หลังจากนั้นเจียนจื่อก็พานางเข้าพักยังเรือนส่วนตัวมีวั่งเอ๋อร์คอยปรนนิบัติ เขายังบอกว่ารอสักวันสองวันจะหาบ่าวอีกคนมาดูแลนางช่วยวั่งเอ๋อร์แม้นางบอกไม่้า แต่เขาย้ำ เมื่ออยู่ในฐานะฟูเหรินของเขาอย่างไรก็ต้องมีสาวใช้ข้างกาย
“นายหญิงอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือไม่เ้าคะ”วั่งเอ๋อร์ถามเมื่อเห็นอีกคนนั่งเงียบมาครู่หนึ่งแล้ว นางพยายามจะทำหน้าที่ สาวใช้ของตนให้ดีที่สุดเพราะรู้อยู่ก่อนหน้าว่านายน้อยของตนทุ่มเทกับภรรยาที่พลัดพรากนางนี้มากเพียงไร
ภารกิจสำคัญของนายน้อยมีข่าวดีแต่นางถูกนายหญิงคาดโทษที่แอบก่อเื่ ส่วนเสียวยี่นั้นถูกไล่ออกจากบ้านกงหยาง นางขอร้องให้นายท่านรับเสียวยี่มาทำงานด้วยนายท่านให้เหตุผลว่าอาจจะกระทบความสัมพันธ์กับผู้เป็นายเก่า จึงมอบเงินก้อนใหญ่ตอบแทนเสียวยี่ให้กลับไปตั้งตัวที่บ้านเกิด
“นายหญิง...”
“อืม...”ถูกเรียกครั้งที่สอง เฉียนมี่ถิงจึงรู้สึกตัว
ชีวิตนางดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วเมื่อยอมรับเป็ภรรยาของ ฟู่เจียนจื่อก็คงต้องใช้ชีวิตเป็ภรรยาที่ดี จะมัวนั่งซึมกะทือเก็บตัวหลบหน้าผู้คนแต่ในเรือนก็เห็นจะไม่ควร
ที่หน้าเรือนมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาในสวนเล็กไม้ดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม หญิงสาวหยุดชื่นชมกลีบดอกบอบบางของมวลบุปผาความงดงามเบื้องหน้านางรับรู้ด้วยความรู้สึกและกลิ่น มิใช่สีสัน
“ไม้ดอกพวกนี้คุณชายปลูกเองกับมือนะเ้าคะพวกต้นแม่อยู่ในสวนกลางโน่น คุณชายเป็คนตัดชำกิ่งเล็กๆ แล้วสั่งให้บ่าวช่วยดูแลที่เรือนไม้หอมก่อนย้ายมาปลูกที่เรือนนี้เ้าค่ะ”
“ปรกติแล้ววันๆเขาทำหรือไปที่ไหนบ้าง เ้าพอรู้ไหม ข้าถามไว้ จะได้ดูแลเขาได้ถูกต้อง”
“ตื่นเช้าคุณชายก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปที่เรือนเอ้อร์หลิวของท่านย่าพวกนายท่านก็จะไปกินข้าวเช้าที่นั่นเ้าค่ะ”
เฉียนมี่ถิงพยักหน้าเช้านี้สามีของนางอยู่กินข้าวที่นี่ตัวนางได้ทำเื่เสียมารยาทต่อครอบครัวเขาแล้วกระมัง หวังว่าผู้าุโในบ้านคงจะไม่ถือสาและให้โอกาสนางแก้ตัว คิดพลางก้าวเดินช้าๆ ขณะ วั่งเอ๋อร์ค่อยๆสาธยายเื่จำเป็ที่ควรบอกสู่กันฟัง
“กลางยามเฉิน[1]คุณชายก็ออกไปที่โรงเตี๊ยมบางวันนายท่านก็ไปด้วยเ้าค่ะ”
“แล้วคุณชายเ้าออกไปธุระที่ต่างเมืองบ่อยหรือไม่”
“หนึ่งปีจะไปสักสามหนเ้าค่ะไปครั้งหนึ่งก็ราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบวัน โรงเตี๊ยมไฉฟู่ที่อี้หยางคุณชายใหญ่ดูแลช่วยนายท่าน ส่วนที่อยู่ต่างเมืองมีท่านอาเฮ่อหนานกับหลงจู๊แต่ละที่คอยดูแลคุณชายใหญ่จะไปตรวจความเรียบร้อยเื่รายรับรายจ่าย ปัญหาต่างๆ ก่อนกลับมารายงานนายท่านอีกทีเ้าค่ะ”
เฉียนมี่ถิงหันกลับมามองวั่งเอ๋อร์ด้วยความชื่นชมมิคาดว่าสาวใช้ในเรือนจะรู้เื่งานนอกบ้านได้ “เ้าก็รู้มากเหมือนกันนะ”
“ก็บิดาบ่าวเป็ผู้ช่วยหลงจู๊ที่โรงเตี๊ยมใหญ่นี่เ้าคะ”วั่งเอ๋อร์ยิ้มขวยเขินเล็กน้อยกับความรู้มากของตัวเอง
นอกจากเดินชมสวนน้อยหน้าเรือนวั่งเอ๋อร์ยังชวนนายหญิงของตนออกไปเดินเล่นที่สวนกลาง
“จะดีหรือ”
“เหตุใดจะไม่ดีเล่าเ้าคะคุณชายสั่งบ่าวไว้ด้วยซ้ำ ถ้านายหญิงเบื่อก็ให้พาออกไปเดินเล่นวันนี้คุณชายมีธุระสำคัญ ไว้คราวหลังจะพานายหญิงออกไปเดินให้ทั่วอีกรอบ”
“ถ้าเป็เช่นนี้ก็ทำตามที่เขาสั่งเถอะ ระหว่างทาง อยากให้ข้าทำอะไร หรือมีสิ่งไหนอยากจะบอกอยากจะแนะนำข้าก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจกัน”
“พวกบ่าวไม่มีสิ่งใดให้นายหญิงช่วยทำหรอกเ้าค่ะ”กล่าวแล้ววั่งเอ๋อร์ก็ชี้ชวนให้หญิงสาวเดินเลี้ยวขวาเพื่อไปยังสวนกลางแต่เพิ่งจะก้าวพ้นซุ้มประตูวงเดือน ก็มีเสียงหนึ่งเรียกขึ้นจากเื้ั
“นั่นจะพากันไปที่ใด”
วั่งเอ๋อร์เป็ฝ่ายหันกลับมายังต้นเสียงก่อน“เ้าเองรึ”
“ใช่สิข้าเอง”
ระดับเสียงนั้นดังและค่อนข้างห้วนแฝงความถือตัวอยู่ในน้ำเสียงจนเฉียนมี่ถิงเป็อีกคนที่หันมามองหญิงสาวนางอยู่ในชุดแบบเดียวกับวั่งเอ๋อร์ เป็สาวใช้ของสกุลฟู่เช่นกัน
เชี่ยนหลันจับจ้องหญิงสาวในชุดสีม่วงไม่วางตาก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่าย เผลออุทานออกมา “เ้า...”
“เสียมารยาท!” วั่งเอ๋อร์ตบมือข้างนั้นลง ปรกติแล้วนางก็ไม่ถูกชะตากับสตรีเบื้องหน้าเท่าไรเชี่ยนหลันชอบอวดอ้างเื่คุณชายเคยช่วยเหลือเพราะซาบซึ้งใจจึงขอเป็บ่าวติดตามชั่วชีวิต อีกทั้งชอบกระซี้กระซ้อออดอ้อนคุณชายจนเกินงามดีนักที่ถูกส่งตัวไปทำงานที่เรือนครัวเสียก่อนจะเกิดเื่บ่าวริปีนเตียงนาย
“นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ถามอย่างนี้อยากจะถูกโบยใช่หรือไม่” วั่งเอ๋อร์สีหน้าถมึงทึงแล้ว
“เ้าถามเหมือนรู้จักข้า”เฉียนมี่ถิงเป็ฝ่ายเดินเข้าไปหานาง
“อย่าเสียเวลากับนางเลยเ้าค่ะนายหญิง”คนไร้มารยาทเช่นนี้ รอคุณชายกลับมา นางจะรีบรายงานทันที
“ข้าก็แค่อยากรู้ทำไมนางต้องใเมื่อพบหน้าข้า... ว่าอย่างไร เ้ากับข้าเคยพบกันหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ...เ้าค่ะ”เชี่ยนหลันเสียงอ่อนลง หากไม่เพราะวั่งเอ๋อร์ยกฐานะสตรีขี้ริ้วด้วยคำว่านายหญิงนางคงไม่รู้จริงๆ ว่าหญิงสาวที่เคยะโลงจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมเพื่อจับตัวนางเมื่อคราวนั้นคือ ฟูเหรินที่คุณชายพาเข้าบ้านในคืนวาน
ทำไมผู้หญิงกักขฬะหน้าตาขี้ริ้วมีแผลเป็น่ารังเกียจเช่นนั้นถึงได้โชคดีนักเฉียนมี่ถิงสูญเสียความทรงจำ แต่คุณชายก็รับเป็ฟูเหรินและดูเหมือนพวกนายท่านก็ไม่ติดใจภูมิหลังอันเป็ปริศนาสักนิดเป็สะใภ้สกุลฟู่ง่ายดายปานนี้ เหตุใดคนนั้นมิใช่นางกันเล่า!
นางงดงามและอ่อนเยาว์กว่าหากไม่เพราะข้อดีนี้ มีหรือคุณชายจะยื่นมือช่วยเหลือและรับนางมาอยู่ด้วย เื่กำลังจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียวถ้าไม่เพราะความปากมากของใครบางคนใส่ร้ายนาง จากสาวใช้ทั่วไปโชคร้ายถูกย้ายไปทำงานที่เรือนครัว
หลังพูดคุยกันเมื่อ่บ่ายฟูเหรินอัปลักษณ์มิได้ติดใจในคำบอกเล่าที่นางปั้นเสริมเติมแต่งขึ้นนางเล่าเื่คุณชายช่วยเหลือนางอย่างไร เคยพบเ้าตัวที่ไหนอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับฟัง ไม่ค้านไม่แย้งสักประโยค คล้อยหลังวั่งเอ๋อร์จอมจุ้มจ้านนางได้แอบฝากตัวขอทำงานในเรือน หากโชคเข้าข้าง นางจะใช้สตรีผู้นี้เป็บันไดไต่เต้ากลับไปหาคุณชายใหญ่ให้จงได้
เชี่ยนหลันเฝ้ารอข่าวเื่กลับไปทำงานบนเรือนถงชิ่งด้วยใจกระวนกระวายหลังไปแอบดูเฉียนมี่ถิงยกน้ำชาคารวะนายท่านทั้งสามในฐานะลูกสะใภ้ หลานสะใภ้วั่งเอ๋อร์ก็มาเรียกตัวนางที่เรือนครัว พร้อมกับข่าวดีที่นางเฝ้ารอ
“อย่าคิดว่าประจบนายหญิงได้แล้วข้าจะไม่จับตาดูเ้านะ”
“เื่ในอดีตก็แล้วไปเถอะพี่วั่งเอ๋อร์ข้าผิดที่แต่ก่อนไม่รู้ความ แต่ตอนนี้สำนึกแล้วว่าต้องทำตัวเช่นไรข้าจะปรนนิบัตินายหญิงให้ดีที่สุด พี่วางใจข้าเถอะ”
ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมและเข้ามาประจบของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้ วั่งเอ๋อร์วางใจพฤติกรรมในอดีตของนางได้ทันทีแต่นี้คือคำสั่งของนายน้อย เมื่อฟูเหรินเขาเลือกเชี่ยนหลันไปปรนนิบัติ ตนจะทำกระไรคงต้องเฝ้าระวังว่าอีกคนเสแสร้งหรือสำนึกตนในฐานะบ่าวที่ได้รับเมตตาจากนายได้แล้วจริงๆ
ค่ำนั้นเองเชี่ยนหลันเก็บเสื้อผ้าย้ายไปเรือนถงชิ่งแม้ต้องนอนร่วมห้องกับบ่าวชอบจับผิดอย่างวั่งเอ๋อร์แต่ก็นับว่าดีกว่าต้องนอนเบียดกันสามคนในห้องที่โรงนอนท้ายคฤหาสน์ดังเก่า
ก่อนหลับตาคืนนั้นเชี่ยนหลันนึกถึง่เวลาพิเศษที่ตนได้อยู่ใกล้คุณชายใหญ่ หลังตามไปปรนนิบัตินายหญิงเฉียนข้างโต๊ะอาหารที่เรือนเอ้อร์หลิวคุณชายใหญ่พานางกลับมานั่งจิบชาพูดคุยกันเื่จะพาไปวัดต้าหลงอี้
การได้เฝ้ามองคุณชายใหญ่อย่างเงียบๆโดยไม่ต้องหลบซ่อนดังก่อนทำให้หญิงสาวมีความหวังที่จะยกฐานะตนอีกครั้งหนึ่ง
[1]ยามเฉิน๐๗.๐๐ – ๐๙.๐๐ น.