ตอนที่ 3 ท่านแม่เจี่ยนซื่อหลั่งน้ำตา (2)
“ไม่ทราบว่าทุกท่านเดินทางผ่านมาพอดีหรือไม่ ผู้น้อยเป็คนจากตระกูลเกาแห่งตำบลชิงสุ่ย หากทุกท่านไม่รีบเร่งเดินทาง สามารถไปดื่มสุรามงคลสักสองจอกที่ตระกูลเกาได้นะขอรับ”
ผู้นำขบวนด้านหน้ามีรูปโฉมหล่อเหลา ใบหน้าสุภาพอ่อนเยาว์ มองดูแล้วราวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีได้ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันเกินต้านทาน เขากวาดตามองเกี้ยวเ้าสาวครู่หนึ่ง ก่อนเบนสายตากลับมาอีกครั้ง “ที่นี่คือตระกูลจางแห่งหมู่บ้านชิงสุ่ยใช่หรือไม่”
“ใช่ขอรับ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพยักหน้าให้พ่อบ้านเบาๆ “ให้ทุกคนในตระกูลจางออกมารอข้างนอก พวกเราเดินทางมาที่นี่เพราะมีเื่สำคัญต้องหารือ”
“นายท่าน วันนี้เราไม่อาจชักช้าได้แล้วนะขอรับ!”
พ่อบ้านตระกูลเกามองเกี้ยวเ้าสาวซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลด้วยท่าทีลำบากใจอยู่บ้าง เมื่อครู่เพราะเื่ชุดแต่งงาน ฤกษ์ดีจึงเคลื่อนออกไปแล้ว หากยังต้องเสียเวลาเพราะเื่นี้อีก ผลที่ตามมาหลังจากเขากลับไปคงไม่ดีแน่
“ข้าคือคนของจวนผิงซีโหว”
เพียงคำประกาศว่าตนมาจากตระกูลใด เล่นเอามือเท้าของพ่อบ้านตระกูลเกาชุ่มโชกด้วยเหงื่อเย็น ไหนเลยจะกล้าพูดอะไรอีก หลังจากคนตระกูลจางทั้งหมดมารวมตัวกัน ม่านรถม้าก็ถูกเปิดออก
แม้ว่าเวลานี้เหยียนจื่อม่อจะถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าเ้าสาว แต่นางยังรับรู้ได้ว่าสตรีผู้นั้นกำลังเข้าใกล้ตนมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจจึงยิ่งเต้นแรงขึ้นทุกขณะ บางครั้งสิ่งที่เรียกว่าสายโลหิตก็น่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใดจริงๆ
...ในชีวิตก่อน นางไม่ได้ผูกพันกับคนตระกูลเหยียนมากนัก ถึงอย่างไรก็พลัดพรากกันไปหลายปี ในใจย่อมรู้สึกห่างเหินอยู่เสมอ แต่สตรีผู้นี้กลับมอบที่พักพิงใน่เวลาที่ยากลำบากที่สุดให้แก่นาง
เมื่อครู่อาจกล่าวว่ายามได้ยินเสียงของญาติผู้พี่อย่างเหยียนจื่อเซี่ย นางยังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ ทว่ายามนี้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเจี่ยนซื่อ นางกลับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ครั้นทุกคนเห็นเจี่ยนซื่อ ต่างก็ตกตะลึงเล็กน้อย โดยเฉพาะแม่สื่อที่หลบอยู่ด้านหลังฝูงชน เ้าสาวที่นางเพิ่งแต่งกายให้เมื่อครู่ช่างดูละม้ายคล้ายสตรีผู้งามสง่าและสูงส่งผู้นี้ยิ่งนัก ทว่าหนึ่งเป็ดาวจรัสเก้าชั้นฟ้า อีกหนึ่งกลับมีชะตาเป็เพียงโคลนตม เช่นนั้นคนทั้งสองจะมากันได้อย่างไร
เจี่ยนซื่อกวาดสายตามองใบหน้าคนตระกูลจางทีละคน ก่อนหยุดลงที่เหยียนจื่อม่อในที่สุด จากนั้นนิ้วที่ได้รับการดูแลอย่างดีทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมาอย่างนุ่มนวล “ปลดผ้าคลุมหน้านางออก”
“ฮูหยิน นี่คือเ้าสาวที่จะแต่งเข้าตระกูลเกาข้า เกรงว่า…”
ตอนที่พ่อบ้านตระกูลเกาเห็นเจี่ยนซื่อ หัวใจพลันส่งเสียงตึกตักดังก้อง ไม่ว่าใครล้วนพูดกันว่าบุตรสาวคนโตของตระกูลจางไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางจริงๆ หรือนางจะมีความเกี่ยวพันกับจวนผิงซีโหวกัน
เมื่อพิจารณาจากท่าทีนอบน้อมของคุณชายท่านนั้นที่มีต่อสตรีผู้สูงศักดิ์ เห็นชัดว่านางคือผู้มีอำนาจในหมู่คนเหล่านี้ หากสามารถส่งเด็กสาวผู้นี้เข้าประตูตระกูลเกาก่อนจะพบหน้ากันอีกครั้งได้ เช่นนั้น…
เจี่ยนซื่อชำเลืองมองเขาอย่างเ็า กิริยาและใบหน้างามสง่าของนางพลันแข็งกระด้าง แม้ไร้การเอื้อนเอ่ยวาจา แต่ความเย็นเยียบในดวงตากลับปรากฏชัด
เหยียนจื่อเซี่ยซึ่งยืนอยู่ด้านข้างทราบนิสัยป้าสะใภ้ใหญ่ของตนดี จึงรีบเดินเข้าไปปลดผ้าคลุมหน้าของเด็กสาว
ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าถูกปลดออก หัวใจของเขาก็กระตุกไปชั่วขณะ ใบหน้าของเด็กสาวซึ่งเหมือนกับป้าสะใภ้ใหญ่ของเขาปรากฏสู่สายตาผู้คน
หากเปรียบป้าสะใภ้ใหญ่เป็ดั่งบัวหิมะแสนสง่าบนยอดเขาสูง เด็กสาวตรงหน้าคงเป็กล้วยไม้งามที่เจริญเบ่งบานท่ามกลางหุบเขาเวิ้งว้าง แม้จะเติบโตมาในป่าเขาแถบชนบท แต่บรรยากาศรอบตัวนางยังชวนให้ผู้คนหลงลืมความธรรมดาสามัญนั้นไปได้
ยามเจี่ยนซื่อเห็นเหยียนจื่อม่อ ใบหน้าสูงส่งเ็าพลันแตกสลายในพริบตา นางสาวเท้าเร็วขึ้นอีกหน่อย เมินเฉยต่อการประคองของคนรับใช้ รีบปรี่เข้าไปหาเหยียนจื่อม่อ ก่อนจะโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน เสียงสะอื้นไห้ที่ไม่อาจควบคุมทำให้คนตระกูลจางหน้าซีดลงทุกขณะ
“ลูกแม่! แม่ขอโทษเ้า…ขอโทษเ้าด้วย…ทุกอย่างเป็เพราะแม่คนเดียว เหตุใดแม่จึงมองลูกตัวเองผิดคนไปได้! ทั้งหมดเป็ความผิดของแม่เอง”