เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 141 คว้าโอกาสตรงหน้า

    ข่าวที่หลงเฉินเอาชนะเฟิงอู่เทียนได้แพร่สะพัดไปทั่วเหล่ามรกตรวมถึงเหล่าอื่น ๆ  แม้แต่เหล่าคนในยังได้ยินเรื่องนี้


    ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว  อย่างน้อยที่สุด ภายในเหล่าคนนอกเขาก็กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงขึ้นมา


    ในเรื่องของความนิยมในเหล่ามรกต  เขาเหนือกว่าฉู่ยวิ๋นเหยาและคนอื่น ๆ และเกือบจะเทียบได้กับฉู่ยวิ๋นซีเลยทีเดียว


    หลิวหลานอายุไม่ถึงสามสิบปีและอยู่ในระดับแก่นปฐพีขั้นสมบูรณ์  หากเทียบกับทุกคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง  นางเป็นดั่งไพ่ตายของสำนักสุริยันมรกต  และในกลุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลงเฉิน หลงเฉินก็คือไพ่ตายของพวกเขา


    ภายหลังการต่อสู้ที่ลานประลองเป็นตาย  หลิวเยวี๋ยนใช้สมุนไพรวิญญาณทั้งหมดที่มีในการรักษาเยียวยาเฟิงอู่เทียนซึ่งฟื้นตัวได้หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน  จากนั้นเขาก็ออกจากเหล่ามรกตไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว  เมื่อนั้นเองที่หลิวเยวี๋ยนและคนอื่น ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก


    ในที่สุดหลงเฉินก็วางใจและฝึกวิชาต่อไป  จำนวนผลึกแก้วเพลิงอัสนีที่เขาผสานได้ยังไม่ถึงขีดจำกัด  เขาจึงผสานต่อไป  หลังจากผสานชิ้นที่ยี่สิบแปดเสร็จสิ้น  หลิวเยวี๋ยนก็เรียกให้หลงเฉินไปพบ


    “ตาแก่นั่นต้องการสิ่งใดจากข้านะ?”


    ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้พักผ่อนบ้าง  เขาจึงวางแผนจะเข้าไปในมิติห้วงนภาเพื่อทำคะแนนผลงานเพิ่ม  ไม่คิดเลยว่าหลิวเยวี๋ยนจะเลือกเวลานี้เรียกพบเขา


    หลังจากเข้าไปยังห้องโถงของสำนักสุริยันมรกต  เขาพบหลิวเยวี๋ยนเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ที่นั่น  เมื่อเห็นหลงเฉินเขาก็ยิ้มและต้อนรับหลงเฉิน


    ‘ท่านผู้อาวุโสอารมณ์ดีถึงเพียงนี้ เรียกข้ามาพบเพราะเหตุใดกัน?’


    สถานะของหลงเฉินในเวลานี้เปลี่ยนไปแล้ว  เขาจึงใช้โอกาสนี้หยอกล้อหลิวเยวี๋ยน


    หลิวเยวี๋ยนไม่ถือโทษโกรธและมองไปยังเด็กหนุ่มจอมวายร้ายผู้นี้อย่างเสียมิได้ก่อนจะหัวเราะออกมา


    “ให้ข้าบอกข่าวที่น่าทึ่งกับเจ้าก่อนเถอะ”


    “ข่าวอะไรหรือ?”


    เขาไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้น  หลงเฉินจึงตั้งใจฟังทันที


    หลิวเยวี๋ยนจงใจพูดอย่างมีเลศนัย


    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันแรกของเดือนสิบเอ็ดคือวันอะไร?”


    “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ? เลิกทำตัวลึกลับแล้วบอกข้ามาเถอะ!”


    หลงเฉินเต็มไปด้วยความคาดหวัง


    “วันแรกของเดือนสิบเอ็ด เป็นวันที่เหล่ามังกรเขียวตะวันออกเริ่มการคัดเลือกคนเข้าเหล่าคนใน”


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ?”


