เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 77

    ย้อนกลับไปบริเวณตีนเขา ภามเปลี่ยนไปขับเกวียนแทนอลัน เพื่อให้พวกผู้ช่วยของเขาคุยกันอย่างสบายๆ ทุกคนคุยกันไปอย่างออกรสสนุกสนาน ส่วนภามก็เพียงนั่งฟังไปด้วยขับเกวียนไปด้วยเพลินๆ อามิน เด็กชายวัยกำลังโตที่ฟังคนอื่นคุยกันมาตั้งแต่ในเมืองก็เกิดสะกิดใจบางอย่างขึ้น ระหว่างอยู่ในเกวียนที่กำลังเดินทางกลับฟาร์มกลางป่าลึก“ว่าไงนะ! แอนเน่มีคนมาชวนให้ไปเรียนที่โรงเรียนเวทย์มนต์งั้นเหรอ สุดยอดไปเลย!” แม็กซ์กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น“ถ้าลูกได้เป็นจอมเวทย์มีพลังมีสถานะเทียบเท่าชนชั้นสูง ในอนาคตตัวของลูกเองก็จะได้ไม่ลำบาก และพาให้ครอบครัวเราสุขสบายตามไปด้วย” อลันกล่าวอย่างมีความหวัง“ถ้าข้าเป็นจอมเวทย์แล้วช่วยให้ครอบครัวมีความสุข ข้าก็จะเป็นจอมเวทย์ให้ได้เจ้าค่ะ!” แอนเน่กล่าวอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ “ข้าคิดว่าถ้าแอนเน่กับอามินได้เรียนหนังสือก็เป็นเรื่องที่ดีนะ” ภามกล่าว“แล้วท่านแน่ใจได้ยังไงว่าแอนเน่มีพลังเวทย์มนต์อย่างที่ชายประหลาดนั่นว่าจริงๆ” เมมี่กล่าวถามสามี“ใช่แล้ว เด็กน้อย อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ น้องสาวเจ้าคนนี้เป็นผู้มีพรสรรค์ สามารถใช้เวทมนต์ได้” ชายประหลาดกล่าว  ‘แอนเน่จะได้เป็นจอมเวทย์งั้นเหรอ! ยอดเยี่ยมไปเลย เจ้าจะต้องเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจแน่ๆน้องสาวข้า’ อามินรู้สึกยินดีอยู่ในใจ‘แต่ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แอนเน่ถึงจะไปสมัครที่โรงเรียนนั้นได้ ท่านภามบอกว่าจะลองไปถามให้แต่ก็คงอีกหลายวันถึงจะรู้คำตอบ’ เด็กชายยังคงคิดหาทางออกไม่ได้‘แม้ว่าท่านพ่อจะรู้สึกยินดี และสนับสนุนให้แอนเน่ได้เป็นจอมเวทย์ แต่ท่านแม่ก็เป็นห่วงความปลอดภัย และชีวิตที่ต้องกดดันภายใต้เหล่าชนชั้นสูงที่เห็นแก่ตัวพวกนั้น’ อามินรู้สึกกังวลแทนน้องสาว ‘ที่จริงตัวข้าจะต้องเป็นคนปกป้องนางในฐานะพี่ชาย ต้องดูแลครอบครัวเพราะเป็นลูกชายคนโต แต่ตัวเองกลับไร้พรสวรรค์ ไม่มีทั้งเวทย์มนต์ ปัญญา เรี่ยวแรง หรือเงินทอง หน้าที่อันหนักหนาสาหัสนั้นจึงต้องตกเป็นของแอ่นเน่น้อยผู้อ่อนโยนอย่างนั้นหรือ’ อามินกล่าวโทษความไม่เอาไหนของตนเด็กชายวัยพียง 12 ปี ที่ต้องผ่านชีวิตที่ลำบากทุกข์ยากมาตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเห็นความลำบากของพ่อแม่ เห็นความทรมานของน้องสาว เขาพยายามทำทุกอย่างเต็มกำลังเท่าที่ตนจะคิดออกเพื่อครอบครัวที่เขารัก แต่มันก็ยังไม่ดีพอในความรู้สึกตอนนี้ ตั้งแต่อามินได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ฟาร์มของภาม เด็กน้อยก็รู้สึกได้ว่าชีวิตของเขาช่างโชคดีจริงๆ ชีวิตที่มีความสุขไม่ได้ลำบากยากแค้นเหมือนเมื่อก่อน เจ้านายก็ใจดีมากๆ อาหารก็ได้ทานอย่างเต็มอิ่ม และอร่อยทุกมื้อ ทำให้ตัวเขาอยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยด้วยซ้ำ ซึ่งความสุขที่อามินได้รับนั้นมันทำให้เขาหลงลืมไปว่าตัวเอง และน้องสาวนั้นยังเป็นทาส แม้ว่าภามจะดีกับครอบครัวของเขามากเกินกว่าเจ้านายในโลกนี้ทุกคนจะทำกัน แต่ที่สุดแล้วพ่อแม่ของเขาต้องมาทำงานที่นี่ก็เพื่อปลดปล่อยตัวเขาเอง และน้องสาวจากการเป็นทาสอยู่ดี เด็กชายเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าไกล เห็นฝูงนกที่บินกันอย่างอิสระเสรี ผ่านดวงอาทิตย์ตกยามเย็นสีส้มตัดกับเมฆขาวที่ปลายขอบฟ้า