สังหารหยูฮ่าว
เมื่อหยูฮ่าวใช้ยันต์เทียบเซียนแล้วพลังของหยูฮ่าวก็พุ่งทะยานไปสู่ระดับมหาเซียนทันที ยันต์เทียบเซียนเป็นยันต์ที่มีค่าอย่างมากปกติไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยซ้ำ จะมีเฉพาะอัจฉริยะขั้นสูงจากขุมอำนาจขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะมีเอาไว้ครอบครอง ปกติหยูฮ่าวเองก็ไม่มีพรสวรรค์และไม่คู่ควรต่อยันต์เทียบเซียนแต่เป็นเพราะมารดาของหยูฮ่าวนั้นเป็นที่ถูกใจของประมุขตระกูลหยูทำให้หยูฮ่าวถูกดูแลอย่างดีแม้หยูฮ่าวจะเป็นขยะในตระกูลก็ตาม“หยูฮ่าวคิดว่ามีแค่เจ้างั้นเหรอที่มียันต์เทียบเซียน” ถังเจี่ยกล่าวและนำยันต์เทียบเซียนของตนเองออกมา“เจ้าหนูแซ่ถังถ้ายังไม่อยากตายรีบเก็บยันต์เทียบเซียนไปซะ” ความโลภที่เก็บกู้แหวนมิติจากศากศพมาก็กล่าวขึ้น“เจ้าหมายความว่ายังไง” ถังเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย“เจ้าลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าพวกเราอยู่ที่ใหน ตอนนี้เราอยู่ในเส้นทางวิญญาณและเส้นทางวิญญาณเองก็มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ผู้ที่อยู่ระดับสูงกว่าเซียนไม่สามารถเข้ามาได้ยกเว้นแต่เจ้าจะทะลวงระดับเซียนในเส้นทางวิญญาณเท่านั้น และยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงราชาเซียนและมหาเซียน แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าหมูตอนนั่นใช้พลังของมหาเซียนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น” ความโลภกล่าว“นี่หรือว่า!!!!!!!” ถังเจี่ยได้สติและหันไปมองบนท้องฟ้าพริบตานั้นเองท้องฟ้าก็เริ่มแปรปรวน ออร่ามหาเซียนของหยูฮ่าวทำให้เส้นทางวิญญาณสั่นใหว ในขณะที่หยูฮ่าวกำลังยิ้มเย็นชาอยู่นั้นเสียงที่โบราณและทรงพลังก็ดังขึ้น“ผู้ที่ทำผิดกฎของเส้นทางวิญญาณต้องตาย” เสียงโบราณดังขึ้นพร้อมกับในตอนนั้นเองฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ปรากฎและโจมตีมายังร่างเงาของมหาเซียนที่หยูฮ่าวกำลังใช้อยู่“นี่มันอะไรกัน แต่ว่าพลังมหาเซียนของข้าไม่มีทางแพ้แน่” หยูฮ่าวคำรามและชกหมัดออกไปเข้าปะทะกับฝ่ามือที่กดลงมาจากท้องฟ้า“เจ้าโง่หมูตอนเอ้ย ฝ่ามือนั่นเป็นพลังอำนาจที่เทียบเท่ากับครึ่งเทพ ร่างเทียบเซียนของมหาเซียนที่เจ้ามีเป็นเพียงพลังส่วนหนึ่งของมหาเซียนเท่านั้นแล้วเจ้าจะไปต่อกรกับอีกฝ่ายได้อย่างไร” ความโลภที่นั่งกัดผลเซียนก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ย“ตูม!!!!!!!!!!!!”“อ๊ากกกกกกกกกกก” หยูฮ่าวกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด“นายน้อย!!!!!!!!!!” ผู้ติดตามทั้งสามกรีดร้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกร่างเทียบเซียนของมหาเซียนแตกกระจายออกไปแผ่นยันต์เองก็สูญสลายไปเช่นกัน แต่ในขณะที่ฝ่ามือของขนาดใหญ่กำลังบัดขยี้ร่างของหยูฮ่าวจี้หยกที่คอของหยูฮ่าวก็เรืองแสงออกมาและปรากฎร่างเงาของชายวัยกลางคนคนหนึ่งร่างเงาชายคนนั้นตบฝ่ามือเข้าปะทะกับฝ่ามือบนท้องฟ้าทำให้ฝ่ามือบนท้องฟ้าหายไปแต่ในขณะเดียวกันร่างเงาที่ปรากฏก็แตกกระจายไปเช่นกัน“เมื่อกี้นี่มัน ร่างเงาของประมุขตระกูลหยู ร่างเงาของครึ่งเทพนี่หยูฮ่าวสำคัญถึงขนาดให้เขายอมเสียพลังบ่มเพาะส่วนหนึ่งเพื่อปกป้องชีวิตของหยูฮ่าวเลยงั้นเหรอ” ถังเจี่ยกล่าว“นายน้อย!!!!!” ผู้ติดตามทั้งสามรีบไปรับร่างของหยูฮ่าวที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้าและได้รับบาดเจ็บสาหัส“โชคดีแล้วที่ข้าไม่ได้ใช้ยันต์เทียบเซียน” ถังเจี่ยถอนหายใจถ้าความโลภไม่เตือนถังเจี่ยเองก็คงตายไปแล้ว“พลังเมื่อครู่มันคืออะไร” ฟางเฉินเข้ามาแล้วกล่าวขึ้น“ฝ่ามือนั่นน่าจะเป็นจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของผู้สร้างเส้นทางวิญญาณในอดีตเขาน่าจะเป็นครึ่งเทพสูงสุดคนหนึ่ง และจิตวิญญาณนั่นก็ทำหน้าที่ปกป้องกฎเกณฑ์ในเส้นทางวิญญาณส่วนร่างเงาครึ่งเทพอีกคนนั้นถึงแม้จะสลายฝ่ามือของขนาดใหญ่ได้แต่นั่นเป็นเพราะว่าจิตวิญญาณในเส้นทางยังไม่ได้เอาจริงไม่งั้นร่างจริงของครึ่งเทพนั่นได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว” ความโลภกล่าว“ครึ่งเทพงั้นเหรอ” ฟางเฉินกำหมัดแน่น เพราะยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ศัตรูของฟางเฉินก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น“น้องชายเจ้าช่วยใช้พลังของจิตวิญญาณดวงตาทำให้เจ้านั่นยอมเปิดปากเรื่องของน้องชายข้าได้หรือไม่” ถังเจี่ยกล่าว“ได้แน่นอน” ฟางเฉินกล่าว“พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ เจ้าไม่เห็นงั้นเหรอว่าท่านผู้นำให้ความสำคัญกับนายน้อยมากแค่ใหนถ้าเกิดเรื่องอะไรกับนายน้อยละก็พวกเจ้าไม่รอดแน่” ผู้ติดตามของหยูฮ่าวคำรามออกมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว“ข้าไม่สนใจคำขู่ของพวกเจ้า ข้าแค่ต้องการรู้ความจริงจากเจ้าอ้วนนี่เท่านั้นเพราะงั้นจงใสหัวออกไปซะ” ถังเจี่ยคำรามออกมาและฟาดค้อนออกไปร่างของทั้งสามคนกระเด็นออกไปละหมดสติทันที“เจ้านี่มีของดีอยู่เต็มไปหมดจริง ๆ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับถอดเครื่องประทับที่สามารถปกป้องการโจมตีวิญญาณได้ออก แต่ความโลภกลับถอดแหวนมิติของหยูฮ่าวออกด้วยความเร็วแสง“เจ้า.... พวก..