มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 54 พลังที่เปลี่ยนไป

            เกิดเสียงดังขึ้นพร้อมกับอักษรสีทอง คำว่า ..สายฟ้า...เกิดอาการสั่นสะเทือนและวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังตำแหน่งจักระสายฟ้าบริเวณลำคอ..อักษรสีทองพุ่งหายเข้าไปยังตำแหน่งจักระและหลวมรวมธาตุสายฟ้ากับธาตุสายฟ้าวายุที่ก่อนหน้านี้ยังแยกพื้นที่กันคนละครึ่งภายในจุดจักระ เหมือนไม่ใช่เนื้อเดียวกัน ..

     

            แต่บัดนี้อักษรสีทอง คำสายฟ้า คล้ายเป็นส่วนผสมที่สามารถทำให้ธาตุสายฟ้าและธาตุสายฟ้าวายุทั้งสองนี้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้ ...

            จุดจักระตำแหน่งสายฟ้าหมุนวนภายในอย่างรวดเร็วจนหลอมรวมธาตุทั้งสองสีนำ้เงินขาวเข้าเป็นสีครามเนื้อเดียวกัน ในที่สุดการหมุนวนก็หยุดลง

     

            ขณะนี้จุดจักระตำแหน่งนี้มีลักษณะเป็นแสงกระพริบแวววาวเกิดขึ้นตลอดเวลา  กังหลงทดลองโคจรลมปราณชักนำพลังจากจุดจักระสายฟ้าส่งไปยังมือทั้งสอง

     

            บัดนี้รู้สึกถึงพลังอันรุนแรงบังเกิดขึ้นที่มือทั้งสอง  กังหลงแน่ใจว่าขณะนี้หากตนใช้มือทั้งสองทุบศิลาก้อนใหญ่ ศิลาก้อนใหญ่นี้ต้องแหลกสลายกลายเป็นปุ๋ยผงภายใต้การทุบเพียงครั้งเดียวอย่างแน่นอน  ก่อนจะสลายพลังและลุกขึ้น

     

            เรียกปีกยุทธออกมาพร้อมทะยานตัวออกทางหน้าต่างไปยังเทือกเขาหลังเรือนพัก เสาะหาครู่หนึ่ง ก่อนจะพบก้อนศิลาใหญ่ขนาดมหึมาอยู่ห่างไปประมาณร้อยก้าว 

     

            กังหลงเหินบินเหนือศิลา โคจรพลังปราณจากตำแหน่งจักระสายฟ้า พลังเกิดขึ้นที่มือทั้งสองภายในอึดใจ   กังหลงกำหมัดและต่อยออกไปยังศิลาใหญ่เบื้องหน้าในทันที 

     

            พลันบังเกิดพลังสายฟ้าอันรุนแรงฟาดโจมตีไปยังศิลาอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงระเบิดลั่นปานฟ้าผ่าจนภูเขาสั่นสะเทือน

     

            "บึ้ม !!" 

     

            ศิลาใหญ่เบื้องหน้าที่อยู่ห่างไปร้อยก้าวระเบิดเป็นจุลกลายเป็นฝุ่นละอองหายลับไปภายในพริบตา  กังหลงถึงกับตกตะลึงในพลังอันรุนแรงนี้ กำหนดจิตสำรวจทั่วร่างและที่ตำแหน่งจักระธาตุสายฟ้าซึ่งเคยมีลักษณะเป็นแสงกระพริบแวววาว

     

            บัดนี้ลักษณะเป็นแสงกระพริบแวววาวนั้นเจือจางลงไปถึงหนึ่งในสาม และพลังปราณของตนได้ลดลงไปประมาณหนึ่งในสามเช่นกัน คำนึงขึ้น

     

            "เป็นพลังโจมตีอันรุนแรงนัก..!! แต่ก็สูบพลังปราณไปมากมายเช่นกัน ..!! เห็นทีด้วยระดับปราณยุทธของข้าขณะนี้ คงใช้ท่าโจมตีนี้ได้ไม่เกินสามครั้งเป็นแน่ หากมากกว่านี้คงต้องหมดสิ้นเรี่ยวแรงเป็นแน่ " 

     

            เมื่อเห็นผลดังนั้นกังหลงก็รีบกลับเข้าเรือนพักในทันที ตรงไปยังห้องฝึกยุทธอีกครั้ง นั่งลงครุ่นคิด  

     

            "ทักษะยุทธนี้น่าจะเกี่ยวกับจักระธาตุ ดูจากข้อความในคัมภีร์คงต้องรวบรวมเม็ดพลังธาตุจนครบทั้งเจ็ดธาตุจึงจะสามารถแสดงพลังได้สูงสุด แต่จะหาเม็ดพลังธาตุที่เหลือจากที่ใดกัน  "

     

            " ข้าบังเอิญได้เม็ดพลังธาตุสายฟ้ามาเม็ดเดียววิชานี้จึงบังเกิดผลในระดับหนึ่ง  ดูท่าหากไม่มีเม็ดพลังธาตุใด ๆ คัมภีร์นี้คงมิอาจฝึกฝนให้สำเร็จได้เลย ดูจากข้อความ คำ ยอดเยี่ยม และเลิศล้ำเหมือนจะเป็นระดับของทักษะยุทธ หรือทักษะยุทธสัตตะมรณา จะมิใช่ทักษะยุทธระดับดีเด่นทั่วไป ?

     

            "หากเป็นเช่นที่ข้าคิด นับว่าเป็นวาสนาที่บังเอิญได้มา ด้วยราคาเพียงหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง  แต่จะเป็นเช่นที่คิดหรือไม่นั้น คงต้องคอยดูในภายภาคหน้าแล้ว 

     

            ตอนนี้สิ่งสำคัญ ..คงต้องปรับสมดุลให้พลังปราณมีความเสถียรหลังจากเลื่อนเข้าสู่ระดับราชันย์ ...เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบของสมาคมโอสถในวันพรุ่งนี้  !!"

     

            เสียเวลาไปครึ่งวัน เวลาส่วนหนึ่งหมดไปกับการประมูลและการฝึกฝน ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเป็นเวลาพลบค่ำพอดี หลังจากเสร็จจากการเข้าสมาธิฌาน

     

            กังหลงลืมตาขึ้น..สายตาสดใสคมกล้าสาดประกายวูบ รู้สึกถึงพลังภายในกายสม่ำเสมอเต็มเปี่ยม เวลาสองชั่วยามนับว่าได้ปรับฐานปราณยุทธระดับราชันย์ให้เสถียรได้

     

            นี่ต้องยกความดีให้ห้องฝึกยุทธแห่งนี้ ที่สามารถชักนำปราณฟ้าดินมารวบรวมไว้ในปริมาณที่มายมายกว่าด้านนอกหลายเท่านัก...จากการนั่งฝึกฌานในครานี้ ได้ช่วยให้ตนมีเวลาทบทวนและซึมซับความรู้ต่าง ๆ จากเม็ดพลังความรู้ที่อาจารย์ของตนเคยเหลือฝากไว้



            ครานี้ทำให้กังหลงเริ่มเข้าใจและรับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับโอสถ ประสบการณ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน นับว่าได้รับประโยชน์กว่าเดิมมิน้อย ...หลังจากอาบน้ำชำระคราบสกปรกสิ่งเจือปนที่ร่างกายขับออกมาจนหมดสิ้น กังหลงแต่งตัวสวมชุดขาวรวบผมเงางามดำขลับไว้ด้านหลัง  ดุจนักศึกษาร่างสูงบางเพรียว..

     

           หลังจากร่างกายผ่านกระบวนการผลัดเปลี่ยนกระดูกกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นครานี้ ผิวกายกังหลงดูขาวผ่องบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นดุจผิวอิสตรีก็มิปาน ด้วยรูปหน้าที่คมคายหล่อเหลา สายตาคมใสบริสุทธิ์ คิ้วคมหนาดุจกระบี่ สวมชุดขาวเฉกเช่นนักศึกษาทั่วไป หากแม้นใครได้มาพบพานยามนี้ต้องคิดว่าเป็นเทพบุตรจุติมาโดยแท้ สตรีใดพบเห็นคงต้องลุ่มหลงชมดูจนต้องเหลียวหลังเป็นแน่ ..

     

            .เมื่อดูความเรียบร้อยของการแต่งกายจนเป็นที่พอใจ ปรับสร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรให้ปราณยุทธแสดงที่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเช่นเดิม เดินออกจากเรือนพักไปยังโรงเตี้ยมด้านหน้า ทันที่เข้าใกล้ ก็สัมผะสได้กับเสียงจอแจอึกทึกที่ดังลั่น


            "มิทราบเกิดอาเพทใดเมืองเหอหนานถึงได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น..ข้าละวิ่งหนีจนปัสสาวะเกือบราด !!"

     

           "ภูเขา สั่นสะเทือน อากาศปรวนแปรไป  และหลังจากนั้นยังมีเสียงระเบิด  หรือจะเกิดอาเพทใดขึ้นจริง ๆ ?"

     

           "เสียงระเบิดคล้ายดังมาจากภูเขาด้านหลัง  มิทราบเป็นภูเขาถล่มหรือไม่  แล้วมีใครไปตรวจดูบ้างหรือไรว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?"

     

           "ใครจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงใยเจ้าไม่ไปตรวจดูเอง "  

     

           "ข้ายังมีสาวสวยที่บ้าน..มีครอบครัวที่ต้องดูแล ข้าไม่เอาชีวิตไปทิ้งหรอก !!"

     

            เสียงพูดคุยถกเถียงกันดังลอดมาจากชั้นสองของโรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วง  กังหลงมุ่นคิ้วนิดหนึ่ง  แล้วก้าวเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เพื่อต้องการดื่มกินก่อนออกไปเดินผ่อนคลายชมร้านรวงต่าง ๆ ภายนอก 

     

           ก้าวผ่านประตูชั้นสอง กังหลงกวาดตามองไปรอบๆ ด้านบนมีโต๊ะประมาณสิบห้าโต๊ะ  โต๊ะส่วนใหญ่เต็มไปด้วยผู้ดื่มกิน  มุมระเบียงด้านนอกคล้ายมีโต๊ะว่างอยู่สองโต๊ะ  กังหลงตั้งใจจะเลือกไปนั่งโต๊ะตัวในสุดไม่วุ่นวายและไม่สะดุดตา 

     

           เสียงวุ่นวายเงียบไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงเดินก้าวขึ้นบันไดเข้ามายังชั้นบน  หลายคนหันไปมองยังประตู พบเห็นกงจื้อรูปงามชุดขาวคล้ายนักศึกษาบอบบางคิดว่าเป็นบุตรหลานของตระกูลใหญ่ออกมาท่องเที่ยวก็เลิกสนใจหันกลับมาพูดคุยดื่มกินกันต่อ  ผู้รับใช้เมื่อเห็นก็จำได้ว่าเป็นแขกที่ตนนำไปพักยังเรือนพักด้านหลังรีบเข้ามาโค้งคำนับแย้มยิ้มกล่าวขึ้น ...

     

           "กงจื้อมารับประทานอาหารมื้อค่ำใช่หรือไม่ไม่ทราบต้องการกี่ที่นั่ง...ทางด้านโน้นมีที่ว่างเหลืออีกสองที่...เชิญท่านเลือก" 

    ...ผู้รับใช้กล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมผายมือไปยังโต๊ะว่างทางด้านนอกริมระเบียงทั้งสอง

     

            "เอาโต๊ะด้านในสุดก็แล้วกัน  ข้ามาเพียงลำพัง ขออาหารและเครื่องดื่มสักหนึ่งชุด " 

     

           ผู้รับใช้รีบไปปัดกวาดเช็ดถูพร้อมโค้งคำนับเชิญ  กังหลงเดินไปที่โต๊ะนั่งลง ระหว่างรออาหาร... สำรวจมองรอบ ๆ นอกระเบียงสมารถมองเห็นร้านรวงด้านนอกคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายและท่องเที่ยว

     

            แสงไฟหลากสีประดับตามแนวทางเดินสุดสายตาคงเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีงานทดสอบโอสถเป็นแน่แท้ ค่ำคืนนี้เมืองนึ้ถึงได้ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศมากมายให้มาชุมนุมกันที่นี่..

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน