ได้?
เมื่อเห็นลู่จินฉวน เหวินหน่วนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแขนที่แข็งแกร่งและทรงพลังของเขา คําพูดที่นิ่งสงบของชายหนุ่เพียงพอที่จะทําให้เธอมั่นใจก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
ดวงตาเหวินหน่วนชุ่มขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้
โชคดีที่เธอได้พบเขาอีกครั้ง
ลู่จินฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่จู่ ๆ ก็ร้องไห้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
หน้าตาของเขาในตอนนี้ขึงขังเกินไป? เลยทำให้สาวน้อยคนนี้กลัว?
หลายคนที่อยู่ด้านหลังลู่จินฉวนมองหน้ากันอย่างสนุกสนาน
หญิงสาวตัวน้อยถึงกับร้องไห้ออกมาเพราะความกลัวเพียงแค่มองหน้าของชายหนุ่มโดยตรง
ลู่จินฉวน "..."
เขาถอนสายตาของเขากลับ เธอกลัวว่าเขาจะเอาคืนเธอเพราะเธออาเจียนใส่เขาในวันนั้นเหรอ?
ช่างเป็ผู้หญิงที่บอบบางจริง ๆ
แม้ว่าเขาจะเป็คนรักความสะอาด แต่เขาไม่ใช่คนชอบหาเื่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบเธอ
"คุณอา... คุณอา "
ในขณะที่เขายกเท้าขึ้นเตรียมที่จะจากไป ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียง
คุณอา?
ลู่จินฉวนเงียบไปและทําอะไรไม่ถูกเมื่อมองลงไปที่หญิงสาวที่เรียกเขาว่าอา
"คุณอา... คุณอา" หญิงสาวตัวเล็ก ๆ พูดอย่างจริงจัง "ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้คราวที่แล้ว คุณอาเป็คนดีมาก ๆ เลย"
ลู่จินฉวนถึงกับตกตะลึงที่จุ่ ๆ ก็ได้กลายเป็คนดีเสียอย่างนั้น
คนดี?
เขาไม่ใช่คนดี
สิ่งที่ทำให้เขางุนงงมากขึ้นคือดวงตาที่ไว้วางใจและพึ่งพาได้ของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ
ลู่จินฉวนมั่นใจว่าในดวงตาของอีกฝ่ายไม่มีความกลัวใด ๆ อยู่ในนั้น
หญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้ไม่กลัวเขา!