ตอนที่ 15
ดอกกล้วยไม้ช่อที่เก้าสิบห้า
ภายในห้องมีเพียงเฟยหลิงที่นั่งอยู่คนเดียวเขาหยิบป้ายหยกเนื้อดีออกมาจากอกเสื้อ เพียงััป้ายหยกเบาๆความเย็นจากเนื้อหยกก็ทำให้อารมณ์โทสะเมื่อครู่ค่อยๆลดระดับลงอย่างช้าๆ
เขาคงปล่อยผ่านเื่นี้ไปไม่ได้อีกคงต้องหาวิธีลงโทษให้นางรู้จักรักนวลสงวนตัวให้มากกว่านี้ไม่ใช่เที่ยวไปจับมือบุรุษอื่นไปทั่ว อีกทั้งบุรุษเ่าั้ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวนางได้เช่นกันแม้คนเ่าั้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในตัวนาง
“คุณหนูเ้าคะ มีจดหมายส่งถึงคุณหนูเ้าค่ะ” เสี่ยวอี้เดินเข้ามาภายในเรือนยื่นจดหมายส่งให้เ้านาย
มี่จื่อละสายตาจากตำราเอื้อมมือรับจดหมายมาจากสาวใช้หน้าซองระบุผู้ส่งซูเหม่ยหลิน นางจึงแกะจดหมายออกอ่านข้อความข้างใน
‘มี่จื่อ งานที่เ้าฝากให้ทำ ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว’
ข้อความในจดหมายค่อนข้างสั้นและกระชับแต่ผู้ที่อ่านสามารถเข้าใจได้ทันที นางจึงเดินถือจดหมายเข้าไปอีกห้อง เพื่อเขียนตอบเพื่อนสนิท
หลังจากที่มี่จื่อเขียนจดหมายตอบกลับซูเหม่ยหลินแล้วนางรอสักครู่ให้น้ำหมึกที่เขียนแห้ง ค่อยพับเก็บใส่ซองส่งให้สาวใช้นำไปส่งให้คนของซูเหม่ยหลินที่รออยู่หน้าประตูจวนรอจนสาวใช้ออกไปจากห้อง นางจึงหยิบจดหมายซูเหม่ยหลินขึ้นมาเผา เพื่อทำลายหลักฐาน
สาวใช้กลับเข้ามาในเรือนอีกครั้งบอกว่ามารดาเรียกหานาง มี่จื่อจึงไปพบมารดาที่เรือนหลังใหญ่
“ท่านแม่”มี่จื่อเดินเข้ามาในเรือน มองดูผ้าไหมหลากสีวางอยู่ตรงหน้ามารดา
“มาเลือกผ้าไหมไว้ตัดชุดไปงานเลี้ยง” ฉินฮูหยินกวักมือเรียกบุตรสาวน้ำเสียงอบอุ่น
มี่จื่อนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับมารดามองดูผ้าไหมหลากสีตรงหน้ากองใหญ่ “ไม่ใช่ขนมาให้ดูทั้งร้านเลยหรอกหรือ” นางกล่าวทีเล่นทีจริง
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะคุณหนูรอง” วันนี้ผู้ดูแลร้านผ้าไหมขึ้นชื่อมาด้วยตนเอง กล่าวอย่างถ่อมตนผ้าไหมเหล่านี้เพิ่งถูกส่งเข้าร้านมาเมื่อวาน ฉินฮูหยินเป็ลูกค้าพิเศษอันดับต้นๆของทางร้านเมื่อได้รับรายงานว่าทางจวน้าผ้าไหมไว้ตัดชุดใหม่ ผู้ดูแลร้านจึงไม่รอช้าที่จะเดินทางมาด้วยตนเองในครั้งนี้
“น้องสามเลือกผ้าไหมไปหรือยังเ้าคะท่านแม่” มี่จื่อหยิบผ้าไหมสีฟ้าอ่อนขึ้นมาหนึ่งพับ ลวดลายบนผืนผ้างดงามสะดุดตาน้องสามน่าจะเหมาะกับผ้าไหมพับนี้
“แม่ให้สาวใช้ไปตามนางแล้ว”
ฉินฮูหยินเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคดีร่างบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก็เดินเข้ามาในเรือน ตงอิงเดินเข้ามาในเรือนย่อกายทำความเคารพให้กับเ้าของเรือนหันมาส่งยิ้มให้กับพี่รองที่นั่งอยู่ข้างแม่ใหญ่ด้วย
“นั่นไง นางมาพอดีเลย” ฉินฮูหยินยกยิ้มดูอารมณ์ดี “มาเลือกผ้าไหมกับพี่สาวของเ้าเร็วเข้า”
“เ้าค่ะ”ตงอิงนั่งลงเก้าอี้ด้านข้างพี่รอง มีรอยยิ้มน้อยๆประดับมุมปากอยู่เสมอ
“เ้าชอบผ้าไหมผืนนี้หรือไม่” มี่จื่อยื่นผ้าไหมสีฟ้าอ่อนให้กับน้องสาวต่างมารดาดู
“สีมันฉูดฉาดเกินไปเ้าค่ะ” ตงอิงชมชอบสีขาวเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมองว่าสีอื่นเป็สีที่ฉูดฉาดเกินไปสำหรับตนเอง
มี่จื่อมองดูผ้าไหมในมือตนเองส่ายหน้าเบาๆ “สีอ่อนขนาดนี้เ้ายังบอกว่าฉูดฉาด???” นางไม่เข้าใจความชมชอบของน้องสาวคนนี้เลยจริงๆ
“ผ้าพับผืนนี้สวยเ้าค่ะ” ตงอิงหยิบผ้าไหมผืนสีขาวนวลทอลวดลายเรียบๆแทบมองไม่เห็นลวดลายอะไรเลยบนผืนผ้าขึ้นมาด้วยสีหน้าชมชอบ
“งานเลี้ยงครั้งนี้พี่รองจะพาเ้าไปร่วมงานครั้งแรก ดังนั้นเ้าจะแต่งกายด้วยสีจืดชืดเช่นนี้ไม่ได้” มี่จื่อไม่เห็นด้วยกับน้องสาม นางจะพาน้องสามไปเปิดตัวที่งานเลี้ยง ไม่ใช่ให้ไปนั่งถือศีลที่อารามเพราะฉะนั้นนางจะต้องเลือกในสิ่งที่งดงามสะดุดตาั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้าและไม่เป็ที่อับอายแก่ตระกูลฉินด้วยอีกทั้งยังต้องให้เกียรติกับเ้าของงานด้วย
มี่จื่อหันมาปรึกษากับมารดาเพื่อเลือกผ้าไหมที่เหมาะสมกับน้องสาม โดยที่ตงอิงทำเพียงนั่งนิ่งๆเป็หุ่นให้ฉินฮูหยินกับมี่จื่อจัดการเองทั้งหมด
ครั้นเลือกผ้าไหมพับที่เหมาะสมให้กับน้องสามเรียบร้อยแล้วมี่จื่อจึงเลือกผ้าไหมของตนเองบ้างหญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบผ้าไหมผืนสีแดงที่ตนเองหมายตาเอาไว้ั้แ่แรกขึ้นมา
ตงอิงแย่งผ้าไหมในมือของพี่รองไปถือไว้เสียเอง“พี่รองเลือกผ้าไหมให้กับตงเออร์แล้วครั้งนี้ขอตงเออร์เป็ฝ่ายเลือกผ้าไหมให้กับพี่รองบ้างนะเ้าคะ” ตงอิงไม่พูดเปล่า หันไปขอความเห็นกับแม่ใหญ่ด้วย
ฉินฮูหยินพยักหน้าเห็นดีเห็นงามไปกับตงอิงคนที่กลายมาเป็หุ่นตัวที่สองย่อมเป็มี่จื่อ นางจึงทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ ส่งสายตาละห้อยให้มารดาทีน้องสามที
ไม่มีใครเห็นใจนางเลย
ตงอิงสนุกกับการเลือกผ้าไหมให้กับพี่รองนางเลือกผ้าขึ้นมาสามพับ ซึ่งแต่ละผับล้วนเป็สีที่ตรงกันข้ามกับที่พี่รองชอบทั้งสิ้นมี่จื่อมองดูผ้าไหมทั้งสามพับพร้อมกับส่ายหน้า นางไม่ชอบผ้าไหมสีที่นุ่มนวลตาแต่ชมชอบสีที่ฉูดฉาดโดดเด่น
แต่ถึงกระนั้นตงอิงกับฉินฮูหยินก็ลงความเห็นกันว่าผ้าไหมสีชมพูอ่อนกลีบบัวเหมาะกับมี่จื่อมากกว่าสีอื่น
“คุณหนูสามตาถึงมากเ้าค่ะ” ผู้ดูแลร้านเอ่ยขึ้น “ผ้าไหมผืนนี้นอกจากจะทอยากแล้วยังใช้ระยะเวลาทอนานนับปีกว่าจะได้สักหนึ่งผืนลวดลายบนตัวผ้านับว่าเป็ลายที่ทำยากที่สุดเช่นกันเ้าค่ะ กว่าจะทำออกมาให้งดงามได้ใช้เวลานานมากเ้าค่ะ”
