ตอนที่ 100: พินัยกรรมทรายสวาท
นิ้วมือเรียวหนาของคาริมค่อยๆ แกะตราครั่งสีแดงเข้มที่ประทับตราสัญลักษณ์กษัตริย์และมณฑียรบาลหลวงดูไบออกจากซองจดหมายสีทองคำแท้อย่างประณีตบรรจง แสงแดดอุ่นยามเช้าของดูไบสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของวิลล่าส่วนตัวเข้ามาสลัวชโลมใบหน้าคมกริบของสามีและยอดบอดี้การ์ดทาริกที่นอนเปลือยกายเคียงข้างกันบนเตียงผ้าไหมหลวงหนานุ่ม หลังจากค่ำคืนศึกรักฉลองชัยชนะอันเร่าร้อนยาวนาน ฉันและเจ้าหญิงอามิราขยับตัวลุกขึ้นประคองกอดดึงผ้าคลุมบดบังอกอวบ E ยักษ์ของฉันและสะโพกผายของเธอไว้เพื่อร่วมกันลุ้นผลคำตัดสินตราตั้งสุดท้ายด้วยความกังวลใจระคนตื่นเต้น คาริมกางแผ่นกระดาษใยฝ้ายสีครีมโบราณที่สลักตัวอักษรสีทองคำแท้ออกอ่าน แววตาคมดุจสิงโตทะเลทรายเบิกกว้างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างผู้ชนะที่สามารถทวงคืนเกียรติยศและทรัพย์สินของตระกูลกลับคืนมาได้สำเร็จเด็ดขาด
ห้องนอนในวิลล่าส่วนตัวแห่งนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พ่นลมเย็นฉ่ำตัดกับไอร้อนของทะเลทรายดูไบภายนอก กลิ่นอายความอายรักจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอบอวลจางๆ บนที่นอน คาริมสบตาฉันและทาริกด้วยความตื้นตันใจอย่างแสนสาหัส เขาเอ่ยอ่านประกาศหลวงด้วยเสียงทุ้มกังวานและทรงพลังชวนหัวใจสะท้าน
"องค์ราชันมีคำสั่งแต่งตั้งฉัน... ให้ดำรงตำแหน่ง 'ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและเสนาบดีใหญ่ฝ่ายพลังงานสัมปทานดูไบ' (The Grand Vizier of Dubai) อย่างเป็นทางการเพื่อคุมระบบธุรกิจสัมปทานน้ำมันในเครือฟาร์ฮานและจัดระเบียบเศรษฐกิจดูไบทั้งหมด... และแต่งตั้งให้ทาริกเป็น 'ผู้บัญชาการฝ่ายความปลอดภัยราชสำนักหลวง' (The Chief of Royal Security) พร้อมมอบสัญชาติเกียรติยศสูงสุดและอำนาจบัญชาการทหารหลวงหลวง!" คาริมกล่าวเสียงใสกังวานด้วยความภาคภูมิใจพัดเป่าลมเย็นทั่วห้องบรรทม
ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง น้ำตาแห่งความปิติร่วงรินไหลนองอาบสองแก้มที่ชื้นเหงื่อ สองเต้า E ยักษ์ของฉันบีบแน่นกอดคอคาริมและทาริกไว้ด้วยความโล่งอกที่ได้พ้นจากฐานะกบฏผู้ลี้ภัย ทาริกส่งยิ้มกว้างเผยฟันขาวสะอาด ผิวสีเข้มของเขาสะท้อนแสงอาทิตย์เช้ายามก้าวเดินดูสง่าผ่าเผยและเต็มไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง คาริมดึงจดหมายแผ่นที่สองออกมายื่นให้ฉันอ่านด้วยแววตาอ่อนโยนลุ่มลึกที่เปี่ยมไปด้วยความเสน่หาชั่วนิรันดร์
"และที่สำคัญที่สุด... องค์ราชันประกาศรับรองสถานะของมะนาว เมียรักของฉัน ให้ดำรงฐานะเป็น 'ราชมาดามมาดามเกียรติยศพิเศษ' (Noble Lady of the Royal Court) มีสิทธิ์อาศัยในคฤหาสน์หลวงและสิทธิ์ในการเป็นทายาทร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายดูไบ... สภาราชวงศ์ยอมรับครอบครัวรักสี่เส้าและสายเลือดของแฝดคนละพ่อของพวกเราอย่างผ่าเผยเหนือกฎเกณฑ์มณฑียรบาลใดๆ ทั้งสิ้นชั่วนิรันดร์!"
คำตราตั้งสลักทองคำทำให้หัวใจคนเป็นแม่บ้านไทยวัย 23 ปีพองโตอย่างแสนสาหัส มรสุมชีวิตที่แสนโหดร้ายข้ามผ่านพ้นไปแล้ว จากลูกจ้างแม่บ้านผู้ต้อยต่ำก้าวขึ้นสู่มาดามเกียรติยศสูงสุดเคียงข้างราชาทรายและยอดองครักษ์ผู้จงรักภักดี
พวกเราช่วยกันสวมใส่เสื้อผ้าชุดพิธีการในห้องแต่งตัว คาริมสวมเสื้อคลุมสีขาวขลิบทองดูสง่าผ่าเผยราวกับเทวราชา ทาริกจัดระเบียบปกเสื้อเครื่องแบบผู้บัญชาการสีน้ำเงินเข้มสะพายกระบี่ทองคำยาวงดงาม ส่วนฉันเลือกสวมชุดส่าหรีสีส้มทองทอประกายที่ช่วยขับเน้นสรีระอวบอัด คัพ E ยักษ์ และสะโพกผายของฉันให้ดูโดดเด่นน่าหลงใหลชวนสะกดทุกสายตา อามิราสวมชุดเจ้าหญิงยาวหรูราวนางฟ้าก้าวเดินเคียงข้างพวกเรา
พิธีแต่งตั้งตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการภายใน "ท้องพระโรงทองคำมณฑียรบาลหลวงดูไบ" ท้องพระโรงขนาดมหึมาที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อนสีขาวแกะสลักลวดลายทองคำระยิบระยับ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่สาดส่องชโลมทั่วบริเวณ เสาสูงจรดเพดานประดับประดาด้วยธงทิวประจำราชสำนัก ท่ามกลางการแสดงความเคารพจากข้าราชบริพาร ทหารหลวง และเหล่าขุนนางสภาชั้นสูงนับพันคน คาริมในชุดประจำชาติสีขาวบริสุทธิ์คลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมยาวปักดิ้นทองคำยืนตระหง่านอย่างสง่างามราวกษัตริย์ทรายสะท้านพิภพ ทาริกสวมชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการทหารหลวงสีน้ำเงินเข้มสะพายกระบี่ทองคำยาวสง่ากล้ามหน้าอกและบ่ากว้างสะท้อนความเป็นบุรุษนักรบผู้กล้าหาญ ส่วนฉันในชุดส่าหรีผ้าไหมไหมสีส้มทองคำทอประกายระยิบระยับเปิดเผยหน้าอกหน้าใจตูมตึง E ยักษ์กลมกลึง ก้าวเดินเคียงคู่กันขึ้นไปรับตราตั้งทองคำต่อหน้าพระพักตร์อย่างเต็มภาคภูมิ สัญญารักสี่เส้าที่ฝ่าฟันอุปสรรคและหยาดน้ำตาขยับขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครในแผ่นดินทรายสวาทแห่งนี้สามารถสั่นคลอนทำลายได้อีกต่อไป
พระประสงค์ของกษัตริย์ดูไบดังกังวานกึกก้องไปทั่วสี่ทิศของท้องพระโรงใหญ่ โดยทรงระบุในใบตราตั้งพระบรมราชโองการสีทองอร่ามถึงสิทธิครอบครองเหนือสัมปทานน้ำมันล้านบาร์เรลและการแต่งตั้งอำนาจเต็มของคาริม ยอดทหารหลวงยืนแถวทหารรักษาพระองค์ทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ทาริกโค้งคำนับช้าๆ ด้วยจิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์ภักดี มะนาวรู้สึกถึงสายตาชิงชังปนอิจฉาริษยาจากเหล่าคุณหญิงคุณนายภริยาทูตและขุนนางเก่าแก่ดูไบที่เคยมองเธอเป็นเพียงนกไร้ปีก ทว่าในวันนี้ นกน้อยตัวนี้ได้เคียงคู่พยัคฆ์ทรายสลักอย่างงดงามตระการตาและสยบเสียงคัดค้านทั้งหมดลงอย่างราบคาบเด็ดขาด
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีหลวงชำระแค้นลบมลทิน พวกเราทั้งสี่คน คาริม ทาริก อามิรา และฉัน รีบเดินทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมุ่งตรงกลับไปยังเกาะสวาทส่วนตัวลับกลางน่านน้ำสากลอันร่มรื่นเงียบสงบทันควันเพื่อกอดรับลูกแฝดอันเป็นดวงใจ ท้องฟ้าวันนี้แจ่มใสไร้เมฆหมอก ท้องทะเลสีฟ้าครามเบื้องล่างสะท้อนเงาแดดวิบวับดุจผืนกระจกเงาขนาดยักษ์ ลมทะเลพัดหอบเอาความสดชื่นและกลิ่นเกลือบางเบาผ่านเข้ามาในห้องโดยสารขณะที่เครื่องบินดิ่งร่อนเข้าสู่เกาะ ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ฮ. ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและโล่งใจ มรสุมแค้นนองเลือดผ่านพ้นไปแล้วจริง ๆ
ทันทีที่เครื่อง ฮ. ลงจอดบนลานบินดินทรายข้างชายหาด ฉันวิ่งทะยานพุ่งเข้าไปยังห้องพยาบาลนิรภัย ดึงทารกฝาแฝดทั้งชายหญิงขึ้นมากอดแนบแน่นกับสองเต้า E ยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยน้ำนมแม่รสอุ่นหวานไหลชโลมปากทารกน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตาแห่งความสุขสมหวัง ทารกแฝดนอนหลับปุ๋ยอยู่ในผ้าอ้อมนุ่มสีฟ้าและชมพูหอมกลิ่นแป้งเด็กโชยอ่อน ๆ คนหนึ่งมีนัยน์ตาสีเขียวมรกตและจมูกโด่งคมถอดแบบคาริมมาไม่มีผิดเพี้ยน อีกคนผิวเข้มคล้ำเส้นผมดกดำและบ่ากว้างสะท้อนความเป็นสายเลือดของทาริกผู้องอาจ คาริมและทาริกก้าวเดินเข้ามาโอบกอดล้อมรอบตัวฉันบนโซฟาใหญ่ คาริมจูบขมับปลอบประโลมส่วนทาริกกุมมือฉันไว้ชโลมความรักอุ่นซ่านลึกซึ้งในหัวใจกบฏทรายสวาท
พวกเราพาลูกแฝดก้าวเดินเล่นริมหาดทรายขาวสะอาดสะอาดเงียบสงบ ลมทะเลอุ่นชื้นพัดโชยชวนสดชื่นซัดสาดเกลียวคลื่นสีครามเข้าหาฝั่งระยิบระยับล้อเลียนดวงตะวัน คาริมโอบไหล่ของฉันไว้แน่นข้างหนึ่ง ส่วนทาริกใช้แขนแกร่งอีกข้างกุมกระชับสะโพกอวบอัดของฉันร่วมกันประคองก้าวเดิน อามิราเดินยิ้มกว้างเคียงข้างมองดูสองทารกแฝดที่เริ่มขยับตาคมกริบดุจคาริมและผิวเข้มบ่ากว้างดุจทาริกด้วยความอบอุ่นใจ คาริมเอ่ยถามด้วยความรักลึกซึ้งว่า "มะนาว... เจ้ามีความสุขดีใช่ไหมที่ได้เลือกเส้นทางนี้?" ฉันสบตาคมและมองไปยังทาริกที่กุมไหล่ของฉันอย่างเหนียวแน่น พยักหน้าตอบรับเบาๆ "มีความสุขที่สุดค่ะ... มะนาวไม่มีวันเสียใจที่เลือกเดินร่วมชะตากรรมกับสามีและชู้รักอย่างพวกคุณ" ทาริกแสยะยิ้มกว้างด้วยดวงตาคมปลาบปนความร้อนรุ่มของพลังชายดิบเถื่อนที่ยังพัดกระโชกอยู่ภายในจิตวิญญาณชั่วนิรันดร์ ปล่อยให้ความรัก ราคะตัณหา และสายเลือดแห่งราชวงศ์ฟาร์ฮานหยั่งรากลึกลงบนผืนทรายสวาทชั่วนิรันดร์กาลเดือดพล่านสุขสมสงบสุขร่มเย็น
ทว่าท่ามกลางความผาสุกสดชื่นชั่วนิรันดร์ของพวกเราสามคนผัวเมียและทายาทรักสี่เส้าที่ร่วมทางกันชั่วนิรันดร์ กล้องค่อยๆ เคลื่อนตัวถอยหลังห่างออกไปช้าๆ ลัดเลาะผ่านเนินทรายกว้างขวางเข้าสู่ดงป่ามะพร้าวรกร้างริมหาดส่วนตัวที่ปกคลุมด้วยเงามืดสลัวร่มไม้ดูลึกลับน่ากลัว
ซอกหินแกรนิตสีดำเข้มกึ่งกลางดงใบมะพร้าวแห้งกรอบ ทันใดนั้น แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดสะท้อนประกายแวบหนึ่งเข้าปะทะกับ "เลนส์กล้องสอดแนมทางไกลความละเอียดสูง" (High-Tech Spy Camera Lens) ที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียนใต้เศษใบไม้ เสียงชัตเตอร์กล้องแอบถ่ายดังแวบเบาๆ แวบกริบจับภาพหน้าของมะนาว คาริม และทาริกขณะกำลังโอบจูบรักใคร่กันริมหาดทรายส่งตรงสัญญาณภาพส่งต่อไปยังระบบมอนิเตอร์ของบุคคลลึกลับในเงามืดผู้ถือแฟ้มข้อมูลใหม่สลักชื่อกบฏทรายสวาท... สัญญาณร้ายบ่งชี้ความเสียวซ่านและมหาสงครามตัณหาครั้งใหม่กำลังก่อตัวเฝมองพวกเราจากเนินทรายลับอย่างไม่ลดละกิเลสสะท้านโลกทรายสวาทชั่วนิรันดร์กาลเดือดพล่านประหารแค้นแสนสาหัสที่ไม่มีใครคาดคิดในตำนานบทใหม่ที่จะปะทุขึ้นในภาคต่อไปอย่างร้อนแรงและป่าเถื่อนสะท้านวิญญาณกามาราคะ! ประกายแดดสุดท้ายตกลงหลังทะเลที่เงียบงันปานการแจ้งเตือนชะตากรรมหลวงที่ไม่อาจหลีกพ้นได้ชั่วนิรันดร์กาล! (จบตอนที่ 100 และจบซีซั่น 10 มหากาพย์ทรายสวาทอย่างยิ่งใหญ่สมบูรณ์แบบ)