เล่มที่ 3 บทที่ 10
ศิษย์หญิงผู้รับหน้าที่ดูแลบริเวณทางเข้าหอประมูล เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองไปยังกล่องไม้ดำที่หยางอี้นำออกมา ในใจนางคิดว่าอย่างมากก็คงเป็นสมุนไพรระดับ 2 ไม่เกินนี้ ด้วยชุดที่หยางอี้สวมใส่นั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น ทว่ากล่องดำนี้เองก็มีราคาสูงมิน้อย นางจึงให้ความสนใจอยู่บ้างแกร่กมือเรียวยาวค่อยๆเอื้อมมาเปิดกล่องดำอย่างช้าๆ เพียงฝากล่องแง้มออกมาเล็กน้อย กลิ่นหอมฉุยของสมุนไพรพลันทะลักกระจายออกมาทันที พร้อมกับแสงสีฟ้าที่เล็ดลอดออกมาจากกล่องสีดำ“หญ้าบัวราตรี”ริมฝีปากอันชุ่มชื่นขยับเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา นางเองก็รับหน้าที่อยู่หอประมูลแห่งนี้มาหลายปี ได้เห็นสมุนไพรมาก็ไม่น้อย เพียงแค่กลิ่นหอมและแสงสีฟ้าก็ทำให้นางรับรู้ได้ทันทีว่ามันคือหญ้าบัวราตรีแกร่กกกล่องดำถูกง้างเปิดขึ้นอีกครั้งจนเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน ทว่ามืออันเรียวงามนั้นกลับเริ่มสั่นไหวพร้อมกับหัวใจที่เริ่มเต้นถี่สิบ สิบห้า ยี่สิบห้า เป็นหญ้าบัวราตรีอายุยี่สิบห้าปีแกร่กกกล่องถูกปิดลงอีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนที่นางจะเงยหน้ามองไปยังหยางอี้ที่ยืนส่งยิ้มให้กับนางอยู่ด้วยอารมณ์ นางคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าศิษย์สายนอกผู้นี้ไปได้หญ้าบัวราตรีอายุ 25 ปีต้นนี้มาได้อย่างไร“ตามข้ามา”น้ำเสียงใสแจ๋วของนางดังออกมาก่อนจะหมุนตัวหยิบกล่องดำเดินนำไปยังทางเข้า หยางอี้เห็นเช่นนั้นก็โล่งใจขึ้นมา ดูเหมือนว่าหญ้าบัวราตรีอายุ 25 ปี นั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ดูแลหอประมูลเดินตามทางเดินมาได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงทางแยก หยางอี้เดินตามศิษย์พี่หญิงผู้นี้ขึ้นไปยังชั้นสาม ก่อนจะเข้าภายในห้องรับรองห้องหนึ่ง นางวางกล่องไม้ดำไว้บนโต๊ะข้างหน้าหยางอี้ก่อนจะบอกให้เขานั่งรออยู่ที่นี่ก่อน แล้วจึงออกจากห้องไปผ่านไปไม่นาน ศิษย์หญิงผู้นี้ก็เดินกลับมาพร้อมกับชายชราผู้หนึ่งที่ใบหน้าเหลี่ยมเป็นสัน สวมชุดสีเขียว“เถาหยา นี่คือศิษย์ที่นำหญ้าบัวราตรีมาเพื่อเข้าร่วมประมูล”ชายชราเถาหยาพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะกล่าวแนะนำตัวออกมา“ข้าคือผู้ดูแลหอประมูลแห่งนี้ มีนามว่าเถาหยา ส่วนนี่คือแม่นางหยิงเฟย”“คารวะผู้อาวุโสเถาหยา ศิษย์พี่หญิงหยิงเฟย ศิษย์มีนามว่าหยางอี้”“อ๊ะ เจ้าคือหยางอี้?”หยิงเฟยอุทานออกมาพร้อมกับเอามือปิดปากแล้วมองไปยังหยางอี้ด้วยสายตาแปลกประหลาดก่อนนางจะหัวเราะคิกคักออกมา ส่วนหยางอี้นั้นเพียงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่นเถาหยามิได้สนใจทั้งสองมากนัก ที่เขามานั้นจุดหมายมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือหญ้าบัวราตรีอายุ 25 ปี สมุนไพรระดับสองที่อายุมากกว่า 20 ปีนั้นมิใช่จะมีมาบ่อยๆ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในรายการที่ปรมาจารย์โอสถต้องการเป็นอย่างมากอีกด้วยแกร่กกเถาหยาเปิดกล่องออกก่อนจะมองไปยังต้นหญ้าเรืองแสงสีฟ้าที่มีใบถึง 25 ใบ ไม่ขาดไม่เกินด้วยประกายแววตาตื่นเต้นจนปิดไม่มิด“อ่า เป็นหญ้าบัวราตรีอายุ 25 ปี อย่างแท้จริง”สิ่งนี้จะทำกำไรให้หอประมูลได้มหาศาล ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเขาหันมามองยังหยางอี้ก่อนจะหัวเราะออกมา“ฮ่าๆ ศิษย์น้อยเอ๋ย นับว่าโชคของเจ้ายอดเยี่ยมยิ่งนัก อีก 1 ชั่วยามการประมูลจะเริ่มขึ้น เจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่”“ขอรับผู้อาวุโส ข้านั้นมีบางสิ่งที่ต้องการอยู่ เพียงแต่...”หยางอี้กล่าวออกมาเช่นนี้ทำให้เถาหยาหัวเราะก่อนจะพูดออกมาอย่างยินดี“ฮ่าๆ เอาเช่นนี้เป็นไร จากการคำนวณของข้าหญ้าบัวราตรีต้นนี้น่าจะประมูลได้อยู่ราคา 7000-10000 แต้ม หากเจ้าต้องการทางหอประมูลจะรับไว้ด้วยราคา 7000 แต้มเป็นย่างไร ”เถาหยามองไปยังหยางอี้ด้วยแววตาของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หยางอี้นั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลงทันที กับหญ้าบัวราตรีต้นเดียวนั้นหยางอี้มิได้ใส่ใจมากนัก เถาหยายิ่งมองยิ่งยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีหัวเราะร่าจนออกหน้าออกตา“ผู้อาวุโสเถา ศิษย์ยังมีเรื่องจะรบกวนอีกเล็กน้อย”“ฮ่าๆ ว่ามาๆ อย่าได้เกรงใจ”“ในการประมูลครั้งนี้มีเตาหลอมยาเข้าร่วมประมูลด้วยหรือไม่”เถาหยาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา“อืม เตาหลอมยานั้นมีจำนวนน้อยมากที่จะหลุดมาเข้าร่วมการประมูล ส่วนมากแล้วจะเป็นเขาโอสถรับไปทั้งหมด”“นี่เฒ่าหยา ข้าจำได้ว่ามีเตาหลอมโบราณเตาหนึ่งถูกเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ด้วยนะ ดูเหมือนจะเป็นของสะสมของปรมาจารย์โอสถท่านหนึ่ง”หยิงเฟยกล่าวแทรกออกมาทำให้เถาหยานึกขึ้นได้“อ่า ใช่แล้ว มันมีเตาหลอมโบราณนั้นอยู่จริงๆ ว่าแต่เจ้าต้องการเตาหลอมไปทำไม?”หยางอี้ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนตอบออกไปตามตรง“ศิษย์ต้องการฝึกฝนปรุงยา”ทั้งเถาหยาและหยิงเฟยชะงักไปชั่วขณะที่ได้ยินคำของหยางอี้ ฝึกฝนปรุงยา? ต้องรู้ว่าในโลกนี้ผู้ที่ต้องการเป็นนักปรุงยามีมากเท่าใดกัน ไม่ต้องกล่าวถึงปรมาจารย์โอสถ เพียงแค่ศิษย์โอสถยังไม่มาก แล้วเจ้าเด็กนี่ตอนนี้ยังเป็นเพียงศิษย์สายนอกกลับกล่าวว่าจะฝึกปรุงยา“เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร เตาหลอมใบนั้นข้าจะขายให้เจ้าในราคา 3000 แต้ม แม้จะเป็นเตาโบราณระดับต่ำแต่หากเพียงใช้ฝึกฝนหลอมยายังนับว่าเหลือเฟือ”หยางอี้นั้นเพียงต้องการเตาหลอมเพื่อฝึกฝนจริงๆ สำหรับระดับนั้นชายหนุ่มมิได้กังวลแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้งานได้ก็เป็นพอ แต่ราคา 3000 แต้มนั้นแพงเกินไป เทียบได้กับศาสตราวุธปฐพีระดับต่ำชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวเห็นหยางอี้ขมวดคิ้วเถาหยาจึงกล่าวออกมาอีกครั้ง“สำหรับราคา 3000 นั้นนับว่าแพงก็จริง แต่ด้วยมันเป็นของสะสมของปรมาจารย์โอสถ อีกทั้งยังนานๆครั้งจะมีเตาหลอมหลุดเข้ามาประมูล หากเจ้าพลาดครั้งนี้ข้าเองก็มิรู้ว่าจะมีเตาหลอมเข้ามาอีกเมื่อไหร่”เถาหยาอย่างไรเสียก็เป็นพ่อค้า แม้เขาจะถูกใจหยางอี้แต่ผลประโยชน์ต้องมาก่อนเสมอ ส่วนหยางอี้นั้นทำได้เพียงกัดฟันตกลงแลกเปลี่ยนกับหยาเถา แม้จะเสียดายแต่ชายหนุ่มเองก็ยังมีหญ้าบัวราตรีอีกหลายต้นอยู่ในมือ ดังนั้นนับว่ามิใช่เรื่องใหญ่อะไรก๊อกๆ!เสียงเคาะประตูดังออกมาจากหน้าห้องก่อนที่หยิงเฟยจะกล่าวอนุญาตให้เข้ามา“เรียนท่านผู้ดูแลและคุณหนู ตอนนี้มีศิษย์หลักผู้หนึ่งต้องการนำสิ่งนี้เข้าประมูลเจ้าค่ะ”หญิงรับใช้กล่าวออกมาก่อนจะเดินนำกล่องหยกสีขาวนวลมาส่งให้ หยางอี้เองก็ตะลึงไม่น้อยพลางคิดในใจว่า หยิงเฟยผู้นี้ฐานะไม่ธรรมดาแน่นอน เมื่อครั้งเข้ามายังได้ยินนางกล่าวเรียกเพียงชื่อของเถาหยาอีกด้วยหยิงเฟยเปิดกล่องหยกขาวออกมาก่อนจะกลายเป็นตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์ ส่วนเถาหยาและหยางอี้เองก็เช่นกัน ภายในกล่องหยกขาวเป็นลูกกลมๆคล้ายเมล็ดพันธุ์ไม้ขนาดเท่ากำปั้นของทารก “โอ้ เมล็ดทานตระวันแสงอาทิตย์ วันนี้มันวันอะไรกันนี่ ดูเหมือนศิษย์หลักผู้นั้นจะได้รับโชคจากเขตในมาไม่น้อย”เถาหยาที่ได้สติจึงกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับหยิงเฟยปิดกล่องหยกขาวลงและสั่งหญิงรับใช้ให้ทำสัญญากับศิษย์หลักผู้นั้น ทว่าในตอนนั้นเสียงลึกลับเองก็ดังขึ้นภายในหัวของหยางอี้เช่นกัน“เจ้าหนู สิ่งนั้นคือแหล่งพลังปราณระดับสวรรค์ มันสามารถใช้ปลดผนึกได้”เมื่อได้ยินเช่นนั้นโดยทันทีหยางอี้ไร้ความลังเลหยิบกล่องไม้ดำกล่องหนึ่งที่บรรจุหญ้าบัวราตรีไว้ภายในออกมาวางบนโต๊ะเสียงดัง ปัง ! ก่อนจะกล่าวเรียกความสนใจของเถาหยาอีกครั้ง“ผู้อาวุโส ดูเหมือนเรายังมีธุรกิจต้องเจรจากันอีกเล็กน้อย”