กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

เล่มที่ 6 บทที่ 173 ผลลัพธ์!

บทที่ 173 ผลลัพธ์!

        ศาลเจ้าชุยเสวี่ยมีจัตุรัสขนาดใหญ่ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนเสียงคุยเจี๊ยวจ๊าวสนั่นหู

        ยามนี้ ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกลางลานเวที ผู้คนที่อยู่ด้านนอกสุดต่างชะโงกหน้ากระโดดขึ้นลง อยากดูความคืบหน้าของเรื่อง และค่อนข้างวิตกกังวล

        ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ ฝูงชนพลุกพล่านมากมาย ภายใต้สายตาจับจ้องฉู่เจิ้นหนานเดินออกจากศาลเจ้าชุยเสวี่ยพลางเอามือไพล่หลัง เขาวางโตโดยเชิดหน้าขึ้นสูงคางเชิดหยิ่งยโส มองดูรอบข้างอย่างได้ใจ

        ฉู่เจิ้นหนานในตอนนี้ หยิ่งผยองยิ่งนัก

        เดิมทีเขาเป็นเพียงผู้นำระดับต่ำสุดของตระกูลฉู่แต่เพราะมีคนงามเป็นหมากม้าไว้ต่อรองเขาจึงไม่เพียงได้รับการสนับสนุนจากเชื้อสายหลักของตระกูลฉู่เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสที่จะได้รับการชื่นชมจากผู้คนนับพันอีกด้วย

        “แขกผู้มีเกียรติ สหายผู้ฝึกฝนยุทธ์ และชาวเมืองชุยเสวี่ย สวัสดีทุกท่านข้าชื่อฉู่เจิ้นหนาน เป็นผู้นำตระกูลฉู่เชื้อสายไป๋หยางและเป็นผู้ปกครองของสาวน้อยซินเหยาของพวกเราด้วย"

        “ข้ารู้ว่ามีสหายหลายท่านมาจากแดนไกล เพื่อมาฟังผลของการหาคู่แต่งงานผู้แซ่ฉู่รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนักๆ สรุปคือ ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนใจ ฮ่าๆ!”

“แปะๆๆ--”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ชมก็ปรบมือและส่งเสียงโห่ร้อง

        คลื่นเสียงจากผู้คนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันสะท้อนไปมาในโลกใบเล็กนี้ราวกับคลื่นลูกใหญ่เสียงดังกึกก้องจนทำให้แก้วหูเจ็บแปลบขึ้นมา

        ไม่ต้องพูดถึงเจ้าสำนักและผู้นำตระกูลพวกนั้น เพราะพวกเขาได้รับเชิญมาการปรบมือนั้นย่อมเป็นการแสดงถึงมารยาทและสมควรกระทำ

        ผู้ฝึกฝนและผู้คนทั่วไปบางคนก็ยิ้มเช่นกันเพราะฉู่เจิ้นหนานเองก็พูดถึงพวกเขา ต่างแอบถอนหายใจว่าคนคนนี้รู้วิธีประพฤติตนจริงๆ

        “คุ้มค่าแล้วที่ข้ามาสังเกตการณ์ไกลถึงที่นี่ฉู่เจิ้นหนานถึงกับพูดทักทายพวกเรา” นักรบระดับต่ำหลายคนพึงพอใจ

        “ฮ่าๆ เราแค่มาร่วมสนุก ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลฉู่จะอัธยาศัยดีเช่นนี้!”

        “ฉู่เจิ้นหนานคนนี้ ไม่ตัดสินใจเลือกคู่ครองคงเพราะคำนึงถึงความสุขของคนงาม แบกรับความรับผิดชอบของการเป็นผู้ปกครองและต้องการตรวจสอบตัวเลือกเจ้าบ่าวทั้งหมดอย่างรอบคอบก่อน ต้องบอกว่าไม่อาจดูเบา!”

        คนส่วนใหญ่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มและบางคนถึงกับยกนิ้วให้เพื่อยกย่องฉู่เจิ้นหนาน

        เพราะสำหรับคนอย่างพวกเขาที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ย่อมรู้สึกยินดีที่ได้รับการต้อนรับจากนักรบวิญญาณแม้ว่าจะเป็นเพียงคำทักทายสั้นๆ ก็ตาม

        ในกลุ่มผู้ชมมีเพียงคนที่คุยเรื่องการแต่งงานกับฉู่เจิ้นหนานเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบเพราะรู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร

        “จิ้งจอกเฒ่า! ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ!”  ฉู่อวิ๋นเต็มไปด้วยความโกรธ หายใจแรง ก่อนจะค่อยๆระงับความตื่นเต้นเอาไว้

        เมื่อนั่งใกล้กับเวทีมากที่สุด เขาย่อมเห็นท่าทางที่ดูกระตือรือร้นของฉู่เจิ้นหนานได้ชัดเจนที่สุด

        หากฉู่เจิ้นหนานไม่ได้บังคับให้ฉู่ซินเหยาแต่งงาน เขาจะได้รับการปฏิบัติเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้หรือ?! จะมีสถานะอย่างที่มีในวันนี้ได้หรือ?!

        หากฉู่เจิ้นหนานไม่ได้ใช้ตำนานวิญญาณเศษเดนที่ว่ามาใส่ร้ายฉู่อวิ๋นหาว่าเขาเป็นตัวซวยทำให้ตระกูลย่อยถูกฆ่าล้างตระกูลแล้วฉู่อวิ๋นจะถูกกล่าวหาอย่างอยุติธรรม ใช้ชีวิตเหมือนหนูข้างถนนทนทุกข์ทรมานจากการถูกดุด่าและกล่าวหาเป็นเวลาหลายเดือนหรือ?!

        “คนสารเลว... ไอ้คนสาวเลว!!!"

        ยิ่งมองเห็นฉู่เจิ้นหนานเขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆความเกลียดชังทั้งเก่าและใหม่คุกรุ่นขึ้นในหัวใจ ทำให้ฉู่อวิ๋นเริ่มหายใจแรงขึ้น เขาโกรธมากเหลือเกิน

        ในเวลานี้ เมื่อเห็นว่าฉู่อวิ๋นอารมณ์ไม่มั่นคง หลิงจื้อก็แอบส่งข้อความ“ผู้มีพระคุณ อย่าเพิ่งผลีผลามไป รอประกาศผลแล้วเราจะพาพี่สาวของท่านออกไปทันที”

        “ส่วนเรื่องแก้แค้นค่อยมาคิดบัญชีกันทีหลัง ตอนนี้โปรดอดทนไว้ก่อน”

        เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉู่อวิ๋นก็หายใจเข้าลึกๆระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แล้วพยักหน้าเงียบๆ

        ใช่ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยฉู่ซินเหยาออกมา เรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้ยังมีเวลาให้สะสางกันอีกเยอะ!

        หลังจากนั้นไม่นาน ฉู่เจิ้นหนานก็พูดจาโอ้โลมอีกพักใหญ่ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าการขอบคุณผู้คนจากทุกสายอาชีพและพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาตระกูลฉู่ในอนาคตอีกไม่กี่คำ

        หลังจากพูดจบ เขาก็เรียกกลุ่มนักดนตรีและนักแสดงออกมาร่ายรำทำให้บรรยากาศของทั้งลานดูรื่นเริง และในขณะเดียวกันก็แจกจ่ายโอสถที่จะช่วยในการฝึกฝนให้แขกทั้งหลายซึ่งทำให้นักรบส่วนใหญ่พอใจอย่างมาก

        ถึงขนาดที่ฉู่เจิ้นหนานยังสั่งให้สาวใช้กลุ่มใหญ่โยนถุงเงินและหินวิญญาณให้คนนอกลานนับเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม

        ขณะที่ร้องรำทำเพลง หลายคนตื่นเต้นมากกระซิบกระซาบแอบคาดเดากันว่าคนงามของตระกูลฉู่จะลงเอยกับใคร