พวกของอามินนั่งเกวียนมาจนกระทั่งเงาของป่าไม้ได้บดบังแสงตะวันไป แล้วเสียงของสัตว์ร้ายก็ดังก้องไปทั่วผืนป่าปลุกสติของเด็กน้อยขึ้นมา“โฮก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” แม็กซ์ชายหนุ่มช่างก่อสร้างที่เด็กน้อยรู้จักมานาน เขาค่อนข้างตกใจเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของอามิน และแอนเน่ก็ตกใจเสียสัตว์ร้ายเช่นกัน แต่ทั้งสองรู้จากบิดาอยู่แล้วว่าภามนายท่านผู้ลึกลับสามารถปกป้องพวกเขาได้ แถมยังมีมอนสเตอร์ดุร้ายเป็นเพื่อนเล่นด้วยซ้ำไป จึงไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมา อลันพ่อของเด็กน้อยทั้งสองพยายามปลอบใจชายหนุ่มในแบบของเขา ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คนต่างถิ่นผู้นี้รู้สึกดีขึ้นเท่าไร แต่อามินที่นั่งเงียบมานานก็เผอิญมีเรื่องสงสัยบางอย่างจึงถามขึ้น“พี่แม็กซ์ขอรับ” อามินเรียกชายหนุ่ม“อะจ้าก!!! อ้าว! อามินเรียกข้าหรือว่ายังไง” แม็กซ์สะดุ้งจากความระแวงในความมืดรอบด้าน“ข้าเคยได้ยินว่านานๆทีจะมีพวกมอนสเตอร์ไปบุกเมือง หรือโจมตีหมู่บ้าน แล้วใครเป็นผู้ขับไล่พวกมันกลับไปหรือขอรับ” เด็กน้อยถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจัง“เอ่อ...หลายๆครั้งที่ก็จ้างพวกนักผจญภัยมาช่วย แต่ถ้าในเขตที่พวกเราอยู่กันนี้ นิยมเรียกทหารเข้ามาช่วยมากกว่าน่ะ” แม็กซ์ตอบกลับ“แล้วทหารสามารถจัดการกับมอนสเตอร์เก่งๆ ตัวใหญ่ๆดุๆแบบนั้นได้รึเปล่าขอรับ”“ที่ข้าเคยได้ยินมันก็ได้อยู่นะ แต่ต้องใช้ทหารจำนวนมากเลยล่ะ เพราะกำลัง และความดุร้ายของพวกมอนสเตอร์ไม่ธรรมดา ยิ่งบางตัวใช้เวทย์มนต์ได้ด้วย พวกทหารทั่วไปสู้ไม่ไหวหรอกนะ”แม็กซ์เล่าออกมาอย่างกับเห็นภาพมาด้วยตา“ถ้าเช่นนั้น จะชนะพวกมันได้อย่างไรเล่าขอรับ” อามินสงสัยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก“อัศวินอย่างไรล่ะ นักรบสวมชุดเกราะบนหลังม้า เชี่ยวชาญการใช้ดาบ และทวนขี่ม้าจู่โจมศัตรูด้วยความเร็ว และทรงพลังอย่างยิ่ง อัศวินคนหนึ่งสามารถสังหารมอนสเตอร์ทีเดียวได้หลายตัว แถมบางคนสามารถโค่นล้มมอนสเตอร์ยักษ์ที่ดุร้ายได้ด้วยตัวคนเดียว” ชายหนุ่มเล่าออกมาอย่างตื่นเต้น“อัศวิน เก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวรึ? พวกเขาต้องใช้เวทย์มนต์ได้แน่นอนใช่ไหมขอรับ” เด็กน้อยตื่นเต้นกับเรื่องเล่าของชายหนุ่ม“ที่จริงอัศวินเป็นคนธรรมดานี่แหละ แต่พวกเขาได้รับการฝึกฝนจากโรงเรียนอัศวินซึ่งต้องผ่านการทดสอบอย่างยากลำบากหลายปีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าทำได้สำเร็จจะได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาให้เป็นอัศวิน เป็นทหารผู้มีหน้าที่ควบคุมกองกำลังทหารอย่างไรล่ะ” แม็กซ์บรรยายออกมาให้เห็นภาพ อามินที่เกิดสงสัยเรื่องการต่อสู้กับมอนสเตอร์ จึงถามกับแม็กซ์ซึ่งเด็กน้อยก็ได้คำตอบที่เปิดโลกทัศน์ของตนทันที เขารู้จักแต่เพียงทหาร และไม่เคยรู้มาก่อนว่าการแต่งกายของทหารแบบใดเรียกว่าอะไร เขาเพิ่งรู้ว่าอัศวินที่ได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆคือทหารที่เป็นสุดยอดของทหารอีกทีหนึ่ง แต่ตอนนี้เด็กน้อยมีเป้าหมายแล้ว อามินที่ต้องการปกป้องน้องสาว และครอบครัวของเขา เห็นเพียงการเป็นอัศวินเท่านั้นที่จะปกป้องผู้อ่อนแอจากเหล่ามอนสเตอร์ตัวร้ายได้ ยิ่งถ้าเป็นพวกโจรหรือพวกชนชั้นสูงที่เห็นชีวิตชาวบ้านเป็นผักปลา อัศวินย่อมจัดการได้ด้วยฝีมืออันสูงส่งแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน