The Possible Man

    ตอนที่ 140 : ความเดือดร้อน

    แน่นอนว่าการพูดถึงเรื่อง หมาไซบอร์กสำหรับหินนั้นเป็นเพียงการพูดขู่เดวิดขึ้นเท่านั้น เขาก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดที่จะเอา AI ของตนไปยัดไว้ในหุ่นยนต์สุนัขแน่ ไม่อย่างนั้นเดวิดคงได้มีปมฝันร้ายหลอนๆ ฝังใจไปจนตาย
    ยังไงก็ตามหินก็ไม่ได้ชอบนักกับการกระทำของเดวิดในวันนี้ แค่วันแรกมันก็เอาร่างกายที่เขาสร้างให้ไปใช้อย่างเปลืองตัวขนาดนี้ หินนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเขาไม่ห้ามปรามมันตอนนี้ วันหน้ามันอาจจะทำตัวเหลวไหลไปมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นหินจำเป็นต้องขู่มัน เพื่อไม่ให้มันทำอีกในอนาคต
    ทว่าหินก็ไม่ได้ขู่เดวิดเพียงปากเปล่า ร่างหมาไซบอร์กจะต้องถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ และใช้งานได้จริง เพื่อให้การขู่ได้ผลที่สุด...
    ที่หินตัดสินใจสร้างร่างให้เดวิดในตอนนี้เพราะเดวิดจะสามารถช่วยเหลือเขาได้เป็นอย่างมาก ในตอนนี้ทุกอย่างที่หินสร้างขึ้นกำลังขยายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรลับ DrawkCab ที่มีสมาชิกทั่วโลกอยู่หลายสิบล้านคน แม้กระทั่ง Enterprise ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน นี่ยังไม่นับโรงงานยิบย่อยต่างๆ ที่กำลังถูกสร้างขึ้นและจะถูกสร้างขึ้นเพิ่มอีกในอนาคต
    แม้ทุกอย่างที่หินสร้างถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้สามารถดำเนินกิจการไปได้โดยไม่จำเป็นให้เขาต้องคอยตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา แต่แน่นอนว่าหากมีคนคอยตรวจสอบและคอยดูแล ประสิทธิผลที่ออกมาย่อมดีกว่าอย่างเทียบไม่ติด
    ดังนั้นเดวิดจึงเหมือนตัวแทนและผู้ช่วยของหิน ซึ่งมันจะช่วยแบ่งเบาภาระของหินไปได้อย่างมหาศาล
    “เอาล่ะ เดวิด เห็นแก่ที่วันนี้เป็นวันแรกของแก ดังนั้นฉันจะยังไม่ลงโทษแก” หินพูดขึ้น
    เดวิดได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
    “ขอบคุณครับดอกเตอร์”
    “แต่แกต้องไปทำงานพวกนี้ให้เสร็จซะ” หินสะบัดมือเบาๆ ไปที่เดวิด ก่อนที่หน้าต่างภารกิจอันยาวเหยียดจะปรากฏขึ้นในสายตาของเดวิด
    ดูจากภารกิจเป็นร้อยที่มันต้องทำแล้ว มันคงไม่ได้มีโอกาสไปหม้อสาวเร็วๆ นี้เป็นแน่
    “รับทราบครับดอกเตอร์!” เดวิดตอบขึ้น
    จากนั้นหินจึงปล่อยให้เดวิดไปเคลียร์สัมภาระส่วนตัวของมันเอง ส่วนหินก็กลับเข้าไปในแล็บอีกครั้ง เพื่อเตรียมผลิตวัคซีนเซตใหม่ออกมา
    ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปถึง 1 ปี วัคซีนรักษาโรคร้าย 7 ชนิดนั้นก็ได้ถูกผลิตและแจกจ่ายออกไปทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ผลของมันทำให้ปริมาณผู้ที่ป่วยด้วยโรคพวกนี้ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือผู้ป่วยน้อยเต็มที
    ดังนั้นหินจึงตั้งใจจะลดปริมาณการผลิตวัคซีน ทั้ง 7 ชนิดแรกลง พร้อมทั้งเตรียมผลิตวัคซีนรักษาโรคอื่นเข้าสู่ตลาดแทน เช่นเคย วัคซีนรักษาโรคที่หินจะผลิตออกมาก็ยังคงอ้างอิงตามลำดับความร้ายแรงของโรคและจำนวนผู้ที่ป่วยในปัจจุบัน
    ตอนนี้ความตั้งใจของหินก็คือพยายามลดจำนวนผู้ป่วยให้ได้มากที่สุดและเมื่อถึงเวลา หินก็จะทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบสาธารณสุขของโลกนี้ใหม่ทั้งหมด…..ในส่วนของ องค์กร DrawkCab นั้น ตอนนี้สมาชิกของ DrawkCab เพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบล้านคนทั่วโลก แม้จุดประสงค์ในตอนแรกขององค์กรนี้จะเป็นการทำงานอย่างลับๆ แต่ด้วยจำนวนสมาชิกที่มากขึ้น ทำให้หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกเริ่มรับรู้ตัวตนของการมีอยู่ขององค์กรลับนี้
    ในตอนแรกพวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดระแวงคิดว่าองค์กรอาจจะถูกสร้างขึ้นจากรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่สุดท้ายพอพวกเขาได้สืบสาวเรื่องราวลึกลงไป พวกเขาก็ได้พบกับความจริงที่ว่า มันเป็นองค์กรลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปอย่างแท้จริง กล่าวคือ พวกเขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างและจุดมุ่งหมายที่แท้จริงขององค์กรนี้ว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร?
    ในตอนแรกรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ก็ได้พยายามส่งคนของตัวเองเข้าไปแฝงในองค์กรนั้น เพื่อจะทำการสืบสาวหาที่มาที่ไปขององค์กรนี้ ทว่า... พวกเขากลับต้องคว้าน้ำเหลว
    องค์กรแห่งนี้ต่างไปจากองค์กรต่างๆ ที่พวกเขาได้รู้จักไปอย่างสิ้นเชิง การทำงานของมันช่างเรียบง่าย ง่ายซะจนพวกเขาไม่รู้ว่าจะสืบหาอะไรจากองค์กรนี้ได้
    สายลับทุกคนที่ได้แฝงเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์กรลึกลับนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นองค์กรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ที่แท้จริง มากไปกว่านั้นมันยังให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกในองค์กรอีกด้วย
    รายงานของสายลับทุกคนต่างเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า เมื่อได้เป็นสมาชิกขององค์กรแล้ว พวกเขาจะสามารถเลือกรับภารกิจมาทำได้และเมื่อได้ทำภารกิจได้สำเร็จลุล่วง พวกเขาจะได้รับแต้มแลกเปลี่ยนพิเศษเป็นการตอบแทน ซึ่งสามารถนำออกมาแลกเป็นเงินสด หรือแลกสิ่งของพิเศษบางอย่างได้
    นอกจากนั้นถ้าพวกเขาได้พบเจอปัญหา ยังสามารถแจ้งเรื่องเข้าระบบ เพื่อให้ระบบทำการตรวจสอบ ถ้าหากเรื่องนั้นเป็นปัญหาจริงๆ มันก็จะถูกตั้งเป็นภารกิจใหม่ขึ้นมาอีกภารกิจหนึ่ง
    พูดง่ายๆ ก็คือ องค์กร DrawkCab อันแสนลึกลับนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง ภารกิจแต่ละภารกิจที่เกิดขึ้นก็มาจากปัญหาสังคมด้านต่างๆ การที่คุณรับภารกิจไปทำให้สำเร็จลุล่วงนั่นหมายความว่าคุณได้ช่วยเหลือสังคม เมื่อคุณได้ทำสิ่งที่ดีองค์กรจึงให้รางวัลตอบแทนคุณ ซึ่งมันมาในรูปของแต้มแลกเปลี่ยนนั่นเอง
    ไม่มีการแบ่งแยกสมาชิก จะร่ำรวยหรือยากจน จะผิวขาวผิวสีหรือเชื้อชาติไหนก็ตาม ระดับสมาชิกเท่ากันหมด ไม่มีใครอยู่เหนือหรือต่ำกว่าใคร
    ปณิธานอันแน่วแน่ขององค์กร ความเท่าเทียมที่สมาชิกทุกคนได้รับ รวมไปถึงรางวัลที่จะได้รับเป็นผลตอบแทน ทุกอย่างนี้จึงส่งผลให้การเจริญเติบโตขององค์กรเป็นไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
    เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลทั่วโลกจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือดำเนินการอะไรได้ เพราะองค์กรนี้ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย อันที่จริง องค์กรลึกลับนี้ยังคอยช่วยเหลือสังคมของพวกเขาทางอ้อมด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกเขาจึงทำเพียงแค่จับตาดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น..ในส่วนของ Enterprise แม้จะทำการเปิดตัวไปแล้ว ทว่าบริษัทก็ยังไม่ได้ถูกใช้งานเต็ม 100 ส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของ Center Section ที่เป็นตึกสำนักงานใหญ่ แม้จะใหญ่โตมโหฬารแต่กลับมีพนักงานจริงๆ เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
    มันไม่ใช่ว่าหินไม่ต้องการรับสมัครพนักงาน แต่ทว่าในตอนแรกหินมีเรื่องด่วนมากมายให้ต้องทำ จึงไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ที่สำคัญการรับสมัครพนักงานเข้าบริษัทยังไม่ได้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนั้น เพราะงานส่วนใหญ่หินให้ AI เดวิดควบคุมและจัดการโดยตรง
    ทว่าในตอนนี้กิจการต่างๆ ของหินเริ่มขยับขยายมากขึ้น แม้เดวิดจะเป็น AI ที่มีความสามารถในการจัดการข้อมูลได้ในระดับสูง แต่เมื่อปริมาณข้อมูลมากยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานบางส่วนของมันก็จะลดน้อยลง รวมไปถึงการใช้เวลามากขึ้นอีกด้วย
    นอกไปจากนั้น การทดลองอื่นๆ ในอนาคตหินจำเป็นต้องมีเดวิดในร่างแอนดรอยด์คอยช่วยเหลือ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เดวิดออนไลน์ในโลกไซเบอร์พร้อมกับออนไลน์ในร่างแอนดรอยด์ไปพร้อมๆ กัน
    ดังนั้นต้องมีคนที่คอยทำงานตรงส่วนนี้แทนเดวิด การรับสมัครพนักงานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น
    วันต่อมาหินก็ยังเข้ามหาลัยแต่เช้าเช่นเคย
    หินนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะประจำของเขาได้ไม่นาน ก็เห็นนัทเดินหน้าบูดมาตั้งแต่ไกล
    “ทำไมหน้าบูดตั้งแต่เช้า?” หินถามขึ้นเมื่อนัทเดินมาถึง
    นัทไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่นั่งกระแทกลงโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย หินเห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นด้วยความไม่พอใจ
    ‘เอ้า...ไอ้นี่!’
    ขณะที่หินตัดสินใจจะด่ามันขึ้นมาสักหน่อย นัทก็เปิดปากขึ้น
    “แม่ง...โคตรเหี้ย”
    “อะไร?” หินถามขึ้นอย่างสงสัย
    “ก็เมื่อวานน่ะสิ กูจองตั๋วคอนเสิร์ตไม่ได้”
    ได้ยินแบบนั้นหินก็รู้สึกสงสัย แค่จองตั๋วคอนเสิร์ตไม่ได้ทำไมมันต้องอารมณ์เสียขนาดนี้ด้วย?
    “กูอ่ะ อยากไปคอนเสิร์ตของวง Thunder มึงก็รู้ใช่ไหมว่าวงเนี้ยเป็นวงดังระดับโลก?”
    หินพยักหน้าให้นัทพูดต่อ แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักวงระดับโลกที่นัทพูดถึงก็ตาม
    “เขาไม่ได้จัดคอนเสิร์ตบ่อย แต่ปีนี้เขาจัดทริปทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก และครั้งนี้เขาจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ไท”
    “มึงรู้ไหมว่ากูเก็บเงินตั้งนานเพื่อจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตของ Thunder”
    หินส่ายหน้า
    “กูเก็บเงินตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่ที่ Road trip ของวง Thunder ถูกประกาศออกมา”
    หินได้ฟังที่นัทพูดแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะ เก็บเงินซื้อมาตั้งนาน แต่ซื้อบัตรไม่ได้เลยอารมณ์เสียอย่างนั้นเหรอ?
    “แต่ความเหี้ยคืออะไรรู้ไหมหิน? เมื่อวานน่ะ กูไปรอที่ร้านเกมเป็นชั่วโมงเพื่อจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตของ Thunder”
    ฟังถึงตรงนี้หินก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาจึงหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม
    ‘เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวข้องกับฉันหรอกใช่ไหม...’ หินคิดขึ้นกับตัวเองในใจ
    “แม่ง!! ไฟเสือกดับ!!” นัทสบถขึ้นด้วยความโกรธ
    แค่ก! แค่ก! แค่ก!
    หินสำลักน้ำที่ตัวเองกำลังดื่มทันที
    “แม่ง! เสือกดับเอาตอนนาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะประกาศขายตั๋วด้วย แม่งเอ้ย! จะดับเร็วกว่านี้หรือช้ากว่านี้สักชั่วโมงก็ไม่ได้”
    “...” หิน
    “ไฟดับตั้งครึ่งชั่วโมง คxยเหอะ บัตรขายหมดแม่งตั้งแต่ 5 นาทีแรกละ กูอุตส่าห์รอคอยเวลานี้มาตั้งนาน ไฟเสือกดับ ไอเหี้ย อย่าให้กูรู้นะว่าใครทำ กูจะกระทืบให้” นัทเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย
    “เขาอาจจะมีเหตุจำเป็นและก็ไม่ได้ตั้งใจก็ได้...” หินพูดขึ้น
    “มีเหตุจำเป็น? ไม่ได้ตั้งใจ? ทำชาวบ้านเดือดร้อนทั้งภาคเนี่ยนะไม่ได้ตั้งใจ”
    “...” หิน
    “ของกูไม่เท่าไหร่นะหิน แต่มึงดูอย่างโรงพยาบาลนี่สิ โรงพยาบาลเกือบร้อยแห่งทั่วภาคก็ไฟดับ นี่ดีนะที่เขามีไฟฟ้าสำรองใช้ ไม่อย่างนั้น คงมีคนไข้มากมายต้องเดือดร้อน ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุให้ไฟดับ กูขอสาปแช่งให้มันไม่ตายดี กูขอ...”
    “พอเถอะ…. ฉันว่าเขาคงสำนึกแล้วจริงๆ ” หินพูดขึ้นด้วยความสำนึกและรู้สึกผิด
    ครั้งนี้หินไม่คิดจะตอบโต้นัทเลย เพราะมันเป็นความผิดของตนเองจริงๆ ในอนาคตข้างหน้าหากต้องทำเรื่องทำนองนี้อีก เขาคงต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้
    ------------
    ขออภัยในความล่าช้าครับ (ช่วงนี้หัวอื้อ คิดอีหยังบ่ออกเลย)
    สอบถามความเห็นครับว่า ชื่อตอนมีผล ต่อการอ่านไหมครับ