หินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนเพื่อแลกกับอวิ๋นเฟยเฟย หากนี่ไม่ใช่การกรรโชกทรัพย์แล้วจะเป็อะไร!
ปัจจุบันสกุลเงินที่ใช้หมุนเวียนในทวีปฉิงอวิ๋นคือหินิญญาคุณภาพต่ำ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับกล้าเอ่ยปากขอเป็หินิญญาคุณภาพสูง
หินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับหินิญญาคุณภาพต่ำหนึ่งร้อยก้อน ดังนั้นหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนจึงเท่ากับหินิญญาคุณภาพต่ำสิบล้านก้อน ซึ่งสามารถซื้อเมืองขนาดเล็กได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว
หินิญญาคุณภาพต่ำสิบล้านก้อนเชียวนะ! ผู้หญิงคนนี้ช่างโลภมากเสียจริง!
อีกทั้งอวิ๋นเสวี่ยเวยกำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรเพื่อเตรียมตัวสำหรับการประลองใหญ่ของสำนักในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ่นี้จึงเป็่เวลาสำคัญยิ่ง จะให้นางออกมาจัดการเื่เล็กน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร!
"เ้าเด็กไร้ยางอาย บังอาจยิ่งนัก! เ้าฆ่าศิษย์ของสำนักข้า แล้วยังคิดจะใช้หินิญญามาแลกตัวประกัน ช่างเหลวไหลและโอหังเหลือเกิน!"
อวิ๋นหรั่นเยว่ยิ้มบาง ๆ เชือกในมือขยับอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็รัดคอของอวิ๋นเฟยเฟยไว้แน่นแล้วแขวนนางไว้กลางอากาศ
ใบหน้าของอวิ๋นเฟยเฟยเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำในทันที นางดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง อ้าปากพยายามส่งเสียงแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
"หยุดเดี๋ยวนี้!" รองเ้าสำนักตวาดลั่น ฝูงชนโดยรอบต่างพากันแสดงสีหน้าโกรธแค้น
"ข้าไม่เคยฆ่าผู้บริสุทธิ์ ศิษย์ของสำนักพวกท่านดักปล้นกลางทางจึงต้องชดใช้ด้วยชีวิตของตนเอง ที่ข้าไว้ชีวิตอวิ๋นเฟยเฟยเพราะได้ยินว่าญาติผู้พี่ของนางเก่งกาจมาก คิดว่าคงจะส่งค่าชดเชยมาให้ได้ ขอเพียงนางส่งหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนมา ข้าก็จะถือว่าเื่นี้จบสิ้นกันไปและไม่เอาความอีก"
"ศิษย์ของสำนักข้าไม่มีทางดักปล้นกลางทางเด็ดขาด! เ้าพูดจาเหลวไหล! คำพูดของเ้าเพียงฝ่ายเดียวไม่มีใครเชื่อหรอกนอกจากเ้าจะมีหลักฐานมาพิสูจน์"
"รองเ้าสำนักกล่าวได้ถูกต้อง ข้าเดาไว้แล้วว่าสำนักของพวกท่านต้องไม่ยอมรับ ดังนั้นข้าจึงเก็บหลักฐานไว้"
ในมือเรียวขาวผ่องของอวิ๋นหรั่นเยว่ปรากฏศิลาพรายรุ้งขึ้นมาหนึ่งก้อน ทันทีที่เห็นศิลานั้น ในใจของรองเ้าสำนักก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
เขาเอื้อมมือหมายจะแย่งชิง ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือ ศิลานั้นก็ฉายภาพเหตุการณ์ในเทือกเขาแห่งหนึ่งออกมากลางอากาศ จากนั้นก็เห็นศิษย์หลายคนที่สวมชุดของสำนักปรากฏตัวขึ้น พวกเขาชักอาวุธออกมาและะโด้วยท่าทางดุร้ายว่า
"พวกเราคือศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลาน เทือกเขานี้เป็สถานที่ทดสอบของพวกเรา หากพวกเ้า้าจะผ่านทางนี้ จงทิ้งของวิเศษทั้งหมดที่มีไว้! มิฉะนั้นชีวิตของพวกเ้าในวันนี้ต้องจบสิ้นลงที่นี่!" ท่าทางของพวกเขาโอหังราวกับโจรป่าไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างพากันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ที่แท้ศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลานเป็ฝ่ายเห็นแก่ทรัพย์แล้วลงมือก่อน ศิษย์เหล่านี้ทำเื่เช่นนี้ได้อย่างไร
รองเ้าสำนักและคนอื่น ๆ หน้าถอดสี ราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงหลายครั้ง ส่วนอวิ๋นเฟยเฟยยิ่งใสุดขีด
เหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงมีแม้กระทั่งหินสำหรับบันทึกภาพที่หาได้ยากยิ่ง และยังบันทึกหลักฐานความผิดของพวกเขาไว้ทั้งหมด
"หลักฐานวางอยู่ตรงหน้าแล้ว รองเ้าสำนัก ท่านยังจะปกป้องศิษย์ของสำนักท่านต่อไปอีกหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงไปด้วยการซักไซ้
รองเ้าสำนักแค่นเสียงเ็าและกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ในยุ้งฉางย่อมมีขี้หนูอยู่บ้าง ศิษย์เช่นนี้หากสำนักเราพบเห็นจะต้องถูกทำลายตบะและขับออกจากสำนักโดยเด็ดขาดไม่มีการละเว้น! แต่เ้าได้ฆ่าพวกเขาไปแล้ว และอวิ๋นเฟยเฟยก็ถูกเ้าทรมานจนสภาพดูไม่ได้แล้ว แต่เ้ายังกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่สำนัก นี่คือการพาลหาเื่ชัด ๆ ! รีบปล่อยคนคืนมาเดี๋ยวนี้!"
"รองเ้าสำนักอย่าเพิ่งรีบร้อนสิ ต่อจากนี้ยังมีคำพูดของอวิ๋นเฟยเฟยอีก ท่านดูให้จบก่อนแล้วค่อยสรุปว่าข้าพาลหาเื่หรือไม่"
ในภาพฉายของศิลาพรายรุ้ง ปรากฏเสียงของอวิ๋นเฟยเฟยที่อวดอ้างอำนาจว่า "ข้ากับพี่เสวี่ยเวยสนิทกันประหนึ่งพี่น้องคลานตามกันมา หากเ้าฆ่าข้าก็เท่ากับเป็ศัตรูกับนาง! ต่อให้เ้าหนีไปจนสุดขอบฟ้านางก็ไม่มีวันปล่อยเ้า! ถ้าเข้าใจแล้วก็จงส่งสมบัติทั้งหมดออกมาเสีย แล้วข้าจะบอกให้ญาติผู้พี่เลิกเอาความเ้า!"
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวว่า "ได้ยินหรือยัง? เดิมทีข้าตั้งใจจะไว้ชีวิตนาง แต่นางกลับคิดว่าข้ากลัวพี่สาวนาง ถึงขั้นใช้พี่สาวมาข่มขู่ให้ข้าส่งของวิเศษให้ รองเ้าสำนักหากเป็ท่าน ท่านจะทนได้หรือ?"
รองเ้าสำนักหน้าเขียวคล้ำด้วยความอับอาย เดิมทีเขาตั้งใจจะช่วยเสวี่ยเวยพาญาติผู้น้องคนนี้กลับมา แต่คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นเฟยเฟยจะพูดจาโอหังและโง่เขลาเช่นนี้ จนถูกจับจุดอ่อนได้ เื่นี้จึงทำให้เขาต้องพลอยอับอายขายหน้าไปด้วย
"มีเหตุจึงมีผล ที่ข้าไว้ชีวิตอวิ๋นเฟยเฟย ก็เพราะอยากเห็นว่าพี่สาวนางจะเก่งกาจเพียงใด ตอนนี้มีสองทางเลือกในการแก้ปัญหานี้ หนึ่งคือให้นางมาประลองกับสาวใช้ของข้า หรือสองคือนางต้องนำหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนมาแลกตัวอวิ๋นเฟยเฟยกลับไป"
"น่าขันสิ้นดี! เสวี่ยเวยเหตุใดต้องประลองกับสาวใช้ แค่สาวใช้คนหนึ่งจะมีค่าอะไร!" ในขณะนั้นชายหนุ่มรูปงามท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชนและกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
"ท่านเป็ใครกัน? ท่านแม่ของข้าได้พูดกับท่านหรือ?" เสี่ยวอี้แค่นเสียง
ชีหยวนจงโกรธจัด "เ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้าคือรัชทายาทแห่งแคว้นซื่อเซี่ยง และยังเป็คู่หมั้นของอวิ๋นเสวี่ยเวย เ้าบอกข้าทีว่าข้ามีสิทธิ์พูดกับแม่ของเ้าหรือไม่!"
"โอ้? ที่แท้ก็ท่านนี่เอง!" เสี่ยวอี้ลากเสียงยาวพลางมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
ที่แท้นี่คืออดีตคู่หมั้นของท่านแม่ที่ต่อมาถูกอวิ๋นเสวี่ยเวยแย่งไป หน้าตายังไม่หล่อเท่าหมอจอมเ้าเล่ห์ในโรงหมอนั่นเลย
อวิ๋นหรั่นเยว่หันไปมองชีหยวนจงเช่นกัน พูดตามตรงหากชายคนนี้ไม่ปรากฏตัว นางคงลืมไปแล้วว่ามีบุคคลเช่นนี้อยู่ด้วย
เขาคือรัชทายาทแห่งแคว้นซื่อเซี่ยงที่เติบโตมาด้วยกันกับเ้าของร่างเดิมในฐานะเพื่อนเล่นวัยเยาว์ ต่อมาอวิ๋นเสวี่ยเวยปรากฏตัวและใช้เล่ห์เหลี่ยมยั่วยวนจนสามารถทำให้ชายคนนี้เปลี่ยนใจได้สำเร็จ
"ดูเหมือนพวกเ้าจะเคยได้ยินชื่อของข้าสินะ ดีมาก! ข้าสั่งให้พวกเ้าปล่อยอวิ๋นเฟยเฟยเดี๋ยวนี้! ส่วนหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนนี้ ข้าจะจ่ายแทนเสวี่ยเวยเอง!" ชีหยวนจงกล่าวเสียงดัง พร้อมกับสะบัดมือโยนถุงเก็บของใบหนึ่งออกไปราวกับให้ทานขอทาน
ภายนอกเขาทำท่าทางไม่ยี่หระต่อหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนนี้ แต่ในใจเขากลับปวดร้าวแทบตาย
นั่นคือหินิญญาคุณภาพต่ำสิบล้านก้อนเชียวนะ เป็หินิญญาที่เขาเตรียมไว้เพื่อซื้อของวิเศษชิ้นสำคัญให้แก่อวิ๋นเสวี่ยเวยในงานประมูล มูลค่าของมันมหาศาลจนเกือบจะสูบกินพลังจากชีพจริญญาสายใหญ่สายหนึ่งของแคว้นซื่อเซี่ยงจนเหือดแห้งเลยทีเดียว
แต่เพื่อให้เสวี่ยเวยไม่ต้องเสียใจเื่อวิ๋นเฟยเฟยหลังจากออกจากด่านบำเพ็ญ เขาจึงต้องจำใจสละเงินจำนวนมหาศาลนี้
ทว่าถุงเก็บของที่บรรจุหินิญญาจำนวนมากกลับตกอยู่ที่พื้น โดยไม่มีใครคิดจะหยิบมันขึ้นมา "ยังมัวยืนบื้ออะไรอยู่ หินิญญาข้าให้พวกเ้าแล้ว ยังไม่รีบปล่อยอวิ๋นเฟยเฟยอีก!"
"ท่านโยนไว้บนพื้น ใครจะไปรู้ว่าให้ใคร" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวเรียบ ๆ พลางขยับนิ้ว เชือกจึงรัดคออวิ๋นเฟยเฟยแน่นขึ้นจนใบหน้ากลายเป็สีม่วงคล้ำ
ชีหยวนจงเห็นดังนั้นก็ไม่สนใจจะดูิ่อวิ๋นหรั่นเยว่และพวกอีกต่อไป รีบก้มลงเก็บถุงเก็บของส่งให้ และบอกให้อวิ๋นหรั่นเยว่รีบปล่อยคน
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่ได้รับไว้แต่ให้เสี่ยวอี้เป็ผู้รับแทน เสี่ยวอี้ค่อย ๆ ปล่อยจิตหยั่งรู้สำรวจภายในถุงเก็บของรอบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าหินิญญาไม่ขาดหายไปแม้แต่ก้อนเดียว จึงเทหินิญญาทั้งหมดลงในถุงที่เอวของตนจนเกิดเสียงซู่ ๆ จากนั้นจึงโยนถุงเก็บของคืนให้ชีหยวนจง
รองเ้าสำนักจ้องมองเสี่ยวอี้ด้วยความตกตะลึง ในใจสั่นสะท้านตอนแรกเขาคิดว่าเด็กคนนี้ไม่มีพลังบำเพ็ญ เป็เพียงผู้ที่มีของวิเศษติดตัวเท่านั้น
แต่คิดไม่ถึงว่าจิตหยั่งรู้ที่เด็กคนนี้แสดงออกมาเมื่อครู่ จะมีความแข็งแกร่งระดับราชันย์ิญญา ซึ่งสูงกว่าศิษย์ดีเด่นหลายคนในที่แห่งนี้เสียอีก!
เป็ไปได้อย่างไร! อายุกระดูกของเด็กคนนี้ดูเหมือนจะเพียงสี่ขวบเท่านั้น จะมีพลังบำเพ็ญสูงส่งเช่นนี้ได้อย่างไร! ยังมีสตรีผู้นี้และสาวใช้ข้างกายอีก ไม่รู้ว่ามีของวิเศษที่ใช้ปกปิดพลังบำเพ็ญหรือไม่ แม้แต่เขาก็ยังมองไม่ออกว่าพวกนางมีระดับพลังบำเพ็ญเท่าใด
และจนถึงตอนนี้สตรีคนนี้ยังไม่ได้ลงมือเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
เขาหรี่ตาลง เมื่อเห็นว่าอวิ๋นเฟยเฟยได้รับการช่วยเหลือแล้วจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "ในเมื่อเื่ส่วนตัวคลี่คลายลงแล้ว เช่นนั้นเราก็มาคุยเื่ส่วนรวมกันต่อ พวกเ้าคือเศษซากของสำนักาาผี สำนักของข้าซึ่งเป็ผู้นำฝ่ายธรรมะ ย่อมไม่อาจปล่อยให้พวกเ้าออกไปสร้างความเดือดร้อนแก่โลกมนุษย์ได้!"