"บัดซบ บัดซบ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายถางหยุนของข้าคือใคร" หนึ่งในนักฆ่าร่างเงา ตอนนี้ร่างกายของเขา เงามืดที่เกิดจากพลังวิเศษของถางหยุนค่อยๆ หายไป เผยสีหน้าและท่าทางหวาดกลัวจากก้นบึ้งของเขาให้เห็นชัดนัก ก่อนจะทั้งจะรีบพุ่งตัวเขาหาเซี่ยซีหาน
"ตายยยยยยยยยยยยยยยยย" เสียงสองนักฆ่าตวาดเสียงดัง
'พวกมันดูช้าลงมาก ท่าทางพลังวิเศษของไอ้ถางหยุนอะไรนั่น นอกจากจะเปลี่ยนร่างมนุษย์ให้เป็นเงา มันยังส่งผลกับเรื่องความรวดเร็วด้วย' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้ม
เมื่อก่อนต้องให้พูดตรงๆ เขาออมมือให้กับทั้งสองคน เพื่อล่อให้ไอ้คุณชายถางหยุนอะไรนี่ประมาท แต่ตอนนี้เมื่อฆ่าถางหยุนสำเร็จ เซี่ยซีหานก็ไม่จำเป็นต้องออมมืออีกต่อไป ดาบไม้ของเซี่ยซีหานวาดวงครั้งหนึ่ง พร้อมเปลวเพลิงด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนร่างของเขาจะหายไป เขาปะทะกับสองนักฆ่าเกิดเป็นภาพติดตา
และในขณะเดียวกัน ผู้คนในคฤหาสน์แห่งผู้มีเกียรติของกุ่ยหราน ต่างเริ่มหวาดกลัว
หลายคนมาทันเห็นฉากสังหารของเซี่ยซีหาน ที่สังหารผู้วิเศษที่แท้จริง ตอนนี้หลายคนไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ดีหรือไม่ นั่นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่ก็แค่เป็นคนที่มาหาความสำราญ กับความรื่นรมย์อันโสมมของธุรกิจมืดของที่นี่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องหาที่ตาย
"หนี ข้าต้องรีบหนี" ผู้วิเศษระดับนักวิจัยคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมร่ายเวทย์ให้ร่างตัวเองเบา วิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังมองเส้นแสงที่กะพริบวูบวาบอย่างหวาดกลัว เสียงการปะทะกันของชายหนุ่มที่น่ากลัวกับนักฆ่าของคุณชายอาณาจักรชั้นสองดังมาก นี่เป็นขอบเขตที่ตัวตนระดับที่ต่ำกว่า ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ และไม่มีใครรู้ว่า ชายหนุ่มประหลาดที่เข้ามาฆ่าไม่เลี้ยงในคฤหาสน์แห่งนี้ จะฆ่าพวกเขาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
พอมีผู้วิเศษคนหนึ่งเริ่มวิ่งหนีอย่างหวาดกลัว คนอื่นๆ ก็เริ่มทำตาม บางคนเป็นผู้ฝึกปราณ พวกเขาก้าวกระโดดหนีด้วยทักษะปราณพลังของพวกเขาอย่างปราดเปลี่ยวเช่นกัน
ปะทะกันเพียงชั่วอึดใจ เซี่ยซีหานก็ตัดศีรษะของนักฆ่าทั้งสองได้อย่างรวดเร็ว เพียงการปะทะไม่กี่ครั้ง เซี่ยซีหานก็มองเห็นช่องโหว่ได้มากมาย เมื่อไร้ผู้วิเศษแท้จริงอยู่เบื้องหลังช่วย นักรบหกดาบธรรมดาก็ไม่ใช่ปัญหาของเซี่ยซีหานอีกต่อไปแล้วในตอนนี้
เซี่ยซีหานสะบัดดาบไม้ที่เปื้อนเลือด นั่นเพราะในการต่อสู้ เซี่ยซีหานไม่ได้ใช้พลังวิเศษของตัวเองเพื่อฆ่านักฆ่าทั้งสองเลย
ส่วนหนึ่งเพราะเซี่ยซีหานอยากรู้ว่า ทักษะการต่อสู้ของเขาเมื่อบรรลุขอบเขตสู่สร้างปราณ เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน และตอนนี้เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว มือข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานกลายเป็นรากไม้และยืดยาว มันไปคว้าจับตัวชายคนหนึ่งที่ขาสั่นวิ่งหนีไม่ทันได้สำเร็จ
"กุ่ยหรานอยู่ที่ไหน..." เซี่ยซีหานถาม หลังจากสังเกตเห็นเครื่องแต่งกายของชายคนนี้ ที่ดูอย่างไรก็น่าจะเป็นคนในคฤหาสน์ของกุ่ยหราน
ร่างของเขาสั่น ปากก็พึมพำ
"น่า... น่าจะ... จะอยู่ในลานอาบน้ำกลางแจ้งขอรับ ช่วงหลายเดือนมานี้ทุกค่ำคืน นาย... นาย... นายท่านกุ่ยหรานมักชอบอาบน้ำใต้แสงจันทร์"
"ลานอาบน้ำกลางแจ้งที่เจ้าว่าอยู่ทางไหน" ชายคนนี้ชี้ไปทิศทางที่มีคฤหาสน์หลังใหญ่สง่างามตั้งอยู่
ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
คอชายคนนี้ถูกตัดขาดทันที ความเมตตาเดียวที่เซี่ยซีหานมอบให้คนของกุ่ยหรานได้มีเพียงอย่างเดียว มันคือ... ความตายอันรวบรัด
...
นอกเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง วันนี้อยู่ๆ ก็มีอาคารต้นไม้โบราณแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น มันสว่างไสวและงดงามเพียงหนึ่งในผืนป่า ด้วยใบไม้แต่ละใบของต้นไม้ใหญ่นี้ ต่างเปล่งแสงสีนวลทองออกมาได้ในเวลาค่ำคืน มันจึงเป็นจุดเด่นกลางโลกที่มืดมิดอยางแท้จริง
รอบอาคารต้นไม้โบราณ มีผู้คนมากมายจากทั่วทิศ เปิดขายของหายากจากที่ต่างๆ มากมาย
แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด ย่อมเป็นภายในอาคารต้นไม้โบราณแห่งนี้ ที่มีผู้มีเกียรติจากทั่วแดนเดินทางมา
ภายในหรูหราด้วยข้าวของหายาก นอกจากนั้นช่างน่าแปลก แม้อาคารต้นไม้โบราณนี้จะใหญ่โต แต่ขนาดมันก็ไม่ได้มากมายอะไร กว้างยาวอย่างไรก็ไม่เกิน 50 เมตร
แต่พอผู้คนได้เข้าไปภายในอาคารต้นไม้โบราณแห่งนี้ ภายในกับเป็นโถงต้อนรับขนาดใหญ่ ที่ราวกับว่าสามารถรองรับผู้คนนับแสนได้
และตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลาสำคัญ
เกิดการแข่งขันราคาในการประมูลบางสิ่งอย่างดุเดือด
"หัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุ 211000 บูลนี่ ครั้งที่หนึ่ง"
เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นทันที เมื่อมีการเคาะราคา
"220000 บูลนี่"
ในห้องมีเสียงฮือฮา ตอนนี้ราคาของหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุ ไปไกลกว่าที่ทุกคนคิดแล้ว
หากราคาแพงกว่านี้อีกนิด มันจะไม่ต่างไปจากการไปซื้อที่ร้านค้าที่อาณาจักรชั้นสาม
ชายในชุดคลุมดำสวมหน้ากากมังกรคนหนึ่งโกรธเกรี้ยว เขาต้องการประมูลหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุ และเขามาจากอาณาจักรชั้นสองก็เพื่อมาประมูลสิ่งนี้ จากหัวหน้าสาขาบ้านเร้นลับในอาณาจักรของเขา แต่เขาไม่คิดเลยว่าพอมาที่นี่จะมีคนบ้ากล้าประมูลแข่งกับเขา
ชายสวมหน้ากากมังกรร้องหึครั้งหนึ่ง พร้อมกำหมัดแน่น ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเงินบูลนี่ แต่เงินบูลนี่ของเขาจำเป็นต้องใช้ประมูลสิ่งอื่นๆ อีก ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะทำบางสิ่ง
"!221000 บูลนี่" ชายสวมหน้ากากมังกรพูดเสียงดัง พร้อมถอดหน้ากากของตัวเอง
"สหายข้าคือ 'ถางซ่งไฮว่' ผู้มีเกียรติซึ่งถือเป็นขุนนางจากอาณาจักรชั้นสอง 'อาณาจักรคฑาลิขิต' นอกจากนั้นข้ายังเป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณ หวังว่าสหายจะไว้หน้าข้าและมอบหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุให้ข้า มิตรภาพครั้งนี้ข้าจะ..."
"230000 บูลนี่" ท่านชายเหวินชูเคาะราคาใหม่ในทันที เขาไม่สนใจถางซ่งไฮว่ผู้มีเกียรติจากอาณาจักรชั้นสอง และยิ่งเขารู้ว่ามาจาก 'อาณาจักรคฑาลิขิต' เขาก็ยิ่งโกรธแค้น
"!กรอดดดดด!เจ้า" ถางซ่งไฮว่กัดปากสบถคำพูด เป็นที่รู้กันดีว่าในอาณาจักรชั้นหนึ่งนั้น ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่ตอนนี้เขากลับถูกใครก็ไม่รู้ท้าทาย สิ่งนี้ทำให้ถางซ่งไฮว่โกรธมาก เขามองไปที่ตัวตนลึกลับชุดขาวที่สวมหน้ากากที่วิจิตร ที่คล้ายสลักเป็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อย่างละครึ่ง
ถางซ่งไฮว่คิดที่จะฆ่าคนคนนี้ โดยไม่สนว่าเขามีภูมิหลังอะไร แต่แม้ถางซ่งไฮว่จะเป็นถึงผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณ แต่เขาก็ไม่กล้าเหิ่มเกริมในบ้านเร้นลับมากเกินไป เขามองไปที่เก้าอี้หน้าสุดที่มีชายชราและหญิงที่ดูประหลาดสองคนนั่งอยู่
หนึ่งดูแก่ชรา นางสวมหน้ากากสีทอง ที่เป็นหน้าของหญิงสาวที่งดงาม แต่มือที่รอดออกมาจากเสื้อทำให้รู้ว่านางแก่ชรามาก
อีกหนึ่งสวมหน้ากากทองขาว โดยหน้ากากนี้หญิงสาวมีดวงตาดวงเดียว เส้นผมของหน้ากากเป็นงูทั้งหมด โดยที่บนตักของหญิงสวมหน้ากากสีทองขาวที่มีเส้นผมเป็นงูนั้น มีเด็กชายนั่งสวมหน้ากากดวงตากลมโตนั่งตักนางอยู่
ชายชราที่นั่งด้านข้างหญิงทั้งสองคือคนที่ถางซ่งไฮว่หวาดกลัวที่สุด
การกระทำเช่นนี้ของถางซ่งไฮว่ ทำให้ชายชราซึ่งเป็นคนเดียวในที่แห่งนี้ ที่ไม่สวมหน้ากาก หันมองมาที่เขา
สายตาของชายคนนี้มองไปที่ถางซ่งไฮว่
ถางซ่งไฮว่ราวกับถูกสัตว์ร้ายจ้องมอง
"ไม่เป็นไร" มือของเด็กชายประหลาดจับไปที่มือของชายชราคนนั้น ซึ่งคาดว่ามีฐานะใหญ่โตในงานประมูลแห่งนี้
ชายชรารีบหรี่สายตา ก่อนจะแสร้งไอและทำอารมณ์ดีทันที
"แคร่ๆๆ ตามที่คุณชายน้อยต้องการเถอะขอรับ อย่างไร หัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุก็เป็นคุณชายเอามาประมูล"
เด็กชายใต้หน้ากากดวงตาอันใหญ่โตหัวเราะ คิกคิก เบาๆ
ก่อนจะมีหน้าอกอันใหญ่โตของหญิงสาวทับลงที่ศีรษะของเขา
"ท่านอาจารย์ทำไมพวกเราต้องมางานประมูลเล็กๆ แห่งนี้ด้วย นอกจากนั้นทำไมท่านถึงต้องเอาหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุ ที่ข้าและน้องหญิงล่ามาด้วยความยากลำบากออกประมูลด้วยเล่า ท่านควรจะเก็บมันไว้ ก็เพราะ... ก็เพราะข้านะ" เสียงของหญิงสาวสวมหน้ากากสีทองขาวพูดเสียงสั่นระทวยและกระเส้าคล้ายหญิงสาวมีรัก
"เพราะสิ่งนี้เป็นของแทนความรู้สึกของข้าที่มอบให้ท่าน"
ชายชรามองจ้องหญิงสาวอกโตรูปร่างงดงามนางนี้ ก่อนจะกลืนน้ำลายและระงับความคิดประหลาดประหลาดในใจของตัวเองทั้งหมด มองจ้องไปทางหญิงชราที่สวมหน้ากากสีทอง ร่างของเขาสั่นสะท้าน ไม่กล้าเสนอความคิดใดๆ
"ทำไมเจ้าขี้บ่นจัง" เสียงเด็กชายดังใส สองมือกอดอก มองดูภายนอกช่างดูน่ารัก เพราะร่างของเด็กชายนี้ดูเด็กมาก
หญิงที่ดูชราใต้หน้ากากทองหันไปทางเด็กชาย
"ท่านอาจารย์ผู้ประมูลใช่คนที่ท่านตั้งใจจะมอบให้รึเปล่า ท่านบอกต้องการสร้างวาสนาและอยากดูเรื่องสนุกๆ ท่านจึงนำหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุมาประมูลที่นี่ แต่ข้าไม่รู้สึกเลยว่า ที่นี่จะมีคนใดมีวาสนากับท่าน เส้นแห่งโชคชะตาของผู้คนที่เชื่อมโยงถึงท่าน ที่นี่บางมากจนถึงแทบไม่มี"
"เจ้าจะไปรู้อะไร เรื่องราวของโชคชะตานั้น มองกันอย่างผิวเผินไม่ได้ เพื่อการได้ดูเรื่องสนุกสนุก ข้าถึงกลับมาที่แถวนี้อีกครั้ง คิกคิก เด็กน้อยอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร โชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเปิดเผยบนพื้นผิวได้ หากเจ้าต้องการหลอกลวงหรือล้อเล่นกับโชคชะตา เจ้าต้องกระทำมันจากหลังฉากเท่านั้น ให้ตัวละครเล็กๆ ผลักดันเรื่องราว ไม่เช่น..." เด็กชายชี้มือขึ้นไปเบื้องสูง "เจ้าพวกตาแก่นั่นมันอ่อนไหวกับพวกผู้ที่อยู่เหนือขอบเขตแห่ง 'อาณาจักร' ทุกคน หากโชคชะตาของพวกเขาผิดแปลกไป ไอ้พวกตาแก่พวกนั้นจะสนใจและไหวตัวทันที และนั่นก็จะทำให้ข้าอดดูเรื่องสนุกๆ การแกล้งพวกตาแก่พวกนั้นเราต้องเริ่มจากเบี้ยเล็กๆ เท่านั้น คิกคิก"
สิ่งที่เด็กชายพูดไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่ชายชราผู้ซึ่งคาดว่ามีฐานะอย่างยิ่งในบ้านเร้นลับแห่งนี้
...