ขอบคุณจากใจจริงที่สนับสนุนผลงาน"呼び出された殺戮者3(Yobidasareta Satsurikusha 3)”ครับ
เป็นเพราะทุกท่านผมถึงสามารถออกผลงานจนถึงเล่มสามได้คุณ K บรรณาธิการ,อาจารย์ lack ผู้วาดภาพประกอบ, ฝ่ายพิสูจน์อักษรและดีไซเนอร์ แม้ต้องรบกวนทุกท่านหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้ผมกำลังดื่มด่ำความปีติที่สามารถส่งหนังสือไปถึงมือท่านผู้อ่านได้เช่นนี้ครับ
ตอนประกาศที่ท้ายเล่มของเล่มสองเรื่อง"กำหนดการฤดูใบไม้ผลิ” สามารถจัดทำล่วงหน้าได้เร็วขึ้นหนึ่งเดือนเป็นเพราะความพยายามของทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับผลงานชิ้นนี้ รวมถึงท่านที่แสดงความเห็นเข้ามาและท่านที่เชียร์ให้ตีพิมพ์เล่มต่อไปรวมถึงผู้อ่านทุกท่านครับ
ขอบคุณจริงๆ ครับ
แม้ว่าตอนที่เขียนคำแถลงท้ายเล่มนี้จะยังไม่ได้เห็นแถบคาดหนังสือแต่ก็ตามที่จั่วหัวไว้ว่าเป็น "ดาร์กแฟนตาซี” ตรงแถบคาดของเล่มหนึ่งและเล่มสองก็คือตัวเอกของเรื่องไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมครับ
ครั้งนี้มีฉากที่รุนแรงออกมามากเป็นพิเศษเป็นเล่มที่จะยืนยันอีกครั้งถึงลักษณะนิสัยอันบิดเบี้ยวของตัวละครชื่อฮิฟุมิครับ
คนที่ยึดความถูกต้องเป็นพื้นฐานในการฆ่าคนกับคนที่ยึดความปรารถนาและผลประโยชน์ส่วนตนในการฆ่าคนนั้น ดูเหมือนจะต่างกันมากแต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไรไม่ใช่หรือ
พอเขียนแบบนั้นแล้วก็ให้ความรู้สึกเกี่ยวกับปรัชญาแต่ระหว่างที่เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ คำถามแบบนั้นก็ชัดเจนขึ้นครับ
ในตอนที่กำหนดคอนเซปต์พื้นฐานของงานชิ้นนี้ก็เกิดคำถามว่า "ไม่จำเป็นที่คนแข็งแกร่งซึ่งถูกอัญเชิญมาเพราะผลประโยชน์ส่วนตัวจะต้องเป็นมิตรแห่งคุณธรรมนี่เนอะ?” แบบนี้ขึ้นตั้งแต่แรกครับ ในเกมRPG (เกมที่ผู้เล่นสวมบทบาทสมมติ)กรณีที่เรียกภูตรับใช้ออกมาแล้วไม่ยอมเชื่อฟังคนที่จะถูกจัดการเป็นคนแรกก็คือคนอัญเชิญไม่ใช่รึ ก็เป็นข้อสงสัยคล้ายๆ กันครับ
ตัวละครโทโนะฮิฟุมิจึงเกิดมาจากคำถามแบบนั้นครับเขาไม่ใช่นักฆ่าบริสุทธิ์ที่เรียกได้ว่าทำเหมือนมนุษย์ทุกคนตรงหน้าเป็นศัตรูแต่เป็นประเภทที่สามารถใช้เหตุผลเลือกได้ว่าจะฆ่าหรือไม่แล้วลงมือทำอย่างไม่ลังเลครับ
แม้จะยุ่งยากกว่ามือสังหารทั่วไปแต่ก็มีเสน่ห์โดยขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ตั้งใจจะให้เป็นตัวละครแบบนั้นครับถ้าในสายตาผู้อ่านเห็นเป็นแบบนั้นผมก็รู้สึกขอบคุณครับ
ตอนที่วางเรื่องให้มีศูนย์กลางเป็นตัวละครที่ไม่ใช่มิตรแห่งคุณธรรมแบบนั้นรอบข้างก็ค่อยๆ ถูกดึงเข้าไปในความสับสนวุ่นวายว่าจะยอมรับเขาหรือไม่
ตัวเอกเป็นศูนย์กลางความวุ่นวายที่มีทั้งพรรคพวกและศัตรูอยู่พวกเขาต้องต่อสู้อย่างรุนแรงไปจนกว่าจะถึงที่สุด ถ้าจากมุมมองที่พูดอย่างนั้นในความหมายหนึ่ง นี่ก็เป็นนวนิยายแฟนตาซีสูตรสำเร็จไม่ใช่เหรอ ก็คิดอย่างงั้นครับ
ที่แตกต่างคือฮิฟุมิอยู่ในจุดยืนที่ยินดีต้อนรับความวุ่นวายอยู่ในจุดที่ไม่ยอมรับคุณค่าของศีลธรรมหรือความถูกต้องในภาพรวมครับ
แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่ว่าไปที่ไหนก็แหวกไปข้างหน้าอย่างเห็นแก่ตัวแต่เนื่องจากนั่นคือฮิฟุมิดังนั้นถ้าทุกคนคอยเฝ้ามองอย่างอบอุ่นเล็กน้อยผมก็จะดีใจครับ
ผลงานแฟนตาซีที่ต่างไปเล็กน้อยนี้ดำเนินมาถึงเล่มสามครั้งนี้ก็ได้อาจารย์ lackผู้เป็นนักวาดภาพประกอบวาดภาพประกอบอันสวยงามให้ครับ
ทั้งหน้าปกและหน้าขาวดำก็เป็นเช่นนั้นแต่ภาพปกในที่เป็นการเผชิญหน้ากันของโอริกะกับคาช่านั้นผมชอบขนาดจะเอามาขยายติดผนังเลยครับ
ได้ยินว่าตอนที่อาจารย์lack วาดภาพประกอบให้ผลงานเรื่องนี้ ก็กรุณาอ่านฉบับที่ตีพิมพ์ลงเว็บไซต์ทั้งหมดจึงเข้าใจเนื้อหาของผลงานอย่างลึกซึ้งแล้วออกแบบให้ครับ
ในตอนที่วาดภาพให้เล่มหนึ่งจึงรู้เรื่องเหตุการณ์ในตอนหลังเมื่อพิจารณาถึงตรงจุดนั้น ในครึ่งหลังของเล่มหนึ่ง ฉากที่โอริกะกับคาช่าแทงศัตรูพร้อมกันสองคนสีหน้าของแต่ละคนจึงมีความแตกต่างให้เห็นเล็กน้อยครับ
หากมีเล่มหนึ่งอยู่ใกล้ๆ มือก็อยากขอให้เปิดดูสีหน้าของโอริกะที่เตรียมใจไว้แล้วกับใบหน้าของคาช่าที่มองเห็นความลังเล
เป็นอีกครั้งที่รู้สึกได้ถึงความเก่งกาจของอาจารย์ lack ครับ รู้สึกอย่างลึกซึ้งเลยว่าทำให้ได้เดบิวต์อย่างมีความสุขจริงๆ
แม้ตัวละครจะเพิ่มขึ้นจนค่อยๆ คึกคักขึ้นแต่บรรยากาศวุ่นวายก็ยังคงอยู่แม้จะเป็นผลงานเช่นนี้ แต่หลังจากนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
ผมจะอธิษฐานให้ได้พบกันในเล่มสี่ซึ่งเป็นเล่มถัดไปครับ
ขอบคุณที่สนับสนุนครับ!