บัดซบพวกเจ้าจะต้องไม่ตายดีแน่” หยูฮ่าวทีได้รับบาดเจ็บกล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้น“เอาละนะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับดวงตาของฟางเฉินกลายเป็นสีทองและจ้องมองดวงตาของหยูฮ่าวหยูฮ่าวสั่นสะท้าน ทันทีจิตใจของหยูฮ่าวก็ถูกควบคุมฟางเฉินใช้พลังทั้งหมดในการทำให้หยูฮ่าวตอบทุกคำถามของถังเจี่ย“หยูฮ่าวจงตอบข้ามา เมื่อ 10 ปีก่อน น้องชายของข้าตายได้อย่างไร” ถังเจี่ยกล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่น ในมือของถังเจี่ยมีศิลาบันทึกเสียงเอาไว้ซึ่งถังเจี่ยเตรียมพร้อมเอาไว้ใช้เป็นหลักฐานป้องกันตัวเอง“ถังเฟิงถูกพี่ชายของข้า หยูเทียนสังหาร” หยูฮ่าวที่ดวงตากลายเป็นเลื่อนรอยกล่าวขึ้น“เป็นพวกเจ้านี่เองแล้วพวกลัทธิเทพอสูรมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” ถังเจี่ยกล่าว“ตอนแรกข้าได้ส่งข่าวและร่วมมือกับคนของลัทธิเทพอสูรโดยที่ข้าหลอกล่อให้ถังเฟิงออกไปด้านนอกและให้คนของลัทธิเทพอสูรสังหาร แต่ว่าถังเฟิงกลับหนีจากพวกลัทธิเทพอสูรไปได้พี่ชายของข้าจึงต้องลงมือด้วยตัวเองและจากนั้นพวกเราก็ป้ายความผิดให้กับพวกลัทธิเทพอสูร” หยูฮ่าวกล่าว“ไอ้พวกบัดซบตายซะ!!!!!!!” ถังเจี่ยระเบิดหัวของหยูฮ่าวทันทีจากนั้นถังเจี่ยก็ระเบิดร่างของผู้ติดตามของหยูฮ่าวทิ้งไปทั้งหมด ในที่สุดถังเจี่ยก็รับรู้ความจริงได้เสียที ในตอนแรก เมื่อถังเฟิงถือกำเนิดถังเฟิงกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในตระกูลถัง เพราะจิตวิญญาณของถังเฟิงคือค้อนระดับเทวะ และด้วยไวอายุ 10 ปี ถังเฟิงยังสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสวรรค์ได้อีกด้วยในตอนนั้นทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็สั่นสะเทือน ถังเฟิงกลายเป็นความหวังของตระกูลถังทันที แต่เพราะพรสวรรค์อันน่าสะหรึงกลัวนั่นทำให้ตระกูลหนูวางแผนกำจัดถังเฟิงทิ้ง“เพียงเท่านี้ตระกูลหยูและตระกูลถังของข้าก็กลายเป็นศัตรูกันอย่างสมบูรณ์แล้ว” ถังเจี่ยกล่าว“มันไม่ใช่แค่เจ้าข้าเองก็ไม่มีทางปล่อยพวกมันไว้เช่นกัน” ฟางเฉินกล่าว“แล้วเจ้าจะเอายังไงกับผู้หญิงคนนี้” เย่เซียนลากตัวของเซียนของลัทธิเทพอสูรมา ซึ่งยังมีชีวิตอยู่แต่พลังบ่มเพาะถูกทำลายไปแล้ว“ข้าจะขอดูหน่อยว่าผู้ที่ให้ร่วมมือกับพวกมันคือใคร” ฟางเฉินกล่าวและใช้จิตวิญญาณพยายามควบคุมความทรงจำของอีกฝ่ายแต่ในตอนนั้นเองก็มีพลังที่แข็งแกร่งปรากฎและทำลายวิญญาณของเซียนคนนั้นทันที“รอบคอบจริง ๆนะ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้ามืดมนเพราะตอนนี้ชายตรงหน้าได้ตายไปแล้ว