คุณหนูมุกดา ลูกเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเสถียรผล ครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจเกี่ยวกับส่งออกอาหารแช่แข็ง
ณ สนามสุวรรณภูมิ เครื่องบินที่มุกดานั่งได้ลงจอด ผู้คนมากมายมากหน้าหลายตา กำลังทยอยขนกระเป๋าออกจากสนามบิน โซนรับผู้โดยสาร มีป้ายไฟเขียนว่า "คุณหนูมุกดา เสถียรผล ยินดีต้อนรับ"
ช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ถูกถือโดย คุณเหมือนฝันคุณแม่ของมุกดา ข้างๆกันมีคุณพ่อยืนอยู่ด้วย "ยินดีต้อนรับกลับบ้านเราจ๊ะลูก นั่งเครื่องมาเหนื่อยไหม แม่กับพ่อคิดถึงมากเลย"
"นิดหน่อยค่ะคุณแม่ แต่มุกดาเห็นคุณพ่อกับคุณแม่มารอรับที่สนามบินก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ"
สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม มุกดาเป็เด็กนักเรียนนอก เพิ่งจบจึงกลับมาเมืองไทยเพื่อช่วยงานบริษัทของพ่อกับแม่
"นายสร ลากกระเป๋าคุณหนูไปขึ้นรถ"
"ได้ครับคุณผู้หญิง"
ณ บ้านเสถียรผล โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารเลิศรส เพราะคุณเหมือนฝันได้จ้างเชฟจากโรงแรมมารังสรรค์เมนูที่ลูกสาวชื่นชอบ ทุกคนหลังจากรับประทานอาหารก็คุยหยอกล้อกันนานกว่าปรกติ
"เรียนเหนื่อยไหมลูก ลูกอยากพักผ่อนสักปีสองปี หรือจะลองเข้าไปช่วยงานที่บริษัทเลยจ้ะ"
คุณเหมือนฝันถาม
"หนูอยากลองช่วยงานที่บริษัทดูก่อนค่ะคุณแม่ เรียนจบแล้วร้อนวิชานะคะ อยากเก่งเร็วๆ เหมือนคุณพ่อค่ะ"
"ลูกคนนี้ช่างยอพ่อเก่งจริงๆเลย"
เช้าวันต่อมา เนื่องจากมุกดาไม่ค่อยสะดวกให้คนรถไปส่ง เพราะชอบขับรถเองจึงได้ให้คนรถมาส่งยังโชว์รูมรถแห่งหนึ่ง
"สวัสดีค่ะ โชว์รูมเรายินดีต้อนรับค่ะคุณหนูมุกดา รถที่ได้แจ้งมาทางเราว่าสนใจอยู่โซนด้านนี้ค่ะ เชิญคุณหนูมุกดาลองขับดูได้นะคะ ติดขัดตรงไหนหรือจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนรุ่น ทางเรายินดีบริการเต็มที่ค่ะ"
พนักงานขายมาต้อนรับและแนะนำรถกับมุกดา
"ค่ะ เดี๋ยวมุกดาขอลองขับรถคันนี้ดูก่อนนะคะ พรุ่งนี้ยังไงจะแจ้งกลับ"
รถคันหรูถูกขับออกจากโชว์รูม และมุ่งหน้าตรงไปห้างสรรพสินค้า
ภายในห้าง หลังจากเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้แล้ว ก็สั่งให้พนักงานจัดส่งไปให้ที่บ้าน จากนั้นก็ได้เดินดูขอบกิ๊บช็อปเพิ่มเล็กน้อย
"ปึก"
"โอ๊ย คุณเดินยังไงของคุณเนี่่ยมองไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังยืนเลือกของอยู่ตรงนี้"
พลันสายตาเกรี้ยวกราดก็แปรเปลี่ยนเป็หวานหยาดเยิ้ม ฉันเป็บ้าอะไรเนี่ย เห็นคนหล่อหน่อยเป็ไม่ได้เลย ทำไมหล่อเข้มตรงสเปคเลย ผิวแทนดูอบอุ่นและจมูกโด่ง ปากอมชมพูน่าจูบจริงๆ
อลงกต เป็หนุ่มนักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ประเด็นคือยังโสด
"ขอโทษครับ เป็อะไรมากไหมครับ พอดีผมคุยโทรศัพท์เพลินไปหน่อย พลันชนคุณเข้า เอ่อคุณ...คุณชื่ออะไรครับ"
ชายหนุ่มตะลึงในความงามของหญิงสาวตรงหน้า ทำไมเธอดูน่ารักจัง ขนาดเมื่อกี้โกรธยังสวยเลย
"เอ่อคือ..ฉันชื่อมุกดาค่ะ ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่พูดกับคุณแรงไปหน่อย"
ตกหลุมรักเขาแล้วสิ!!!!! โอ๊ยยย หัวใจมักง่ายจริงๆเลย ฮ่าฮ่าฮ่า
"ถ้าไม่เป็การรบกวน ผมขออนุญาตเลี้ยงข้าวแทนคำขอโทษได้ไหมครับ"
อยากคุยกับเธอนานอีกหน่อย เดี๋ยวจะได้หาโอกาสขอเบอร์แลกไลน์กันไว้ด้วย
"ได้ค่ะ"
หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็รักแรกพบทำฉันหวั่นไหวซะแล้ว อุ๊ย ..เขิลอ่ะ...
"ผมมีร้านอาหารอยากแนะนำครับ เป็ร้านอาหารเพื่อนของผมเอง อาหารอร่อย และน่าทานมากครับ อยู่ชั้น 5 ของห้างนี้เป็ร้านอาหารแบบบุบเฟ่ กำลังเป็ที่นิยม เขาหยิบมือถือ พร้อมโทรบอกร้านให้เตรียมโต๊ะให้ 2 ที่
"คนเยอะดีนะคะ คงอร่อยสมกับคำชมของคุณแน่เลย "
"เชิญทางด้านนี้ค่ะ"
พนักงานต้อนรับมาเชิญทั้งสองไปยังโต๊ะอาหาร ทั้งคู่คุยกันได้สักพัก
"ผมขออนุญาตขอเบอร์และแลกไลน์ไว้ติดต่อคุณอีกได้ไหมครับ ผมยังอยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับคุณอีก ถ้าคุณจะไม่รังเกียจ"
อลงกตพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจ แต่ก็อมยิ้มน้อยๆ เพราะออกอาการเขินไปด้วย เขาเองก็ถูกใจมุกดาไปไม่น้อย
"ได้ค่ะ ฉันยินดี กลับมาเมืองไทยครั้งนี้ฉันยังไม่มีเพื่อนใหม่ๆ ที่นี่เลย วันหยุดเราค่อยนัดกันไปเที่ยวดีไหมคะ เพื่อนๆฉันที่เมืองไทย ส่วนมากก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและมีครอบครัวไปแล้ว ไม่สะดวกนัดพบกันสักเท่าไรค่ะ"
ผ่านไปได้ไม่นานหลังจากได้พบกับอลงกตหลายครั้ง ก็นัดเดทกันครั้งแรก
ณ ดาดฟ้าของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง มีนักเล่นไวโอลินกำลังเล่นเพลงรักเสียงไพเราะมาก
โต๊ะอาหาร มีมุกดาที่แต่งตัวใส่ชุดเดรส สีชมพูอ่อน ใส่ตุ้มหูเพรชลายรูปกระเป๋ากับกุญแจนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ ลูกโป่งสีชมพูเขียนว่า "เป็แฟนกับผมนะครับ ผมรักคุณ" ถูกถือมาโดยบริกร และมีอลงกตเดินนำถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่สีแดงมามอบให้มุกดา
ผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันจะฝากชีวิตด้วยต่อจากนี้ เขาดูอ่อนโยน และรักฉันมาก ฉันยิ้มแก้มแทบปริ
"ค่ะ ฉันก็รักคุณ"
ทั้งคู่สวมกอดกันด้วยความรัก หัวใจของทั้งคู่แนบชิดกัน ทำให้อีกฝ่ายััได้ถึงการเต้นของหัวใจฝ่ายตรงข้าม