“จริงหรือ”ตงอิงรู้สึกตื่นเต้นมองดูลวดลายบนผ้าไหม เห็นจะเป็จริงอย่างที่ผู้ดูแลร้านกล่าวมาลวดลายสามมิติราวกับเคลื่อนไหวได้นี้ งดงามแปลกตาจริงๆผ้าไหมผืนนี้เหมาะกับพี่รองมากที่สุด
มี่จื่อรับผ้าไหมมาตรวจดูนางเองก็ไม่เคยเห็นลวดลายแปลกตาเช่นนี้มาก่อนเช่นกันแม้สีชมพูกลีบบัวจะไม่ค่อยถูกใจนางสักเท่าไหร่แต่ลวดลายบนตัวผ้าไหมกับเข้ากันกับสีผ้าไหมได้อย่างไร้ที่ติ
ผู้ดูแลร้านกลับไปแล้วคนทั้งสามยังนั่งอยู่ในเรือนเพื่อสนทนากันต่อ
“ในงานจะมีการประชันความสามารถด้วยนับั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป ลูกกับตงเออร์จะต้องหมั่นฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ร่วมกันอย่าทำให้จวนของเราต้องอับอาย”
“เ้าค่ะ”หญิงสาวทั้งสองขานรับพร้อมเพรียงดังนั้นตลอด่บ่ายมี่จื่อกับตงอิงจึงปรึกษากันว่าจะเริ่มฝึกฝนสิ่งใดก่อนดี
มี่จื่อกลับเรือนของตนเองอีกครั้งหลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้านางกับมารดาจะต้องเดินทางไปที่จวนของท่านตาั้แ่เช้าตรู่เพื่อมอบของรับขวัญให้กับหลานชายคนแรกของตระกูลจูที่มีอายุครบหนึ่งเดือนจึงเข้านอนเร็วกว่าทุกวันและอีกใจหนึ่งก็หวังจะจับคนที่แอบย่องเข้าห้องของนางให้ได้เช่นกัน
ในทุกๆวันนางจะให้สาวใช้แง้มหน้าต่างเอาไว้รับลมเย็นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องอบอ้าวจนเกินไป และวันนี้นางก็ให้เสี่ยวอี้ทำเหมือนเดิม
แสงเทียนในห้องนอนดับลงทุกอย่างตกอยู่ในความมืด นางหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย แสร้งนอนหลับตามปรกติในขณะที่หูคอยฟังเสียง
แสงจันทร์ส่องสว่างลอดช่องหน้าต่างเล็กๆเข้ามาในห้องนอนบรรยากาศภายในห้องจึงไม่มืดจนเกินไป หากมีใครแอบเข้ามาภายในห้องของนางจริงมี่จื่อย่อมมองเห็นได้โดยง่าย
นางเพิ่งฝึกวิชาตัวเบาสำเร็จ แต่ยังไม่ได้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้หากต้องเผชิญหน้ากับคนที่แอบเข้าของนางโดยตรง มี่จื่อย่อมสู้อีกฝ่ายไม่ไหวอย่างแน่นอนดูจากฝีมือการแอบเข้าห้อง โดยที่เ้าของห้องยังไม่รู้สึกตัว อีกทั้งยังสามารถผ่านการตรวจจับจากองครักษ์เงาของท่านพ่อมาได้ฝีมือย่อมไม่ธรรมดา
ไม่ว่าคืนนี้จะจับตัวคนร้ายได้หรือไม่นางก็จะลองเสี่ยงดู
ทางด้านเฟยหลิงเขาแอบมองนางจากบนต้นไม้ข้างเรือนนอนของนางมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วแต่ไม่มีทีท่าว่าจะย่องเข้าห้องของหญิงสาวเหมือนเช่นทุกวันจนกระทั่งพระจันทร์เด่นสง่าตั้งตรงอยู่บนศีรษะ บนกิ่งไม้จึงเกิดความเคลื่อนไหวเล็กน้อยเท้าทั้งสองแตะลงบนหลังคาเสียงเบา เขาย่อกายนั่งยองๆบนหลังคาประสาทหูคอยฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้องหญิงสาวฝ่ามือหนาหยิบกระเื้ัคาออกหนึ่งแผ่น มองลอดช่องว่างเพียงเล็กน้อยลงไปยังห้องของนาง
ครู่ต่อมามุมปากพลันยกยิ้มนางยังคงไม่ได้นอนหลับอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ ร่างบางขยุกขยิกไปมาเหมือนรอคอยบางอย่างและบางอย่างที่ว่านี้เฟยหลิงก็ย่อมเดาออก
คืนนี้เขามาเพื่อเฝ้าดูนางไม่ได้คิดที่จะแอบเข้าไปในห้องของนางแต่อย่างใดชายหนุ่มนั่งอยู่บนหลังคาเป็เวลานาน จนกระทั่งหญิงสาวหลับไปจริงๆ เขาจึงกลับไปที่พรรคพยัคฆ์ทมิฬและกลับมาอีกครั้งในเวลาเกือบรุ่งสาง วางกุหลาบสีรุ่งไว้ข้างเตียงนอนของนางก่อนจะจากไป
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นในเวลาเช้าตรู่มี่จื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางในางลุกขึ้นนั่งมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง เมื่อคืนรออยู่ครึ่งค่อนคืนก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติแต่อย่างใดแล้วเหตุใดดอกกล้วยไม้สีรุ้งถึงได้มาวางอยู่ข้างเตียงนอนนางอีกแล้ว
“คุณหนูตื่นหรือยังเ้าคะให้บ่าวเข้าไปหน่อยเ้าค่ะ” สาวใช้เคาะประตูอยู่นานแล้วแต่ภายในห้องยังคงเงียบ
ครู่ต่อมาเสียงประตูเปิดอ้าออก ร่างบางเดินกลับมานั่งบนเตียงนอนมองดูดอกกล้วยไม้ปริศนาสีหน้าครุ่นคิด กล้วยไม้ช่อนี้เป็ช่อที่เก้าสิบห้าแล้วแต่นางยังไม่รู้ว่าผู้ที่ส่งมาคือใครใจคอจะส่งเพียงแค่ดอกไม้มาให้นางเช่นนี้ทุกวันอย่างนั้นหรือ
และสิ่งที่นางแน่ใจที่สุดคนที่ส่งมาย่อมไม่ใช่สตรีอย่างแน่นอน หากเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไปชื่อเสียงของนางย่อมป่นปี้อย่างไม่ต้องสงสัยและคงไม่มีบุรุษคนใดกล้าที่จะส่งแม่สื่อมาสู่ของนางเป็ภรรยาในอนาคตอีกแน่
“คุณหนูดูไม่สบายใจเลยเ้าค่ะ” เสี่ยวอี้มองดูสีหน้าครุ่นคิดของคุณหนูก็รู้ว่ามีเื่ไม่สบายใจ
มี่จื่อพยักหน้ายอมรับชี้มือไปที่ดอกกล้วยไม้ข้างเตียง “เ้าจะให้ข้าสบายใจได้อย่างไรดูนั่นดอกกล้วยไม้ปริศนาช่อที่เก้าสิบห้า”เื่ดอกกล้วยไม้ปริศนาที่ถูกส่งมา มีเพียงนางกับเสี่ยวอี้ที่รู้กันสองคน
“คืนนี้ให้บ่าวเข้ามานอนเป็เพื่อนคุณหนูด้วยหรือไม่เ้าคะ”
สาวใช้เสนอความคิดเห็นจะอย่างไรการมีสองคนอยู่ในห้องด้วยกัน ย่อมดีกว่าอยู่คนเดียวมี่จื่อเห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน “คืนนี้เ้ามานอนในห้องด้วยกันกับข้า”
“เ้าค่ะ”
สองนายบ่าวตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็พากันเดินออกจากเรือน วันนี้มี่จื่อจะต้องไปเยี่ยมท่านตากับมารดา
*** สวัสดีค่ะรีดที่รักทุกท่านเริ่มั้แ่ตอนที่ 16 เป็ต้นไป ไรท์จะเริ่มติดเหรียญนะคะ***