    แต่แล้วหลงเฉินก็นึกขึ้นได้และโพล่งออกมา


    “ตาแก่ ท่านจะบอกว่าข้าผ่านการคัดคุณสมบัติงั้นหรือ? ข้าจะได้เข้ารับการคัดเลือกงั้นหรือ?”


    คำว่า ‘ตาแก่’ เป็นคำที่หลงเฉินคิดอยู่ในใจ แต่เป็นเพราะเขากำลังตื่นเต้นดีใจ  เขาจึงหลุดปากออกมา


    หากว่ากันตามตรง  หลงเฉินเองก็ต้องการเข้าเหล่าคนในอยู่แล้ว ประการแรก เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองทรัพยากรมากมาย และประการที่สอง เหตุการณ์ล่าสุดทำให้เขาเห็นได้ชัดถึงความสำคัญของสถานะ จากที่เห็นตงฟางเทียนหยู เฟิงอู่เทียน เป่ยถังม่อ และผู้ที่อยู่ในสภาพน่าสังเวชอย่างม่อเซียวหลาง หลงเฉินตระหนักดีว่าเขาจะต้องเข้าเหล่าคนในให้ได้เพื่อที่เขาจะได้เชิดหน้าชูตาอยู่ในตระกูลหลิงอู่ด้วยความภาคภูมิ


    ที่สำคัญไปกว่านั้น  หยางหลิงชิงก็อยู่ในเหล่าเต่าดำเหนือ  หลงเฉินเป็นห่วงว่าหยางหลิงชิงอาจจะถูกกลั่นแกล้ง  ซึ่งเป็นเหตุให้เขามุ่งมั่นกับการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในอย่างมาก


    ‘ไม่ว่าอย่างไร... ข้าก็ต้องเข้าเหล่าคนในให้ได้...’


    อย่างไรก็ตาม  เขาเคยได้ยินมาว่าเขาต้องบรรลุอย่างน้อยในระดับแก่นปฐพีเพื่อที่จะเข้ารับการคัดเลือก   ทว่าหลงเฉินเวลานี้อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์เท่านั้น  ซึ่งทำให้เขามีความหวังเพียงน้อยนิด  อย่างไรก็ตาม  จากคำพูดของหลิวเยวี๋ยน  ดูเหมือนว่า...


    “เจ้านี่โชคดีจริง ๆ ใช่แล้ว... จากข้อมูลที่ได้รับมายืนยันว่าเจ้าผ่านการทดสอบคุณสมบัติ  นี่เองก็เกินความคาดหมายของข้าเช่นกัน...”


    สำหรับเด็กหนุ่มหลงเฉินที่โชคดีถึงเพียงนี้  หลิวเยวี๋ยนจึงรู้สึกตื้นตันอย่างมาก


    หลังจากได้รับการยืนยันจากหลิวเยวี๋ยน  หลงเฉินก็ปลาบปลื้มดีใจเป็นที่สุด


    “ข้าจะคว้าโอกาสนี้ไว้ให้มั่น แต่ทว่า...”


    หลงเฉินเหลือบมองหลิวเยวี๋ยน


    “ท่านผู้อาวุโสเยวี๋ยน ข้าเพิ่งจะบรรลุระดับแก่นมนุษย์เท่านั้น  ข้าผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติได้อย่างไรกัน?  พวกเขาทำสิ่งใดผิดพลาดหรือไม่?”


    หลิวเยวี๋ยนส่ายศีรษะ


    “ข้าคิดว่าเรื่องที่เจ้าเอาชนะเฟิงอู่เทียนได้แพร่สะพัดออกไป  แม้ว่าเจ้าจะบรรลุเพียงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์  ทว่าเจ้ากลับเอาชนะผู้ที่บรรลุระดับแก่นปฐพีของเหล่าคนในได้  ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้คงตระหนักถึงศักยภาพของเจ้า”


    หลงเฉินครุ่นคิดถึงเรื่องนี้และพบว่ามีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น


    ‘ดูเหมือนว่าการได้ดูหลิวหลิงอาบน้ำจะไม่แย่เสียทีเดียว  เป็นเพราะข้าเห็นนางเข้า  นางจึงไปตามเฟิงอู่เทียนมาเล่นงานข้าก่อนจะลงเอยด้วยการพ่ายแพ้ให้กับข้าเป็นครั้งที่สอง และทำให้ข้ามีคุณสมบัติเข้ารับการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน การที่เรื่องราวบานปลายเช่นนี้ทำให้ข้าประหลาดใจจริง ๆ’


    สีหน้าพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลงเฉินขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้


    “หลงเฉิน  อย่าเพิ่งหลงระเริงไปนักเลย”


    คำพูดของหลิวเยวี๋ยนเป็นดั่งถังน้ำเย็นที่สาดใส่เขา


    “เพราะเหตุใดกัน?”


    เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ชายชราถึงมีท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมา


    เมื่อมองเด็กหนุ่มที่กำลังหลงระเริง  หลิวเยวี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะ


    “รายชื่อของผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกออกมาแล้ว มีทั้งหมดยี่สิบคนที่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมการคัดเลือก  เหล่าทองและเหล่าเงินมีรายชื่อเหล่าละสามคน ในขณะที่อีกเจ็ดเหล่ามีรายชื่อเหล่าละสองคน  ซึ่งเหล่ามรกตของเราก็คือเจ้าและฉู่ยวิ๋นซี”


    “แล้วเป็นปัญหาอย่างไรรึ? ฉู่ยวิ๋นซีน่าจะบรรลุระดับแก่นปฐพีขั้นต้น  ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก”   หลงเฉินรู้เรื่องนี้ดี


    หลิวเยวี๋ยนพยักหน้า


    “ในบรรดาคนทั้งยี่สิบคน  ห้าคนได้รับสิทธิ์โดยตรงซึ่งรวมถึงฉู่ยวิ๋นซี  ผู้ที่บรรลุระดับแก่นปฐพีขั้นต้นย่อมได้รับสิทธิ์และถือเป็นยอดฝีมือในอันดับต้น ๆ ความแข็งแกร่งของพวกเขาใกล้เคียงกับหลานเอ๋อร์ทีเดียว  ผู้ที่อ่อนแอที่สุดซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดเลือกก็เพิ่งจะบรรลุถึงระดับแก่นปฐพี  ถึงกระนั้นก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าเฟิงอู่เทียนเล็กน้อย  ข้ารู้สึกจนปัญญาไปหมด --- เพราะเจ้าเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในการคัดเลือกนี้”


    หลิวเยวี๋ยนวิเคราะห์สถานการณ์ให้หลงเฉินฟัง  เขาจึงรู้ทันทีว่าเหตุใดหลิวเยวี๋ยนจึงบอกเขาว่าอย่าเพิ่งหลงระเริงเร็วไปนัก


    “ท่านผู้อาวุโสเยวี๋ยน  ในบรรดายี่สิบคนนี้มีจะกี่คนที่ผ่านรึ?”


    หลงเฉินต้องการเข้าเหล่าคนใน  เขาจึงจำเป็นต้องรู้คำตอบของคำถามนี้


    “สองคน”


    หลิงเยวี๋ยนตอบได้เพียงเท่านั้น


    “เช่นนี้ข้าจึงบอกเจ้าว่าอย่าเพิ่งดีใจ  แม้ว่าเจ้าจะมีสิทธิ์  ทว่าความยากลำบากในการเข้าเหล่าคนในนั้นเหนือกว่าจินตนาการของเจ้ามากนัก  แม้แต่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงอย่างฉู่ยวิ๋นซียังรู้สึกไม่มั่นใจ  อย่าว่าแต่เจ้าเลย”


    “หากเป็นเช่นนั้น  จุดประสงค์ของการคัดเลือกคืออะไรกัน?  จะให้ข้าไปที่นั่นเพื่อเที่ยวเล่นหรืออย่างไร?”


    เมื่อนึกถึงความยากลำบากระดับนั้น  หลงเฉินก็พูดอะไรไม่ออก


    หลิวเยวี๋ยนหัวเราะอย่างขมขื่น


    “ถูกของเจ้า มันเป็นเพียงการช่วยเปิดหูเปิดตาของเจ้าเพื่อให้เจ้ารู้ว่ายอดฝีมือคนอื่น ๆ ของเหล่าคนนอกเป็นเช่นไร  มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้า  อย่างไรก็ตาม หลงเฉิน... มีโอกาสที่เจ้าจะไม่รอดจากการคัดเลือก  เช่นนั้นจงเตรียมตัวให้ดี  ข้าไม่อยากให้เหล่ามรกตของเราต้องสูญเสียอัจฉริยะอย่างเจ้าไป”


    “มีโอกาสที่จะตายด้วยหรือ?”


    หลงเฉินรู้สึกถึงความกดดันที่กดทับลงบนตัวเขา  นอกจากนี้ เขาเองยังทุ่มสุดฝีมือเพื่อเอาชนะเฟิงอู่เทียนให้ได้  หากต้องเผชิญยอดฝีมืออีกยี่สิบคนที่แข็งแกร่งกว่าเฟิงอู่เทียน  ...ก็คงไม่มีทางที่เขาจะได้เป็นหนึ่งในสองคนที่ผ่านเข้าเหล่าคนใน


    “ทุกโอกาสมักมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ  การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในก็เช่นกัน  หากเจ้ากลัวละก็ เจ้าก็จะถูกลิขิตให้รั้งท้ายเช่นนี้ตลอดไป  มีแต่ผู้กล้าเท่านั้นที่จะสามารถเดินไปตามเส้นทางของการฝึกฝนต่อไปได้”


    หลิวเยวี๋ยนลูบเคราไปมาและถอนหายใจด้วยความเศร้า


    หลงเฉินมิได้หวาดกลัว  หากแต่รู้สึกถึงแรงกดดันมากมายทีเดียว


    “ไม่ว่าจะอย่างไร  ข้ายังพอมีเวลาอยู่บ้างก่อนจะถึงวันแรกของเดือนสิบเอ็ด หากข้าฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่ตอนนี้  ข้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นได้อีกสักขั้นหนึ่ง  แม้ว่าข้าจะไม่ได้เข้าเหล่าคนใน  ข้าก็ต้องรักษาชีวิตของตัวเองไว้ให้ได้”


    หลงเฉินกำลังจะแข่งขันกับยอดฝีมือที่มีความสามารถสุดยอดจากเหล่าคนนอกทั้งเก้า


    คู่ต่อสู้ของเขาตั้งแต่หวงเซียงไปจนถึงหวงเฟยหยาง  และแม้แต่ผู้ที่อยู่ระดับเดียวกับฉู่ยวิ๋นซีซึ่งเป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเหล่ามรกต  สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของเขานั้นรวดเร็วเพียงใด


    อย่างไรก็ตาม  เมื่อนึกถึงหยางหลิงชิงที่ยิ่งกว่าอ่อนแอในเหล่าคนใน  หลงเฉินตระหนักว่าเขาต้องทุ่มสุดตัวเพื่อนาง


    เมื่อเห็นถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ในแววตาของหลงเฉิน  หลิวเยวี๋ยนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ  แต่ถึงกระนั้นก็มีบางเรื่องผุดขึ้นในใจ  เขาขมวดคิ้วแน่น 


    “หลงเฉิน  มีบางอย่างที่เจ้าทำเกินเหตุไปหน่อย”


    จริง ๆ แล้วมีมากมายหลายสิ่งที่หลงเฉินไม่ควรทำ  หลิวเยวี๋ยนจึงทำให้เขารู้สึกตกใจ


    ‘หรือว่าตาเฒ่านี่รู้ว่าข้าแอบมองหลิวหลิงอาบน้ำ? หากเขาต้องการให้ข้าแต่งงานกับนางล่ะ  ข้าตายแน่!’


    เขากำลังจะหาข้อแก้ตัว  ทว่าหลิวเยวี๋ยนกลับเอ่ยถึงเรื่องอื่น


    “ข้าบอกให้เจ้าหาคะแนนผลงานมาห้าร้อยแต้ม และข้าจะมอบวิญญาณสัตว์อสูรมังกรมนตราสีม่วงให้  แต่เรื่องที่เจ้าเอาคะแนนผลงานสามร้อยแต้มไปแลกต้นหญ้าวิญญาณนี่มันอะไรกัน?”


    เรื่องนี้นี่เอง...  หลงเฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบตอบ


    “ท่านผู้อาวุโสเยวี๋ยน  ต้นหญ้าวิญญาณสำคัญกับข้ามาก ใช่ว่าข้าไม่ต้องการวิญญาณสัตว์อสูร ข้าจะเข้าไปในมิติห้วงนภาเดี๋ยวนี้และหาคะแนนผลงานมาให้ได้”


    เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้  หลิวเยวี๋ยนรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย  เขาต้องการมอบให้หลงเฉินเพราะคิดว่ามันจะสำคัญกับหลงเฉินมาก  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการมันเลย สถานการณ์เช่นนี้คืออะไรกันแน่?


    “ช่างมันเถอะ”   หลิวเยวี๋ยนโบกมือ


    “มีเวลาเหลือไม่มากนักก่อนจะถึงการคัดเลือก  สำหรับเวลาที่เหลืออยู่นี้ จงฝึกฝนให้หนัก  ถือว่าวิญญาณมังกรมนตราสีม่วงนี่เป็นของขวัญจากข้าก็แล้วกัน”


    “จริงหรือ?”


    หลงเฉินรู้สึกดีใจจนลิงโลด  เพราะมันมีค่าถึงหนึ่งแสนหยกศักดิ์สิทธิ์


    จะว่าไปแล้ว  ชายชราผู้นี้ปฏิบัติต่อเขาดีทีเดียว  หลงเฉินรู้สึกแคลงใจในตัวหลิวเยวี๋ยนอยู่บ้าง  แต่ก็รู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง


    หลิวเยวี๋ยนปฏิบัติต่อเขาในฐานะไพ่ตายของสำนักสุริยันมรกต  และความน่าเชื่อถือของเขาก็เพิ่มมากขึ้นในสายตาของหลงเฉิน  อย่างไรก็ตาม  วิญญาณมังกรมนตราสีม่วงก็มิใช่สิ่งที่จะให้เป็นของขวัญกันได้ง่าย ๆ 


    เขานำลูกปัดผนึกวิญญาณออกมาจากถุงมิติ  ลูกปัดถูกวิญญาณมังกรมนตราสีม่วงย้อมจนกลายเป็นสีม่วง  หลงเฉินเห็นอย่างเลือนรางว่ามีมังกรปีศาจสีม่วงกำลังร้องคำรามอยู่ภายใน


    “อย่าเสียเวลาและจงใช้วิญญาณมังกรนี่เป็นวิญญาณปฐมภูมิสำหรับระดับแก่นศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเสีย  และเมื่อเวลานั้นมาถึง  ความแข็งแกร่งของเจ้าย่อมพุ่งทะยานอย่างแน่นอน!”


    เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้  หลงเฉินก็หน้าซีดเผือด  เพราะเขาไม่สามารถดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรได้


    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาทำได้เวลานี้คือรับมันไปเท่านั้น


    “รีบกลับไปฝึกฝนเสีย  โอ้ จริงสิ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง...”


    หลิงเยวี๋ยนนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาและย้ำเตือนเขา


    “อีกห้าวันให้หลัง  ฉู่ยวิ๋นซีจะมาขอหลานเอ๋อร์แต่งงาน  เมื่อเวลานั้นมาถึง  ข้าจะจัดแจงให้พวกเจ้าทั้งสองได้พบกัน เพราะอย่างไรเสียพวกเจ้าก็ต้องร่วมมือกันในภายภาคหน้า”


    *******************




    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน