(สนามบิน)
ผมนัดเจอกับลี่น่าที่สนามบิน่เย็นของวันอาทิตย์เพื่อเดินทางไปประเทศไทย ส่วนทางทีมงานจะไปเจอกันที่สถานที่ถ่ายทำ ดังนั้นผมเลยต้องนั่งเครื่องบินไปกับลี่น่าสองคน
“เมื่อวานเอารถฉันไปไหนมา”
ลีน่าที่เห็นผมก็รีบเดินเข้ามาหาทันนี้ด้วยท่าทางลุ้นกับคำตอบ
“ไปเดตกับฟางฟางมา”
เธอเอามือปิดปากแล้วยิ้มอย่างดีใจ
“ั้แ่เมื่อไหร่”
“ก็วันนั้นแหละ”
ผมพูดเสียงเบาๆอย่างอายๆ ที่ผมดันตกหลุมพลางที่พี่สาวตัวแสบของผมตั้งใจขุดเอาไว้
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันว่าแล้วแกต้องทนไม่ไหว ฉันเป็พี่แกนะ แค่เห็นสีหน้าของแก ฉันก็รู้ว่าได้เลยว่าแกคิดยังไงกับฟางฟาง”
(ย้อนกลับไปวันนั้น)
หลังจากที่เรากลับมาจากบ้านพี่เขย ฟางฟางก็เว้นระยะห่างกับผม บอกว่าเื่คืนนั้นที่เราจูบกัน เธอไม่ได้ตั้งใจ ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก และรู้สึกโกรธอยู่เล็กน้อย แต่เธอก็ยังมีทีท่าปกติ จนถึงวันนั้นเธอบอกว่าจะขอตัวกลับก่อนเพราะมีนัดกับรุ่นพี่เลี้ยงฉลองเรียนจบ ตอนแรกผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนักหรอก แต่ทว่า ยัยพี่สาวตัวแสบของผมดันแต่งตัวให้ฟางฟาง สวยจนผมยังหยุดมองไม่ได้(พยายามไม่มอง) ก่อนที่พวกเธอจะออกไป ผมที่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ไม่ให้แสดงออก ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง
“เดี๋ยวนะ เธอบอกว่ารุ่นพี่หรอ”
ความทรงจำค่อยๆผุดขึ้นมา
“จั๊ด จาดาดั๊ด จั๊ดจั๊ดจาดาดั๊ด วู้!~~ อย่าทามให้คิด ถ้าไม่รักการสักนิด เข้าใจผิดขึ้นมาฉานไม่รับผิดชอบ~~”
“ลุกขึ้นมาๆ เต้นกับฉัน”
ภาพที่ฟางฟางเมาแล้วเข้าผิดห้องที่ร้านคาราโอเกะ และฟูมฟายร้องไห้สลับกับหัวเราะในตอนนั้นทำให้ฉันอดเป็ห่วงขึ้นมา
~ครืด~~
ผมหยิบโทรศัพท์ดูข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นมา พี่สาวตัวแสบแชร์โลเคชั่นมาให้ผม โดยทิ้งท้ายประโยคไว้เสียจนผมยิ่งนั่งไม่ติดขึ้นไปอีก
“ไม่เสียใจแน่นะ ถ้าเธอเป็ของคนอื่น”
~ติ๊ง~~
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ฟางฟางมีการอัพโหลดรูปภาพขึ้นมา ผมกดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของเธอทันที ภาพที่เธอถ่ายรูปรวมกับเพื่อนๆและรุ่นพี่ที่ผับแห่งหนึ่ง โดยมีผู้ชายคนหนึ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ฟางฟางพร้อมชูนิ้วสองนิ้ว ทำให้ผมหยิบกุญแจรถทันทีก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วสูง ผมเกือบควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ซัดหน้าไอ้รุ่นพี่คนนั้นไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเขาแตะต้องฟางฟาง จึงทำได้เพียงพาฟางฟางออกมา ตลอดทางที่ขับรถผมทั้งโกรธและคิดวิธีต่างๆนาๆที่จะคุยกับฟางฟางเื่ของเราวันนี้ให้รู้เื่ จนในที่สุดผมก็กล้าสารภาพและขอเธอเป็แฟนจนได้ ในวินาทีที่เธอตอบรับคำขอของผม ผมดีใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลใหญ่เสียอีก เพราะเธอคือรอยยิ้มที่ผมทำหายไปตั้งนานแล้ว
(ปัจจุบัน)
“แล้ว….เดี๋ยวนี้เวลาฝนตก แกยังเห็นอะไรแบบนั้นอยู่ไหม”
“มีบ้าง แต่วันที่ฟางฟางอยู่ด้วย ผมจะดีขึ้นไวมากกว่าทุกครั้ง”
พี่ลีน่าพยักหน้าเข้าใจ
“สงสัยฟางฟางอาจจะเป็ยาของแกแหละมั้ง ขอให้มันดีขึ้นเถอะ ฉันไม่อยากเห็นแกโทษตัวเองอยู่แบบนั้นอีก ั้แ่แกเจอฟางฟางชีวิตแกก็ดูสดใสขึ้น ฉันเลยยอมเป็แม่สื่อให้แกกับฟางฟางไง”
พูดจบลีน่าก็ลูบหัวผมไปหนึ่งครั้ง
“ผมเสียตรงหมด เราไปกันเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง”
ผมหันหน้าไปบอกลีน่า ก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นมาสะพายข้าง
“วันนี้ฉันมีเซอร์ไพร์สให้แกด้วย อะ!นั้นไง ทางนี้จ๊ะ”
ลีน่ามองเลยผมไปด้านหลังก่อนจะโบกไม้โบกมือให้ใครสักคน ผมเลยต้องหันไปมองตามที่ลีน่ามอง ฟางฟางสะพายกระเป๋าวิ่งมาด้วยน่าตาตื่น ก่อนจะมาหยุดหอบอยู่หน้าผม
“แฮกๆๆ ขอโทษที่ให้รอค่ะ มีอุบัติเหตุระหว่างทางพอดี รถเลยติดค่ะ”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ”
“เธอ! มาได้ยังไงอ่ะ แล้ว…แล้วกระเป๋านี้ล่ะ อย่าบอกนะว่า”
“อีกสองวันจะเป็วันปีใหม่แรกของเราหลังจากที่คบกัน จะให้ฉันปฏิเสธก็คงไม่ได้”
ลี่หยางรีบมาจับมือฉันอย่างดีใจ
“ฉันให้ฟางฟางมาเป็ล่ามภาษาให้แกอีกทีไง ถูกใจไหม”
ลี่หยางหันไปยิ้มให้พี่ลีน่าเป็การขอบคุณและหันมาหาฉันก่อนจะพยายามจะเอากระเป๋าของฉันไปสะพาย
“เดี๋ยวฉันสะพายเอง ใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดีนะ”
ลี่หยางทำหน้านิ่ง ก่อนจะยื่นกระเป๋าสะพายข้างของเขาให้ฉัน แล้วเอากระเป๋าสะพายหลังของฉันไปสะพายแทน ฉันได้แต่ยิ้มตามกับสิ่งที่เขาพยายามทำให้ฉัน ก่อนจะเดินตามเขาไป เรานั่งเป็ที่นั่งสามคนโดยมีฉันนั่งกั้นตรงกลางลี่หยางนั่งติดหน้าต่างด้านใน หลังจากที่เครื่องทยานขึ้น พี่ลีน่าอธิบายงานให้ฉันฟังคร่าวๆ และชวนฉันดูหนังด้วยกัน ลี่หยางได้แต่ทำตาปริบๆส่งให้ฉัน เพื่อทำตัวหน้าสงสารเรียกร้องความสนใจ แต่ฉันผู้นั่งตรงกลางและนับได้ว่าเป็ลูกน้องของพี่ลีน่าเลยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยื่นมือไปจับลี่หยางจับเป็การปลอบใจ เด็กน้อยผู้ได้อมยิ้มก็ค่อยๆสงบลง หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางมาหลายชั่วโมง ในที่สุดเครื่องก็ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ สวัสดีไทยแลนด์ แต่ทว่าเรายังต้องต่อเครื่องกันไปอีก ซึ่งสถานที่ถ่ายทำที่นัดเจอกับทางทีมงานไว้คือ จังหวัดสุราษฎ์ธานี โดยจะไปถ่ายทำกันที่เกาะพะงัน ตอนนี้เป็เวลาตีห้า รอเวลาเปลี่ยนไฟร์ตอนหกโมงเช้า นั่งเครื่องหนึ่งชั่วโมงกว่าและนั่งรถโดยสารต่อไปจนถึงท่าเรืออีกสักพัก
“ทีมงานจะมารอรับเราที่ท่าเรือนะ เราจะนั่งสปีดโบทกันไป”
หลังจากยกสัมภาระลงจากรถโดยสาร ในที่สุดก็ได้เจอกับทีมงานที่รอรับเราอยู่ พวกเขาเข้ามาช่วยยกของแล้วเดินนำไปที่ท่าเรือที่เราจะต้องใช้เดินทางกันในวันนี้
พี่ลีน่าขึ้นเรือไปก่อนและตามด้วยลี่หยาง ลี่หยางและทีมงานชายคนหนึ่งยื่นมือมาให้ฉันพร้อมกัน
“มาครับ”
“ยื่นมือมา”
สายตาทุกคนในเรือกลับหันมามองกันอย่างไม่ได้นัดหมายทันที ฉันเลยจำใจต้องยื่นมือไปจับมือของทีมงานชายคนนั้น เพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันหันไปขอบคุณพนักงานคนนั้นที่ช่วยดึงฉันขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองหน้าลี่หยางที่ดูเหมือนจะไม่พอใจกับการตัดสินใจของฉันเมื่อสักครู่นี้
เรือค่อยๆวิ่งไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาหยุดที่เกาะเกาะหนึ่ง มีคนจำนวนสี่ถึงห้าคนยืนรอเราอยู่
“สวัสดีครับๆ เหนื่อยไหมครับ”
“ไม่ครับ”
ชายอายุกลางคน ที่หน้าตาตี๋แต่แต่งกายเสื้อผ้าแนวธีมสงกรานต์ไทยกล่าวทักทายพวกเราหลังจากลงมาจากเรือ
“ผมเป็ผู้กำกับการถ่ายทำวาไรตี้ในครั้งนี้ ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับ เดี๋ยวทางทีมงานจะพาทุกคนไปพักก่อนนะครับ วันนี้ให้ทุกคนพักผ่อนกันให้เต็มที่ เราจะถ่ายรายการกันวันที่ 2เช้านะครับ ่นี้ให้ทุกคนได้มีเวลาในการฉลองปีใหม่กันก่อน เดี๋ยวทีมงานจะไปบีฟรายละเอียดให้ฟังอีกทีนะครับ วันนี้พักผ่อนกันก่อนนะครับ”
“ได้ค่ะ”
พี่ลีน่าตอบกลับเขาอย่างสุภาพ ก่อนที่ทางทีมงานจะนำเรามายังที่พักที่เตรียมไว้ให้
“วันที่2 จะเริ่มถ่ายทำกันแปดโมงเช้าคะ เจ็ดโมงเช้าจะให้ทีมงานมาเรียกไปแต่งตัวแต่งหน้าทำผมนะคะ และจะได้พบเจอกับผู้ร่วมรายการท่านอื่นอีกสามท่านด้วยค่ะ วันนี้ตามสบายนะคะ คาดเหลืออะไรรบกวนแจ้งทางทีมงานได้เลยคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
พี่ลีน่ากล่าวขอบคุณก่อนจะเอื่อมมือไปหยิบคีย์การ์ดมา
“แกพักห้อง 103 แล้วกันนะ ฉันกับฟางฟางจะพักห้อง 105 นะ”
“ได้ค่ะ”
“...........”
หลังจากแจกแจงคีย์การ์ดกันเรียบร้อย ลี่หยางก็เดินไปยังห้องของตัวเองทันทีโดยทำเป็ไม่สน ฉันได้แต่มองตามหลังของเขาจนเดินเข้าห้องไป
“ฟางฟาง เข้ามาสิ”
“ค่ะๆ”
ฉันยกกระเป๋าเข้าไปในห้อง ห้องทั้งใหญ่และมีวิวทะเลที่สวยมาก ด้านในมีเตียงสองเตียง พี่ลีน่าเลือกนอนติดระเบียง ส่วนฉันนอนเตียงที่ติดกับประตู หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เราก็ออกมาหาอะไรทานกันที่โซนอาหารของโรงแรม
“พี่ลีน่าคะ ลี่หยางไม่มาทานด้วยกันหรอคะ”
ฉันหันไปถามพี่ลีน่าที่กำลังตั้งใจทักอาหารใส่จานอยู่
“เห็นบอกว่าไม่หิวนะ”
“อ๋อค่ะ”
วันนี้ตั้งวันลี่หยางทานไปเพียงอาหารที่อยู่บนเครื่องไม่กี่อย่างกับแซนวิสตอนเช้าแค่นั้นเอง ฉันเลยอดเป็ห่วงไม่ได้ ตอนกลับจากทานอาหารเลยแวะซื้ออาหารสองสามอย่างที่ร้านหิ้วติดไม้ติดมือไปฝากลี่หยางด้วย พี่ลีน่าแยกกับฉันเพราะไม่อยากเป็ก้างขวางคอเลยกลับห้องไปก่อน
~ก๊อกๆ ก็อกๆ ~~
…………………………………
~ก๊อกๆ ก็อกๆ ~~
~แคร๊ก~
“ทำไมเปิดช้าจัง ฉันซื้ออาหารมาให้นายด้วย”
ฉันยิ้มร่าเมื่อเห็นลี่หยางเปิดประตูให้ พร้อมชูถุงอาหารที่พึ่งซื้อมาเมื่อกี้ให้เขาดู ลี่หยางที่เปลี่ยนชุดเป็กางเกงขาสั้นสีขาวและใส่เสื้อกล้ามสีขาวด้านในที่มีเสื้อเชิ๊ตสีครีมทับด้านนอกอีกชั้น ไม่พูดอะไรตอบ ทำสีหน้านิ่งๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง ลี่หยางไม่พูดไม่จาเดินไปนั่งตรงโซฟา ฉันจึงจัดอาหารใส่จานแล้ววางลงบนโต๊ะให้เขา
“พี่ลีน่าบอกว่านายไม่หิว แต่วันนี้ฉันจำได้ว่านายกินไปแค่แซนวิสเอง เลยซื้ออาหารมาให้ ลองชิมดูหน่อยนะ”
“จำได้ด้วยหรอ”
ลี่หยางพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ ฉันเลยเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ
“นายเป็อะไรอ่ะ อย่าบอกนะว่างอนเื่เมื่อเช้าอ่ะ”
“เปล่า”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเมินนายนะ แต่ว่าตอนนั้นสายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่เรา ฉันไม่อยากให้พวกเขาเข้าใจผิดกัน”
“เข้าใจผิดหรอ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันหมายถึง เดี๋ยวนายจะดูไม่ดี ถ้ามีข่าวออกไปนะ”
“ฉันไม่สน”
“แต่ฉันสนนิ”
ลี่หยางหันหน้ามาหาฉัน ด้วยท่าทางและสายตาที่จริงจัง ก่อนจะเอื่อมมือมาจับมือฉันไว้
“ข้าวฟาง ฉันแค่อยากเป็แฟนเธอ ที่คนเป็แฟนคนอื่นๆเขาทำให้กัน ฉันไม่อยากให้เธอเดินอยู่หลังฉัน ฉันอยากให้เธอเดินไปพร้อมกันกับฉัน”
“ฉันเข้าใจนายนะ และขอบคุณจริงๆนะที่นายพยายามเพื่อฉัน แต่ฉันขอเวลาปรับตัวอีกหน่อยจะได้ไหม ”
ลี่หยางไม่พูดตอบอะไรฉัน ได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“นั้นตอนนี้ทานอาหารพวกนี้ให้หมดก่อน”
ลี่หยางลุกขึ้นไปทานอาหารที่ฉันซื้อมาจนหมดจานอย่างว่าง่าย โดยมีฉันนั่งมองด้วยความเอ็นดูคนตรงหน้า
“คืนนี้อยู่กับฉันนะ”
ဝ_ဝ
“ทำไมทำหน้าใขนาดนั้นล่ะ ฉันหมายความว่าคืนนี้อยากเคาท์ดาวน์ด้วยกันกับเธอสองคน เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย”
“เปล่าสักหน่อย”
ฉันพูดไปหันหน้ามองไปที่วิวทะเลด้านนอก เพื่อปกปิดหน้าของฉันที่กำลังร้อนผ่าวเพราะความจินตนาการเยอะไปของตัวเอง
“หรือว่าเธออยาก……”
“อยากอะไร เปล่าสักหน่อย คิดอะไรของนายเนี่ย”
“ฉันหมายถึงดูหนัง กินเบียร์ อะไรทำนองนั้นต่างหาก เธอนั้นแหละคิดไปไหน”
ลี่หยางเดินมาดีดหน้าผากฉันเป็การเอ็นดูก่อนจะเดินยิ้มไปนั่งที่โซฟา ปล่อยให้ฉันอายแล้วอายอีก
่เย็นฉันกับลี่หยางออกมาซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อขนมและเบียร์เพื่อฉลองเคาท์ดาวน์กันที่ห้อง ลี่หยางยังคงใส่แมสไว้ แต่ดีที่คนไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักพระเอกซีรีย์จีนกันมากนัก เลยทำให้เราไม่เป็ที่สนใจของผู้คนที่กำลังซื้อของกันอยู่ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในครั้งผ่านไปอย่างราบรื่น
“เราซื้อมาเยอะไปหรือเปล่า หรือว่าฉันโทรไปชวนพี่ลีน่ามาร่วมสนุกด้วยกันดี”
ลี่หยางที่เห็นฉันกำลังจะกดโทรหาพี่ลีน่า รีบเข้ามาดึงโทรศัพท์ฉันออกจากมือ ก่อนจะเอาไปเก็บไว้ที่เขา
“ไม่ต้องๆ ลีน่าเขานอนเร็ว เราอย่าไปกวนเขาเลย”
“อ๋อ”
“ตอนนี้สามทุ่มกว่าๆ เราดูหนังรอกันดีกว่า เธออยากดูเื่ไหนล่ะ”
“เอาเื่นี้แล้วกัน”
“ฉันชี้ไปที่หนังรักฝรั่งเื่หนึ่งที่ยังไม่เคยดู”
ลี่หยางกดเล่นหนังเื่ที่ฉันเลือก ก่อนจะกลับมานั่งข้างๆฉัน เราต่างตั้งใจดูหนัง กินขนมและดื่มเบียร์ไปด้วย
“ผมรักคุณ”
“ฉันก็รักคุณค่ะ”
“วันนี้ผมจะทำเื่ที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน คุณสอนผมได้ไหม”
พระเอกถอดเสื้อของตัวเองออกก่อนจะขึ้นไปคร่อมร่างบางของนางเอกไว้ เริ่มจากการจูบไปที่ริมฝีปากของนางเอกอย่างดูดดื่ม มือของพระเอกค่อยๆเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆบนตัวของนางเอก
“นายเอาเบียร์อีกไหม กระป๋องของนายหมดแล้ว”
ฉันที่พยายามเปลี่ยนบรรยากาศในห้องไม่ให้ตึงจนเกินไป แต่ลี่หยางก็ยังคงมองหน้าจอที่ฉายหนังที่เร้าร้อนอยู่ตรงหน้า ฉันได้แต่ยกเบียร์ขึ้นดื่ม พร้อมกับพัดลมให้ตัวเองที่ร้อนผ่าว อยู่ๆมือที่วางอยู่ที่โซฟาก็ชนเข้ากับมือของลี่หยางที่วางอยู่ ฉันได้แต่นั่งแข็งทื่อเมื่อลี่หยางอยู่ๆก็จับมือของฉันไว้ ฉันหันไปมองเขา ลี่หยางที่นั่งไม่ไกลฉันค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มตัวมาที่ฉันเรื่อยๆ มือของเขาจับที่ขอบโซฟาทำให้ฉันเอนหลังลงกับโซฟา ทำให้ลี่หยางที่คร่อมร่างฉันอยู่ในตอนนี้โน้มใบหน้าลงมาที่หน้าฉัน อุณหภูมิในตัวฉันตอนนี้สูงปี๊ด ฉันได้แต่หลับตาปี๋
“วี๊ด….ปังๆๆๆๆๆๆ”
“วี๊ด….ปังๆๆๆๆๆๆ”
“วี๊ด….ปังๆๆๆๆๆๆ”
เสียงพลุถูกจุดจากด้านนอกทยอยดังขึ้น ทำให้ฉันได้สติลืมตา และพลิกตัวหมุดลอดวงแขนของลี่หยางออกมาที่ระเบียงด้านนอกเพื่อดูพลุที่ถูกจุดอย่างหวุดหวิด ลี่หยางเดินมาห่มผ้าคลุมให้ฉันแล้วกอดฉันจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน
“เหลือเวลาอีกห้านาที จุดเร็วไปหรือเปล่านะ”
ลี่หยางก้มมากระซิบข้างหูของฉัน ด้วยน้ำเสียงดูเ้าเลห์
“ห้า!!”
“สี่!!”
“สาม!!”
“สอง!!”
“หนึ่ง!!”
“สุขสันต์วันปีใหม่!!”
เสียงข้างห้องและรอบๆที่พักต่างส่งเสียงนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่กันพร้อมกัน พร้อมเสียงพลุที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้า
“ลี่หยาง สุขสันต์วันปีใหม่”
ฉันหันไปหาลี่หยาง
“ข้าวฟาง สุขสันต์วันปีใหม่”
ลี่หยางโน้มตัวลงมาจูบฉันเบาๆที่หน้าผาก ก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอด