ได้ฤกษ์งาม ยามดี 2 สาวที่หลังจากอาบน้ำพักผ่อนกันเสร็จก็พากันออกมาเดินตลาดเพื่อหาสิ่งของไปบริจาคอย่างที่ใจหวังไว้
“อิงแล้วร้านที่ขายพระพุทธรูปอยู่ตรงอ่ะไหน”
“ฉันจะไปรู้ไหมล่ะตาก็พึ่งมากะแกเนี่ย”
“อ้าว”
สองสาวเดินกันไปเถียงกันไปจนคนแถวนั้นมองบางคนมองเพราะชื่นชม บางคนมองเพราะอิจฉาในความงามบางคนมองเพราะความเอ็นดูแต่สองสาวไม่ได้แคร์สายตาใคร ต่างเดินควงแขนกันไปยังจุดมุ่งหมายที่อยากได้
“ยายจ๊ะร้านที่ขายพระพุทธรูปอยู่ตรงไหนจ๊ะ”
“ออ...เดินไปอีกสักแยกนึงก็เจอแล้วจ๊ะหนู”
“ขอบคุณจ๊ะยาย”
สองสาวขอบคุณแล้วพากันจูงมือไปยังร้านที่ยายขายผักบอก ทางเล็กๆ เวลารถมอไซค์ขับผ่านต้องดึงแขนกันหลบขอบถนนทันทีเพราะถนนที่นี่แคบมาก
“นี่ไงแก เจอแล้วตา”
ทันทีที่เห็นหน้าร้านตั้งพระพุทธรูปมากมายอิงอิงก็อุทานบอกเพื่อนทันทีอย่างตื่นเต้นที่หาเจอสักที เพราะตนนั้นเริ่มเมื่อยแล้ว
“้าดูแบบไหนครับ”
พอเข้าร้านก็มีอาแปะวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับแล้วถามในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้
“พระพุทธรูปองค์เล็กมีมั้ยคะ”
“มีครับมีครับทางนี้เลยครับ”
แปะพาสองสาวเดินไปจุดจุดหนึ่งที่มีพระพุทธรูปองค์เล็กองค์กลางวางเรียงกันอยู่ในตู้เต็มไปหมด สิตาเลือกพระพุทธรูปแบบต่างๆทั้งแบบนั่งขัดสมาธิแบบยืนและแบบนอนไปทั้งหมด 40 องค์ พอสั่งได้ก็จัดการโอนเงิน(เพราะมีเงินสดไม่พอ)แล้วให้อิงอิงเป็คนจัดการบอกที่อยู่และนัดเวลาให้เอาไปส่งกี่โมงของวันพรุ่งนี้
ในระหว่างที่อิงอิงกำลังคุยกับแปะเ้าของร้านอยู่นั้นสิตาถือโอกาสนี้เดินชมของในร้านและรอบๆจนไปเจอกับรูปปั้นพญานาคขนาดเล็กวางเรียงกันอยู่ในตู้โชว์เต็มไปหมดเธอต้องดูพญานาคอยู่สักพักจนอาแปะกะอิงอิงเดินเข้ามาแล้วถามว่าสนใจเหรอ เธอก็บอกสนใจและสั่งไปอีก 30 องค์เพื่อจะเอาไปบริจาคด้วย
“ตาตาตื่นตื่นๆ”
“อือออ”
“ 5:00 น แล้วแกไปอาบน้ำแต่งตัวไปซื้อของกันเดี๋ยวไม่ทันใส่บาตร”
สิตากระเด้งตัวขึ้นทันทีหลังจากอิงอิงพูดจบ ร่างบางไม่มีความงัวเงียเหลืออยู่สักนิด มีแต่ความกระตือรือร้นที่จะได้ไปทำบุญ คล้อยหลังที่สิตาวิ่งเข้าไปอาบน้ำโทรศัพท์หรูของร่างนางก็มีไฟกระพริบขึ้นมาไม่หยุดจน อิงอิง สงสัยกดเข้าไปดูแต่ไม่สามารถดูอะไรได้เพราะไม่รู้รหัสปลดล็อคหน้าจอคืออะไรอิงอิงจึงไม่ก้าวก่ายในการถามแต่จะรอบอกเพื่อนหลังเพื่อนออกมาจากห้องน้ำดีกว่าผ่านไปซัก 45 นาทีจะได้ก็มีร่างบางของสิตาเดินออกมา จากห้องน้ำที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ
“โห้ สวยว่ะแกฉันว่าฉันใส่สวยแล้วแกสวยกว่าอีกแกนี่เหมาะกับชุดไทยจริงๆ”
ร่างบางยิ้มรับคำชมเพื่อนแล้วเดินไปสำรวจตัวเองที่กระจกใบใหญ่พรางคิดในใจสวยจริงๆ ทุกอย่างที่ใส่วันนี้ลงตัวหมดทั้งๆที่ไม่ได้ซื้อมาจากร้านเดียวกัน อิงอิงเดินถือโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกับเพื่อนสาวที่สนิทกันเพื่อลงโซเชียลอวดใครต่อใคร พออิงอิงได้ภาพที่พอใจแล้วเธอก็เดินไปนั่งดูรูปที่บนเตียงส่วนสิตาก็หวีผมและทาลิปสติกแบรนด์ดังเพิ่มสักนิดแค่นี้ก็เป็อันเสร็จ
“เออตาเมื่อตอนแกไปอาบน้ำอ่ะ ฉันเห็นไฟขึ้นมาจากโทรศัพท์แกด้วยแต่ไม่มีเสียง”
ร่างบางจับโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดเปิดดูตามที่เพื่อนบอก
“เออแจ้งเตือนจากบันทึกนะปีที่แล้วฉันบังเอิญไปดูดวงแล้วเขาทักมาว่าวันนี้เดือนนี้ปีนี้ฉันจะเจอเนื้อคู่นี่ลืมไปแล้วนะเนี่ย ถ้าไม่มีแจ้งเตือนเข้ามา”
อิงอิง ยิ้มให้เพื่อนแล้วหันไปตั้งใจขับรถต่อเธอไม่เชื่ออย่างที่หมอดูบอกหรอกแต่ไม่พูดอะไรเพราะกลัวเพื่อนจะเศร้าแค่ไอ้นนท์มันหักอกเพื่อนสาวเธอก็เสียใจพอแล้ว
สุดท้ายการขับรถระหว่างรีสอร์ทกับวัดก็สิ้นสุด ทันทีที่อิงอิงเหยียบเบรค เข้าเกียร์แล้วบิดกุญแจลงจากรถมา สาวร่างบาน 2 คนเดินจูงมือกันเข้ามาในเต็นท์ที่มีลุงสมรออยู่แล้ว
“พระพุทธรูปกับรูปปั้นพญานาคเขาเอามาส่งและเรียงให้แล้วนะ หลาน 2 คนเช็คของกันได้เลย”
สิตาเดินไปเช็คดูตามที่ลุงสมบอก พ่อดูจนแน่ใจว่าครบเธอก็เดินไปหาลุงสมกับอิงอิงที่ยืนคุยกันอยู่เราทั้ง 3 คุยและตกลงกันว่าของมงคลทั้งหลายนี้เราน่าจะเชิญหลวงปู่มาสวดให้ ปลุกเสกหรืออีกภาษาหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเจิมนั่นแหละ