ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 54 ความหนักแน่นมั่นคงของบุรุษเพศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 54 ความหนักแน่นมั่นคงของบุรุษเพศ



            ข้ามีนามว่าซีเลีย แอบบอต เป็นลูกสาวของท่านเจ้าเมืองขนาดกลางแห่งหนึ่ง และเป็นนักเรียนจากสถาบันอเวกเคนเนอร์ประจำภูมิภาค B


            ช่วงนี้เป็นช่วงพักการศึกษา ท่านพ่อจึงให้ท่านลุงดารัส มือซ้ายของท่านไปรับตัวข้ากลับบ้านพร้อมผู้คุ้มกันอีกมากมาย


            เส้นทางในการกลับบ้านค่อนข้างซับซ้อน มีหลายพื้นที่ที่ค่อนข้างอันตราย คณะเดินทางของพวกเราจึงต้องอ้อมหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดซึ่งก็ออกจะเป็นการเดินทางที่วกวนไม่น้อย แต่ข้าก็ไม่ได้บ่นอะไรหรอก ข้าชินกับเส้นทางเหล่านี้แล้วล่ะ


            วันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นเคย การเดินทางราบรื่นแม้จะต้องเดินทางอ้อมไปไกลสักหน่อย อีกเพียงไม่นานก็จะถึงเมือง B-24 สัตว์อสูรเล็กๆ น้อยๆ ตามรายทางไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับกลุ่มผู้คุ้มกันที่เป็นอเวกระดับสี่


            จนกระทั่ง... สัตว์อสูรระดับหกได้ปรากฏตัวขึ้น


            โดยปกติแล้ว หากเดินทางด้วยเส้นทางนี้ จะไม่มีทางที่จะพบเจอสัตว์อสูรที่มีระดับสูงขนาดนี้อย่างแน่นอน แต่วันนี้ไม่ใช่ พวกเราโชคร้ายเหลือเกินที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้


            สัตว์อสูรกระหายเลือดเข้าโจมตีขบวนของพวกเราจนแตกกระเจิง สัตว์อสูรที่ใช้ลากจูงเพื่อเดินทางก็ตกใจกลัวหลบหนีไปคนละทิศละทาง เหล่าผู้คุ้มกันตกตายไปทีละคนโดยไม่มีใครสามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าปกป้องคุ้มกันข้าอย่างเต็มที่


            ความตาย หยาดเลือดที่ไหลริน ทำให้ข้าเห็นถึงความภักดีจากคนของท่านพ่อ......พวกเขายอมสู้แลกชีวิตเพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ ของข้า ที่เป็นเพียงอเวกระดับห้า


            ความร้อนแผ่ไปทั่วใบหน้า น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เอ่อคลอที่เบ้าตา ความรู้สึกจุกแน่นปะทุอยู่เต็มอก ข้าเสียดายความภักดีของพวกเขาเหลือเกิน...... หากไม่ใช่เพื่อปกป้องข้า พวกเขาจะต้องมาตายกันมากมายเพียงนี้หรือไม่ อาจจะไม่สามารถพูดได้ว่าทุกคนสามารถหนีรอดไปได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีคนรอดชีวิตไปได้มากกว่านี้หากรีบหนีไปโดยไม่สนใจข้า


            หลังจากเห็นภาพความตายมากมาย ร่างทั้งร่างของข้าก็ถูกกระชาก พาออกจากสถานการณ์ตรงหน้าด้วยฝีมือของท่านลุงดารัส หลังจากนั้นเหล่าอเวกผู้คุ้มกันก็สู้ไปพลางหนีไปพลาง โดยที่ลุงดารัสมีหน้าที่พาข้าหนีออกมาให้ได้ไกลมากที่สุด แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มผู้คุ้มกันแทบจะไม่สามารถยื้อเวลาได้แม้แต่นิดเดียว


            สัตว์อสูรกระหายเลือดไล่ล่าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าผู้คุ้มกันตกตายตามรายทาง เสียงกรีดร้องดังมาจากด้านหลังระงม ความเจ็บปวดที่แฝงมากับน้ำเสียงนั่นทำเอาข้าไม่กล้าหันไปมองแม้แต่น้อยว่าสภาพตอนตายของพวกเขาเป็นเช่นไร......


