รักครั้งที่สองของมุกดา

    ตอนที่ 1 ตกหลุมรัก

    คุณหนูมุกดา  ลูกเศรษฐีอันดับต้นๆ  ของเมืองไทย  เธอเป็๲ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเสถียรผล  ครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจเกี่ยวกับส่งออกอาหารแช่แข็ง


    ณ  สนามสุวรรณภูมิ  เครื่องบินที่มุกดานั่งได้ลงจอด  ผู้คนมากมายมากหน้าหลายตา  กำลังทยอยขนกระเป๋าออกจากสนามบิน  โซนรับผู้โดยสาร  มีป้ายไฟเขียนว่า  "คุณหนูมุกดา  เสถียรผล  ยินดีต้อนรับ"


    ช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ถูกถือโดย  คุณเหมือนฝันคุณแม่ของมุกดา  ข้างๆกันมีคุณพ่อยืนอยู่ด้วย  "ยินดีต้อนรับกลับบ้านเราจ๊ะลูก  นั่งเครื่องมาเหนื่อยไหม  แม่กับพ่อคิดถึงมากเลย"


    "นิดหน่อยค่ะคุณแม่  แต่มุกดาเห็นคุณพ่อกับคุณแม่มารอรับที่สนามบินก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ"


    สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม   มุกดาเป็๲เด็กนักเรียนนอก  เพิ่งจบจึงกลับมาเมืองไทยเพื่อช่วยงานบริษัทของพ่อกับแม่


    "นายสร  ลากกระเป๋าคุณหนูไปขึ้นรถ"


    "ได้ครับคุณผู้หญิง"




    ณ  บ้านเสถียรผล  โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารเลิศรส  เพราะคุณเหมือนฝันได้จ้างเชฟจากโรงแรมมารังสรรค์เมนูที่ลูกสาวชื่นชอบ  ทุกคนหลังจากรับประทานอาหารก็คุยหยอกล้อกันนานกว่าปรกติ  


    "เรียนเหนื่อยไหมลูก  ลูกอยากพักผ่อนสักปีสองปี  หรือจะลองเข้าไปช่วยงานที่บริษัทเลยจ้ะ"


    คุณเหมือนฝันถาม  


    "หนูอยากลองช่วยงานที่บริษัทดูก่อนค่ะคุณแม่  เรียนจบแล้วร้อนวิชานะคะ  อยากเก่งเร็วๆ  เหมือนคุณพ่อค่ะ"


    "ลูกคนนี้ช่างยอพ่อเก่งจริงๆเลย"


    เช้าวันต่อมา  เนื่องจากมุกดาไม่ค่อยสะดวกให้คนรถไปส่ง  เพราะชอบขับรถเองจึงได้ให้คนรถมาส่งยังโชว์รูมรถแห่งหนึ่ง  


    "สวัสดีค่ะ  โชว์รูมเรายินดีต้อนรับค่ะคุณหนูมุกดา  รถที่ได้แจ้งมาทางเราว่าสนใจอยู่โซนด้านนี้ค่ะ  เชิญคุณหนูมุกดาลองขับดูได้นะคะ  ติดขัดตรงไหนหรือจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนรุ่น  ทางเรายินดีบริการเต็มที่ค่ะ"


    พนักงานขายมาต้อนรับและแนะนำรถกับมุกดา


    "ค่ะ  เดี๋ยวมุกดาขอลองขับรถคันนี้ดูก่อนนะคะ  พรุ่งนี้ยังไงจะแจ้งกลับ"


    รถคันหรูถูกขับออกจากโชว์รูม  และมุ่งหน้าตรงไปห้างสรรพสินค้า


    ภายในห้าง  หลังจากเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้แล้ว ก็สั่งให้พนักงานจัดส่งไปให้ที่บ้าน  จากนั้นก็ได้เดินดูขอบกิ๊บช็อปเพิ่มเล็กน้อย


    "ปึก"


    "โอ๊ย  คุณเดินยังไงของคุณเนี่่ยมองไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังยืนเลือกของอยู่ตรงนี้"


    พลันสายตาเกรี้ยวกราดก็แปรเปลี่ยนเป็๲หวานหยาดเยิ้ม  ฉันเป็๲บ้าอะไรเนี่ย  เห็นคนหล่อหน่อยเป็๲ไม่ได้เลย  ทำไมหล่อเข้มตรงสเปคเลย  ผิวแทนดูอบอุ่นและจมูกโด่ง  ปากอมชมพูน่าจูบจริงๆ


    อลงกต  เป็๲หนุ่มนักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์  ประเด็นคือยังโสด


    "ขอโทษครับ  เป็๲อะไรมากไหมครับ  พอดีผมคุยโทรศัพท์เพลินไปหน่อย  พลันชนคุณเข้า  เอ่อคุณ...คุณชื่ออะไรครับ"


    ชายหนุ่มตะลึงในความงามของหญิงสาวตรงหน้า  ทำไมเธอดูน่ารักจัง  ขนาดเมื่อกี้โกรธยังสวยเลย


    "เอ่อคือ..ฉันชื่อมุกดาค่ะ  ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่พูดกับคุณแรงไปหน่อย"


    ตกหลุมรักเขาแล้วสิ!!!!!  โอ๊ยยย  หัวใจมักง่ายจริงๆเลย  ฮ่าฮ่าฮ่า  


    "ถ้าไม่เป็๲การรบกวน  ผมขออนุญาตเลี้ยงข้าวแทนคำขอโทษได้ไหมครับ"


    อยากคุยกับเธอนานอีกหน่อย  เดี๋ยวจะได้หาโอกาสขอเบอร์แลกไลน์กันไว้ด้วย


    "ได้ค่ะ"


    หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ  ก็รักแรกพบทำฉันหวั่นไหวซะแล้ว  อุ๊ย  ..เขิลอ่ะ...


    "ผมมีร้านอาหารอยากแนะนำครับ  เป็๲ร้านอาหารเพื่อนของผมเอง อาหารอร่อย  และน่าทานมากครับ  อยู่ชั้น 5  ของห้างนี้เป็๲ร้านอาหารแบบบุบเฟ่  กำลังเป็๲ที่นิยม  เขาหยิบมือถือ  พร้อมโทรบอกร้านให้เตรียมโต๊ะให้  2 ที่  


    "คนเยอะดีนะคะ  คงอร่อยสมกับคำชมของคุณแน่เลย "


    "เชิญทางด้านนี้ค่ะ"


    พนักงานต้อนรับมาเชิญทั้งสองไปยังโต๊ะอาหาร  ทั้งคู่คุยกันได้สักพัก


    "ผมขออนุญาตขอเบอร์และแลกไลน์ไว้ติดต่อคุณอีกได้ไหมครับ  ผมยังอยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับคุณอีก  ถ้าคุณจะไม่รังเกียจ"


    อลงกตพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจ  แต่ก็อมยิ้มน้อยๆ  เพราะออกอาการเขินไปด้วย  เขาเองก็ถูกใจมุกดาไปไม่น้อย


    "ได้ค่ะ  ฉันยินดี  กลับมาเมืองไทยครั้งนี้ฉันยังไม่มีเพื่อนใหม่ๆ  ที่นี่เลย  วันหยุดเราค่อยนัดกันไปเที่ยวดีไหมคะ  เพื่อนๆฉันที่เมืองไทย  ส่วนมากก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและมีครอบครัวไปแล้ว  ไม่สะดวกนัดพบกันสักเท่าไรค่ะ"


    ผ่านไปได้ไม่นานหลังจากได้พบกับอลงกตหลายครั้ง  ก็นัดเดทกันครั้งแรก    


    ณ  ดาดฟ้าของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง  มีนักเล่นไวโอลินกำลังเล่นเพลงรักเสียงไพเราะมาก


    โต๊ะอาหาร  มีมุกดาที่แต่งตัวใส่ชุดเดรส สีชมพูอ่อน  ใส่ตุ้มหูเพรชลายรูปกระเป๋ากับกุญแจนั่งอยู่ตรงเก้าอี้  ลูกโป่งสีชมพูเขียนว่า  "เป็๲แฟนกับผมนะครับ  ผมรักคุณ"  ถูกถือมาโดยบริกร  และมีอลงกตเดินนำถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่สีแดงมามอบให้มุกดา


    ผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันจะฝากชีวิตด้วยต่อจากนี้  เขาดูอ่อนโยน  และรักฉันมาก  ฉันยิ้มแก้มแทบปริ


    "ค่ะ  ฉันก็รักคุณ" 


    ทั้งคู่สวมกอดกันด้วยความรัก  หัวใจของทั้งคู่แนบชิดกัน  ทำให้อีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼ได้ถึงการเต้นของหัวใจฝ่ายตรงข้าม