กองกำลังของเสี่ยวฮุ่ย
ต่อไปนี้จะเรียกองค์ชายเก้าด้วยชื่อแล้วนะครับ--------------------------------------------------------------------------------------------------------------ในขณะที่พวกหานเจี่ยและเยี่ยฉีกำลังเสียท่าเจียงเฉินที่บ้าคลั่งอยู่ ร่างของอู่หมิงก็กลายเป็นสีทองสว่างพร้อมกับพุ่งเข้าไปอยู่ข้างหน้าพวกหานเจี่ยและเยี่ยฉีอย่างรวดเร็ว อู่หมิงยื่นมือสีทองเข้าจับกระบี่ของเจียงเฉินด้วยท่าทางสบาย แต่ถึงอย่างงั้นร่างของอู่หมิงก็ถอยไปข้างหลังถึง 2 ก้าว ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าพลังของกระบี่เมื่อครู่เพียงพอจะฆ่าพวกหานเจี่ยได้แล้ว"พอแค่นี้ก่อนเถอะดูเหมือนเจ้าจะไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้แล้ว" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับกระแทกหมัดใส่เจียงเฉินจนร่างของเจียงเฉินกระเด็นไปชนต้นไม้อย่างรุนแรง แต่เพราะแบบนั้นเจียงเฉินจึงได้สติกลับคืนมา"ขอบคุณเจ้าจริงๆอู่หมิงไม่งั้นข้าคงได้ฆ่าทั้งสองคนนั้นแน่" เจียงเฉินกล่าวด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างกายของเจียงเฉินกลับมาปกติ"ทักษะที่อาจารย์มอบให้เจียงเฉินนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ว่ามันก็ฝึกยากเช่นเดียวกัน" หานเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้านับถือ"ใช่แล้ว ข้าไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเป็นข้าเป็นคนฝึกข้าจะทนได้สักกี่ลมหายใจ" เยี่ยฉีกล่าวพร้อมกับปาดเหงื่อ"ของมันแน่อยู่แล้ว ที่เจียงเฉินฝึกคือทักษะระดับเซียน มันคือทักษะแห่งความพิโรธ ด้วยสภาพของเจียงเฉินในตอนนี้สามารถใช้ได้แค่ขั้นที่ 1 ความพิโรธของหมูป่าเท่านั้น เพราะไม่อย่างงั้นอู่หมิงไม่มีทางรับกระบี่ของเจีงเฉินได้แบบสบายๆหรอก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ขนาดความพิโรธของหมู่ป่าที่เป็นเพียงขั้นที่หนึ่งข้าก็สามารถประคองสติเอาไว้ได้แค่ 15 ลมหายใจเพียงเท่านั้นเอง" เจียงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น"เจียงเฉินฟังอาจารย์ ทักษะนี้อันตรายอย่างมากเพราะงั้นเจ้าจะรีบร้อนฝึกไม่ได้เด็ดขาดเพราะถ้าหากเจ้ารีบร้อนเกินไปเจ้าอาจจะเสียสติและไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีกเลย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเตือน"ดีส่วนหานเจี่ยและเยี่ยฉี พวกเจ้าทั้งสองนั้นไม่มีความสามารถด้านพละกำลังแต่พวกเจ้าเด่นในเรื่องความเร็ว และด้วยภาพร่างกายของพวกเจ้าทั้งคู่นั้นเหมือนกันในหลายๆจุดอาจารย์จึงมักจะให้พวกเจ้าฝึกฝนด้วยกัน และจากผลลัพธ์ที่อาจารย์วิเคราะห์ได้พวกเจ้าเหมาะสมที่จะฝึกทักษะที่สามารถประสานงานกันได้อย่างแน่นอน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงมองดูภาพที่แสนจะน่าอัศจรรย์ใจเพราะการที่กระรอกสีดำตัวน้อยกำลังยืนชี้นิ้วกล่าวสอนผู้ฝึกตนอยู่มันเป็นภาพที่แสนจะตลกแต่ในเวลาเดียวกันมันก็เป็นภาพที่น่าประทับใจเพราะผู้ฝึกตนเหล่านั้นกลับตั้งใจฟังทุกคำกล่าวของกระรอกตัวนั้นอย่างใจจดใจจ่อ อีกด้านจิงเสวี่ยนได้ฝึกย่าวก้าวมายาจนชำนาญแล้ว และในตอนนี้นางกำลังนั่งดีดพิณพร้อมกับมีพลังบางอย่างรอบๆตัวนางพุ่งออกมา เมื่อใดก็ตามที่อู่หมิงเข้าไปในพื้นที่ 10 เมตรรอบๆตัวของจิงเสวี่ยน อู่หมิงก็จะตกสู่โลกมายา ภายในโลกมายาจิงเสวี่ยนคือพระเจ้าเพียงแค่นางคิดนางสามารถสร้างกองทหารนับแสนได้ในพริบตา"ดูเหมือนพลังของเจ้าจะรุดหน้าขึ้นอีกแล้ว" อู่หมิงเอ่ยชม"เป็นเพราะทักษะที่เสี่ยวฮุ่ยมอบให้กับข้า เพราะตั้งแต่ที่ข้าฝึกทักษะเหล่านี้ข้าก็รู้สึกว่าพลังในร่างกายของข้าได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างมากโดยที่ไม่ติดขัดอะไรเลยซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าเส้นทางบ่มเพาะพลังของข้าไม่ใช่กระบี่แต่เป็นจิตวิญญาณ" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวน"ก็จริง ด้วยหลังจากนี้พลังของเจ้าก็จะรุดหน้าขึ้นและที่สำคัญ เมื่อเจ้าเลือกเส้นทางที่แตกต่างกันไปแล้ว หอกระบี่ก็จะไม่มีความสำคัญกับเจ้าอีกแล้ว" อู่หมิงกล่าว"ไม่เป็นไร ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ที่นี่ข้าก็จะอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน" จิงเสวี่ยนกล่าวขณะที่ยังดีดพิณอย่างต่อเนื่องทางด้านซวงอี้ได้ถูกเสี่ยวฮุ่ยฝึกฝนด้านการวางค่ายกลเพราะซวงอี้เป็นคนที่มีสมาธิสูงเสี่ยวฮุ่ยจึงมอบค่ายกลระดับต่ำให้นางศึกษาและทำความเข้าใจ และจากที่อู่หมิงคิดเหมือนเสี่ยวฮุ่ยตั้งใจที่จะสร้างกองกำลังของตนเองขึ้นมาบนยอดเขาสูง ผู้อาวุโสเฉินและชายชราชุดดำมองดูกลุ่มของอู่หมิงฝึกฝนอย่างหนักด้วยสายตาชื่อชม เพราพความก้าวหน้าของกลุ่มอู่หมิงนั้นเหนือกว่าพวกที่ทะลวงระดับปรารนภาไปแล้วเสียอีก"สายตาของจ้าวหอไม่ผิดจริงๆกลุ่มของอู่หมิงชั่งโดดเด่นจริงๆ แต่ที่ข้าแปลกใจคือความเป็นมาของกระรอกตัวนั้น มันคือสัตว์อสูรประเภทอะไรกันแน่" ผู้อาวุโสชุดดำกล่าว"เรื่องนั้นทั้งเจ้าและข้าไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะบางเรื่องพวกเราไม่รู้จะเป็นการดีต่อตัวเรามากกว่า เพราะเจ้าเองก็น่าจะสังเกตุได้แล้วว่าทักษะที่เด็กพวกนั้นได้รับจากกระรอกตัวนั้นไม่ธรรมดา นี่แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของกระรออกตัวนั้น แต่กลับกันกระรอกตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของอู่หมิงและเชื่อฟังอู่หมิงพอควร และจากความคิดของข้ามีความเป็นไปได้ว่าเซียนกระบี่ไร้รักจะส่งเจ้ากระรอกตัวนี้มาปกป้องอู่หมิง" ผู้อาวุโสเฉินกล่าว"ใหนว่าท่านบอกว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องรู้ไง" ผู้อาวุโสชุดดำกล่าวหยอกล้อ"ข้าแค่ยกตัวอย่าง" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวแก้เขินด้วยสีหน้าอับอาย"แต่ยังไงก็เถอะดูเหมือนอู่หมิงจะไม่มีคู่ฝึกฝนที่ดีเลย เพราะเขาแข็งแกร่งเกินไป ในระดับเดียวกันไม่มีใครเอาชนะเขาได้ " ผู้อาวุโสชุดดำกล่าว"อืม แบบนี้ก็จะทำให้การฝึกฝนของเขาช้าลง เฮ้อดูเหมือนว่าข้าจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเขาฝึกฝนเป็นการส่วนตัวแล้ว" ผู้อาวุโสเฉินกล่าว"นี่ท่านจ้าวหอคงไม่คิดจะใช้โอกาสนี้รับเขาเป็นศิษย์หรอกนะ" ผู้อาวุโสชุดดำกล่าว"เจ้าคิดว่าจักรพรรดิขั้นต้นอย่างข้ามีสิทธิ์ไปรับลูกหลานของเซียนเป็นศิษย์ใหมละ" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวก่อนจะหายตัวไปจากยอดเขาและทิ้งให้ผู้อาวุโสชุดดำยืนอึ้งและพยักหน้าอยู่คนเดียวเวลาต่อมาผู้อาวุโสเฉินก็มาหาอู่หมิงพร้อมกับมาเป็นคู่ฝึกให้กับอู่หมิง ด้วยการมีผู้อาวุโสเฉินเป็นคู่ฝึกฝีมือด้านการใช้กระบี่ของอู่หมิงก็ดีขึ้นมาจิตกระบี่ของอู่หมิงเองก็ยกระดับขึ้นอย่างมากเช่นกัน-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------