        “เจ้าฉู่เจิ้นหนานนี่ ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีเรื่องการเลือกสามีต้องผ่านการไตร่ตรองมาก่อนแล้วแน่ข้าคิดว่าจวนตระกูลเสวี่ยจะได้คนงามไปครอง” เจ้าสำนักคนหนึ่งกล่าว

        “น้องชาย อย่าคิดว่าจวนตระกูลเสวี่ยนั้นทรงพลังเสียคนเดียวสิ จริงๆ แล้วตระกูลปีศาจวัวนั้นแข็งแกร่งกว่ามาก!ว่ากันว่าพวกเขามีสายเลือดของสัตว์ปีศาจที่ดุร้ายและสมาชิกทุกคนในตระกูลคือนักรบโดยกำเนิด”ผู้เฒ่าที่เป็นผู้นำตระกูลพูดด้วยรอยยิ้ม

        “ฮ่าๆ น่าหัวร่อจริงๆ!"หนึ่งในนักพรตลัทธิเต๋าหนวดขาวโบกมือแล้วพูดว่า “ภูมิหลังของตระกูลผู้ฝึกฝนอันศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปอย่างแน่นอนพวกเจ้ายังเยาว์วัยนัก”

        ทุกคนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ไม่ได้สนใจกับการแสดงอันอ่อนช้อยตรงหน้าเลย

        “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอเพียงคนงามได้แต่งกับคนที่ตนรัก แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว!”เด็กผู้หญิงบางคนพูดออกมา ความคิดของพวกนางไร้เดียงสามาก

        “ความจริงแล้ว คุณชายชุยเสวี่ยมีเสน่ห์และหล่อเหลาส่วนซิวหลัวหน้าผีก็มีพลังมหาศาลเช่นกัน ขอเพียงแค่แต่งงานกับหนึ่งในสองคนนี้ต่างก็ดีไม่น้อย”

        “คนงามนางนั้นยังไม่ออกมาเลย นางควรเป็นคนเลือกสามีเองไม่ใช่หรือ? น่าฉงนเสียจริง”

        ชายหญิงจำนวนมากกำลังพูดคุยกัน แต่จุดสนใจของพวกเขาแตกต่างกันออกไปพวกเขาให้ความสำคัญกับตัวบุคคลและไม่ได้คิดถึงการต่อรองทางอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง

        ในที่สุด เมื่อการแสดงเป็นไปอย่างราบรื่น ฉู่เจิ้นหนานก็ยิ้มและบอกให้หญิงที่แสดงร่ายรำถอยออกไป

        ทันทีที่เขากลับมายืนอยู่ตรงกลางเวทีอีกครั้ง เขาก็พูดว่า “ฮ่าๆในเมื่อทุกท่านมีความสุข ผู้แซ่ฉู่ก็จะไม่หมกเม็ดอีกต่อไป ตอนนี้ข้าจะประกาศผลการแต่งงานของเผ่าฉู่ ณ ที่นี้"

        “ฟุ่บ--”

        ทันทีที่พูดจบ การถกเถียงกันในกลุ่มฝูงชนก็เหมือนกองไฟที่ถูกราดน้ำจนดับ

        จากนั้น ทั่วทั้งสถานที่ก็เงียบสงบ

        ยากเกินจะจินตนาการได้ว่าในโลกเล็กๆ ใบนี้ที่เต็มไปด้วยคลื่นมนุษย์จะได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้น คล้ายว่าทุกสรรพสิ่งได้ตายตกกันไปหมดแล้ว

        ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย สายตาจับจ้องไปที่ฉู่เจิ้นหนานที่อยู่กลางเวทีอย่างไม่กะพริบตาหัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอย่างช้าๆ

        “ตึกตัก--”

        “ตึกตัก--”

        “ตึกตัก--”

        เสียงเต้นระรัวนี้ คือเสียงหัวใจของฉู่อวิ๋น เสวี่ยหานเฟย และตงฟางสยง

        ยามนี้ ชายหนุ่มทั้งสามล้วนมีสีหน้ากังวลนี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทั้งหมดให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ของการแต่งงานครั้งนี้มืยอมให้เกิดการสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น

        “จริงๆ แล้วจากผลงานของผู้สมัครตัวเลือกสามีและจากการตัดสินใจของลูกสาวของข้า ซินเหยาผลลัพธ์ก็ชัดเจนมาก”

        พูดจบ ฉู่เจิ้นหนานก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ยกยิ้มที่มุมปากและจ้องมองไปในทิศทางของ “ซิวหลัวหน้าผี”

        เมื่อเห็นท่าทางนี้ ฉู่อวิ๋นและหลิงจื้อต่างก็เผยยิ้มกว้างและถอนหายใจอย่างโล่งอกในเมื่อตัดสินตามความต้องการของซินเหยา เช่นนั้นย่อมเป็นตระกูลหลิง!

        พวกเขาได้เจรจากับฉู่เจิ้นหนานไว้แล้ว และไม่มีใครรู้เรื่องนี้

        “พี่ซินเหยา ไม่นานแล้ว... อีกไม่นานข้าจะพาท่านออกไป! รอก่อนนะ”ฉู่อวิ๋นกัดริมฝีปากอย่างตื่นเต้น!

        ในขณะเดียวกัน ฉู่เจิ้นหนานและหลิงจื้อก็มองหน้าและต่างพยักหน้าให้กันเล็กน้อย

        จากนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น มองไปรอบๆ ผู้ชม ยกยิ้ม และพูดเสียงดัง“ลูกสาวซินเหยา สามีที่นางเลือกคือ...”

        ยามนี้ ผู้ชมทั้งหมดกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

        ทุกคนเบิกตากว้าง ใบหูกระดิกเพราะกลัวว่าจะพลาดฉากหรือประโยคใดๆ

        หลังจากนั้นไม่นาน ฉู่เจิ้นหนานก็เดินไปบนเวทีและค่อยๆเข้าใกล้ทิศทางของตระกูลหลิงด้วยสีหน้าพึงพอใจ

        ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ยังทำให้สายตาของทุกคนมองตามเขา และค่อยๆมุ่งความสนใจไปที่ “ซิวหลัวหน้าผี”

        ทุกคนสูดลมหายใจ ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จะชัดเจนแล้ว!

        ในที่สุด เมื่อผู้ชมทั้งหมดเงียบและตั้งตารอ ฉู่เจิ้นหนานก็ยิ้ม

        เขากางฝ่ามือออกและค่อยๆ ผายมือไปยังตำแหน่งของฉู่อวิ๋นจากนั้นมุมปากของเขาก็ขยับ

        “สามีที่ฉู่ซินเหยาเลือก...คือคนนี้!”

        “คุณชายชุยเสวี่ยแห่งจวนตระกูลเสวี่ย เสวี่ยหานเฟย—! ยินดีด้วยๆ!”

        ยามนี้ ขณะที่คำพูดแห่งความสุขจบลง ฉู่เจิ้นหนานก็หัวเราะฝ่ามือของเขาขยับไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว และชี้ไปที่ใจกลางของจวนตระกูลเสวี่ยทันที

        เขาชี้...

        เขาชี้ไปที่เสวี่ยหานเฟย

        เขาชี้ไปที่เสวี่ยหานเฟยจริงๆ! ! !

        “ว้าว!”

        ทันใดนั้น ทั่วทั้งลานก็คล้ายโดนปาระเบิด ทุกคนเดือดพล่าน ในหัวว่างเปล่า!

        เสียงปรบมืออันอบอุ่น เสียงโห่ร้อง เสียงตะโกน เสียงเรียกและเสียงกรี๊ดดังไปทั่วทุกตารางนิ้ว!

        "ขอแสดงความยินดีกับจวนตระกูลเสวี่ยที่ได้คนงามกลับไปครอง!"

        “ช่างเป็นความสุขที่น่ายินดีจริงๆ!"

        “เรียกได้ว่าเป็นชายอัจฉริยะคู่หญิงงาม สวรรค์สรรค์สร้างมาคู่กัน!”

        “ตั้งแต่สมัยโบราณ คนงามคู่กับจอมยุทธ์ คุณชายชุยเสวี่ยมีบุคลิกที่ดีแข็งแกร่ง มีภูมิหลังที่โดดเด่น และหล่อเหลาอย่างยิ่งดูเหมือนว่าคนงามของตระกูลฉู่เองก็อดหวั่นไหวไม่ได้!”

        “ฮ่าๆ ครั้งนั้นที่การชุมนุมพยัคฆ์มังกรคุณหนูฉู่จงใจหาเรื่องคุณชายชุยเสวี่ย ที่แท้เป็นเพราะในใจนางมีเสวี่ยหานเฟยอยู่หรอกหรือ?คิดไม่ถึงจริงๆ”

        “ฤาสาย[1]หล่อเหลาอ่อนโยน นารีรายงดงามล่มเมือง เข้ากันสุดๆ!เป็นคู่ที่ลงตัวยิ่งนัก!”

        ทุกคนปรบมือดังกึกก้อง

        ต่างคนต่างพูดแสดงความยินดียินดีกับเสวี่ยหานเฟยจากจวนตระกูลเสวี่ยที่ในที่สุดก็ได้คนงามไปครอง

        “ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน นับจากนี้ไป ข้าจะดูแลซินเหยาอย่างดีแน่นอนขอบคุณมาก ขอบคุณทุกท่านที่อวยพร!” เสวี่ยหานฟยโบกพัดขนนกและเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

        เขาที่รายล้อมไปด้วยผู้คนจากจวนตระกูลเสวี่ยก้าวขึ้นไปบนเวทีเพลิดเพลินกับการชมเชยอย่างล้นหลาม และได้รับสายตาชื่นชมนับไม่ถ้วน

        “วิ้ง——”

        ในเวลานี้ สวรรค์และโลกคำราม โสตประสาตพิกลพิการไม่ได้ยิน

        คำสรรเสริญยกยอของผู้คนและคำพูดของเสวี่ยหานเฟยสำหรับฉู่อวิ๋นในตอนนี้แล้วนั้น เป็นเหมือนหนามแหลมคมที่ทิ่มแทงทะลุหัวใจของเขา!เจาะทะลวงวิญญาณของเขา!

        เกิดอะไรขึ้น?! พี่ซินเหยาจะไปเลือกเสวี่ยหานเฟยได้อย่างไร?!เป็นไปไม่ได้... นี่เป็นไปไม่ได้!

        อีกอย่างฉู่เจิ้นหนานเองก็ตกลงที่จะหมั้นหมายฉู่ซินเหยากับเขาแล้วไม่ใช่หรือ? เขาเห็นด้วยกับผู้เฒ่าหลิงแล้วไม่ใช่หรือ?! ทีนี้...เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น?!

        ยามนี้ ดวงตาของฉู่อวิ๋นเบิกกว้าง นัยน์ตาสั่นระริก

        เขาสับสน ตกตะลึง ประหลาดใจ ไม่เชื่อ และ... โกรธ! โกรธอย่างถึงที่สุด!!!

        เขากำหมัดแน่นจนกระดูกแตก ปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวพลางจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า

        เขาหายใจแรง หน้าอกสั่นกระเพื่อม และหัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง!ตกตะลึงและโกรธอย่างไม่รู้จบ!

        “เป็น... เป็นจวนตระกูลเสวี่ยหรือ? ทำไม... ทำไมล่ะ?!ทำไมถึงเป็นเสวี่ยหานเฟยล่ะ?!”

        “ทำไม…”

        “ทำไมกัน?--!!!”

        ฉู่อวิ๋นค่อย ๆ หันใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามและสีหน้าไม่อยากจะเชื่อจ้องมองไปที่ชายชราที่มืดมนอยู่ข้างๆ เขา


----------

[1] ผู้ชาย

 

คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน