ฟู่ฉางได้เปิดถุงสีเขียวออกมาในถุงนั้นมีสมุนไพรที่หายากในดวงดาวขนาดเล็กแห่งนี้ได้แก่ หญ้าสามวิญญาณ ผลไม้โลหิต ต้นศพปีศาจและอื่น ๆ อีกมากมายฟู่ฉางใช้เวลาดูและตรวจสอบคุณภาพของสมุนไพรแต่ละชนิดด้วยกัน
“ไม่คิดว่ามันจะมีของแบบนี้อยู่ด้วยอาณาจักรอาบูโนมีใครอยู่เบื้องหลังกันแน่”
ฟู่ฉางได้เก็บถุงสมุนไพรลงไปก่อนจะหยิบมือของผู้นำพาแห่งความมืดขึ้นมาดู มือในขวดโหลยังปกติดีฟู่ฉาง
“ฉันรู้สึกว่าโลหิตในมือมันพยายามทำอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องนี้”
ฟู่ฉางได้เก็บมือเข้าไปก่อนจะหลับตาพักผ่อนมีเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นที่ฉันจะหาข่าวเกี่ยวกับมัน
..................
เงาสีดำได้หยิบผลึกสื่อสารสีม่วงอมดำออกมาก่อนจะพูดใช้ขึ้นมาพร้อมกับคุกเข่าลงไปด้วยพื้น
“นายท่าน”
ผลึกสื่อสารได้มีดวงตาเปิดออกมา ดวงตานั้นมีสีดำสนิทพร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตายลอยออกมาจากดวงตานี้ ดวงตานี้ได้มองไปที่เงาสีดำผู้ที่เป็นลูกน้องก่อนจะพูดขึ้นมา
“มีอะไร”
เสียงที่พูดออกมาน่าแปลกที่เสียงพูดอ่อนแอมากราวกับชายชราที่กำลังจะสิ้นอายุขัย แต่ทว่าออร่าแห่งความตายที่ออกมาพร้อมกับเสียงพูดไม่ได้อ่อนแอเลย เงาสีดำที่ได้ฟังเสียงนี้มีสีหน้าที่หวาดกลัวมากและเหงื่อออกมาเต็มหน้า เพียงแค่ได้ฟังเสียงก็สามารถฆ่าคนได้
เงาสีดำได้ตั้งสติก่อนจะพูดเรื่องเมืองอาริโซออกไป ดวงตาได้ฟังดังนั้นจึงกลับตอบมาด้วย
“ส่วนเจ้ากลับมาได้ อีก2ปีแล้วเราจะเริ่มแผนการ”
เงาสีดำได้ตอบกลับมาแต่ทว่าเงาสีดำยังมีเรื่องที่จะถามให้แน่ใจออกไป แต่ไม่กล้าพูดออกมา ดวงตาสีดำเห็นว่าเงาสีดำมีท่าทางที่หวาดกลัวจะที่ถามเรื่องราวออกไปจึงถามไป
“มีอะไรอีก”
เงาสีดำตัดสินใจก่อนจะเล่าเรื่องที่ผู้นำพาแห่งความมืดมาที่เมืองอาริโซ
“นายท่านก่อนหน้านี้ประมาณ6วันผู้นำพาแห่งความมืดได้มาที่เมืองแห่งนี้”
พอได้ยินคำพูดถึง ผู้นำพาแห่งความมืด ดวงตาสีดำนิ่งสงบราวกับว่าผู้นำพาแห่งความมืดเป็นแน่ศัพท์พูดทั่วไปไม่มีอาการอะไรเลยแน่นอนว่าเงาสีดำที่สังเกตเห็นว่าพูดไปแล้วดวงตาสีดำไม่ได้ตอบสนองอะไรก็นึกแปลกใจเพราะว่าผู้นำพาแห่งความมืดกับ..........
ดวงตาสีดำพูดกลับมา
“แล้ว”
เงาสีดำเห็นว่าการตอบสนองของดวงตาสีดำเรียบง่ายเกินไปราวกับว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง
“อือ......ผมเห็นว่าผู้นำพาแห่งความมืดโดนอาริโนโจมตีไปเกือบจะตายและเห็นระดับพลังแค่ปีศาจฝึกฝนเองนะครับ”
“โอ สิ่งที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์พูดขึ้นมาเป็นจริงหรือ”
“คับ”
ดวงตาสีดำยังคงไร้อารมณ์อย่างเคยก่อนจะพูดกับตนเองว่า
“ผู้นำพาแห่งความมืดคนนี้โชคร้ายจริง ๆ นะระดับการฝึกฝนยังน้อยก็โดนเจอตัวแล้ว”
เงาสีดำฟังแล้วคิดว่าผู้นำพาแห่งความมืดกับนายท่านของตนไม่ได้รู้จักกันและมีไมตรีต่อกันจึงได้คิดมาว่าจะฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดเลยไหม
“งั้นพวกเราก็สามารถไล่ล่าผู้นำพาแห่งความมืดได้สิครับ”
คำพูดที่ว่าจะฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดนั้นดังออกมาจากปากของเงาสีดำ จากนั้นกลิ่นอายแห่งความตายได้ลอยออกมาดวงตาพุ่งเข้าโจมตีใส่เงาสีดำนั้น ร่างสีดำนั้นได้กระอักเลือดพร้อมลงไปนอนกับพื้น ร่างกายและจิตวิญญาณเริ่มเน่าเปื่อยมีกลิ่นซากศพลอยออกมาจากตัวเงาสีดำ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
“นายท่านโปรดให้อภัยแกทาสคนนี้ด้วย นายท่านโปรดให้อภัยด้วย ไว้ชีวิตด้วย”
เงาสีดำได้พูดขึ้นมาพร้อมกับร้องออกมา เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะตายเพราะคำพูดแบบนี้ ดวงตาสีดำถอนใจก่อนจะเก็บกลิ่นอายแห่งความตายกลับมา เงาสีดำไม่ได้มีแรงที่จะลุกขึ้นมาแต่ยังมีลมหายใจที่เบาบางมาก ตอนนี้เงาสีดำประคองสติได้ก็มากพอแล้ว
ดวงตาสีดำมองเงาสีดำอย่างกดดัน
“แกจะฆ่าฉันนั้นหรือ”
เงาสีดำที่สภาพเน่าเปื่อยได้ ไอออกมาก่อนจะตอบกลับไป
“แค่ก...แค่ก ทาสผู้นี้ขออภัยด้วยครับ แต่ทาสผู้นี้ไม่ได้จะฆ่านายท่านผู้สูงส่งแต่เป็นผู้นำพาแห่งความมืดตั้งหาก”
ดวงตาสีดำมองเงาสีดำแล้วถอนหายใจไม่ได้เพราะว่ามันไม่ได้รู้อะไรเลย
“เจ้า...เวลาก่อนที่เจ้าจะเข้าเส้นทางฝึกตนเองเจ้าจะทำอะไรก่อน”
เงาสีดำไม่คิดว่านายท่านของตนเองจะถามไปแบบนี้จึงตอบกลับไป
“ทาสผู้นี้จะให้ฝึกฝนก่อนครับ”
“ใช่ต้องฝึกฝนก่อน ถ้าดวงดาวแห่งนี้เป็นดวงดาวขนาดกลางพวกข้าจะเป็นคนฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดด้วยตนเอง แต่น่าเสียดายที่ว่าดวงดาวแห่งนี้เป็นดวงดาวขนาดเล็กสิ่งที่ทำได้คือมองดูผู้นำพาแห่งความมืดไปเท่านั้นเอง ถ้าใครแทรกซึมเข้ามาและไม่ใช้ผู้คนหรือดวงวิญญาณของดวงดาวแห่งนี้ผู้นั้นจะตายโดยเหล่าเทพปีศาจ”
เงาสีดำตกใจมากและถามกลับไปเพื่อให้แน่ใจว่า
“นายท่านอย่าบอกว่า”
“ใช่ดวงดาวขนาดเล็กมันเป็นสนามฝึกฝนของผู้นำพาแห่งความมืดเท่านั้น กฎนี้ถูกตั้งโดยมหาเทพปีศาจและคงไม่มีใครโง่พอที่จะกล้าฝ่าฝืนกฎที่ถูกตั้งโดยมหาเทพปีศาจ”
ในจังหวะที่ดวงตาสีดำพูดถึงเทพปีศาจน้ำเสียงมันดูเคารพมากราวกับผู้เป็นสาวกพูดถึงเทพที่ตนเองบูชาอยู่และในตอนที่พูดถึงมหาเทพปีศาจน้ำเสียงออกไปทางกลัวแฝงไปด้วยความเคารพที่ยิ่งกว่าเทพปีศาจ
เงาสีดำตกใจมาก เพราะนอกจากระดับจอมนักรบและจอมเวทแล้ว เขายังไม่รู้ระดับต่อไปคืออะไร
“เจ้ากลับมาได้แล้ว”
หลังจากพูดจบผลึกสื่อสารได้ปิดตัวลง หลงเหลือเอาไว้แค่เงาสีดำที่นอนอยู่บนพื้นราวกับศพคนตายที่มีกลิ่นเน่าเหม็นออกมา
เงาสีดำหยิบเม็ดยาสีดำเงาที่มีกลิ่นอายแห่งความตายออกมากิน หลังจากที่กินเข้าไปกลิ่นอายแห่งความตายที่แฝงอยู่ในร่างได้หายไปก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วหายไปในความมืดมิด
.....................................................
ในป่าที่มีแต่เสียงของแมลงร้องไปร้องมา ได้มีดวงไฟขนาดเล็กแห่งหนึ่งสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดที่แสนจะอันตราย ดวงไฟแห่งนี้คือกองไฟที่ถูกจุดขึ้นมาด้วยฝีมือของมนุษย์ มีชายสวมชุดสีดำมีหน้ากากครึ่งหนึ่งเป็นสีหน้าหัวเราะครึ่งหนึ่งเป็นสีหน้าร้องไห้อยู่นั่งข้าง ๆ บนกองไฟมีหม้อขนาดใหญ่ที่กำลังจะต้มอะไรสักอย่างอยู่
ชายที่นั่งอยู่คือแจ๊คนั้นเอง ตลอดหลายวันมานี้อาการบาดเจ็บได้รักษาตัวแบบสมบูรณ์แบบ แผลเป็นที่ร่างกายยังหายไปด้วยมันดีจริง ๆ การฝึกฝนเส้นทางปีศาจนี้
หม้อที่อยู่บนกองไฟคือหม้อที่ซื้อมาจากร้านขายของทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหม้อ กระทะ เครื่องครัวต่าง ๆ และเครื่องปรุงทั่วหมดที่โลกนี้มีด้วย
ในระหว่างที่รอแจ๊คนั่งอ่านหนังสือไปด้วย สำหรับแจ๊คการอ่านหนังสือไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายด้วยหนังสือได้บอกทุกสิ่งอย่างที่ตัวเราไม่รู้และไม่ได้ลองมาด้วยตนเอง หนังสือได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้เขียนมาสู่ผู้อ่านได้ฟังและผู้อ่านยังได้รับประสบการณ์ของผู้เขียนอีกด้วยทำให้แจ๊คเริ่มอ่านหนังสือพวกนิยายและอื่นอีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่รวมหนังสือเรียน
สิ่งที่น่าแปลกใจคือมันไม่ได้รู้สึกเบื่อหรือความรู้สึกที่ไม่อยากอ่านเลยราวกับว่าเราสามารถจดจ่อกับหนังสือตรงหน้าได้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แจ๊คแปลกใจมากเลยนำเรื่องนี้ไปบอกกับหู่เสวีย
“หู่เสวียฉันรู้สึกว่าสมาธิในการทำอะไรของฉันมันเยอะขึ้นมาก”
หู่เสวียได้ตอบกลับมาว่า
“นี้คือผลประโยชน์ที่เยอะที่สุดของการที่สามารถฆ่าปีศาจในใจของตนเองได้ครั้งที่หนึ่ง”
แจ๊คสับสนกับคำตอบมาก หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คถึงแม้ว่าจะฆ่าปีศาจในใจของตนเองไปได้แต่ยังโง่เหมือนเดิม
“นายคิดว่าสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคมากที่สุด”
แจ๊คคิดก่อนสักพักหนึ่งก่อนจะตอบไป
“ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเรามาก”
หู่เสวียมองแจ๊คแล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ หู่เสวียเริ่มจะชินกับความโง่มันไอบ้านี้ละ
“ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านั้นหรือ แล้วทำไมนายถึงยังรอดอยู่อีกโดยการโจมตีของจอมนักรบและจอมเวทในระดับปีศาจฝึกฝน ระดับการฝึกฝนห่างชั้นสามารถหาสิ่งของมาทดแทนได้ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากที่สุดคือตัวเราเองมากกว่า”
แจ๊คราวกับว่าเจอแสงแห่งธรรม เข้าใจสิ่งที่หู่เสวียพูดทันที
“ในโลกก่อนฉันเคยได้ยินมาว่าศัตรูที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ใครอื่นนอกจากตัวเราเอง”
หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คได้เข้าใจแล้วจึงพูดไป
“ทีนี้นายเข้าใจหรือยังว่า ทำไมนายถึงมีสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำอะไรมากขึ้น เพราะมันไม่มีเสียงรบกวนภายในจิตใจของตัวนายเอง”
แจ๊คเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาที่อ่านนิยายมาก ๆ ทั้งที่สนุกแต่ยังรู้สึกหงุดหงิดได้ ต้องพักอ่านสักระยะหนึ่งก่อนจะกลับมาอ่านต่อได้
แจ๊คได้ลุกขึ้นก่อนจะตักซุปหมู91เครื่องเทศขึ้นมากิน ซุปหมู91เครื่องเทศมันอยู่ในสูตรอาหารในหนังสือเซฟทองคำซอรุนา ที่แปลกคือเครื่องเทศที่มันว่ากับเป็นสมุนไพรทั้งหมด แต่ไม่มีปัญหาเพราะแจ๊คเก็บสมุนไพรตามทางมาเยอะมากแม้ว่าจะระดับ 1 ก็ตาม
พอกินเข้าไปราวกับว่ามันไม่ใช้ซุปที่ทำมาจากหมูเลย ไขมันหมูไม่มีสักหยดเดียวกลิ่นของซุปมีเครื่องเทศนานาชนิดเหมือนกับว่าแจ๊คกำลังเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้ที่สวยงาม พอซุปลงไปในท้องร่างกายเกิดความกระหายขึ้นมามากขึ้นไปอีกแม้ว่าจะรู้สึกหิวกระหายแต่ความรู้สึกสดชื่นได้ขึ้นมาทั่วร่างกาย ความรู้สึกเหนื่อยล้าในการเดินทาง ความรู้สึกแค้นที่ถูกกระทำฝ่ายเดียวหรือความรู้สึกต่าง ๆ ได้หายไปหลงเหลือแต่ความสดชื่นที่เพิ่มเข้ามา
แจ๊คทิ้งช้อนไปก่อนจะเอามือมาหยิบชิ้นเนื้อหมูและน้ำซุปจากหม้อร้อน ๆ มากินอย่างอร่อยจนลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ก่อนจะนอนลงไปรู้สึกว่าในหัวใจมีพลังงานขึ้นมาในดูดซับแจ๊คไม่รอช้าได้ดูดซับพลังงานนั้นทันทีเลย
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................