ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 ทะเลแห่งสัตว์กลายพันธุ์

           สองผู้อาวุโสต่างตะโกนสั่งการแสงสีเงินพวยพุ่งจากปากและจมูก เปลี่ยนเป็นคลื่นเสียง แผ่กระจายไปทั้งสี่ทิศเสียงดังสนั่น สะท้อนไปทั่วภูเขา

            พวกเขาวิ่งลงจากยอดเขา ทะยานกลับไปยังฐานของตัวเอง

            หลังจากได้รับคำสั่งแล้ว เหล่าหัวหน้าทีมไปจัดการอย่างรวดเร็วเตรียมคนรับศึก พร้อมทั้งประสานกับพวกหลินนั่วอีและเจียงลั่วเสินที่อยู่บนเขา

            ...

            บนเขา บรรยากาศอึดอัด กดดันอย่างยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจลำบากอย่างประหลาด

            บนท้องฟ้าไร้ซึ่งเมฆดำ หากก็ยังทำให้ผู้คนหายใจไม่ทั่วท้องหน้าอกเหมือนกับถูกกดทับด้วยหินก้อนใหญ่ อึดอัดสุดจะบรรยาย

            บรรยากาศนิ่งสงบเหมือนก่อนพายุใหญ่จะมา กดดันและนิ่งสงัดรอการปะทุรุนแรงบ้าคลั่ง

            พื้นที่บริเวณนี้ผิดปรกติอย่างยิ่ง ไม่มีลมพัดใบไม้ไหวหากทำให้คนต่างก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

            ผู้อาวุโสสองคนยืนอยู่บนยอดเขาสองแห่ง สีหน้าเคร่งเครียดพวกเขากำลังแจ้งเตือนคนบนเขา พร้อมทั้งรอการตอบกลับ

            ในเขตเขางูขาวไม่ว่าจะเป็นส่ำสัตว์หรือเป็นมนุษย์พิเศษล้วนแต่พากันแตกตื่นในใจหวาดหวั่นพรั่นพรึง กดดันอย่างถึงที่สุด

            คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าพากันเคลื่อนไหว เริ่มกระจัดกระจายออกจากภูเขา

            “เตรียมป้องกัน!” เสียงคนตะโกน

            พวกเขาไม่อาจกระจายออกห่างกันเกินไปทั้งยังเรียกคนที่อยู่ลึกเข้าไปในเขางูขาวให้กลับออกมา

            ทันใดนั้น ผู้อาวุโสทั้งสองพลันหน้าซีดเผือด ด้วยสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรงเสียจนพวกเขาขนลุกไปทั่วร่าง

            ไม่นานนัก พวกมนุษย์พิเศษต่างก็สัมผัสได้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกสัตว์ร้ายตัวมหึมาจับจ้อง ร่างกายสั่นเทาเหลือบมองไปทั่วทิศอย่างหวาดกลัว

            ห่างออกไป อย่างเลือนรางไม่ชัดเจน มีสิ่งมีชีวิตปรากฏตัวขึ้น

            “พระเจ้าช่วย สัตว์ร้ายเยอะขนาดนี้ เต็มป่าไปหมด!”

            มนุษย์พิเศษคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทำลายความสงัด

            สัตว์ป่าตัวแล้วตัวเล่า ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาอย่างไร้สุ้มเสียงกดดันโอบล้อมพื้นที่ตรงนี้

            มันน่ากลัวอย่างยิ่ง จำนวนของพวกมันไม่น้อยเลยทว่ากลับไม่มีเสียงแม้แต่น้อย ทีละขั้นทีละตอนพวกมันล้อมกรอบพื้นที่ตรงนี้จากทั้งสี่ทิศแปดทาง

            ความเงียบสงัดนี้ ความกดดันนี้ ทำให้ผู้คนลนลานรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่แผ่ขยายออกมา

            พวกนั้นมันสัตว์เดรัจฉานไม่ใช่หรือ แต่ทำไมกลับสามัคคีพร้อมเพรียงอย่างนี้พวกมันรู้จักเข้าล้อมอย่างมีหลักการ ล้อมกักเหล่ามนุษย์พิเศษไว้ภายใน

            นอกจากนี้ พวกมันยังมาจากต่างเผ่าต่างพันธุ์ หากกลับไม่ฆ่าฟันกันเองแม้ขนสักเส้นก็ไม่ก้ำเกินกัน เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียว ก็คือพวกมนุษย์

            กลิ่นสาบสางลอยตามลม ปลดปล่อยความป่าเถื่อนสัตว์ร้ายตัวแล้วตัวเล่าโผล่ออกมาจากหุบเขา จากแนวป่าดาหน้าเข้ามามองไปไม่มีที่สิ้นสุด

            ในระยะอันใกล้ สามารถมองเห็นลักษณะของสัตว์ร้ายพวกนั้นได้

            ลิงขนสีทองเรืองรอง หมาป่าที่ร่างกายเหมือนทำมาจากสำริด หมูป่าตัวมหึมาขนาดรถถังงูเขียวตัวหนาขนาดถังน้ำ...

            นี่คือฝูงสัตว์ประหลาดที่แตกต่างจากเผ่าพันธุ์ของพวกมันอย่างมากพวกมันกลายพันธุ์มาแต่แรก เพียงปราดตาดูก็รู้ว่าไม่ควรเข้าไปแหย่นี่คือปราการสัตว์กลายพันธุ์

            ทุกคนต่างก็รู้ทันที ซวยแล้วไง เจอตอเข้าจนได้สัตว์กลายพันธุ์ร้ายกาจจำนวนมากขนาดนี้โผล่ออกมาสำหรับมนุษย์พิเศษที่อยู่บนเขาไท่หังซานนี้ นับว่าเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวง

            สัตว์กลายพันธุ์แต่ละตัวแผ่กลิ่นอายอันตรายออกจากตัว ลูกนัยน์ตาเย็นชาฝีเท้าที่ค่อยๆ กรายใกล้ ก่อให้เกิดความหวาดกลัว

            “โจมตีพวกมัน!”

            มีคนออกคำสั่ง ตอนนี้เป็นระยะที่พอดีต่อการยิงปืน ไม่เช่นนั้นหากรอให้มันเข้าใกล้มามากกว่านี้ ผลที่ตามมาอาจน่ากลัวเกินกว่าคาดคิด

            ปังปังปัง...

            ในเขา เสียงปืนระเบิดรัวๆ ไฟจากกระบอกปืนพุ่งถี่ๆกระสุนปืนเทกราดไปทั่วสารทิศ เสียงระเบิดดังสนั่นตรงนั้นตรงนี้

            ตูมตูมตูม...

            ระเบิดหล่นลงตรงพื้นดินตรงหน้า ต้นไม้ใหญ่หักโค่น หินผาแตกกระจายพื้นดินถูกเถือออกเป็นบริเวณกว้าง

            จะอย่างไรก็ตาม พวกสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ประสาทสัมผัสเฉียบไวก่อนเสียงระเบิดจะดังขึ้นก็มุดไปหลบอยู่หลังหินก้อนมหึมาแล้วพวกมันว่องไวอย่างไม่น่าเชื่อ

            พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วว่องไวดวงตาทั้งคู่ของสัตว์กลายพันธุ์ทุกตัวมีแววลึกซึ้ง เหมือนกับมีความคิดอ่าน ทั้งยังสงบนิ่งยามที่ถูกระดมยิงด้วยปืนก็ไม่ลนลาน

            “อ๊าก...”

            เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น มีคนทำปืนตก แขนถูกกัดขาดหายไปหนูยักษ์สีเงินตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ตัวยาวประมาณสามฟุต ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมอาบเลือด ดุร้ายอย่างยิ่ง

            นี่คือสัตว์กลายพันธุ์ที่โผล่ขึ้นมาจากโพรงใต้ดิน แทบจะทำให้ผู้คนขนหัวลุกมันกระโดดขึ้นลงไม่กี่ครั้ง เสียงร้องจากอีกหลายคนก็ดังขึ้น เพราะแขนถูกกัดจนขาด

            หนูตัวใหญ่ขนาดนี้ ขนสีเงินทั้งตัว ดุร้ายอย่างยิ่งวิ่งพล่านท่ามกลางฝูงชน ทำร้ายคนไม่หยุดหย่อน

            มนุษย์พิเศษบางคนลงไม้ลงมือ โจมตีอย่างรุนแรงกลับพบว่าหนูสีเงินหนังหนาทนทาน เพียงแค่สะบัดขน กลับสามารถสลายพลังการโจมตีได้

            กร๊อบ!

            วินาทีที่มันสะบัดหัว กัดเพียงครั้งเดียวแขนของมนุษย์พิเศษก็ขาดสะบั้นกระดูกสีขาวโผล่ออกมาให้เห็นคาตา

            “งู งูพิษทั้งนั้นเลย!”

            ไม่นานนัก อีกมุมก็เกิดเสียงตะโกนโวยวายที่เลื้อยไปมาในกอหญ้านั่นไม่ใช่แค่ตัวสองตัวแต่เป็นงูจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

            ผู้คนต่างก็ร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว เป็นภาพที่ชวนขนหัวลุก

            ปืนกราดยิงไปทั่ว อสรพิษมากมายถูกยิงเลือดเนื้อกระจุยกระจาย

            ทว่า กองทัพงูยังคงดาหน้า พวกมันเบียดเสียดยัดเยียดเข้ามาดูเหมือนกับว่าไม่มีหมดสิ้น

            แต่แล้ว ตอนนี้เอง มีงูกลายพันธุ์หลายตัวที่รวดเร็วดุจสายฟ้าพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง พลังการฆ่าฟันน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง

            ปุปุปุ...

            งูน้อยสีเงินตัวเท่าตะเกียบตัวหนึ่งพุ่งฉกอย่างต่อเนื่องทะลวงเข้าที่ศีรษะ โจมตีทีเดียวถึงตาย

            ชั่วอึดใจ คนสิบกว่าคนถูกฆ่าเรียบ แถมครึ่งหนึ่งคือมนุษย์พิเศษแม้จะป้องกันก็ยังทำไม่ได้

            งูอีกหลายตัวก็ไม่น้อยหน้า อย่างกับว่าพวกมันสามารถลอยไปตามลมได้ทุกที่ที่มันปลิวผ่านคนที่โดนจุมพิตอสรพิษใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นดำคล้ำแล้วสิ้นใจทันที

            งูจำนวนนับไม่ถ้วน เลื้อยกร่างอยู่กลางป่าเขาเป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเยือกจนตัวสั่นสะท้าน ขนลุกขนพอง

            โฮก!

            ส่ำสัตว์ร้ายที่อยู่ห่างออกไปกระโจนเข้ามาในจังหวะที่วุ่นวายนี้เสียงปืนแผ่วลง แต่ละตัวฉายแววตาโหดร้าย บางคนตาลีตาเหลือกวิ่งหนี

            ตูมตูมตูม...

            เปลวไฟพวยพุ่ง เสียงระเบิดดังไม่หยุด สังหารสัตว์กลายพันธุ์ไปบางส่วนอีกบางส่วนถูกระเบิดเลือดสาด ร่างกระจาย

            ทว่า ความเร็วแรงของปืนลดลง สุดท้ายอ่อนแรง

            เพราะว่า อสรพิษสารพัดชนิดโผล่ออกมา ไหนจะสัตว์กลายพันธุ์อีกมากมายที่เจ้าเล่ห์อย่างร้ายเหลือพวกมันแอบอยู่หลังหินผา คืบคลานเข้าใกล้ แล้วโผล่พรวดออกมาเบื้องหน้าผู้คน

            ลิงสีทองตัวหนึ่งกู่ร้อง ตัวมันไม่ใหญ่โตอะไร ขนาดไม่ต่างกับลิงทั่วๆ ไปทว่าพละกำลังมหาศาล และโหดร้ายอย่างไม่มีอะไรเทียบเสียงทึบอย่างหนึ่งดังขึ้นจากการที่มันฉีกร่างมนุษย์คนหนึ่งทั้งเป็น

            “วู้...” เสียงหอนของหมาป่าสะเทือนฟ้าดิน หมาป่าตัวหนึ่งสีสำริดทั่วร่าง ดุร้ายอย่างยิ่ง ฝ่าทะยานเข้ามากระสุนปืนพุ่งเข้าใส่ร่างของมัน จนเกิดสะเก็ดไฟกระจัดกระจาย ไร้ผลโดยสิ้นเชิง

            หลังจากที่มันกลายพันธุ์ กายเนื้อกลายเป็นสำริดก็หาได้เกรงกลัวอาวุธปืนอีกต่อไป มันพุ่งเข้าไปฆ่า ดุร้ายอย่างยิ่งกรงเล็บแหลมคมใหญ่มหึมาฟาดลงสะบั้นมนุษย์พิเศษสองคนตัวขาดสองท่อน

            “หนีโว้ย...”

            ผู้คนร่ำร้อง ความหวาดกลัวแผ่กระจาย

            ยังมีหมาป่าอีกตัว เหมือนกับว่ามันถูกแกะสลักมาจากหินทุกแห่งที่มันกรายผ่านล้วนเปลี่ยนคนจำนวนมากให้กลายเป็นหินมันครอบครองความสามารถพิเศษอันน่ากลัว

            โครม!

            รถถังคันหนึ่งถูกหมูป่ากระแทกตกลงท่ามกลางกลุ่มคน เป็นภาพอันน่าสยดสยองคนไม่น้อยถูกทับอยู่ด้านล่าง เลือดเนื้อสาดกระจาย

            หมูป่าตัวนั้นขนาดมหึมา ตัวใหญ่กว่ารถถังเสียอีกเขี้ยวคมสะท้อนแสงไม่ต่างจากดาบ ยามพุ่งทะยาน ไม่มีสิ่งใดขัดขวางมันได้

            “หนีโว้ย!”

            กองกำลังที่ล้อมกรอบอยู่ด้านนอกเขางูขาวก็รับมือไม่อยู่เช่นกันเรื่องพรรค์นี้เคยพบเจอกันเสียที่ไหน ดิบเถื่อนเกินไปแล้วบางคนสติแตกจนเตลิดเปิดเปิง

            พวกเขาวิ่งเตลิดเข้าไปในส่วนลึกของภูเขา

            อีตอนแรกยังคิดจะช่วยคนในให้ออกมา แต่แล้วกลับถูกต้อนเข้าไปข้างในเสียได้

            ความแตกตื่นดำเนินต่อไป พอมีคนส่วนหนึ่งวิ่งหนีแล้วคนอื่นจะมีกะจิตกะใจสู้ต่อได้อย่างไร? สุดท้ายก็เผ่นกันป่าราบคำสั่งหัวหน้าทีมอะไรก็ไม่สนใจแล้ว

            “ระเบิด ถล่มให้ราบ!”

            ผู้อาวุโสจากเทียนเสินเซิงอู้ตะโกน เขาสังหารสัตว์กลายพันธุ์ไปไม่น้อยดวงตาแดงฉาน ทว่าเขาเพียงคนเดียวจะกู้สถานการณ์อะไรได้

            อย่างไม่เต็มใจ เขาเองก็ล่าถอยออกคำสั่งให้กองหลังที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธยิงถล่มสัตว์ประหลาดเหล่านั้น

            ทางโพธิจีนส์เองก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไหร่ผู้อาวุโสทางนั้นก็เลือดสัตว์ร้ายท่วมร่าง สุดท้ายก็ล่าถอยไปอย่างทุลักทุเล

            ที่รอบนอกของเขางูขาวสองบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลได้ซุ่มเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธไว้หลายลำตอนนี้ต่างก็ระดมยิงกราดใส่ป่าเบื้องล่างอย่างเกรี้ยวกราด

            โครม!

            เบื้องล่างจากยอดเขาหนึ่ง งูยักษ์ตัวหนาเท่าถังน้ำตั้งลำตัวขึ้นเสียงเพียะดังขึ้นจากการที่มันสะบัดตัวยาวสิบเมตรออกไปพุ่งเข้ากระแทกเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเสียงสนั่นดังขึ้นเมื่อเครื่องตกกระแทกพื้น

            “พระเจ้า!”

            พอเห็นเช่นนี้ คนไม่น้อยต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อสัตว์ประหลาดพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

            ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงนกร้องดังกึกก้อง

            เหยี่ยวตัวมหึมา ปีกกว้างราวหกถึงเจ็ดเมตรพุ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าใส่เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง

            เสียงแคร้งดังขึ้น กรงเล็บแหลมคมของมันตรงเข้ามาฉีกทึ้งเฮลิคอปเตอร์เหล็กกล้ายังไม่อาจทานทน ถูกมันฉีกกระจายไม่ต่างจากกระดาษ

            คนมากมายเห็นภาพนี้ต่อหน้าต่อตา ต่างช็อกไปตามๆ กันแม้แต่เฮลิคอปเตอร์ยังสู้ไม่ได้ ถูกนกยักษ์ทำลายสิ้นซาก

            ตึง!

            ห่างออกไปไม่ไกล เฮลิคอปเตอร์อีกลำถูกโจมตี ภาพที่เห็นช่างน่าหวาดกลัว

            นกหัวขวานตัวหนึ่ง ตัวไม่ใหญ่นัก ปีกกว้างเพียงหนึ่งฟุตทั้งตัวเปล่งแสงสีเงินเจิดจ้าอย่างกับว่าทำมาจากโลหะ แข็งแกร่งสุดประมาณ

            โดยเฉพาะจะงอยปาก ที่ทั้งยาวทั้งแหลมคม เปล่งแสงสีเงินแวววาว มันแทงทะลุเฮลิคอปเตอร์แล้วทะลวงผ่านตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนไม่หยุดจากภายในตัวเครื่อง

            มันพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จะงอยปากเต็มไปด้วยเลือดเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เปลวไฟพวยพุ่งสูงร่วมสิบเมตร

            “จบกัน มนุษย์อย่างพวกเรา...หายนะมาเยือนแล้ว!”

            บางคนตัวสั่นงันงก ใบหน้าซีดเผือด หวาดกลัวถึงที่สุด

            วินาทีนี้ หลายคนคิดถึงอนาคตภายภาคหน้า สัตว์ประหลาดดุร้ายมากมายเช่นนี้พร้อมใจกันปรากฏตัว หากพวกมันโจมตีมนุษยชาติพร้อมกันยากที่จะจินตนาการถึงผลที่จะตามมา

            หรือว่าตอนนี้เป็นเพียงการซ้อม ก่อนที่อนาคตอันน่ากลัวจะเป็นจริง

            สัตว์ประหลาดพวกนี้เริ่มมีสติปัญญา มีการจัดการการเข้าโจมตีพวกสัตว์ร้ายเจาะจงมาที่คนบนพื้นดิน ส่วนพวกนกล่าเหยื่อก็จัดการกับเฮลิคอปเตอร์

            คนของเทียนเสินเซิงอู้และโพธิจีนส์ที่วางซุ่มไว้รอบนอกล้วนพ่ายไม่เป็นท่าหนีเข้ามาในเขางูขาว

            ทันใดนั้น พวกเขาก็สมทบเข้ากับกลุ่มที่จะถอยหนีออกไปด้านนอก

            “ไหนว่าจะถอยไง แล้วพวกนายย้อนกลับเข้ามาทำไม?”

            “หนีออกไปไม่ได้ ข้างนอกถูกสัตว์ประหลาดล้อมไว้หมดแล้ว มากันเพียบนับไม่ถ้วนเลย”

            “พวกเราถูกล้อม มีแต่สัตว์ประหลาดเต็มไปหมด แต่ละตัวกระหายเลือดทั้งนั้นให้ยังไงพวกเราก็ไม่ใช่คู่มือ!”

            เมื่อทั้งสองกลุ่มรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแผ่กระจาย

            ทุกคนต่างก็ลนลาน ถูกกักอยู่ในเขา แล้วจะหนีได้อย่างไร?

            “อย่ากลัว สัตว์กลายพันธุ์จริงๆ น่ะมีไม่ถึงแปดร้อยตัวที่เหลือเป็นพวกสัตว์ร้ายธรรมดาที่ถูกพวกมันระดมกำลังมาตรงนี้พวกเรามีมนุษย์พิเศษเกือบพันคน บดขยี้พวกมันได้อยู่แล้ว”

            ผู้อาวุโสฝั่งโพธิจีนส์เอ่ย ผมขาวราวกับหิมะ ทั่วร่างอาบไปด้วยเลือดของสัตว์ร้ายด้วยท่วงท่าน่าเกรงขาม เขาสังหารเสือดาวกลายพันธุ์ตัวขนาดหกเมตรกว่าแล้วโยนซากของมันลงกับพื้น แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

            เจียงลั่วเสินเดินเข้าไปข้างกายเขา กระซิบกระซาบเมื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์แล้ว เธอเอ่ยว่า “ทุกคนอย่าได้ลนลานไม่มีอะไรหนักหนา พวกมันก็แค่สัตว์ร้ายเท่านั้นพวกเราสี่ห้าคนรุมฆ่าหนึ่งตัวก็กำจัดพวกมันได้หมดแล้ว!”

           พอนางฟ้าของปวงประชาออกมาพูดจาปลุกปลอบก็ได้ผลเป็นอย่างยิ่งคนไม่น้อยที่กำลังลนลานก็ค่อยๆ สงบลง ขนาดหญิงสาวพราวเสน่ห์ยังสงบนิ่งได้อย่างนี้ ไม่หวาดกลัวแม้แต่นิดพวกเขาจะมาทำขี้ขลาดไม่ได้

            อีกฟาก ทางเทียนเสินเซิงอู้หลินนั่วอีเองก็กำลังรับฟังรายละเอียดจากผู้อาวุโสใบหน้าอ่อนเยาว์อยู่เช่นกัน

            ...

           มนุษย์พิเศษร่วมพันคนรวมตัวกัน เตรียมการตอบโต้ฆ่าดะเพื่อออกจากเขางูขาว

            ฉู่เฟิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รับรู้ได้ถึงความตึงเครียดเขารู้ว่าวันนี้ย่อมมีคนไม่น้อยสังเวยชีวิต สัตว์กลายพันธุ์ที่มีมันสมองเฉกเช่นมนุษย์น่ากลัวอย่างยิ่ง

            แต่แล้ว เขาก็มองห่างออกไป

            ตอนนี้ วัวยักษ์สีดำกำลัง “พร่ำสอน” หวงหนิว

            ความตั้งใจของหวงหนิวนั้น กะจะแกะเมล็ดสนที่อยู่ภายในลูกสนออกมาทั้งหมดเลยแต่ว่าวัวยักษ์สีดำห้ามไว้ บอกมันว่าใช้แค่สิบเมล็ดก็พอแล้ว

            “เบื้องหลังของสัตว์กลายพันธุ์ฝูงนั้นยังมีตัวร้ายอยู่อีกตัว ดีไม่ดีพวกเราอาจต้องส่งส่วยเสียด้วยซ้ำ เอาลูกสนออกมา แล้วแกะเมล็ดสนออกมาครึ่งลูกก็แล้วกัน”วัวยักษ์สีดำเอ่ย

            มันคาดว่า ลูกสนนี้คงถูกจ้าวแห่งสัตว์ร้ายนั่นหมายตาไว้ก่อนแล้วก็ถึงกับส่งเจ้างูน้อยสีเงินนั่นมาเฝ้าเอาไว้

            แต่ว่าดูไปแล้วจ้าวแห่งสัตว์ร้ายตนนั้นก็ไม่ค่อยสนใจลูกสนสีม่วงทองนี่สักเท่าไหร่ไม่อย่างนั้นคงมาคว้าไปนานแล้วบางทีมันน่าจะเพ่งเล็งการเคลื่อนไหวของพวกมนุษย์มากกว่า คอยเฝ้าดูคอยศึกษาอาวุธหนักพวกนั้น

            วัวยักษ์สีดำเองก็นิ่งเช่นกัน มันนำหวงหนิวเดินส่ายอาดๆ ไปทางฝูงสัตว์ร้ายไม่มีลนลานแม้แต่น้อย

            ด้านหลัง ฉู่เฟิงเฝ้ามองอย่างพูดไม่ออก ไอ้วัวสองตัวนี้มันจะชิวไปหน่อยไหมกะจะชิ่งแบบลอยชายอย่างนี้น่ะหรือ?

            เขาอยากจะวิ่งตามไปด้วย แต่แล้วก็ต้องชะงัก เขาเป็นมนุษย์นี่นะถ้าถูกพวกสัตว์กลายพันธุ์เห็นเข้าต้องเกิดการรุมทึ้งอย่างแน่นอน

            หวงหนิวยังนับว่าเป็นเพื่อนแท้ มันร้องมอมอหลายคำบอกวัวยักษ์สีดำว่ามีเพื่อนอีกคนอยู่ข้างหลัง พาไปด้วยกันนะ

            “รู้จักคำว่า ‘โพธิสัตว์ดินเหนียวข้ามแม่น้ำตัวเองยังเอาไม่รอด’ ไหม? พูดไปก็ตัวเจ้านั่นแหละตัวเองยังไม่รู้จะเอาชีวิตหนีรอดไปได้หรือไม่ ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีก”วัวยักษ์สีดำเหล่มัน

            “พวกเรานำไปก่อนดูก่อนว่าเบื้องหลังสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้เข้าขั้นเทพระดับไหน ถ้าพอจะช่วยได้ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะลากเพื่อนของเจ้าไปด้วยหรอก” วัวยักษ์สีดำเอ่ย

            จากนั้น พวกมันก็มุ่งหน้าออกจากเขางูขาว เข้าใกล้ฝูงสัตว์

            ยังอีกห่างไกล แต่วัวยักษ์สีดำกลับเปิดปากตะโกน “พี่น้อง เหนื่อยไหม!”

            คืออะไรอ่ะ? อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ! ฉู่เฟิงที่อยู่ห่างออกไปถึงกับอึ้ง

            วัวยักษ์สีดำทำตัวอย่างกับจอมหลอกลวง มันนิ่งอย่างยิ่ง เดินส่ายอาดๆเข้าไป ปากก็พูดจาตีสนิท “พี่น้องต่างพันธุ์ล้วนพวกเดียวกันศึกใหญ่วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ”

            สัตว์กลายพันธุ์ทุกตัวต่างหันมามองมัน ดวงตาเต็มไปด้วยแววสงสัย

            พวกมันมีสติปัญญา ตอนนี้ล้วนแต่มีความจำอันดีเยี่ยม มั่นใจว่าไม่เคยเห็นวัวยักษ์สีดำตัวนี้มาก่อนหน้าตาไม่เหมือนสัตว์กลายพันธุ์ที่เขาไท่หังซาน

            แต่ว่า พวกมันก็รู้ว่า วัวยักษ์สีดำตัวนี้น่าเกรงขามอย่างยิ่งเพราะมันพูดภาษามนุษย์ได้

            วัวยักษ์สีดำท่าทางเรื่อยเฉื่อย ย่างก้าวอย่างไม่ร้อนรน เอ่ยว่า“ทั่วสี่ทะเลล้วนพี่น้องกัน ทุกคนอย่าได้แบ่งพรรค์แบ่งพวกวันนี้ผ่านมาที่เขาไท่หังซาน ไม่นึกว่าจะมาเจองานสังสรรค์ระดับนี้เข้าเลยเชิญตัวเองสักหน่อย พี่น้องทุกตัวจะให้วัวแก่อย่างฉันช่วยออกแรงไหม?”

            หวงหนิวที่เดินตามต้อยๆ แอบมองเหยียด ตาจอมหลอกลวงนี่แถไปได้จริงๆแอบเข้ามาขโมยลูกสนสีทองชัดๆ แต่ยังมีหน้ามาพูดแบบว่าข้ามีน้ำใจอย่างนี้ได้อีก

            ต่อมา วัวยักษ์สีดำแนะนำตัวเองว่า “ฉันมาจากเขาหั่วเยี่ยนซาน1ทางทิศตะวันตก ชื่อหนิวเสินหวัง”

            ด้านหลัง ฉู่เฟิงสะดุ้งหรือว่าวัวยักษ์สีดำจากเขาคุนหลุนทางทิศตะวันตกจะเป็นราชาปีศาจกระทิง2จริงๆ?

            ฝูงสัตว์วุ่นวายขึ้นมาทันที สิ่งมีชีวิตที่พูดภาษาคนได้ย่อมร้ายกาจอย่างยิ่ง พวกมันไม่กล้าเสียมารยาท

            พวกสัตว์กลายพันธุ์บางตัวที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษหลายตัวก้มหัวให้วัวยักษ์สีดำหรืออย่างน้อยก็ค้อมตัวเป็นการแสดงความเคารพ

            วัวยักษ์สีดำแหงนหน้า ตอบรับการทำความเคารพจากพวกมันจากนั้นก็เดินเรื่อยเฉื่อย นำหวงหนิวเข้าไปท่ามกลางฝูงสัตว์แล้วก็...ผ่านไปแล้วอ่ะ!

            อย่างนี้ก็ได้เหรอ? ด้านหลัง สำหรับฉู่เฟิงมันช่างลำบากเลือดตาแทบกระเด็นแต่ไอ้วัวสองตัวนี้กลับเดินลอยชายจากไปอย่างง่ายดาย

            ซู่ซู่...

            ทันใดนั้น งูน้อยสีเงินตัวขนาดตะเกียบยกตัวขึ้นอยู่บนก้อนหินมันแลบลิ้นเหมือนกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง

            ฝูงสัตว์แตกพล่านทันที ดวงตาของพวกสัตว์กลายพันธุ์เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจ้องวัวยักษ์สีดำเขม็ง ไอสังหารแผ่กระจาย

            “เฮอะ เรานั้นหรือคือหนิวเสินหวัง มันผู้ใดกล้าบังอาจต่อเรา!” วัวยักษ์สีดำยืนอยู่ตรงนั้น ประกาศเสียงห้วนจ้องมองสัตว์กลายพันธุ์ทุกตัว

            “พรึ่บ!”

            งูน้อยสีเงินพุ่งเข้าใส่เป็นตัวแรก จากนั้น สัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆก็ออกตัว แม้จะยังหวาดๆ หากการล้อมกรอบก็เริ่มขึ้น

    *******************

    1 หั่วเยี่ยนซาน火焰山 คือภูเขาอัคคีในเรื่องไซอิ๋ว ตอนที่พระถังซัมจั๋งเดินทางไปชมพูทวีปต้องผ่านภูเขาอัคคีซึ่งร้อนแรงมาก ไม่อาจเดินทางผ่านไปได้ซุนหงอคงต้องไปขอยืมพัดวิเศษจากองค์หญิงพัดเหล็กมาดับไฟเขาหั่วเยี่ยนซานอยู่ในเทือกเขาเทียนซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน

    2 ราชาปีศาจกระทิงในเรื่องไซอิ๋ว เป็นสามีขององค์หญิงพัดเหล็ก และเป็นสหายเก่าของซุนหงอคง

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน