บทที่ 34
“แกจะต้องชดใช้ที่ทำอย่างสาสม”
เอลโก้คำรามลั่นพร้อมกับพลังเวทมนต์ผสมกับจิตสังหารพวยพุ่งราวกับบ่อน้ำพุแตก เคียวโซ่ในมือถูกกระชับจนแน่นก่อนจะมุดหายไปในเงา เงาสีดำสนิทพุ่งซ้ายทีขวาทีราวกับภูติพรายเอเลนจ้องอยู่สักพักจึงผนึกพลังไว้ที่เท้ากระทืบลงไปสุดแรง
บรึ้ม
ด้วยพละกำลังมหาศาลผืนดินทั้งหมดในรัศมีห้าสิบเมตรถูกพลิกตลบขึนมากลางอากาศเอลโก้ถูกบังคับให้ผุดออกมาจากเงาห่างจากเอเลนไปสี่เมตรพร้อมกับรีบใช้ทักษะเร่งความเร็วขึ้นอีกหนึ่งระดับ
อสูรสายลม
เอเลนไม่ยอมให้มันช่วงชิงความได้เปรียบอยู่ฝ่ายเดียวจึงใช้ความเร็วที่เหนือกว่าเข้าประชิดตัวดาบเรเปียร์ถูกเปลี่ยนเป็นมีดกรีดนภาหนึ่งคู่
เคร้งๆๆ
เสียงคมอาวุธปะทะกันถี่ยิบความเร็วของเอลโก้ที่เพิ่มพูนขึ้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่เอเลนก็ยังต่อสู้ได้อย่างสมศํกดิ์ศรี บาดแผลเล็กๆเริ่มปรากฏขึ้นตามร่างกายของเอลโก้มันไม่มีเวลามาสนใจเพราะหากลาดแม้แต่นิดเดียวมันได้ตายภายใต้คมมีดกรีดนภาแน่
ริคาริโอซุ่มยิงด้วยความยากลำบากทำได้แต่ลอบยิงในจังหวะที่ทั้งสองหยุดการปะทะกันเอทอนกำลังของเด็กหนุ่มลงซึ่งมันค่อนข้างน่ารำคาญเป็นอย่างมากแม้จะอยากกำจัดริคาริโอแค่ไหนแต่เอลโก้ก็เกาะติดเขาหนึบเสียงยิ่งกว่าปลิง
พายุคมมีดสังหาร
ทันใดนั้นเองร่างของเอลโก้ก็สลายกลายเป็นความมืดเข้าห้อมล้อมเอเลนจนกลายเป็นโดมครึ่งวงกลมก่อนที่จะมีใบมีดสารพัดชนิดที่สร้างจากความมืดผุดออกมาจากโดมสีดำพุ่งใส่เอเลนราวกับห่ากระสุน
“แกจบแล้ว รอรับความตายซะ”
“ฝันไปเถอะ”
เอเลนพูดเปล่าเปิดใช้ทิพยเนตรอีกครั้งพร้อมแผ่พลังเวทย์ออกไปรอบตัวแผนภาพและลำดับการโจมตีปรากฏขึ้นในหัวของเอเลน เด็กหนุ่มจัดลำดับใช้สองมือเท้าและร่างกายร่ายรำกระบวนท่ามีดคู่ปัดป้องคมมีดสีดำทั้งหมดเป็นเวลานานกว่าห้าวินาที เอลโก้เผื่อใจเอาไว้แล้วว่ามนัอาจจะไม่ได้ผลแต่ใครจะคิดว่าเอเลนจะป้องกันได้หมดจดขนาดนี้
“ไอ้เด็กปีศาจ มันยังไม่จบหรอก”
เสียงของเอลโก้ดังก้องออกมาจากโดมไม่รให้ทักษะพายุคมมีสังหารใช้งานจนจบดีก็ถ่ายลังเวทย์ไปมาเพื่อใช้ทักษะต่อไปทันที
พิธีสวดโลงศพรัตติกาล
โดมสลายตัวไปแต่ควันสีดำยังคงอยู่แประสภาพกลายเป็นโลงศพสีดำสนิทไอเวทย์อันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาก่อนที่อะไรบางอย่างจะเปิดฝาโลงพร้อมกับมีมือสีดำหลายร้อยข้างโผล่ออกมาเพื่อจับเอเลนใส่เข้าไปในโลง เอเลนเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดเพราะถึงแม้เขาจะมีท่าโจมตีที่พรวพราวแต่กลับแพ้ทางการโจมตีระยะไกลและทักษะที่แสดงผลตายตัว
พิธีสวดโลงศพรัตติกาลเป็นทักษะของมือสังหารระดับสูงจ่ายพลังเวทย์ตามที่กำหนดเพื่อเรียกโลงศพสีดำออกมา ตัวโลงจะสร้างมือสีดำออกมาเพื่อจับตัวเป้าหมายอีกทีโดยมือสีดำแต่ข้างหากโดนเข้าไปก็จะถูกหักค่าความว่องไวทีละ5% ไปเรื่อยๆต่อมือหนึ่งข้างสูงสุด30%และหากค่าความว่องไวลดลงถึงจุดที่กำหนดโลงศรจะกระชากตัวเป้าหมายเข้ามาแล้วปิดฝาโลงพร้อมสร้างความเสียหายมหาศาลและพันธนาการไปพร้อมกัน
“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน”
เอเลนรำพึงเบาๆพลางนึกถึงข้อเสียข้อใหญ่ของทักษะประเภทที่มีการแสดงผลที่ตายตัวนั่นก็คือผู้ใช้ทักษะจะไม่สามารถควบคุมทำได้เพียงกำหนดเป้าหมายของทักษะเท่านั้นเสมือนมือปืนที่ไม่สามารถควบคุมวิถีกระสุนเมื่อลั่นออกไปแล้วเมื่อคิดได้ดังนั้นเอเลนก็กำหนดวิธีตอบโต้ได้
ไวเท่าความคิดลูกเหล็กห้าลูกพลันปรากฏขึ้นในมือราวกับมายากล เด็กหนุ่มฉีกยิ้มอย่างลี้ลับก่อนที่ความรู้สึกของริคาริโอและเอลโก้จะไม่ถูกต้องเพราะแม้จะเห็นอยู่ตรงหน้าแต่สัมผัสของพวกมันกลับร้องเตือนว่าเอเลนหายไปแล้ว
พยุหศาสตราจิตสังหาร ซ่อนตะเกียงกลางพายุ
ก่อนหน้านี้เอเลนได้รัคำแนะนำว่าหากเจอทักษะประเภทเจาะจงเป้าหมายให้หนีไปก็ป้องกัน ในบรรดาตัวเลือกเหล่านั้นเอเลนไม่สามารถหลบหลีกได้เพราะเขายังไม่มีศักยภาพมากพอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปทักษะไล่ล่าโดยไม่มีความคิดมันทำตามขั้นตอนที่ถูกเขียนขึ้นเป็นของตายที่ไม่ว่าจะใช้อีกกี่ครั้งก็ยังออกผลแบบเดิม
ทักษะพวกนี้ย่อมไม่มีดวงตาแต่จะอาศัยการตรวจจับเวทมนต์เป็นหลักเมื่อสัมผัสนั้นจากตัวเอเลนหายไปทำให้มือสีดำสูญเสียเป้าหมายไปชั่วขณะก่อนที่เอเลนจะขว้างลูกเหล็กที่อัดพลังเวทย์จนล้นออกไปมือีดำจึงเลือกที่จะไล่ล่าพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาจากลูกเหล็กแทน
มือสีดำคว้าลูกเหล็กเอาไว้ก่อนจะกระชากมันหายเข้าไปในโลงแล้วหายไปเมื่อโลงได้ทำหน้าที่จบลงท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเอลโก้ก่อนที่เอเลนจะผลุบหายไปจากสายตาราวกับภูติพราย สองรองหัวหน้าหน่วยพลันมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวงก่อนที่ริคาริโอจะเย็นสันหลังวาบ
“มองไปทางไหนกัน”
เสียงเย็นๆของเด็กหนุ่มดังขึ้นในขณะที่เงาสีดำได้บดบังแสงจากดวงจันทราร่างของเอเลนปรากฏตัวอย่างไร้ที่มาพร้อมกับดาบยาวโค้งสีเงินที่ผนึกพลังเวทย์จนเต็มเปี่ยม ไวเท่าความคิดคมดาบตวัดจากบนลงล่าง
ฉับ ฉูด
“แค่ก”
ริคาริโอพยายามถอยไปด้านหลังอย่างสุดความสามารถผลคือคมดาบตัดชำแรกผ่านพลังป้องกันได้อย่างง่ายดาย มันเป็นพลธนูจึงมีพลังป้องกันน้อยแถมถูกโจมตีในระยะเผาขน ดาบกรีดผิวริคาริโอจาไหล่ขวาลากยาวไปจนถึงเอวด้านซ้ายพลังเวทย์ที่แฝงมาโจมตีอวัยวะภายในโดยมีจุดประสงค์เพื่อสังหาร
โลหิตสีดงฉานพุ่งออกจากบาดแผล พลังชีวิตของริคาริโอลดลงจนถึงจุดวิกฤตในพริบตาดาบกรีดลงไปค่อนข้างลึกหายริคาริโอไม่ฝืนใช้พลังเวทย์พยายามสมานบาดแผลอวัยวะภายในของมันคงไหลออกมากองไปนานแล้ว
“ตาย”
เอเลนกล่าวเสียงเหี้ยมก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าพร้อมโยกหลบเคียวโซ่ที่พุ่งออกมาจากมือของเอลโก้ที่อยู่ไกลออกไปถึงหนึ่งร้อยเมตรลำพังแค่ลักษณะทางกายภาพของอาวุธไม่สามารถใช้กำหนดขอบเขตระยะการโจมตีของเคียวโซ่ได้ เมื่อเคียวโซ่พลาดเป้าเอลโก้ก็กระดิกนิ้วเคียวโซ่พลันเลี้ยวหักศอกแบบพิสดารอีกหลายครั้ง
เอเลนใช้ความว่องไวที่เหนือกว่าคว้าเคียวโซ่เอาไว้แน่น ทันใดนั้นฝ่ามือของเขาพลันเจ็บแปลบจากการพยายามแย่งชิงอาวุธของผู้อื่นเอเลนคาดเอาไว้ไม่ผิดว่าอาวุธชิ้นนี้คืออาวุธที่ผูกติดกับเจ้าของด้วยพันธะสัญญาเอลโก้ที่เห็นการกระทำที่โง่เขลาของเอเลนก็ยิ้มเยาะ
“ของที่ไม่ใช่ของแก ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่คู่ควร”
แม้จะอยู่ไกลแต่เอเลนกลับได้ยินเสียงของอีกฝ่ายชัดเจนแม้ร่างกายจะผนึกพลังเวทย์จนมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอาวุธแรงค์ B เสมอคู่ต่อสู้ที่ผ่านมามีแต่พวกอ่อนแอมาคราวนี้อีกฝ่ายล้วนแต่ใช้อุปกรณ์แรงค์ A ขึ้นไปทำให้พลังประสิทธิศาสตราที่มีระดับ 34 เริ่มไม่ศักดิ์สิทธิ์เสมือนกระดาษที่แพ้กรรไกร
เพียงอาศํยความนึกคิดเคียวโซ่ก็ลื่นหลุดมือของเอเลนไปอย่างง่ายดาย ที่ผ่านมาเอเลนมักอาศัยข้อได้เปรียบด้านยุทธภัณฑ์เพื่อชดเชยข้อด้อยด้านทักษะแต่นั่นใช้ได้แต่กับศัตรูที่อ่อนแอ หากเขายังคงดื้อดึงใช้ยุทธภัณธ์ระดับนี้อยู่รังแต่จะทำให้เขาแพ้เปล่าๆ
ความคิดที่จะหนีไม่อยู่ในหัวสมองมาตั้งแต่แรกถ้าลงมือไม่สุดก็อย่าได้คิดลงมือ สู้กันตูมตามขนาดนี้แต่หัวหน้าโจรยังไม่โผล่หัวออกมาให้เห็นตีความไอย่างเดียวว่ามันจะต้องไม่อยู่ที่นี่เขาจึงจะใช้โอกาสนี้ทำลายพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทางด้านโนมและสลามันเดอร์กำลังไล่กวนพวกโจรอย่างเมามันส์หน้าที่ของเขาคือต้องรั้งริคาริโอและเอลโก้เอไว้ก็พอ
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ก็คิดจะทุ่มหมายหน้าตักดาบยาวโค้งถูกเก็บเข้าไปก่อนที่เขาจะหยิบควินดีลออกมาแทน หอกสีขาวบริสุทธิราวกับไม่เคยเจอปนมาก่อน มังกรขนดใต้ใบหอกดูสง่างามเมื่อต้องแสงอาทิตย์พลังเวทมนต์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาตลอดเวลาจนพวกโจรยังเผลอหยุดชมความงาม
“อาวุธแรงค์ S?”
ริคาริโอทวนคำด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อหลังจากได้เอลโก้คอยถ่วงเวลาทำให้มันได้มีโอกาสใช้เครื่องรางช่วยชีวิต เมื่อเห็นหอกสีขาวที่ปลดปล่อยพลังเวทมย์ในระดับเดียวกับภัยพิบัติมันก็แน่ใจว่านี่คือสุดยอดอาวุธที่หาได้ยากที่ไม่ควรจะตกอยู่ในมือคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจึงเผลอรำพึงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
“ไอ้หนู แกเป็นใครกันแน่”
“ก็แค่ช่างฝีมือ”
เอเลนตอบด้วยสีหน้าเฉยเมยหอกในมือพลันแตกออกราวกับดากไม้กำลังเบ่งบานพร้อมกับเสียงหอกกรีดห้วงอากาศที่ดังก้องราวกับเสียงคำรามของมังกรแต่ละหอกแฝงไปด้วยความดุร้ายทิ่มแทลงมาในมุมที่แตกต่างกัน ริคาริโอเบิกตาโพล่งสัญชาติญาณร้องเตือนว่าไม่สามารถโดนหอกได้แม้แต่ครั้งเดียว ชายหนามกัดฟันกรอดรีบใช้เครื่องรางช่วยชีวิตอีกชิ้นโดยไม่เสียดาย
วิ้ง
ทันใดนั้นเองม่านพลังเวทย์สีใสพลันผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าการโจมตีในระดับที่สามารถดับลมหายใจของริคาริโอได้ทั้งสิบครั้งจมหายไปอย่างไร้ร่องรอยไม่มีแรงสะท้อนหรือแม้แต่แรงกระแทกคล้ายกับทุ่มหินลงไปในทะเลสาปเอเลนขมวดคิ้วที่การโจมตีของตนไปไม่ถึงอีกฝ่าย
ริคาริโอถอนหายใจอย่างโล่งอกมันยอมเสี่ยงเดิมพันใช้เครื่องรางที่มีข้อเสียรุนแรงอย่างเครื่องรางแห่งความกรุณาชิ้นนี้ที่สามารถซึมซับความเสียหายถึงตายได้มากสุดถึงห้าสิบครั้งแต่หอกไม่ใช่ความเสียหายที่ถึงตาย การโจมตีนั้นจะทะลุมาถึงตัวผู้ครองเครื่องรางโดยไม่สนใจพลังป้องกัน
เอเลนทดลองโจมตีอีกหลายครั้งแต่การโจมตีไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนก็ล้วนจมหายไปอย่างไร้ร่องรอย เด็กหนุ่มสบถออกมาอย่างหงุดหงิด
“ชั้นไม่เชื่อว่ามันจะป้องกันได้หมด”
เอเลนระดมโจมตีด้วยกระบวนท่าที่รุนแรงแต่ละกระบวนท่ารุนแรงมากพอจะสังหารริคาริโอได้เป็นสิบๆครั้ง ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดๆลงคอจ้องมองสัตว์ประหลาดในคราบเด็กหนุ่มที่สามารถปลดปล่อยการโจมตีระดับนี้ออกมาได้ติดๆกันโดยไม่แสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาให้เห็น
อีกด้านหนึ่งเอลโก้รีบใช้ท่าเคลื่อนที่ผ่านเงาย่นระยะหนึ่งร้อยเมตรในพริบตาพร้อมพุ่งเคียวโซ่ที่อาบด้วยพลังเวทมนต์สีดำสนิทราวกับโดนย้อมด้วยน้ำหมึก
ประกาษิตสังหาร
เคร้ง
เอเลนวกหอกกลับมารับได้ทันท่วงที เอลโก้กัดฟันกรอดแม้จะใช้ประกาษิตสังหารที่เพิ่มความเร็วในการโจมตีถึงขีดสุดแล้วก็ยังไม่อาจสร้างยาดแผลให้กับเอเลนได้ ทั้งสองแลกอาวุธกันอีกหลายกระบวนท่าและเป็นเอลโก้จะถูกฟาดกระเด็นออกมา
“ช้า”
เอเลนกล่าวเสียงเย็นพลางโยกหัวหลบลูกธนูของริคาริโอโดยไม่หันไปมอง
“แกเองก็น่ารำคาญว่ะ มีแต่ลูกไม้เก่าๆ”
ไม่พูดเปล่าหอกในมือพลันทิ่งแทงออกด้วยท่วงท่าพิสดารไม่กี่วินาทีเท่านั้นม่านพลังเวทย์ก็รับการโจมตอย่างรุนแรงครบห้าสิบครั้งแต่เมื่อเอเลนโจมตีครั้งที่ห้าสิบเอ็ดร่างของริคาริโอพลันหายไปจากคลองจักษุก่อนที่เอเลนจะรู้สึกถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ในระยะห้าร้อยเมตร
“เคลื่อนที่ในพริบตา...ไม่สิ ความสามารถของเครื่องรางสินะ”
ริคาริโอสำนึกได้ว่าคลาสพลธนูมีพลังป้องกันน้อยนิดจึงได้พกเครื่องรางป้องกันเอาไว้หลายขนาน มันไม่มีเลาให้หวาดกลัวศรในมือถูกยิงออกไปอีกหลายครั้งลูกศรชั้นดีถูกใช้โดยไม่หวงแหนเพื่อสะกดการเคลื่อนไหวเด็กหนุ่ม ทุกทักษะถูกประเค็นใส่โดยหวังว่าจะโดนสักนัด
ศรพิรุณคลั่ง
“คิดว่าทักษะไม่ระบุเป้าหมายครึ่งๆกลางๆนี่จะใช้ได้ผลรึไง”
เอเลนพูดพลางหลบพลางขณะเดียวกันเอลโก้ก็ฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้น เอเลนจึงควงหอกรอบหนึ่งพร้อมชักนำพลังเวทมนต์ใช้ออกด้วยทักษะดึงดูดดารา ศรเวทมนต์ทีโปรบปรายลงมาอย่างไร้ทิศทางพลันเบนเป้ามารวมกันที่เอเลนริคาริโอเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะ
“เสียสติไปแล้วรึไง คิดว่าแกจะรับทักษะที่ทรงพลังแบบนั้นได้”
ศรเวทมนต์แต่ละดอกมีพลังโจมตีอยู่ที่ 150 หน่วยบนฟ้ามีศรเวทมนต์อยู่นับไม่ถ้วนหากโดนเข้าไปแค่ร้อยดอกเอเลนก็ต้องเจ็บจนแทบกระอักซึ่งก็จริงตามที่ริคาริโอคิดแต่ที่ริคาริโอไม่รู้คือเอเลนไม่คิดจะรับศรเอาไว้แม้แต่ดอกเดียว ดึงดูดดารารวมศรทั้งหมดเอาไว้ที่ปลายหอกก่อนที่เอเลนจะเปลี่ยนจากดูดเป็นผลักส่งศรเวทมนต์ทั้งหมดไปทางเอลโก้
“ริคาริโอนี่แก!”
“เอลโก้นั่นไม่ใช่ข้า”
ริคาริโอตะโกนพรอ้มใบหน้าที่ซีดเผือดไม่ต่างกับเอลโก้ในตอนนี้ ไวเท่าความคิดพายุศรเวทมนต์พลันกลืนกินเอลโก้เข้าไปทั้งตัว เอเลนไม่จบเพียงเท่านั้นยังบิดตัวครึ่งหนึ่งในท่าถือหอกด้วยมือข้างเดียวก่อนจะขว้างออกไปสุดแรง ความเร็วของหอกประหนึ่งสายฟ้าฟาดทำให้พลธนูหนุ่มเกิดลนลาน
“ย แย่แล้ว เครื่องราง...”
ยังไม่ทันคิดออกว่าจะใช้เครื่องรางชิ้นไหนหอกก็เข้ามาใกล้เกินกว่าจะทำอะไรได้ ทันใดนั้นเองก็มีกำพงเวทมนต์รูปหกชั้นปรากฏขึ้นแม้กำแพงเวทมนต์จะหนาไม่ถึงหนึ่งนิ้วแต่ความแข็งแร่งก็มากพอจะป้องกันการโจมตีด้วยควินดีล หอกทำลายกำแพงเวทย์ไปสี่ชั้นก่อนจะกระดอนออก
“นั่นมันอะไร”
เอเลนเลิกคิ้วด้วยคามประหลาดใจบอกตามตรงเมื่อครู่เขาตั้งใจฆ่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำแม้จะไม่มีทักษะเสริมแต่ลำพังพละกำลังและควาแม่นยำนั้นหอกจะทะลวงหัวใจอีกฝ่ายโดยไม่มีทางขัดขืนเว้นเสียแต่ว่าจะมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาเกี่ยวหรือมือที่สาม
ตอนนั้นเองที่เอเลนเย็นสันหลังวาบรีบหันกลับมามองมือสังหารหนุ่มที่เพิ่งถูกพายุศรเวทย์เข้าไป เอลโก้ในสภาพสมบูรณ์กระโดดออกมาจากเงาที่อยู่ห่างไปแค่สองเมตรพร้อมเสียบมีดเข้าที่ชายโครงของเอเลนด้วยความอำมหิต
“ถ้าเป็นมีดร้อยอสรพิษเล่มนี้ละก็แกไม่รอดแน่”
เอเลนไม่รู้ว่ามีดร้อยอสรพิษคืออะไรแต่มันต้องไม่ดีแน่เด็กหนุ่มรีบผนึกพลังขึ้นทั่วร่างเพื่อป้องกันตัว ในระยะแค่นี้เขาไม่มีทางหลบมีดผลึกสีรุ้งทั้งเล่มที่เปลี่ยนสีทุกครั้งที่ขยับ
เพล้ง
“เอ๋?”
เอเลนอุทานด้วยความประหลาดใจด้วยรูปร่างที่สวยงามไม่คิดเลยว่ามีดร้อยอสรพิษจะเปราะบางกว่าที่เห็น ยังไม่ทันที่จะทำความเข้าใจเอลโก้ที่ควรจะผิดหวังกลับไม่ปกปิดสีหน้าลิงโลดที่มีดของมันหักเป็นสองท่อนซ้ำยังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าๆๆ แกโดนเข้าแล้ว โดนเข้าแล้ว”
ทันใดนั้นเองมีที่หักเป็นสองส่วนพลังละลายกลายเป็นของเหลวแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วร่าง เอเลนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวแค่สามวินาทีของเหลวสีรุ้งก็ปกคลุมทั่วทั้งร่างแต่โชคดีที่เขาผนึกพลังป้องกันเอาไว้แล้ว
“เปล่าประโยชน์พิษร้อยอสรพิษไม่มีทางป้องกันด้เพียงเพราะแกผนึกพลังหรอก”
ไวเท่าความคิดของเหลวสีรุ้งหรือพิษร้อยอสรพิษพลันทะลุการป้องกันของเขาเข้ามาได้อย่างมหัศจรรย์ทะลวงผ่านรูขุมขนก่อนจะทะลุเข้าไปถึงเส้นเลือดใต้ผิวหนัง อาศัยเลือดเป็นสื่อนำพาพวกมันให้กระจายไปทั่วทั้งร่างในเวลาไม่กี่วินาที
“คึ่ก”
เอเลนพลันรู้สึกเวียนหัวและล้มลงในท่าคุกเข่าควินดีลเลื่อนหลุดจากฝ่ามือ ไม่อาจใช้พลังเวทมนต์ออกได้แม้แต่น้อยแต่เขากลับคิดว่าคงจะตกอยู่ในสภาวะผิดปกติแค่ไม่กี่วินาที
[ท่านถูกพิษร้อยอสรพิษ]
[ท่านได้รับสถานะผิดปกติ เหน็บชา เป็นเวลา 5 นาที]
[ท่านได้รับสถานะผิดปกติ เลือดไหลไม่หยุด เป็นเวลา 5 นาที]
[ท่านได้รับ....]
.
.
.
.
[ท่านได้รับสถานะผิดปกติมากเกินไป คำอวยพรแห่งการก่อเนิดไม่สามารถแก้สถานะผิดปกติได้ทันเวลา กรุณาอดทน]
!
เสียงของโลกดังขึ้นถี่ยิบจนเด็กหนุ่มปวดหัว เอเลนพันเผยสีหน้าแต่ตื่นเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกับเทพธิดาบนกาลอนันต์ทางฝั่งซ้ายที่กำลังแสดงสีหน้าลนลานในขณะที่เทพธิดาทางด้านฝั่งขวากำลังเผยสีหน้าเศร้าสลดราวกับเจ็บใจที่ตนไม่สามารถลงมือช่วยเหลือได้
ใบหน้าของเด็กหนุ่มกำลังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆเนื่องจากถูกพิษเข้าไปพร้อมกันหนึ่งร้อยชนิดพร้อมกันอันเป็นความสามารถของมีดร้อยอสรพิษ มันไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ที่หลอมสร้างแร่ทั่วๆไปมันถูกหลอมสร้างมาจากพิษจากอสรพิษที่แตกต่างกันมากถึงหนึ่งร้อยชนิดผ่านพลังเวทมนต์ของเอลโก้เป็นไม้ตายก้นหีบที่มันเองก็ไม่เคยทดลองใช้มาก่อน
แต่ใช่ว่าจะเอาพิษที่ไหนมั่วๆมาใช้ก็ได้ พิษทั้งร้อยชนิดเอลโก้ต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อรวบรวม ทดสอบ และสร้างขึ้น มันล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนจนสุดท้ายก็ได้มีดร้อยอสรพิษมาห้าเล่ม แต่ละเล่มจะแสดงผลแตกต่างกันสิ่งเดียวที่เหมือนกันก็คือเป้าหมายจะได้รับพิษหนึ่งร้อยชนิดพร้อมๆกันเป็นผลผลิตจากความพยายามตลอดหลายปี
แม้ผลที่ได้กับเอเลนจะด้อยประสิทธิภาพลงหลายส่วนเพราะคำอวยพรแห่งการก่อกำเนิดเพราะพรแห่งการก่อกำเนิดสามารถแก้ไขสถานะผิดปกติได้ทีละอย่าง แต่มีดร้อยอสรพิษกลับยัดเยียดสถานะผิดปกติหนึ่งร้อยประการโดยไม่สนใจพลังป้องกันพิษ
“แค่ก”
เอเลนเจ็บจนกระอักเลือดออกมา อวรพรแห่งการก่อกำเนิดไม่อาจแก้ไขสถานะผิดปกติได้ทันทีให้เขาเริ่มสูญเสียพลังชีวิตความเจ็บปวดเริ่มถาโถมราวกับคลื่นซัดคำอวยพรแห่งการก่อกำเนิดต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามร้อยวินาทีกว่าจะแก้ไขสถานะผิดปกติได้จนหมด
แม้จะเป็นแบบนั้นเอลโก้ก็มีสภาพไม่ดีไปกว่ากัน ที่มันยังคงปลอดภัยโดยไร้บาดแผลแม้จะโดนศรเวทมนต์นับพันดอกเข้าไปนั่นก็เพราะเครื่องรางของขวัญจากอดีตที่ทำให้อาการบาดเจ็บของผู้ใช้งานที่จะเกิดขึ้นในหนึ่งวินาทีข้างหน้าถูกเลื่อนเวลาให้แสดงผลอีกในห้านาทีต่อไป
ผลคือเอลโก้ล้มลงแทบจะพร้อมกับเอเลนพร้อมกับบาดแผลจำนวนมหาศาลที่ทยอยผุดขึ้นแต่มันยังคงยิ้มได้ ที่มันตัดสินใจยอมทุมเทใช้อาวุธลับออกมานั่นก็เพราะมันมองเห็นกำแพงเวทมนต์ที่ใช้ป้องกันริคาริโอเมื่อครู่ คนที่มันพึ่งพาได้มากที่สุดได้ปรกฏตัวแล้ว
“เอเลน!”
ภูติทั้งสองสัมผัสได้ถึงความผิดปกติรีบละสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อเร่งมาช่วยเหลือด้วยความลนลาน หัวใจของทั้งสองเป็นห่วงเอเลนเหนือสิ่งอื่นใดแต่นั่นกลับยิ่งทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังยิ่งพึงพอใจเสียงอันแก่ชราพลันดังขึ้น
“ถ้ารักกันเสียขนาดนั้นก็รีบหายไปพร้อมๆกับเจ้านายของแกซะเถอะ”
เขตแดนจินตภาพ ขุนเขาวงกตราตรีสนธยา
ทันใดนั้นเองแสงสว่างก็ได้ห่อหุ้มพวกเอเลนเอาไว้ก่อนที่ทั้งคนและภูติจะหายวับไป ความสงบสุขโรยตัวลงสู่ค่ายโจรอีกครั้งพวกลูกสมุนที่ยืนชมการต่อสู้อยู่วงนอกต่างพากันโห่ร้องด้วยความยินดีที่ตัวอันตรายอย่างเอเลนได้อันตรธานหายไปเสียที
ริคาริโอถอนหายใจอย่างโล่งสิ่งแรกที่เขาทำก็คือฟื้นฟูพลังชีวิตที่สูญเสียไปกลับคืนแต่กระนั้นอาการบาดเจ็บยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ในทันที มันรีบประคองร่างกายไปทางเอลโก้ที่จะตายหล่ไม่ตายแหล่
“เฮ้ยเอลโก้ ยังอยู่ใช่มั้ย”
“....เออ”
เอลโก้ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงหากต่อให้ไม่มีเครื่องรางแต่เอลโก้ก็ถือว่าเป็นบุคลที่มีดวงไม่น้อย เนื่องจากเอเลนไม่มีเวลามาควบคุมศรเวทมนต์อย่างสมบูรณ์ทำให้ในจังหวะที่เขาโยนท่าไม้ตายของริคาริโอใส่เอลโก้ศรเวทมนต์หลายดอกกระแทกกันเองจนสลายไปทำให้เอลโก้รอดมาได้แบบหวุดหวิด
ริคาริโอป้อนน้ำยฟื้นฟูพลังชีวอตใส่ปากเอลโก้แม้ฉากนี้จะดูประหลาดที่ผู้ชายสองคนมาป้อนน้ำยาป้อนยาใส่กันแต่ทั้งสองรองหัวหน้าหน่วยไม่ใช่คนที่คิดอะไรหยุมหยิมเมื่อพลังชีวิตกลับมาจนพ้นครึ่งหลอดมือสังหารหนุ่มก็เปลี่ยนมาเป็นท่านั่ง
“ขอบใจเจ้ามาก ถ้าไม่ได้เจ้าป่านนี้ข้าคงตายไปแล้ว”
“ไม่ต้องคิดมากข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้าอยู่แล้ว อีกอย่างขอบคุณท่านหัวหน้าเถอะ หากไม่ได้ท่านพวกเราคงได้ไปเยี่ยมแดนนรกแล้ว”
พูดแล้วทั้งสองก็อดรู้สึกขนลุกขนพองไม่ได้ใครจะคิดว่าเพียงแค่เด็กหนุ่มคนเดียวก็มีพลังมากเพียงพอระดับเดียวกับภัยธรรมชาติหากหัวหน้าของพวกมันออกมาช่วยไม่ทันเวลาค่ายโจรเงาทมิฬคงเหลือแต่ชื่อ
“โฮะโฮ่ เห็นพวกเจ้าทั้งสองยังคงล้อเล่นกันได้ข้าคงไม่มีอะไรต้องห่วงมากสินะ”
ทันใดนั้นเองน้ำเสียงอันแก่ชราก็ดังขึ้นเป็นเสียงที่แฝงพลังเวทมนต์เอาไว้แม้จะยืนอยู่ไกลออกไปหลายเมตรแต่เสียงกลับดังเหมือนกับพูดอยู่ตรงหน้า โดยไม่ต้องคิดเอลโก้และริคาริโอรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมพูดขึ้นว่า
“ขอบคุณท่านหัวหน้าที่ช่วยชีวิต”
สิ้นเสียงคารวะร่างของชายชราในชุดคลุมหรูหรายาวลากพื้นที่ประดับด้วยเพชรพลอยมากมายก็ปรากฏตัว ร่างกายของเขาสูงเพียงแค่ไหล่ของริคาริโอเท่านั้นใบหน้าดูราวกับคนชราทั่วไปแต่ภายในดวงตานั้นกลับแฝงไปด้วยพลังเวทมนต์ในระดับภัยพิบัติ ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นไม้เท่าที่สูงเกินกว่าตัวชายชราเสียอีกมันทำมาจากไม้โบราณชนิดหนึ่งที่แกะสลักเป็นรูปเศียรมังกรที่หัวไม้เท้าซึ่งหัวมังกรนั้นกำลังคาบลูกแก้วสีใสเอาไว้ลูกหนึ่ง ที่ดวงตาของมังกรประดับด้วยอัญมณีสีขาวและดำข้างละหนึ่งเม็ดซึ่งแสงสีดำบนมณีเพิ่งจะหรี่แสงลงได้ไม่นาน
“ลุกขึ้นเถิด ข้าสิต้องขอบคุณพวกเจ้าที่คอยถ่วงเวลาเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งนั้นจะทำให้ข้าเสียเวลามากขนาดนี้”
แม้คำพูดคำจาจะดูสบายๆแต่ชายชราก็เหนื่อยล้าไม่ใช่น้อยการจัดการกับสิ่งนั้นทำให้มันสูญฌสียพลังเวทย์ไปไม่ใช่น้อย ยิ่งต้องใช้เวทมนต์ระดับสูงอย่างเขตแดนจินตภาพทำให้มันในตอนนี้เหลือพลังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
“แต่เจ้าหนูนั่นก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย หากไม่ติดว่าจะต้องยึดตามแผนการข้าเองก็อยากจะสู้กับมันอย่างตรงไปตรงมา”
ชายชราพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
“หากเป็นเช่นนั้นจริง มันคงจะยืนอยู่ต่อหน้าท่านได้ไม่ถึงสิบนาทีหรอก”
ริคาริโอและเอลโก้เชื่อมั่นอย่างไม่สั่นคลอนชายชราที่ได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่เงียบและถอนหายใจ
“อาจจะดูเหมือนการรังแกเด็กไปบ้าง แต่หากปล่อยให้อัจฉริยะระดับทวีปเช่นมันมีอายุเท่าข้า ร้อยชีวิตก็ไม่พอที่จะต่อกรหรอกนะ”
“อัจฉริยะระดับทวีป? ท่านหัวหน้าคงล้อเล่น”
การที่ชายชราเอาเจ้าเด็กนั่นไปเทียบกับสัตว์ประหลาดนั่นคงจะเป็นการยกยอศัตรูมากไปหน่อย ชายชรายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก
“ช่างมันเถิดเราคงไม่มีโอกาสได้เจอมันอีกแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโซลเบรกเกอร์เถอะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเอลโก้และริคาริโอก็เผยสีหน้ายินดี ต่อให้เจ้าเด็กผีแข็งแกร่งยังไงถ้าต้องเจอกับโซลเบรกเกอร์ก็ต้องไม่มีทางรอด ชายชราชายตามองสภาพค่ายที่มันซุ่มฟูมฟักมาหลายปีด้วยใบหน้าเสียดายพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังก่อนจะออกคำสั่งทันที
“เท่านี้ก็เท่ากับว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว จงทำลายหลักฐานที่นี่ทั้งหมด เรียกทุกหน่วยให้เข้ามาช่วยงานนี้ ย้ายเชลยที่แข็งแรงกับสินค้าทั้งหมดไปที่ค่ายที่สองจงทำให้เสร็จในสองวัน”
“แล้วเชลยในค่ายพยาบาลละครับ”
ริคาริโอถามขึ้นในฐานะที่มันทำหน้าที่ประจำการที่ค่ายเป็นหลักจึงมีหน้าที่ในการจัดการทุอย่างในค่าย ชายชราได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส
“พวกใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้ฆ่าทิ้งซะ ข้าจะไปฟื้นฟูพลังเวทย์ก่อนจงจัดการให้เรียบร้อย”
สิ้นคำชายชราก็หายวับไปพร้อมกับเอลโก้ ปล่อยให้ริคาริโอทำหน้าที่ของตนต่อไปเขากระจายคสั่งให้กับคนที่ยังขยับตัวไหว ระหว่างที่ค่ายกำลังตกอยู่ในความวุ่นวายจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ร่างเล็กๆสองร่างก็โผล่ออกมาจากในป่าล่องลอยไปมาโดยที่ไม่มีใครเห็น ทั้งสองมาถึงจุดที่เอเลนหายตัวไปแล้วดมพื้นตรงนั้นพลางทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะพร้อมใจกันกระโดดหายเข้าไปในความว่างเปล่า
******************************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
แวะเอาตอนใหม่มาส่ง
สุดท้ายแล้วแผนการ WFH ของผมก็จบลงด้วยการกลับไปนั่งออฟฟิสเหมือนเดิม เพราะเจ้านายบอกว่าผมต้องเหนคุณในที่ทำงานซึ่งขัดกับประโยคเมื่อตอนต้นสัปดาห์ที่บอกว่าผมไมอยากเห็นพนักงงานนั่งใกล้กัน ตกลงคุณพี่จะเอายังไงครับ คุณน้องทำตัวไม่ถูก(ปาดน้ำตา)
Zero Times