ตอนที่หนึ่งร้อยหนึ่ง อเลสเตอร์โครวลีย์
หากใครอ่าน To Aru Majustu Index คงจะทราบเรื่อง อเลสเตอร์โครวลีย์
บิดาของเวทย์สมัยใหม่
เรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คืออเลสเตอร์ โครวลีย์นั้นไม่ได้ดูถูกศาสนาพุทธแต่ประการใดแต่พัฒนาวิชาการทำสมาธิการตั้งจิตคิดย้อนหลังที่ได้เคล็ดวิชามาจากศาสนาพุทธนิกายเถรวาท
ที่เชื่อเรื่องว่าจุดเริ่มต้นแห่งตัวตนและทุกสิ่งนั้นจะมาจากความคิดที่อยู่ในตัวเรา
วิธีจะเปลี่ยนแปลงตัวเราควบคุมตัวตนก็เพียงแค่ควบคุมความคิดให้คิดย้อนหลังเสีย
ควบคุมความคิดของเราได้ก็ควบคุมทุกอย่างได้
แนวคิดของอเลสเตอร์โครวลี่ย์ไม่ได้แตกต่างกับพุทธเถรวาทในแง่นี้แต่อย่างใด
แบบเดียวกับที่เราเห็นสุดยอดนักเลงอย่างยูสึเกะหรืออิจิโกะกลายเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณที่เก่งที่สุดในจักรวาลของตนเองภายในไม่กี่ปี
เราจะเริ่มรู้สึกตัวว่าการเริ่มต้นมาจากสุดยอดนักเลงแถวบ้านจนกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในจักรวาลเวทย์นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก
แต่ผมคงเก่งไม่ได้ถึงขั้นนั้นถึงได้พยายามฝึกวิชาสกัดใจหรือวิชารวบรวมสมาธิและลมหายใจแบบธรรมดาก่อนที่จะทำแบบขั้นสูงหรือย้อนหลังอย่างอเลสเตอร์โครวลี่ย์
ยืนและเดินให้ได้ก่อนที่จะกระโดดหรือวิ่งคือคติของผม
ถึงเวทย์ในจักรวาลนี้จะมองว่าการเปนชู้กับผีเป็นสิ่งที่เด็กเกรียนที่ไหนทำได้ก็ตาม
ทำเอาผมมึนงงกับสามัญสำนึกของหมอผีผู้มีวิทยาอาคมอย่างอาจารย์คงพอสมควร
ปู๊ด
อาจารย์คงพ่นสุราใส่เรือและเขียนยันต์เรือเหาะที่ทำเสร็จแล้ว
ที่ระหว่างทำไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะผมให้พวกลูกน้องและเหล่าบาบูกับบาบอนสลับเวรยามกันเฝ้าระหว่างทำและให้อาหารพวกผีโหงพรายของอาจารย์คงผลัดเวรกันกะละหกชั่วโมงไขว้กันช่วงละหนึ่งชั่วโมงแบบการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ
และการให้อาหารพวกโหงพรายให้พวกเขากินอิ่มไม่เกิดความแค้นต่อเราหากอาจารย์คงเสียชีวิตไปก็คงจะช่วยให้พวกโหงพรายไม่ให้มาทำร้ายผมไม่ได้มากก็น้อย
อาจารย์คงได้ยื่นมือมาผูกลูกประคำห้อยมือให้กับผม
“ภาวนาด้วยลูกประคำนี้และเอ็งจะสามารถควบคุมเรือเหาะเปิดประตูสู่เรือด้านในได้”
อาจารย์คงกล่าว
ผมจะลองถามที่หลังว่าผมจะสามารถเคลือบคริสตัลรอบนอกประคำระดับที่ว่ามีช้างมาเหยียบก็ไม่พังหรือโดนกระสุนปืนก็ไม่เป็นไร
ลูกประคำยังมีผลอยู่หรือเปล่าหากเราเอาคริสตัลมาเคลือบ?