อื้ออ อะอร้า คุณชาย อื้ออ อ่ะซี้ดด
น้ำเสียงกระเส่าร้องดังออกมาดวงหน้าชื้นเหลียวมองชายด้วยหลังที่ใช้แซ่ตีม้าฟาดลงมาเพียงเบา ๆทว่าแซบสันจนบั้นท้ายนางสั่นพร้อมเด้งบั้นท้ายเป็นจังหวะตอบท่อนเนื้อยาวราวผลแตงกวาลูกใหญ่เป็นจังหวะก่อนจะแหงนมองใบหน้าใสราวหยกขาวที่แสยะยิ้มมุมปากแล้วยิ้มออกมา
พูดไปคงไม่มีใครเชื่อว่าคุณชายรองจวนอ๋อง อย่างคุณชายอู๋หูเจี๋ยผู้เลื่องชื่อด้วยความเฉลียวฉลาดอายุสิบห้าก็เป็นศิษย์เอกอาจารย์เซียวนักปราชญ์พเนจรชื่อดังอายุสิบเจ็ดก็โด่งดังเพราะกวีที่เขียน จะมีรสสวาทพิสดาร รุนแรงเช่นนี้
“อร่า... ตอดเร็ว ตอดท่อนเนื้อข้าให้แรงกว่านี้ ซี้ดด”
“อร้า..อื้ออ อ่ะอ่ะ คุณชาย อร้าข้าน้อย อื้อออ”ท่อนแขนสองข้างที่เท้าฟูกนอน อ่อนลงแนบร่างกับที่นอนนิ่ม สั่นทึ่มทั้งร่างร่องสวาทตอดแน่นอย่างที่ชายด้านหลังต้องการ พร้อมหน้าท้องนางหกเกร็งเป็นจังหวะรับรู้ถึงสายน้ำร้อนไหลเวียนทั่วท้องน้อยและร่องสวาท พร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปล๊บตรงที่แซ่ฟาดเพียงไม่นานสายน้ำเสียงที่คิดกลั้นเพื่อความกระสันก็แตกกระเซ็นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อื้ออ คุณชายอร้างง อื้ออ ซี้ดด อร่า..”อู๋หูเจี๋ยมองแผ่นหลังบางเต็มด้วยร่องรอยจากแซ่ที่เขาฟาดพลางยิ้มกริ่มพอใจซู้ดปากระบายลมหายใจร้อยพร้อมความสุขสมไปทั่วท่อนเนื้อเมื่อนางโลมผู้นี้ตอดเอ็นเขาอย่างแรงตามที่ปรารถนา
ก่อนที่ชายหนุ่มจะดึงท่อนลำยาวออกมาจากร่องสวาทเยิ้มน้ำของนางทั้งที่ตัวเองไม่ปลดปล่อยจับนางนอนหงายพร้อมหยิบเอาโซ่ข้อมือมาสวมให้นาง แล้วจับท่อนลำยัดเข้าไปในปากเล็ก
“อร่าดูดแรง เจ้าดูดมันแรงๆ”ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มมองนางโลมอันดับหนึ่งที่สาวท่อนเนื้อเขาพร้อมดูดดุนลำกายด้วยท่าทางชำนาญมือกร้านผละออกจากเต้ากลมนิ่มมือหยิบเอาแท่งหยกเนื้อเย็นในกล่องอุปกรณ์แล้วเสียบมันเข้าไปในร่องสวาทตอดไม่หยุดคราวเดียวแทบสุดลำทำนางกระตุกแรงทั้งกาย ชะงักการกระทำไปชั่วขณะก่อนสตรีร่านจะนอนหงายอ้าขาให้เขากระแทกหยกยาวใหญ่ขนาดใกล้เคียงท่อนลำในปากเป็นจังหวะ
“อ๊อก อ๊อก แพร่บบ/ซี้ดดด อื้ออ แรงๆเจ้าดูมันเข้าไปแรง อร่าจะปล่อยออกมาแล้วว ซี้ดด อร่า”หูเจี๋ยครางดังพร้อมแหงนหน้าบิดเบี้ยวมือข้างที่กระแทกแท่งหยกหยุดชะงักปล่อยของในมือคารูเสียวแล้วย้ายมาจับศีรษะนางโยกแรงบ้าง กดค้างเข้าหาตัวบ้างรอเวลาที่จะปล่อยสายธารน้ำเชื้อออกด้วยใจจดจ่อ
แค๊กแค๊ก
“อร้า... ซี้ดดด อื้อออ แฮกแฮก”กายใหญ่ทรุดลงทิ้งตัวนางบนฟูก ดวงตาเฉียบคมหลับสนิทพร้อมลมหายใจพ่นแรงงออกมาทางปากก่อนจะเปลือกตาบางจะลืมขึ้นหันมองใบหน้าเปียกชื้นของสตรีร่างเล็กที่นอนหายใจแรงแล้วเหลือบมองลงไปตรงร่องสวาทเยิ้มที่ยังคงมีแท่งหยกเนื้อเย็นเสียบคาเอาไว้
หูเจี๋ยมองส่วน.....ที่โผล่ออกมาพลางยกยิ้มอย่างนึกสนุกก่อนสายตาจะกลับมามองที่ดวงหน้าเย้ายวนของคนที่จงใจอ้าขากว้างให้เขาได้เห็นของที่เสียบคาในร่องนางอย่างชัดๆ
“ได้ยินมาว่ามารดาเจ้าเป็นนางโลมมาก่อนเจ้าก็เกิดและโตที่นี่”
“อื้ออ ซี้ดดเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นนางโลมแต่กำเนิดอย่างเจ้าก็คงจะเก่งกาจไม่น้อยอย่างนั้น...สตรีอย่างเจ้าช่วยทำให้ข้าเห็นทีว่านางโลมด้วยชาติกำเนิดอย่างเจ้าจะเก่งสมที่เกิดและโตในที่แห่งนี้หรือไม่”
ชายหนุ่มพูดออกโดยไม่คิดฟังคำตอบ เพราะไม่ว่านางจะเก่งหรือไม่อย่างไรคืนนี้สตรีนางนี้ก็ต้องรับทุกสิ่งที่เขาจะมอบให้ ให้ได้ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือเพียงเอี้ยวไปหยิบแท่งหยกอีกอันในกล่อมคนที่นอนหายใจโรยข้างกายเมื่อครู่ก็ชันตัวดึงแท่งหยกยาวในร่องออกมาพลางมองหน้าเขาอย่างเย้ายวนก่อนนางจะใช้มืออีกข้างแหวกรูเล็กด้านหลังกว้างแล้วเสียบมันเข้าไปต่อเขาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“อื้ออ คุณชายนับว่าท่านรู้เยอะสมเป็นบัณฑิต อื้ออซี้ดดอูยยยอร่า” หูเจี๋ยยิ้มแล้ววางแท่งหยกอีกอันลงเข้าทิ้งตัวลงนอนมองคนที่ร่างกระตุกคลานมาคร่อมร่างเขาจับเอาท่อนเอ็นจ่อรูสวาทขมิบแล้วกดตัวลงมาทั้งที่ดด้านหลังนางก็มีแท่งยกเสียวเอาไว้อยู่
“อื้ออ อร้า...คุณชายท่านเป็นท่านคนแรกที่ข้าได้เสียวทั้งทางหน้าทางหลัง อื้ออ ดีซี้ดด ดีเหลือเกินอื้ออ”
“อร่า อืมมมเจ้าทำเช่นนี้ ข้าไม่หยากให้ถึงเวลากลับเลย”
“เช่นนั้นท่านก็อย่ากลับสิเจ้าค่ะ”สตรีร่างบางโน้มกายสอดมือเข้าใต้กลุ่มผมหน้าเคลื่อนใบหน้าไปใกล้ริมฝีปากหน้าสีระเรื่ออย่างเย้ายวนพร้อมกับออกแรงขมิบรูสวาทตอดท่อนเนื้อแน่นหวังมัดใจเขาทั้งที่นางเองก็ทรมานแทนทนไม่ไหม
“เช่นนั้นคงไม่ได้แต่เจ้าสามารถมอบสุขครั้งใหญ่ก่อนข้าต้องแต่งงานได้”ไม่ว่าเปล่าหูเจี๋ยรั้งเอวนางเข้าหาตัวแล้วรัวท่อเอ็นเข้าไปในร่องตอดเยิ้มด้วยความเร็วด้วยต้องการเก็บเกี่ยวความสุขนี้ก่อนที่ตัวเองต้องกลับไปแต่งงาน
หูเจี๋ยก้าวขึ้นรถม้าอย่างไม่คิดหันหลังกลับไปมองหอนางโลมเบื้องหลังท่าทางของเขาไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไปที่นอนหลับสนิทหาใช่คนที่ใช้แรงทั้งคืนเพื่อเล่นสวาทก่อนที่ล้อรถจะหมุนมุ่งหน้าไปทางเมืองเว่ย บ้านเกิดของตนหูเจี๋ยมองตำราในมือไปพลางระหว่างเดินทางกลับจวนท่าทางต่างไปจากเมื่อยามอยู่ในห้องนอนกับสตรีร่านพวกนั้น
ถึงใคร ๆ จะเรียกเขาว่าคุณชายรองจวนอ๋อง แต่หลายคนในเมืองเว่ยก็รู้ดีว่าเขาเป็นเพียงบุตรอนุในจวนเพียงโชคดีที่แม่ใหญ่มีเมตตาไม่เคยหาเรื่องเขาและมารดาให้ทุกข์ใจส่วนตัวเขาเองก็ใช้ชีวิตในที่ของตัวเอง ชีวิตจึงสงบสุขไร้เรื่องให้ขุ่นใจ
จนเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้รับจดหมายเรียกตัวกลับด่วนด้วยเหตุผลว่า ต้องกลับมาแต่งงานแทนน้อชายที่บ่ายเบี่ยงไม่อยากแต่งกับสตรีไร้อำนาจไม่สมฐานะซื่อจื่ออย่างเขา และแม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าว่าที่ภรรยาแต่หูเจี๋ยก็เคยได้ยินชื่อเสียงของนางมาบ้างจางหนวนหนวนบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายท่านจากและฮูหยินเอกแต่เพราะมารดานางอ่อนแอไร้กำลังทั้งไม่อาจมีบุตรชายสืบสกุลได้นางจึงโดนหมางเมินทีละน้อยจนในที่สุดก็ไร้อำนาจเมื่ออนุรักสามีสามารถมีบุตรชายคนแรกให้นายท่านได้ชื่นชมทำให้อำนาจทั้งหมดในจวนไปอยู่ในมืออนุผู้นั้นทั้งหมดราวเป็นนายหญิงส่วนสองแม่ลูกก็ต้องระเห็จไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวนเป็นคนไม่มีค่าในสายตาผู้คน
“คุณชายถึงแล้วขอรับ”
ดวงตาคมละจากตำราในมือมองลอดม่านหน้าต่างออกดูจวนตัวเองที่เวลานี้ประดับไปด้วยผ้าแดงของมงคล ก่อนจะจากลดม้าแล้วก้าวเข้าไปภายในเรือนคำยินดีดังมาไม่ขาดนับแต่ที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาในจวน จนตัวเขาถึงห้องนอนร่างสูงแลดูผอมเดินไปที่เตียงนอนพร้อมวางกล่องไม้บรรจุของล้ำค่าลงบนที่นอน
พรุ่งนี้แล้วที่เจ้าจะมีนายเป็นของตัวเอง
เช้านี้จวนสกุลอู๋คึกคักเป็นพิเศษบ่าวเดินสวนกันไปมาวุ่นวายแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็แทบนั่งไม่ติดตื่นเต้นที่หลานชายคนโตของนางจะได้แต่งงานส่วนว่าที่หลานสะใภ้แม้จะได้ยินมาว่าไม่ได้รับความรักและความสนใจจากบิดาเพราะเป็นสตรีแต่ก็มีข่าวออกมาว่านางมีความรู้ ความสารถมารถไม่ทำให้หลานชายนางอับอายแน่
เสียงประทัดดังก้องหน้าจวนผู้คนชะโงกมองเกี้ยวลายวิจิตรใช้คนหกคนหามที่มาหยุดที่ด้านหน้าจวนอ๋องหลางก่อนจะร่างสูงสง่าของเจ้าบ่าวจะปรากฏท่าทางนอบน้อมอ่อนโอนของเขาเป็นที่เล่าขานไปทั่วมือกร้านยื่นออกไปรับมือขาวเรียวของว่าที่ภรรยาที่เขาไม่เคยพบหน้า ดวงตาเฉียบคมทว่านุ่มลึกพยายามเพ่งมองดวงหน้าเรียวใต้ผ้าบางที่คลุมใบหน้านางเอาไว้ก่อนจะก้มมองมือของนางที่แม้จะเกลี้ยงเกลาไร้รอยทว่าสากกร้านจนรับรู้ได้ว่านางทำงานหนักพอควร
บ่าวสาวทั้งสองพากันเดินเข้าไปในเรือนที่ประดับประดางดงามหยุดอยู่หน้าเรือนกลางที่ภายในเต็มไปด้วยญาติทางฝ่ายเจ้าบ่าว จางหนวนหนวน ที่ถึงจะมองเบื้องหน้าไม่ชัดมากแต่ก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างสนใจจนนางประหม่าเผลอกำผ้าในมือแน่น
นี่เป็นครั้งแรกที่หนวนหนวนได้ออกมาพบผู้คนมากมายเช่นนี้เพราะตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมานางนั้นโดนกักขังเอาไว้ในเรือนไม่ได้พบผู้คนมีเพียงมารดาแม่นมและบ่าวเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่คุ้นเคยการได้ออกมาเจอผู้คนมากมายเช่นนี้นับเป็นครั้งแรกจึงอดไม่ได้ที่ตื่นตระหนก
ฟู้....
กว่าจะผ่านช่วงเวลาน่าอึดอัดมาได้ก็ทำเอาหนวนหนวนเหงื่อซึมเต็มกรอบหน้านางเปิดผ้าคลุมหน้าอย่างไม่คิดใส่ใจกฎระเบียบอะไรทั้งสิ้นแล้วกวาดตามองที่นอนในคืนนี้หญิงสาวลูบฟูกนิ่มลื่นมือพลางขย่มร่างอย่างตื่นเต้นก่อนจะดึงผ้าแดงแสนเกะกะนั้นออก เดินไปทางโต๊ะที่วางอาหารเรียงรายด้วยความรู้สึกหิวก่อนจะหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากินทั้งที่ไม่ควรตอนที่รู้ว่าต้องแต่งงานใจนางหวาดหวั่นรุนแรงเพราะแต่เล็กจนโตไม่เคยต้องห่างกายมารดาแต่เพราะบิดาบีบบังคับเอามารดาพิการมาข่มขู่นางจึงต้องยอมแต่งงานออกมาทั้งที่ใจไม่ต้องการ แต่ก็ยังนับว่าบิดาไม่ได้ใจดำกับนางเกินไปเพราะเขายังให้นางได้เป็นฮูหยินเอกแม้ว่าคนที่เลือกให้จะเป็นบุตรชายอนุไร้อำนาจในจวนก็ตามแต่ก็ยังดีที่มีสถานะบัณฑิตของเขาที่ทำให้ไม่มีใครรังแก
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความคิดของหญิงสาวนางกินขนมและอาหารบนโต๊ะจนอิ่มท้องแต่ก็ยังไม่เห็นแววเจ้าบ่าวที่จะเข้ามาในห้องจนรู้สึกง่วงแทบทนไม่ไหว ได้ยินมาว่าเขาเป็นบัณฑิตมีชื่อจากท่าทางเมื่อช่วงกลางวันก็ดูนุ่มนิ่ม อ่อนโยนคิดว่าออกไปก็คงโดนดึงตัวไปดื่มสุรากว่าจะกลับเข้ามาในเรือนคงเลยยามไฮ่เมื่อคิดว่าอีกนานกว่าสามีจะกลับมานางที่เรียนมารยาทตามคำขอมารดาจึงไม่สนใจระเบียบเดินไปทางหลังห้องส่วนที่คิดว่าจะเป็นห้องอาบน้ำพร้อมถอดชุดหนักอึ้งบนร่างออกอย่างไม่คิดหวั่นว่าสามีจะมองนางอย่างไรหากเข้ามาแล้วเห็นภรรยาไม่ได้อยู่ในชุดเจ้าสาวรอเขาอย่างที่ควรจะเป็น
หนวนหนวนคิดว่านางใช้เวลาพอควรในการอาบน้ำแต่เมื่อออกมาด้านนอกสามีของนางก็ยังไม่กลับเข้ามาในห้องหญิงสาวที่กินอิ่มท้องและตื่นแต่ฟ้ายังไม่สางอย่างนางจึงง่วงมากอ้าปากหาวแล้วเดินไปที่เตียงหลังใหญ่เต็มไปด้วยกลีบผากสีเดียวกันกับผ้าปูแล้วล้มตัวลงนอนเพียงไม่นานนางก็หลับสนิทและก็เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างสูงใหญ่ของเจ้าบ่าวเดินเข้ามาในห้องแม้จะไม่อาจบังคับให้เดินตรงทางแต่ก็มีสติดีที่จะเห็นเจ้าสาวของตัวเองกินขนมมงคลบนโต๊ะและอาบน้ำนอนไม่รอผู้เป็นสามีอย่างเขา
“เจ้านี้ไม่เหมือนที่ได้ยินมาเลยแต่ก็อาจจะดีอย่างน้อยมีม้าพยศสักตัวก็อาจจะทำให้ข้าสนุกขึ้นมาบ้าง”
อู๋หูเจี๋ยเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนพลางกวาดมองคนนอนหลับสนิทอย่างพึงใจเพราะถึงนางไม่ได้สวยโดดเด่นแต่เท่าที่เห็นก็คิดว่ามีเสน่ห์ไม่น้อยดวงหน้าเรียวรูปไข่เกลี้ยงเกลาไร้สิ่งขัดตาปลายจมูกเล็กเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างเอาแต่ใจและริมฝีปากบางสีอ่อนที่แนบเป็นเส้นตรงคิดว่าคงดื้อรั้นอยู่ไม่น้อยและจากการกระทำของนางในตอนนี้คิดว่าคงเอาแต่ใจซุกซนอย่างมากไม่ใช่สตรีเรียบร้อยอ่อนหวานอย่างที่มีข่าวลือมาให้ได้ยิน
มุมปากหยักยกสูงพร้อมกับมือทั้งสองข้างปลดเปลื้องชุดมงคลที่สวมอยู่ออกจากร่างโยนมันลงพื้นห้องแล้วโน้มร่างคร่อมกายคนหลับใหลด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“ฮูหยินข้ากับเจ้ายังไม่ได้เข้าหอกันเลยเจ้าตื่นขึ้นมาเข้าหอกับข้าก่อนสิ”