เมื่อหาคำตอบไม่ได้เธอเลยแยกตลับไม้อันนั้นออกมาและเก็บของที่เหลือเข้ากล่องเดิมก่อนที่จะไปหยิบกล่องไม้อันใหญ่มาเปิดแล้วยัดกล่องปริศนานั้นเข้าไปในกล่องไม้
เธอกวาดตามองไปทั่วห้องพลางคิดว่าจะซ่อนกล่องนี้ตรงไหนดีที่ไม่มีใครหาเจอ...
เธอเดินวนอยู่ในเรือนกลางอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะตรงไปที่ตู้ยาและชั้นหนังสือพลางคิดว่าเธอจะซ่อนกล่องพวกนี้ยังไงดี
ดวงตากลมโตมองตู้ยานั้นอย่างพิจารณาก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่า...ลิ้นชักตรงนั้นดูสั้นกว่าปกติเธอเบิกตากว้างก่อนที่จะรีบดึงลิ้นชักพวกนั้นออกจนเป็ช่องสี่เหลี่ยมและมองผนังตู้อย่างพิจารณา
เธอลูบมือไปตามแผ่นไม้ทั้งสี่ด้านแล้วก็พบว่ามีปุ่มเล็กๆ อยู่บนแผ่นไม้้าและกดสลัดขึ้น
กึก!
สำเร็จ!
มือบางดึงผนังตู้ที่เด้งออกมาแล้วก็พบว่าตรงนั้นมีเป็ลิ้นชักขนาดห้าสิบเิเและลึกเกือบศอก
เธอลองดันมันกลับแล้วกดสลักจากอีกด้านก็พบว่ามันล็อกและถ้ามองผิวเผินจะไม่มีใครเห็นว่ามันคือลิ้นชักลับ!
เธอเปิดลิ้นชักลับออกมาอีกครั้งแล้วยัดเ้ากล่องนั้นลงไปแล้วจัดทุกอย่างให้เข้าที่
เท่านี้ก็ไม่มีใครหาของพวกนี้เจอแล้ว!
เมื่อเครียดมาก ๆเธอก็มักหาอะไรทำแก้เครียดและหนึ่งในงานอดิเรกของเธอนั่นก็คือการปรุงน้ำหอม!
ทันทีที่คิดได้เธอก็เขียนสิ่งของที่้าแล้วสั่งให้โม่เฉินไปซื้อทันทีรายชื่อสิ่งของและสมุนไพรที่ยาวเหยียดทำให้โม่เฉินมองหน้าเธออย่างสงสัย
แต่พอเธอบอกว่าเธอจำของพวกนี้มาจากหนังสือที่เธอเจอในเรือนกลางเขาก็ยอมออกไปซื้อให้แต่โดยดี
ต่อไปเธอคงต้องแอบออกไปซื้อหนังสือมาติดไว้บ้างเพื่อความเนียน
หลังจากนั้นเธอก็ให้จื้อหลานพาไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังจวนที่มีดอกไม้หลากหลายชนิดอยู่รวมกัน
เธอเงยหน้ามองดอกพุดจีนหรือจือจื่อฮวาหลายต้นที่บานสะพรั่งเต็มต้นอย่างอารมณ์ดีเพราะนั่นก็หมายความว่าเธอจะสามารถทดลองสูตรน้ำหอมได้ไม่อั้น
อืม...กลิ่นหอมจากป้ายหยกอันนั้นมีดอกพุดจีน ดอกจำปี เปลือกส้มและดอกซ่อนกลิ่น
เธอกวาดตาไปทั่วสวนดอกไม้แล้วยิ้มออกมาสมแล้วที่เป็สวนดอกไม้ของจวนโหวเพราะที่นี่มีดอกไม้เยอะมากและมันก็มีทุกอย่างครบตามที่เธอ้า!
ถ้าเธอไม่ลองสูตรตอนนี้แล้วจะลองไหนจะว่าไป...เธอทำเครื่องหอมให้ครบชุดเลยดีกว่า
เอาให้หอมั้แ่หัวจรดเท้าเลยยิ่งดีไหน ๆ ก็ได้มาอยู่ในร่างที่สวยขนาดนี้ ถ้าปล่อยให้โทรมก็น่าเสียดายแย่
เธอเก็บดอกไม้ไปฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดีจนกระทั่งไปถึงมุมสวนดอกไม้ที่มีต้นไม้ใหญ่บังอยู่แต่กลับมีแสงสว่างลอดออกมา
พอเธอมองดี ๆก็พบว่ากำแพงตรงนั้นมีรอยแตกเล็ก ๆ และมีคนเอาแผ่นไม้บาง ๆมาปิดรอยแตกไว้แต่กลับปิดไม่สนิทจนแสงลอดออกมาได้
และทันทีที่เธอยกแผ่นไม้นั้นออกเธอก็พบว่า...ตรงนั้นมีช่องเล็ก ๆ ที่กว้างพอให้คนลอดออกไปนอกจวนได้
แบบนี้เธอก็หนีเที่ยวได้นะซิ!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงดาบปะทะกันที่ดังลอยมาจากด้านหลังทำให้เธอรีบปล่อยแผ่นไม้นั้นกลับไปที่เดิมแล้วก้าวออกมาจากตรงนั้นก่อนที่จะหันไปตามเสียงอย่างใ
แต่ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออกเพราะร่างสูงใหญ่ของเฟิงหลงนั้นกำลังสู้กับชายฉกรรจ์ถึงหกคนพร้อมกันและเพียงแค่ครู่เดียวคนพวกนั้นก็ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นรอบตัวเขา
ขวับ!
แต่ทันใดนั้นเฟิงหลงก็หันหน้ามาทางเธอราวกับว่ารู้ตัวว่ากำลังแอบมองเขาอยู่!
ดวงตาพยัคฆ์คู่นั้นมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทว่าทรงพลังและดึงดูดจนเธอไม่อาจละสายตาเขาได้
ตึก...ตึก...
แต่แล้วจู่ ๆหัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
แปะ แปะ แปะ
เสียงปรบมือที่ดังมาจากอีกฝั่งของสนามฝึกทำให้เธอสะดุ้งเบาๆ และรู้สึกตัวว่ามองเขานานเกินไปแล้ว
เธอเหลือบมองชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนในชุดขุนนางที่น่าจะเป็เพื่อนเขาแล้วรีบหันหลังกลับทันที
“จื้อหลาน กลับ!”เธอรีบลากจื้อหลานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ให้กลับเรือนกลางทันทีโดยไม่สนใจสายตาของเหล่าชายหนุ่มที่เริ่มหันมามองเธอและส่งเสียงแซวเฟิงหลงเสียงดัง
ทำไมเธอต้องใจเต้นแรงด้วยนะ!
การบังเอิญเจอกันในตอนเช้าทำให้เธอเลือกที่จะหมกตัวเรือนกลางตลอด่บ่าย
ไม่ใช่ว่าเธอกลัวเฟิงหลงหรอกนะแต่เป็เพราะเธอจำเป็ต้องจัดห้องทำน้ำหอมและทดลองสูตรน้ำหอมต่างหาก
เธอมองของที่วางกองอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
หลังจากนั้นเหล่านางกำนัลกับราชองครักษ์หลายคนก็กลายเป็แรงงานในการยกและจัดห้องทำงานให้เธอ
ตู้ยาขนาดกลางถูกยกเข้าไปอยู่ชิดผนังด้านหนึ่งของห้องส่วนใกล้ ๆ ก็วางชั้นวางของโต๊ะอีกสองตัวและเตาถ่านขนาดเล็กเพื่อใช้ในการทำน้ำหอมหรือยา
ส่วนอีกด้านก็จัดเป็โต๊ะทำงานและมีเก้าอี้ตัวใหญ่บุนวมไว้สำหรับอ่านหนังสือ
“เอาล่ะ พวกเ้าไปพักได้ขอบใจมาก”เธอหันไปบอกเหล่าราชองครักษ์แล้วหันกลับไปมองเหล่านางกำนัลที่กำลังจัดของที่เพิ่งซื้อมาเข้าที่
“ขอรับ”โม่เฉินเหลือบมองห้องนิดหนึ่งแล้วเดินออกไปทั้งที่ยังขมวดคิ้วแต่เธอไม่สนใจเพราะกำลังตื่นเต้นที่จะได้ทำน้ำหอม
เดี๋ยวนาน ๆไปเขาก็ชินเองแหละ
เพียงไม่นานนางกำนัลก็จัดของเสร็จ เธอจึงให้พวกนางออกไปแต่จื้อหลานกลับยืนยันที่จะอยู่ด้วยเธอเลยต้องปล่อยเลยตามเลยและเริ่มทำหัวน้ำหอมทันที
เธอเริ่มต้นจากการตวงสัดส่วนของดอกไม้แต่ละชนิดในอัตราสิบส่วนต่อหนึ่งส่วนและหนึ่งส่วน
กลิ่นหอมในกล่องปริศนานั้นมีกลิ่นหลักเป็กลิ่นดอกพุดจีนโดยมีกลิ่นดอกจำปีและกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นเพียงอ่อน ๆเพื่อสร้างมิติให้กลิ่นดอกพุดจีน
แต่ทว่าดอกจำปีกับดอกซ่อนกลิ่นนั้นเป็ดอกไม้กลิ่นแรงเธอจึงต้องตวงปริมาณอย่างระมัดระวังไม่อย่างนั้นกลิ่นอาจจะผิดเพี้ยนไปได้
หลังจากนั้นเธอก็อุ่นน้ำมันเมล็ดชาที่ให้โม่เฉินไปซื้อมาจากตลาดแล้วเทลงในโถกระเบื้องขนาดกลาง
เปลือกส้มหั่นฝอยถูกใส่ลงไปเป็อย่างแรกแล้วทิ้งชั่วครู่ก่อนที่เธอจะกรองเปลือกส้มออก
ต่อจากนั้นเธอก็ใส่ดอกจำปีกับดอกซ่อนกลิ่นลงไปในน้ำมันเมล็ดชาแล้วทิ้งให้น้ำมันดูดซับกลิ่นจนได้ระดับที่เธอพอใจและเธอก็กรองดอกไม้ออก
ขั้นตอนสุดท้ายเธอใส่ดอกพุดจีนลงไปในน้ำมันเมล็ดชาแล้วปิดฝาให้แน่นเพื่อบ่มกลิ่นให้ติดน้ำมันด้วยการแช่ข้ามคืนและเธอยังต้องเปลี่ยนดอกพุดจีนอีกวันละครั้งเป็เวลาห้าวันเพื่อให้ได้กลิ่นดอกพุดจีนที่เข้มข้นที่สุดก่อนที่จะใส่พิมเสนเป็อย่างสุดท้ายเป็อันเสร็จสิ้น
เธอยกโถน้ำหอมขึ้นไปวางบนชั้นแล้วหยิบปิงเพี่ยน(พิมเสน) จางเหน่า (การบูร)และเฉินผี (เปลือกส้มอบแห้ง)ออกมาเพื่อทำของใช้จำเป็ อย่างเช่น...ยาดมสูตรไอ้อัญ
เธอตักพิมเสนและการบูรใส่โถเล็กในอัตราหนึ่งต่อหนึ่งแล้วใช้ไม้พายค้นให้เข้ากันจนเป็เกล็ดแวววาวก่อนที่เธอจะใส่เปลือกส้มอบแห้งลงคลุกเคล้าอยู่ชั่วครู่แล้วทำจมูกฟุตฟิตอย่างไม่ถูกใจ
ดวงตากลมโตกวาดตามองไปทั่วโต๊ะแล้วหยิบใบป้อเหอ(สะระแหน่) ขึ้นมาบี้ ๆ แล้วใส่ลงไปในโถเล็ก เพียงครู่เดียวกลิ่นหอมฟุ้งก็ดันฟุ้งขึ้นมาทั่วห้อง
เธอตักพิมเสนใส่ตลับกระเบื้องเคลือบสามสี่ตลับจนเต็มแล้วยกขึ้นมาดม
ชื่นจ๋ายยย....
แหม...ทำไงได้อ่ะ
ก็ตลอดเวลาสามสี่วันที่ผ่านมานี้เป็่เวลาที่พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอย่างแรง และในเมื่อเธอยังไม่สามารถออกไปทำบุญล้างซวยได้เธอก็ต้องสูดยาดมแก้วิงเวียนเวลางานเข้าไปก่อน
เอาเป็ว่า...เธอดมยาดมรอเลยและกันเพราะไม่รู้ว่าตอนที่เธอเจอหมอลู่สภาพเธอจะออกมาเป็ยังไง!