“มีแต่ของระดับสูงทั้งนั้นเลยไม่แปลกที่จะมีคนเริ่มเข่นฆ่ากัน”ทางด้านของหวังอีฮังในตอนนี้รอบทิศทางของกลุ่พวกเขานั้นมีคนนับร้อยล้อมรอบอยู่ พวกเขานั้นคือคนที่มาจากสำนักเดียวกัน และก็เข่นฆ่าคนจากสำนักอื่นด้วย
และเมื่อพวกเขานั้นรู้ว่าข้อความที่แจ้งมานั้นเป็นความจริงพวกเขาสามารถแรกโอสดระดับสูงได้ พวกเขาจึงเรียกที่จะจัดการกับกลุ่มอื่นก่อน
“สำนักนักโรหิตงั้นเหรอ”เหม่าอุทาน ทั้งร้อยคนที่สำนักที่ฝึกนักฆ่าไว้มากมาย “ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอพวกนี้”ศิษย์ที่ตามเจียงจื่อมานั้นเริ่มรู้สึกหวาดกลัว “พี่ใหญ่ช่วยพวกเราด้วย”ศิษย์ที่เคยดูถูกเหม่านั้นพูดขึ้น
ศิษย์จากสำนักกระบี่ที่ตามเจียงจื่อมามีสามคน หลิงซี หวินฉี อวินไฉว ทั้งสามคืออัฉริยะของสำนักไผ่เงิน เนื่องจากนักรอบสังหารนั้นมีมากจนเกินไปและมีตัวตนระดัลเปิดประตูบานที่หกอยู่ด้วยสามคน
สำนักโลหิตนั้นคือสำนักระดับกลางอย่างแท้จริง ศิษย์จากสำนักโลหิตล้วนแล้วแต่มีพรสวรรค์ในการรอบสังหารทั้งสิ้น พวกเขานั้นมีกลอุบายและกลยุทธ์มากมายพร้อมรบ
หวังอีฮังนั้นเห็นท่าไม่ดีเขาจึงใช้ออร่าของแสงไร้ทางต้านเพื่สนับสนุนทุกคน เหม่านั้นรู้ดีว่าหวังอีฮังนั้นคือสายสนับสนุนที่ดีที่สุด ทุกคนนั้นเรียกชุดเกราะออกมาสวมเพื่อเพิ่มพลังป้องกัน ถึงแม้ส่วนมากพวกเขานั้นจะมีพลังบ่มเพราะในระดับเปิดประตูบานที่สี่ก็ตาม จากนั้นทั้งสองกลุ่มก็เริ่มต่อสู้กัน
เจียงจื่อใช้วิชากระบี่ชองเขาในการสังหารศัตรู[ท่านสังหารระดับเปิดประตูบานที่สี่ ท่านได้รับห้าคะแนน] เสียงระบบในหัวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหม่าเองก็เรียกสมุดวาดรูปของเขาออกมาหลังจากนั้น จิตวิญญาณทั้งสองก็รวมกันกลายเป็นกระดาษอัฉริยะ
เอาวาดอัศวินสงคราขึ้นมา แต่ครั้งนี้เขานั้นสามารถวาดได้สามตัวหลังจากที่เขานั้นเปิดประตูบานที่สี่ได้ จากนั้นเขาก็ใช้จิตกระบี่เพื่อจัดการคู่ต่อสู้
“ข้าจะจัดการเข้า” ชายรูปร่างสูงโก่ง มีพลังระดับเปิดประตูบานที่ก้า เขานั้นเข้าต่อสู้กับตัวโต ตัวโตนั้นเรียกชุดเกราะดาบและโล่ออกมา เมื่อได้รับพลังสนับสนุนของหวังอีฮัง ตัวโตก็รูสึกแข็งแกร่งมากขึ้น เขานั้นตอสู้กับนักฆ่าที่เปิดประตูบานที่ห้าสองคนได้พร้อมกัน
เนื่องจากการปลดล็อคขีดจำกัดของระดับเปิดประตูบานที่สี่ทำให้เขาได้พลังกำลังมากขึ้นอย่างมากโข นักฆ่าสองคนรับมือกับตัวโตด้วยความเหนื่อยล้า แต่ตัวโตนั้นมีประตูบานที่สี่คอยค้ำจุนมันคือพลังแรงโน้มถ่วงเขาสามารถยกดาบที่หนักของเขาได้อย่างสบายและไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
หวังอีฮังที่คอยสนับสนุนเขานั้นคอยหาช่องว่างเพื่ที่จะเรียกอัศวินแห่งความตายมาช่วยอย่างรับๆ แต่เขาไม่มันใจว่าจะสำเร็จหรือป่าว และมีโอกาศมากที่อัศวินแห่งความตายจะพังก่อนที่จะได้ล่วยพวกเขา
“จัดการยากเสียจริง”ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ในมือเขามีมีดสั้นและมีเลือดติดอยู่ที่มีดด้วย เขานั้นสังหารศิษย์สำนักอื่นมาหลายสิบคนแล้ว
“พวกเจ้าดูนั้นสิ สำนักหุบเขานภาในตอนนี้ถูกสำนักโลหิตจ้องเล่นงาน ดูเหมือนว่าสำนัขหุบเขานภาคงเสียใจที่ส่งศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องมาอย่างแน่นอน”คนแช่ติงนั้นพูดออกมาอย่างตื่นเต้น เขานั้นรู้สึกว่ากำลังมองดูอะไรสนุกๆอยู่
“พวกมดปลวกมันสมควรหายไป เป็นแค่สำนักระดับกลางปลายแถว ยังเรียกตัวเอกว่าสำนักระดับกลางได้อีกงั้นเหรอ” แซ่ซิงนางนั้นพูดขึ้นอย่างเหยียดหยาม
ปิงเองก็มองสำนักหุบเขานภาเป็นเพียงขยะเท่านั้น สำนักตะวันสีชาตของเขานั้นอยู่ในสิบอันดับแรกของสำนักระดับกลาง จึงทำให้ความพากภูมิใจของเขามากกว่าใคร
ทางด้านของสำนักกโลหิตนั้นมีนักฆ่าตกตายไปแล้วถึงยี่สิบคน แต่สำนักหุบเขานภายังไม่เสียคนไปแม้แต่น้อย
“นี่มันวิชากระบี่อะไรกัน”ยอดฝีมือของสำนักโลหิตอุทานเขามีระดับพลังถึงรัดับเปิดประตูบานที่หกแต่ไม่สามารถต่อสู้กับตัวตนที่เปิดประตูบานที่ห้าไม่ได้เลย
หวังอีฮังนั้นไม่ยากที่จะเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตัวเองออกมา แต่ในตอนนี้มันถึงยามขับขันไม่เช่นนั้นทุกคนคงต้องตายอย่างแน่นอน
ซิลนั้นต่อสู้กับนักข้าระดับเปิดประตูบานที่ห้าหนึ่งคนและบานที่สี่สองคน การต่อสู้ของเขานั้นลำบากกว่าใคร เนื่องจากไดการสนับสนุนจากหวังอีฮังก็พอทำให้เขานั้นสามารถต่อสู้ได้
ศิษย์ทั้งสามคนจากสำนักไผ่เงินนั้นี่วมมือกันต่อสู้ทั้งสามเองก็มีฝีมือที่ไม่เลวเหมือนกัน ในตอนนี้สำนักโลติตเริ่มที่จะคิดได้พวกเขานั้นเสียพักเวกไปถึงสามสิบคนแล้วแต่ก็ไม่อาจสร้างความรุนแรงให้อีกฝ่ายได้เลย
“ทุกคนอดทนเอาไว้หวังอีฮังคำราเขานั้นปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะสามารถป้องกันไอแห่งความตายในสถานที่แห่งนี้ พวกเขาใช้เวลาต่อสู้อยู่ครึ่งชั่วโมง
พวกเขาเริ่มเหนื่อยล้ากันเต็มที่แล้วแต่อีกฝ่ายยังเหลืออักห้าสิบคน ทั้งห้าสิบคนนั้นโจมตีในนอนที่พวกหวังอีฮังนั้นอ่อนแอ หวังอีฮังนั้นเตรียพร้อมที่จะกลายร่างเป็นร่างจำแรงร่างศักดิ์สิทธิ์
แต่ทันใดนั้น”เมี๊ยว” เสียงแมวก็ดังขึ้นมันเป็นแมวที่อ้วนกลมจากนั้นมันก็เริ่มทำการสังหารนักฆ่าที่กำลังโจมตีมา หนึ่งการโจมตีเท่ากับหนึ่งชีวิตที่เสียไป ร่างกายของคนที่โดนโจมตีนั้นร่างขาดครึ่งออกเป็นห้าซีกในทันที
มีหลายคนที่ตกใจและหนีไปในตอนนี้เหลือเพียงห้าคนที่ยังไม่ได้หนี เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักโลหิตณที่แห่งนี้ ด้วยพลังบ่มเพาะของเขานั้นอยู่ในระดับเปิดประตูบานที่หก แต่เชานั้นสามารถปลดล็กขีดจำกัดขั้นที่สองได้จึงทำให้เขานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก
ทั้งสองกลุ่มนั้นมองหน้ากันจากนั้นการต่อสู้ของแตระคู่ก็เริ่มขึ้น “เหม่านั้นต่อสู้กับศิษย์ที่มีพลังบมเพาะระดับหก เขานั้นต่อสู้ได้อย่างสูสี
จากนั้ชายจากสำนักโลหิตก็พูดขึ้น “จัดการเจ้าหมอนั้นซะ” เสียงนั้นดูแข็งแกร่ง เขานั้นสั่งให้คนที่เหลือนั้นลุมโจมตีไปที่หวังอีกฮังคนเดียว ปิงเฮยนั้นไม่ยากที่จะเข้าไปยุ่งเพราะเขานั้นรู้ว่าหวังอีฮังนั้นแข็งแกร่งเพียงใด