“กัลป์ทมิฬดับแสง”
เชนเอ่ยทวนเสียงแ่ สะท้อนความหมายของชื่อที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายลี้ลับและอำนาจดำมืด
“…มันเป็วิชาที่ผ่านอะไรมากับข้ามากมาย... วันนี้ ข้าจะถ่ายทอดให้เ้า…”
เสียงจากตัวตนไร้ร่างกล่าวด้วยความหนักแน่น
ไม่รอให้เชนเอ่ยคำใด กลุ่มพลังงานเล็ก ๆ ก็หลุดออกมาจากแก่นพลังสีดำสนิทนั้น มันค่อย ๆ หมุนวนรอบกลุ่มพลังงานลึกลับอย่างเชื่องช้า ก่อนจะลอยตรงเข้าสู่หน้าผากของเขา
ทันทีที่กลุ่มพลังนั้นัักับผิวหน้าผาก...
“อึก…!”
เชนกัดฟันแน่น! ความเ็ปแล่นวาบขึ้นมาราวกับมีบางสิ่งกำลังยัดเยียดเข้าไปในสมองโดยตรง!
และในขณะนั้นเอง…
“ฮู่ว…”
ลมหายใจหนักๆ หลุดรอดออกจากริมฝีปาก เมื่อความเ็ปรุนแรงนั้นพลันจางหายราวกับไม่เคยมีอยู่
เชนลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ร่างทั้งร่างแข็งค้าง
เบื้องหน้าของเขา…
ไม่ใช่ความมืดอันเป็นิรันดร์ดังเดิมอีกต่อไป
สิ่งที่ทอดตาเห็นเบื้องหน้าคือ สนามรบ!?
รอบตัวของเชนเต็มไปด้วยผู้คนและสิ่งมีชีวิตมากมายกำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็เอาตาย! บ้างเป็สัตว์อสูร บ้างเป็มนุษย์ บ้างเป็สิ่งที่คล้ายมนุษย์แต่มีปีกอยู่ด้านหลัง! เสียงกรีดร้องโหยหวน เสียงอาวุธปะทะกัน เสียงะเิะเืฟ้า สายตาของเชนเบิกโพลงหดเกร็ง!
ฟากฟ้าเบื้องบนเป็สีแดงเพลิง ราวกับผืนฟ้าเบื้องบนกำลังลุกไหม้ ขี้เถ้าโปรยปรายลงมาจากก้อนเมฆดำทะมึนในปริมาณที่สามารถกลบฝังทุกสรรพชีวิต!
‘ท…ที่นี่…ที่ไหนกัน…’
เสียงของเชนก้องอยู่ในหัว แต่ไร้เสียงจากริมฝีปาก เขาไม่สามารถขยับตัวแม้แต่น้อย และในวินาทีนั้นเขาก็เข้าใจ
นี่ไม่ใช่ร่างของเขา นี่ไม่ใช่โลกของเขา…
เขากำลังอยู่ในมุมมองของ “ใครบางคน” !?
โลกที่เห็นนี้ คือสิ่งที่คนผู้นั้นมองเห็น
‘นี่มันอะไรกัน…?’
เชนเริ่มสำรวจสายตา สนามรบกว้างใหญ่ไพศาลจรดเส้นขอบฟ้าทุกทิศทาง ไม่มีที่ใดในสายตาที่ไม่มีกลิ่นคาวเื การสู้รบ เสียงคำรามโห่ร้องปลุกขวัญ และเสียงหวีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน!
แล้วเขาก็เห็น…
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งมีปีกหกปีกกำลังร่ายเวท เรียกดาบนับล้านเล่มตกลงจากฟ้า ทำให้ท้องนภาแปรเปลี่ยนเป็สายฝนแห่งคมอาวุธ
อีกตน เป็อสูรรูปร่างคล้ายสุนัขสามหัวขนาดั์ เปลวเพลิงสีเขียวขนาดเท่าตึกแปดชั้นพวยพุ่งออกจากปากทั้งสาม เผาไหม้ทุกสิ่งจนกลายเป็เถ้าธุลี
แต่ใจกลางภาพทั้งหมด…
เบื้องหน้า เชนในร่างที่ไม่ใช่ตนเองกำลังจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตสามตนซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปราวร้อยเมตร
และทั้งสาม…ไม่ใช่มนุษย์
หนึ่งในนั้นเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนที่ขมวดคิ้วจนเป็ล่องลึก ถือกระบองขนาดั์อยู่ในมือ มีส่วนสูงราวสามเมตร ไม่ได้ใส่เสื้อ่บนเผยให้เห็นมัดกล้ามหนาแน่น ทั่วร่างของมันมีาแมากมาย แต่ที่เด่นสะดุดตาที่สุดคงเป็เขาขนาดั์ที่งอกออกมาจากด้านข้างศีรษะที่โง้งมาด้านหน้า! เขาของมันนั้นงอกออกมาจากศีรษะทั้งสองข้าง แต่ในตอนนี้เหลือเพียงข้างเดียวเท่านั้นที่โง้งมาเบื้องหน้า ส่วนอีกข้างเหมือนกับโดนบางสิ่งที่คมกริบตัดจนหายไปกว่าครึ่ง! บวกกับาแมากมายทั่วร่างทำให้มันดูโหดร้ายอย่างที่สุด ถ้าให้เชนพูดถึงความรู้สึกเมื่อเห็นชายคนนี้ออกมาคงเป็...อสูร!
ต่อมาเป็ชายชราผมสีทองยาวผู้หนึ่งที่หลับตาอยู่ตลอดเวลา มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ที่แตกต่างคือด้านหลังมีปีกสีทองขนาดั์อยู่ถึงสิบปีก! อยู่ในชุดสีขาวทอง ในมือถือไม้เท้าค้ำยันร่างไว้ กลิ่นอายสูงศักดิ์ที่แผ่ออกจากตัวเขาช่างขัดแย้งกับสนามรบ ราวกับสิ่งมีชีวิตจากสรวง์หลุดมาอยู่ในแดนนรก เทพ…คือคำเดียวที่นึกออก
และสุดท้าย…
ผู้หญิงคนหนึ่ง
ผิวกายสีเทาหม่น ดวงตาแดงเข้ม หน้ากากที่ปกปิดั้แ่จมูกลงไป ปีกสีดำคู่ใหญ่งอกออกจากหลัง และหางสีดำปลายแหลมคล้ายหอก เส้นผมสีดำปลิวไสวถึงสะโพก รูปร่างเย้ายวนในเกราะเบาบาง สีดำขลับ งดงาม เย้ายวน อันตราย
มาร…
เชนไม่รู้ว่าควรจะนิยามเธอเช่นไร แต่มาร…คือสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีที่สบตากับดวงเนตรแดงลึกลับของนาง
จากนั้น…เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ฮึ่ม! ทำไมเ้าถึงดื้อดึงนัก! เพียงแค่เ้าส่งสิ่งนั้นมาให้เรา คนของเ้าก็ไม่ต้องล้มตาย!”
อสูรที่เขาหนึ่งข้างถูกตัดขาด ตวาดด้วยเสียงกัมปนาท พร้อมจ้องมองมายังร่างที่เชน “สถิต” อยู่
แววตานั้นนอกจากแสดงความคุกคามแล้ว เหมือนจะมี…
ความยำเกรงที่ไม่อาจปกปิด
“ส่งมันมาเถอะ การที่แดนของพวกเ้าเก็บไว้เพียงผู้เดียว คิดว่ามันถูกอย่างนั้นหรือ? นำมันออกมา แล้วเรายังสามารถพูดคุยกันได้”
น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากของชายชราในชุดขาวทอง เขาคือผู้มีปีกทองสิบปีกแผ่ออกด้านหลัง ประดุจสัญลักษณ์แห่งภพสูงส่งเหนือหมู่ปุถุชน แต่เมื่อแววตาเยือกเย็นที่เขาเหลือบขึ้นมองเผยออก กลับไร้ซึ่งเงาของความจริงใจโดยสิ้นเชิง
ความสูงศักดิ์ของกลิ่นอายช่างขัดกับความลวงลึกในแววตา
“…”
มารสาวซึ่งมีหางและปีกสีดำขนาดั์ยังคงเงียบงัน เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองอีกสองคนข้างกาย ดวงตาสีแดงเข้มนั้นจับจ้องไปยังร่างที่เชนกำลังสถิตอยู่เพียงผู้เดียว
เชนมองไปที่หญิงสาวที่คงจะงดงามล้ำโลกผู้นั้น แล้วก็ัับางสิ่งได้…
เธอกำลังเศร้า…
“เลิกพูดพล่ามเหมือนตัวเองสูงส่งได้แล้ว พวกเ้าทรยศความไว้วางใจ รุกรานเข้ามาในดินแดนของข้า สังหารคนของข้า นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะพูดคุยกันได้อีกต่อไปแล้ว”
น้ำเสียงเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง กล่าวออกจากปากของร่างที่เชนกำลังสิงสู่อยู่ ราบเรียบ...แต่น่าเกรงขามในทุกอักษร
ทันใดนั้นเชนก็เบิกตาโต รู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดเข้าใส่กลางศีรษะ
‘เสียงของ…ผู้าุโ! ร่างนี้เป็ร่างของผู้าุโอย่างนั้นเหรอ!?’
เชนคิดอย่างตกตะลึงและไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
“ต่อให้เป็เ้าก็ไม่มีทางที่จะรับมือกับเราทั้งสามได้พร้อมกัน! ส่งมันมาซะ! มิเช่นนั้นวันนี้ ‘แดนทมิฬ’ จะต้องหายไปตลอดกาล!”
อสูรร่างั์ที่มีเขาข้างเดียวคำรามกึกก้อง เสียงของมันทำให้พื้นสนามรบสั่นะเื!
“จะทำลายแดนทมิฬ?…”
น้ำเสียงของผู้าุโในร่างที่เชนสิงอยู่นั้นดังขึ้นอีกครั้ง เหลือบมองไปยังร่างใหญ่ั์ด้วยความเรียบนิ่ง…
“อสูรสวะอย่างเ้าไม่คู่ควร ถ้าพวกเ้าลืมความแข็งแกร่งของข้าไปแล้ว งั้นข้าจะเตือนความจำให้”
ในวินาทีนั้น ร่างของผู้าุโเริ่มขยับ
มือขวาค่อยๆ ยกขึ้น ปรากฏดาบเล่มหนึ่งอยู่ในมือ ดาบซึ่งเก่าแก่และแตกร้าว แผลบิ่นและรอยขีดข่วนมากมายจนดูราวกับจะหักพังลงได้ทุกเมื่อ
แต่เพียงแค่ดาบนั้นปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ศัตรูทั้งสองก็พลันขยับทันที!
อสูรร่างั์รีบยกกระบองเหล็กขึ้นแนบลำตัว กล้ามเนื้อทั้งร่างขมวดเกร็ง มันมองดาบบิ่นในมือของผู้าุโลึกลับด้วยคามหวาดผวา!
ชายชราผู้มีปีกทองสิบปีกเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะยกไม้เท้าที่เคยใช้ค้ำยันมาไว้ตรงหน้าอย่างเงียบงัน
และมีเพียงมารสาว…ผู้ที่ยังคงเงียบงัน ทำเพียงจ้องมองเช่นเดิม
เธอไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงตาสีแดงเข้มยังคงทอดไปยังผู้เดียวตรงหน้า และในวินาทีนั้น เชนััได้ถึงความเศร้าะเืลึก…ราวกับเธอรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
“ถ้าพวกเ้าอยากทำา…”
ดาบเก่าคร่ำในมือผู้าุโถูกยกสูงขึ้นจนเหนือศีรษะ
ปราณทมิฬ สีดำมืดมิดที่ราวกับจะกลืนกินได้ทุกสิ่ง เริ่มแผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขา กลืนกินดาบบิ่นจนกลายเป็เปลวพลังทมิฬที่ราวกับจะกลืนกลบขอบฟ้า
ปราณที่ราวกับจะดูดกลืนทุกสรรพสีเข้าไปนี้ คือสิ่งเดียวกับกลุ่มพลังงานลึกลับไม่ผิดเพี้ยน!
เ้าของร่างยกดาบค้างไว้ชั่วขณะ ก่อนที่จะทำการเหวี่ยงไปยังศัตรูเบื้องหน้าจนทำให้ภาพในกรอบสายตาสั่นะเืเลือนลั่นราวกับทุกสิ่งกำลังจะพลิกตลบ!
“ถ้าพวกเ้าอยากทำา…งั้นข้า...ก็จะให้พวกเ้าได้ทำา!”
ตูม!!!!!!!!!!!
เสียงะเิดังกึกก้อง! เปลวคลื่นแห่งความมืดซัดกระหน่ำออกไปเบื้องหน้า ทุกอย่างในสายตาพลันกลายเป็ความดำมืดไร้สรรพสี!