            'ขอให้พวกเขาไปสู่สุคติด้วยเถิด' นี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าพอจะทำได้ ขอให้ความตายพาพวกเขาไปเจอความสงบอันแท้จริง......


            ขณะที่หลบหนีออกมาด้วยความเร็วสูง สายตาของข้าก็พลันเห็นขบวนสินค้าจากที่ไกลๆ


            “ท่านลุงดารัส ด้านหน้ามีคนอยู่!” ข้าตะโกนออกไปเช่นนั้น


            “บ้าเอ๊ย!”


            เหมือนท่านลุงดารัสจะหัวเสียไม่น้อยที่เจอเข้ากับกลุ่มคน ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบี่ยงตัวเปลี่ยนเส้นทางทันที


            “เฮ้อ” ข้าถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย อาจจะเป็นความโล่งใจ กังวลใจ ไม่ก็.....เข้าใจความรู้สึกของลุงดารัสดี นอกจากจะเป็นมือซ้ายผู้เก่งกาจในด้านการวางแผนแล้ว ท่านยังเป็นคนที่จิตใจดีและซื่อสัตย์มากอีกด้วย


            หากจะให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาตกตายเพราะตนเอง เรื่องนี้ไม่สามารถยอมรับได้โดยเด็ดขาด แต่การมีภาระบนบ่าอย่างการต้องคอยปกป้องข้า คงทำให้ท่านลำบากใจไม่น้อย


            'ข้านี่มันไม่ต่างไปจากตัวภาระเลย' ตอนนั้นข้าคิดเช่นนั้นจริงๆ เป็นถึงนักเรียนในสถาบันอเวกเคนเนอร์ แต่กลับไม่มีความสามารถจะต่อกรกับสัตว์อสูรบ้านี่ได้เลย ช่วยใครไม่ได้เลย


            “อ๊าก” ขณะที่คิด รู้ตัวอีกทีร่างก็ส่ายไปมา ท่านลุงดารัสเสียการทรงตัว พวกเราล้มกลิ้งไปกับพื้น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นไปทั่วทั้งใบหน้า อา...เหมือนจมูกของข้าจะมีเลือดไหลออกมาด้วย


            ข้าพยายามยันกายขึ้น แต่ก็เห็นว่าท่านลุงดารัสถูกมันเล่นงานอีกครั้ง ร่างของท่านลุงกระเด็นลอยไปไกล ทิ้งข้าเอาไว้ตรงจุดนั้นแต่เพียงผู้เดียว


            'นี่...' ข้าเงยหน้าขึ้นมอง อสุรกายตรงหน้า เขี้ยวอันใหญ่สีเหลืองของมันเต็มไปด้วยคราบเลือดของเหล่าผู้คุ้มกัน ดวงตาดวงโตกำลังจ้องมองมาที่ข้าอย่างหิวกระหาย


            ร่างกายของข้าสั่นไปหมด ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างในหัวขาวโพลน แม้แต่จะสั่งการให้ร่างกายขยับหนียังทำไม่ได้


            เวลาตายของข้า คงมาถึงแล้วสินะ.... ข้าคิด


            ปึง!


            เสียงกระแทกดังลั่นอยู่ใกล้ๆ มันดึงดูดความสนใจข้าให้ต้องตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความหวาดกลัว แสงอาทิตย์ส่องลงมาจากด้านบน ทำให้เกิดเงาของร่างสูงพาดทับร่างของข้า


            ร่างของชายหนุ่มที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมากะทันหันยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความมั่นคงราวกับเสาหินใหญ่ ป้องกันข้าจากเงื้อมมือมัจจุราชได้ทันกาล


            หัวใจของข้าเต้นรัว อาการตื่นเต้นจากความกลัวยังไม่จางหาย ความเกร็งสะสมจนร่างกายสั่นเทาค่อยๆ ผ่อนคลายลง ร่างทั้งร่างเหมือนจะไร้เรี่ยวแรง แต่ยังยันตัวไว้ไม่ให้ล้มลงไปได้ สายตา        ถูกหยุดไว้ที่ฉากเบื้องหน้า


            ร่างสูงที่ยืนอยู่ช่างหนักแน่นมั่นคงเหลือเกิน การโจมตีของสัตว์อสูรแทบไม่สามารถทำให้เขาขยับตัวไปไหนได้ มีเพียงปลายผมส่วนน้อยเท่านั้นที่พลิ้วไหวอยู่หน่อยๆ ช่างเป็นภาพที่...น่าดูเหลือเกิน มั่นคง สง่างาม พึ่งพาได้


            หัวใจที่เหมือนจะเต้นแผ่วลงกลับกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง ความอบอุ่นบางอย่างเหมือนถูกเติมเต็มเข้ามาในจิตใจ... นี่ข้า เป็นอะไรไป......


            ร่างบางพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ตอนนั้นเองก็เหมือนว่าสัตว์อสูรที่ดูดุร้ายยากจะต้านทานกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ


            ------------------------


            ร่างสูงพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรเพื่อทำลายสภาวะชะงักงัน เลือกใช้มือเปล่าเข้าสู้กับอีกฝ่าย ชายหนุ่มฝึกซ้อมอยู่คนเดียวมาช้านาน ที่พอจะเรียกว่าคู่ซ้อมได้ก็คงมีแต่บรรพบุรุษภายในตระกูล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ต่อสู้หมายเอาชีวิตกัน เขาจะใช้สัตว์อสูรตนนี้เป็นเครื่องทดสอบฝีมือ และเป็นฐานให้เขาก้าวเหยียบสร้างประสบการณ์การต่อสู้!


            ปัง ปัง ปัง!


            ร่างสูงรัวหมัดเข้าใส่สัตว์อสูรร่างใหญ่ ความรุนแรงและความรวดเร็วของแต่ละหมัดนั้นทำให้สัตว์ร่างใหญ่รับมือไม่ถูก ชายหนุ่มเข้าประชิดตัวและโจมตีใส่ดักทางของมันไว้ได้หมด


            แท้จริงเคล็ดวิชาหมัดแปดทิศนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อต่อกรกับมนุษย์ สามารถใช้เพื่อติดตาม หน่วงเหนี่ยวสังหารคู่ต่อสู้ในระยะประชิดได้ชะงัดนัก แต่ตอนนี้ศัตรูของคาลอสคือสัตว์อสูรร่างใหญ่ที่ใช้สัญชาตญาณการฆ่าฟันเป็นหลัก เขาจำเป็นต้องประยุกต์กระบวนท่าบ้างเล็กน้อย เพื่อให้มันรับมืออีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่


            ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็ออกมาดีเยี่ยม สัตว์อสูรสติปัญญาต่ำกว่ามนุษย์มาก ด้วยกลลวงของคาลอส มันแทบจะตกอยู่ในการวางหมากของเขาทั้งหมด อีกฝ่ายไม่สามารถแม้แต่จะโจมตีกลับได้สักครั้งเดียว


            นั่นเป็นเหตุให้ร่างของสัตว์อสูรเต็มไปด้วยบาดแผลและความบอบช้ำจากหมัดอันดุดันป่าเถื่อนของเคล็ดหมัดแปดทิศ ยิ่งพยายามสู้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอ่อนแรงลงมากเท่านั้น ไม่มีโอกาสตอบโต้แม้แต่น้อย


            เวลาผ่านไปสิบนาที ร่างของสัตว์อสูรเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ความบอบช้ำฝังลึกเข้าไปถึงอวัยวะภายใน แต่ด้วยหนังที่หนาและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจึงทำให้มันไม่ถึงคราวตาย


            ทว่า นั่นก็ทำให้มันรู้ตัวว่าศัตรูของมันแข็งแกร่งจนไม่อาจต่อกรได้ ทั้งพลังโจมตี ความเร็ว และสติปัญญาล้วนเหนือกว่ามันโดยสิ้นเชิง หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คงเหลือแต่ความตายเท่านั้นที่จะมาถึง สุดท้ายมันจึงเลือกที่จะหลบหนี


            “คิดจะหนี? หึ สายเกินไปสำหรับเจ้าแล้ว!” ร่างสูงพุ่งกระโจนเข้าใส่ กระแทกศอกเข้ากลางหลังของสัตว์อสูรที่กำลังจะหลบหนี


            กระดูกภายในของมันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ความบอบช้ำที่สั่งสมทำให้ระบบอวัยวะด้านในเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างเขื่องที่สูงกว่าสามเมตร ค่อยๆ เซและล้มลงด้านข้างจนเกิดเสียงดัง เลือดสีเข้มทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ร่างของมันสั่นกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป


            ทั้งหมดเป็นเพราะความบอบช้ำจากการโจมตีทั้งหมดทั้งมวลที่ผ่านมาของคาลอส ทำให้อวัยวะภายในของสัตว์อสูรตนนี้ล้มเหลว ร่างกายไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้อีกต่อไป ในที่สุดก็ถึงแก่ชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว


            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างศพร่างใหญ่ก็หอบหายใจเล็กน้อย ระหว่างการฝึกซ้อมอยู่กับตนเองและต่อสู้หมายเอาชีวิตกับผู้อื่นช่างให้ความรู้สึกที่ต่างกันยิ่งนัก ความรู้ความสามารถที่ผ่านมาของคาลอสยกระดับขึ้นทันทีในการต่อสู้ครั้งนี้ สิ่งที่เคยขุ่นมัวกลับกระจ่างชัด สัตว์อสูรระดับหกตนนี้เหมาะสมเป็นแท่นลับมีดให้กับเขาโดยแท้จริง


            เมื่อมองผลงานตัวเองจนพอใจ ชายหนุ่มร่างสูงก็ค่อยๆ หันร่างกลับมามองหญิงสาวที่เบิกตากว้างอ้าปากค้างอยู่เบื้องหลัง ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ก่อนจะถูกเรียกสติจากชายหนุ่ม


            “แม่นางเป็นอะไรมากหรือไม่ ลุกขึ้นยืนไหวไหม?” น้ำเสียงอันนุ่มนวล ดึงหญิงสาวให้หลุดออกจากความตกใจ ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ ให้อีกฝ่าย


            ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่ใบหน้าของหญิงสาวจู่ๆ ก็เหมือนจะแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีที่เขาเอ่ยถาม


            ในขณะนั้นเองชายชราก็ค่อยๆ เดินลากร่างอันบาดเจ็บเข้ามาหา ก่อนจะประสานมือมาทางคาลอส ให้ความรู้สึกนอบน้อมอย่างยิ่งไม่เหมือนกับผู้อาวุโสทักทายผู้เยาว์เลยแม้แต่น้อย


            “ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าและคุณหนูไว้ การช่วยเหลือของท่านในครั้งนี้ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณ!” ชายชราพูดออกมาด้วยเสียงอันหนักแน่น


            หญิงสาวก็เหมือนจะรู้ตัวขึ้นมา จึงรีบคารวะอีกฝ่ายเหมือนอย่างที่ชายชราทำในทันที


            “ขอบคุณพี่ชายมากที่ช่วยเหลือข้ากับท่านลุงดารัส หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นในอนาคต สามารถมาขอความช่วยเหลือจากข้าได้ที่เมือง B-24 หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าคนนี้ 'ซีเลีย แอบบอต' พร้อมจะช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่!” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นกัน สายตาแอบเหลือบมองใบหน้าของชายร่างสูงครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบต่ำลงภายในเสี้ยววินาที


            “โอ้ พวกท่านเป็นคนจากเมือง B-24 อย่างนั้นหรือ? บังเอิญเหลือเกิน ข้าก็กำลังจะไปที่เมือง B-24 เช่นเดียวกัน หากไม่รังเกียจ บางทีอาจจะโดยสารไปพร้อมกับกองคาราวานของข้าได้ เดี๋ยวข้าจะลองปรึกษากับหัวหน้าขบวนสินค้าดู” คาลอสแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยชวนทั้งคู่ให้ติดตามไปด้วย


            ทั้งคู่ไม่ใช่คนจิตใจเลวร้าย ออกจะดีจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ อย่างชายชราที่ดูใจดีตรงหน้า ถึงกับยอมเปลี่ยนเส้นทางแม้ตัวเองจะเสี่ยงมากขึ้นเพื่อจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กองคาราวาน...จิตใจเช่นนี้ ช่างยิ่งใหญ่นัก นี่จึงเป็นเหตุให้คาลอสไม่สามารถทิ้งอีกฝ่ายที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บให้เดินทางกลับด้วยตนเองได้ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นอเวกระดับที่หกก็ตาม


            “นั่น... ถ้าไม่รบกวนอะไรมาก ก็ขอความกรุณาด้วย” ชายชราลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่าย ตอนนี้เขาบาดเจ็บ อาจไม่สามารถปกป้องคุณหนูได้ดีเหมือนเดิม บางทีอาจจะเป็นภาระคุณหนูเสียด้วยซ้ำ


            ทั้งสามคนค่อยๆ พากันเดินกลับไปที่กองคาราวาน


            บัดนี้มุมมองของกลุ่มคนในกองคาราวานที่มีต่อคาลอสพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความแข็งแกร่งที่ชายหนุ่มแสดงออกมามันเหนือกว่าพวกเขาไปไม่รู้กี่ขุมต่อกี่ขุม


            โดยเฉพาะกลุ่มผู้คุ้มกัน พวกเขาดูแคลนคาลอสอย่างมากที่จู่ๆ เด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์ก็ได้งานที่สบายที่สุดข้ามหน้าข้ามตาพวกตน ผู้คุ้มกันทุกคนจึงพากันเมินเฉยคาลอสตลอดการเดินทาง แต่ใครจะไปรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะแข็งแกร่งเช่นนี้ การมีคาลอสหนึ่งคนร่วมขบวนมาด้วย นับเป็นการสร้างความปลอดภัยชั้นดี ดียิ่งกว่ามีพวกเขาทุกคนรวมกันเสียอีก


            ขณะที่ทั้งสามคนเดินเข้ามา เหล่าผู้คุ้มกันที่คิดถึงสิ่งที่พวกตนเองทำลงไปก็พลันตัวแข็งเกร็ง ไม่สบายใจ หากรู้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังถึงขนาดนี้ ใครจะกล้าแสดงอาการไม่พอใจออกไปเล่า?


            ความจริงแล้วคาลอสไม่ได้เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่อะไร เขาแค่ขอร่วมทางมาด้วย ไม่ได้จะมาสร้างความพึงพอใจให้ใคร ตราบใดที่ไม่สร้างปัญหาให้เขา เขาก็จะไม่ตอบโต้ให้เปลืองแรง


            เมื่อมาถึง หัวหน้าคณะเดินทางก็เดินเข้ามาต้อนรับ พ่อค้าคนนี้เป็นผู้นำในการเดินทาง เพราะฉะนั้นการตัดสินใจอยู่ที่เขาทั้งหมด เป็นเหตุให้คาลอสต้องมาปรึกษาอีกฝ่ายก่อน


            แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะคัดค้าน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องที่ตระกูลพีไรซ์มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสมาคมการค้า หรือพลังที่คาลอสแสดงออกมาเมื่อครู่ ไม่ว่าทางไหนหัวหน้าพ่อค้าก็ไม่มีทางจะปฏิเสธคำขอของคาลอสได้แม้เพียงครึ่งคำ



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405