ตอนที่ 155 ลงมือ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
คนของนิวโฮปทั้งสี่พยายามที่จะหยุดการต่อสู้ของชายทั้งสอง แม้พวกเขาจะเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงเก้าแฉกกันทั้งหมด แต่สองคนนั้นกลับมีช่องว่างที่แตกต่าง
พลังรบของพวกเขาทั้งคู่ล้วนอยู่ในแรงค์ S+
ตัวตนระดับนี้แม้แต่ในแคลนนิวโฮปภาคใต้ก็มีแต่หัวหน้าแคลนเท่านั้นที่จะมีพลังรบระดับนี้ได้
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อแรงค์ S+ ปะทะกันก็จะว่าจะสามารถกำราบอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์ ดังเช่นคนร้ายทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันตรงหน้านี้
“หรือว่าพวกเราต้องรบกวนขอความช่วยเหลือจากแคลนนาวาพระกาฬ?” หนึ่งในเจ้าหน้าที่นิวโฮปเอ่ยขึ้น
แคลนพังพระกาฬคือแคลนระดับท็อปห้าของประเทศ ภายในแคลนมีตัวตนระดับแรงค์ SS อยู่
หากได้ตัวตนระดับแรงค์ SS มาช่วยเหลือจะต้องคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้อย่างแน่นอน
จริงอยู่ว่าที่ตั้งของแคลนนาวาพระกาฬจะอยู่ไกลอีกจังหวัดหนึ่ง แต่บรรดาเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินทั้งหลายล้วนมีความสามารถในการบินทั้งสิ้น
ดังนั้นหากพวกเขาคิดจะช่วยเหลือก็คงไม่ยากสำหรับพวกเขา
แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังหารือกันนั้นเอง
เฟิร์สที่มองดูสถานการณ์มาตั้งแต่เริ่มแรก และเห็นทั้งสองคนนี้สร้างความเสียหายให้กับเมือง ในที่สุดเขาก็ไม่อาจะนิ่งเฉยอีกต่อไป
หลังจากที่กล่าวกับพ่อของเขาแล้ว ร่างของเด็กหนุ่มก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกค้าภายในร้าน
“ฟะ ... เฟิร์ส”
คุณหมอสมคิดดูตกใจเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดว่าลูกชายของเขาจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
ต้องรู้ไว้ว่าผู้ที่สามารถบินได้ในโลกนี้ นอกจากผู้ใช้พลังจิตแล้วก็มีแต่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงินเท่านั้น แม้จะมีตัวตนอื่นที่ใช้ไอเทมหรือวัตถุในการช่วยเหลือให้บินได้ แต่เฟิร์สในตอนนี้อยู่ในสภาพที่สวมเสื้อลายดอกและกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ มันไม่ได้ดูมีอะไรเป็นอย่างที่คิดเลย แต่เขากลับสามารถบินได้
คนเป็นพ่อจึงได้แต่อ้าปากค้าง ส่วนคนอื่นๆ ล้วนตกใจและตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นภาพนี้
เฟิร์สทะยานตรงไปยังทิศทางของคนทั้งสองที่พุ่งเข้ามา เขาหยุดยืนอยู่กลางอากาศ
จนทำให้ซีลีปาก้าต้องหยุดชะงัก
“นั่นมันใครกัน!”
ชายชราร่างเล็กรู้สึกหวาดหวั่นใจเมื่อต้องพบกับตัวตนที่บินได้ อย่างที่รู้กันว่าผู้ที่บินได้มีหลายประเภท แต่ในใจของเขาหวังว่าตัวตนตรงหน้าจะไม่ใช่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงิน
“ถอยไปให้ฉัน!” ซีลีปาก้ายังคงมั่นใจในร่างกายและพละกำลังของตนเอง
ด้วยอำนาจของไอเทมสปีริตของเขาจึงทำให้เขาไม่ต่างไปจากยักษ์ใหญ่ในร่างเล็กเลยแม้แต่น้อย จนสามารถถูกจัดพลังรบอยู่ในระดับแรง S+ ได้
ซีลีปาก้าต้องการจะผ่านเฟิร์สที่ลอยอยู่ตรงหน้า
แต่ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
สองมือของเด็กหนุ่มไพล่หลัง ยืนเหยียบอากาศยืดหลังเหยียดตรง ดวงตากระพริบวาบขึ้นครั้งหนึ่ง
ตึง!
จู่ๆ ซีลีปาก้าก็ชนเข้ากับกำแพงที่ไร้รูปร่างอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างกายของเขากระเด็นออกไป
นี่คือกำแพงไร้รูปที่สร้างขึ้นมาจากอำนาจอักขระรูปแบบป้องกันของเฟิร์ส
ต้องรู้ไว้ว่าพลังอักขระขั้นสีเขียวของเฟิร์สนั้นแข็งแกร่งมาก เดิมทีที่เป็นขั้นสีฟ้าก็สามารถต้านทานการโจมตีของมอนสเตอร์ดาราแดงได้แล้ว เมื่อเลื่อนขั้นเข้าสู่ขั้นสีเขียวความแข็งแกร่งจึงยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
แม้แต่เวเนเตอร์แรงค์ S+ อย่างซีลีปาก้าที่โดดเด่นด้านพละกำลังยังไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้
“นะ ... นี่มันอะไรกัน? เขา ...”
ดวงตาของซีลีปาก้าแสดงความวิตกอย่างรุนแรง ภายในใจเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา
ไม่เพียงแค่ซีลีปาก้าเท่านั้นที่ตกตะลึง ผู้คนที่มองเหตุการณ์นี้ด้วยรอบก็ตกตะลึงเช่นกัน
เด็กหนุ่มที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไม่ได้ขยับตัวหรือเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย แต่ชายชราที่ทรงพลังคนนั้นกลับไม่สามารถผ่านไปได้
“นั่นคือผู้ใช้พลังจิตที่ยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรอ?”
ผู้คนมากมายต่างผุดความคิดนี้ขึ้นมา แม้แต่คนของนิวโฮปทั้งสี่ก็ยังมีความคิดนี้ที่ไม่ต่างกัน
สามารถขัดขวางยอดฝีมือระดับนี้ได้โดยไม่ขยับตัว สิ่งเดียวที่คิดได้ก็คือยอดฝีมือด้านพลังจิตเท่านั้น
เฟิร์สไม่คิดที่จะแก้ข่าวลือนี้ เขาไม่ต้องการอธิบาย
บางทีการปล่อยให้พวกเขาเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นผู้ใช้พลังจิตอาจจะดีเสียกว่า เพราะการเปิดเผยว่าเป็นผู้ใช้อักขระอาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่าก็เป็นได้
ให้พวกเขาคิดว่าการลอยตัวและฝีมือกระบี่ของเขาคือพลังจิต ให้พวกเขาคิดว่าเขาเป็นเด็กที่บ้าหนังกำลังภายใน
แบบนี้อาจจะดีกว่า
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามฝีมือที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้คือของจริง!
ซีลีปาก้าสบทคำหยาบเป็นภาษาบ้านเกิดออกมา เขาไม่ต้องการที่จะมองหน้าเฟิร์สเลยด้วยซ้ำก็คิดหาทางหลบหลีกเพื่อหนีออกไปจากที่นี่
ชายชราร่างเล็กเปลี่ยนเส้นทางในการหลบหนีทันที
แต่ทว่า ...
ปัง!
“ใครอนุญาตให้นายออกไปจากที่นี่กัน?” เฟิร์สเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
โดยปกติแล้วคนในยุคนี้จะฝังชิปแปลภาษาเข้าไปในหู จึงทำให้คนต่างชาติไม่ว่าชาติใดก็สามารถเข้าใจในภาษานั้นๆ ได้
ตอนที่เฟิร์สตื่นจากนิทราขึ้นมา เขาก็ได้รับการฝังชิปชนิดนี้เข้ามาแล้วเช่นกัน
ร่างของซีลีปาก้าชนเข้ากับผนังอันไร้รูปร่างเข้าอย่างจัง เขาลุกขึ้นแล้วมองไปที่เด็กหนุ่มอย่างกัดฟัน แต่ถึงอย่างนั้นสายตาก็จ้องมองโจนัสที่พุ่งเข้ามาด้วย
“ซีลีปาก้าวันนี้นายต้องตายด้วยมือฉัน!” โจนัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ
แม้สายตาของเขาจะเหลือบมองไปที่เฟิร์ส แต่เขาก็ละความสนใจไปอย่างรวดเร็วในทันทีและมุ่งเป้าไปที่ซีลีปาก้าเท่านั้น
เฟิร์สยังคงมองด้วยสีหน้าที่เย็นชา
ซีลีปาก้าร้อนรนพยายามหาทางหลบหลีก แต่ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนที่ไปทางใด แต่ก็เหมือนถูกปิดกั้นทางหนีไว้ทุกทาง
“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้!” ซีลีปาก้าแผดเสียงออกมาด้วยความไม่ยอม
ตอนนั้นเองหนึ่งในสี่คนของนิวโฮปก็เอ่ยขึ้น
“จับพวกเขาไว้ อย่าให้หนีไปได้เด็ดขาด”
เฟิร์สเหยือบมองด้วยสายตาอย่างเย็นชา ในแววตารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกออกคำสั่ง
ไม่นานโจนัสก็ตามมาถึง
ซีลีปาก้ารีบตั้งรับอย่างรวดเร็ว และมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เคียดแค้น
ทว่าเด็กหนุ่มกลับหาได้สนใจไม่
“เมื่อพวกนายอยากสู้ ฉันก็จะให้ได้สู้”
ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็ยื่นแขนขวาออกไปแล้วยกขึ้นฟ้า
คลื่น!
ความว่างเปล่าส่งเสียงคำรามขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก่อนที่พื้นที่โดยรอบบริเวณจะถูกยกขึ้นด้วยลูกบาตรเรืองแสงสีเขียวที่กินพื้นที่เกือบสองร้อยตารางเมตร ครอบคลุมเอาสองผู้แกร่งกล้าเข้ามาอยู่ด้วยกัน
หากมองจากภาพรวมไกลๆ แล้วก็ไม่ต่างจากการคุมขังคนทั้งสองเอาไว้ด้วยกันเลยแม้แต่น้อย
“นะ ... นี่แกจะทำอะไร!” ซีลีปาก้ากล่าวออกมาอย่างตกตะลึง เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะมีพลังจิตที่แข็งแกร่งขนาดนี้
ซึ่งจริงๆ แล้วเฟิร์สนั้นใช้หนึ่งในสี่รูปแบบอำนาจอักขระออกมาเท่านั้น
รูปแบบกักขังสามารถสร้างม่านพลังขึ้นมาทั้งสี่ด้าน กักขังเป้าหมายเอาไว้
เฟิร์สมองอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยว่า “ฉันจะให้เวลาสิบนาทีจัดการเรื่องส่วนตัวของพวกนายซะ หลังจากนั้นไม่ว่าผลจะเป็นยังไงพวกนายต้องถูกจัดการตามกฏหมาย”
“ไอ้สวะเอ้ย! ทำไมแกต้องแสเข้ามาด้วยวะ!” ซีลีปาก้าคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจ
ตรงกันข้ามกับโจนัสที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ซีลีปาก้าวันนี้แกต้องตายด้วยน้ำมือฉัน ฉันจะใช้เลือดของแกสังเวยให้กับเพื่อนของฉัน”
ทันทีที่กล่าวจบโจนัสก็โจมตีเข้าใส่ซีลีปาก้าทันที
การต่อสู้ของพวกเขาดุเดือดเป็นอย่างมาก พลังทำลายล้างอันมหาศาลปะทุออกมาจนปกคลุมไปทั้งพื้นที่ที่จำกัดไว้
เฟิร์สทำการกักขังพวกเขาไว้ในพื้นที่แค่ร้อยกว่าตารางเมตร ด้วยพลังรบระดับพวกเขาย่อมไม่ใช่สถานที่ประลองที่เพียงพออย่างแน่นอน
แค่พริบตาเดียวที่กักขังแห่งนั้นก็ปกคลุมไปด้วยพลานุภาพของแรงระเบิดจนแทบมองไม่เห็นภายใน
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คืออำนาจทำลายล้างเหล่านั้นกลับไม่เล็ดลอดออกมาข้างนอกเลยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของผู้คนที่พบเห็นต้องเต้นระรัว
ตอนนั้นเองหนึ่งในคนของนิวโฮปคนเดิมก็เอ่ยขึ้นมา
“ทำไมคุณไม่จับกุมพวกเขาไว้แล้วส่งตัวให้พวกเรา ทำไมยังให้พวกเขาต่อสู้กัน?” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่วางอำนาจ
นั่นทำให้เฟิร์สรู้สึกคันยุบยิบในใจ
“ทำไมฉันต้องฟังคำสั่งของคุณ” เฟิร์สกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายชราคนนั้น
วินาทีนั้นเองชายชราคนนั้นก็รู้สึกเหมือนมีแรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนทำให้เขาแทบจะทรุดตัวลงและถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้ตัว หยดเหงื่อมากมายผุดออกมาตามใบหน้าและเปียกโชกเต็มแผ่นหลังภายในเวลาเพียงแค่ช่วงลมหายใจ