
ตอนที่129 คาถากำเนิดมังกรฟ้า
ทุกคนต่างหน้าถอดสีโดยเฉพาะคนจากตระกูลเจ้า องค์จอมกษัตริย์อสูรน้ำจืด กลืนน้ำลายลงคอแม้แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้าลงมือจัดการกับคู่แข่งของเขายังไงมันรวดเร็วเกินไป เด็กคนนี้เขาเป็นพวกอสูรพลังจิตที่มีระดับสูงกว่าองค์ชายสิบสี่ อย่างเห็นได้ชัด
"คุณชายต้วนจี้เป็นผู้ชนะ.."
หลังจากที่ทุกคนหายตกตะลึงกรรมการประกาศผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เขาขยับทีเดียวก็หายขึ้นไปนั่ง อยู่บนอัศจรรย์ของตระกูล ต้วนด้วยใบหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การประลองครั้งนี้รวดเร็วจนทุกคนต่างแทบไม่ได้กะพริบตา คนที่หน้ามืดครึ้มด้วยความไม่สบายใจคือเจ้าสำนักต้วน เขาก้มหน้าไม่กล้ามองสบตากับใคร เหมือนเขาเก็บความลับที่ซ่อนเก็บงำไว้ในใจ ไม่อาจบอกมิตรสหายได้
การแข่งขันผ่านรอบลึกๆ มากริชเพชรต้องลงไปต่อสู้อีกครั้ง ก็จะเข้ารอบอย่างสวยงาม คู่ต่อสู้ของเขาเป็นชายหนุ่มที่มีแววดื้อดึงถึงเจ็ดส่วน มาจากตระกูลหวังเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเขาถือว่าเขาเป็นผู้หนึ่ง ที่อยู่ในอันดับ หนึ่งในห้าของตระกูลคนรุ่นใหม่
หวังหลินเฉินออกด้วยคาถาประจำตัวของตระกูลหวังมังกรเจ็ดดาว ร่ายคาถาสร้างอสรพิษเกล็ดเงินขึ้นมาเจ็ดตัว สูงเกือบพันฟุตระเบิดพลังโจมตี
ใส่องค์ชายสิบสี่แบบเต็มสูบ หวังว่าถ้าเสมอเขาก็จะสามารถยืนโดดเด่น ในตำแหน่งที่สูงส่งได้ถ้ามีคะแนนเสมอเกิดขึ้นในรอบนี้ ดังนั้นเขาจึงใช้ไม้ตายออกมาแบบไม่ยั้ง
กริชเพชรเมื่อเห็นคู่ต่อสู้ใช้พลังเต็มที่ในการจู่โจม เขาจึงเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เรียกเกราะอาวุธเทพออกมาปกป้องตัวเอง พร้อมกับระเบิดพลังจิตอสูร สร้างวงแหวนคลื่นสายฟ้าขึ้นมาห้าวงป้องกันการโจมตี พร้อมระเบิดพลังออกเต็มสูบสร้างเกราะกายทองแดง ขึ้นคุ้มกายอีกชั้นแบบไม่ประมาท
ตูม!!!
"อ๊ากกกกกกกก! ..ไม่! ...? "
โครม!
เสียงตูมดังสนั่นพลังของชายหนุ่มที่ผสานกันกระแทกระเบิดออกไป สลายเงาพลังมังกรเจ็ดตัวหายวับไปกับตา
ร่างของคุณชายหวังหลินเฉิน
ไม่สามารถต้านพลังคนอสูรระดับเจ็ด ของกริชเพชรได้ เขาถูกอัดกระเด็นตกเวทีไปอย่างน่าอนาถ สร้างความอับอายให้เขาอย่างเหลือล้น
การพ่ายแพ้องค์ชายสิบสี่ครั้งนี้คุณชายหวังหลินเฉินยังไม่ทันได้ร่ายเวทย์ออกกระบวนท่าต่อสู้อย่างใด เขากลับถูกพลังป้องกันขององค์ชายซัดตกเวทีมา มันช่างเหนือความคาดหมาย
องค์ชายสิบสี่เข้าไปรอชิงชนะเลิศ ส่วนที่ค้างอีกสายหนึ่งการต่อสู้สูสีมากๆ ไม่มีการขอบายจึงใช้เวลาเนิ่นนานยังมีอีกสามคนที่ต้องประลองกันเพื่อเข้าไปชิงกับกริชเพชร
"หลานจิงโจวก็ไม่ธรรมดานะเสด็จพี่..ข้าคิดว่าเขาสามารถต่อสู้กับคุณชายต้วนจี้ได้สมน้ำสมเนื้อแน่ๆ ต้องดูกันว่าอาวุธและฝีมือการต่อสู้ประชิดตัว ของทั้งสองจะแตกต่างกันแค่ไหน คงวัดกันที่นั่นแล้วล่ะ ข้ายังเชื่อมั่นในหลานชายของข้าผู้นี้เขาต้องสู้ได้..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟยกล่าวขึ้นน้ำเสียงของนาง แม้จะมีความเชื่อมั่นเต็มที่ แต่หว่างคิ้วกลับขมวดย่นลงด้วยความกังวลลึกๆ กลัวกริชเพชรได้รับอันตรายเหมือนคู่ต่อสู้ของคุณชายต้วนจี้
"รอบต่อไปเป็นการเข้าชิงรองแปดคนสุดท้ายระหว่างองค์หญิงเจ้าเฟิง และแม่นางหลงไป๋.."
คณะกรรมการประกาศดังก้องทั่วโคลีเซี่ยมลานประลอง
"ถ้าใครชนะคู่นี้ต้องเข้าไปพบกับคุณชายต้วนจี้ ซึ่งเขาชนะคู่ต่อสู้เข้าไปรอบสี่คนสุดท้ายแล้ว.."
ผลสรุปตอนนี้กริชเพชรเข้าไปรอชิงชนะเลิศ เพราะเขาชนะคนของตระกูลหวัง รอให้คุณชายต้วนจี้ องค์หญิงเจ้าเฟิง และแม่นางหลงไป๋แห่งตระกูลหลง ตีตั๋วหนึ่งใบเข้าไปชิงชนะเลิศ ในศึกชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทรอบสุดท้าย
"รอบนี้เป็นรอบของนางสิงห์สองตัวที่ต้องปะทะกัน ทั้งคู่ต่างงัดไม้ตายออกมาจัดการซึ่งกันและกันแบบสูสีก้ำกึ่ง"
หลงไป๋ตระกูลนางก็อยู่ในระดับร่ำรวยทรัพยากรทั้งสิ้นขนมาให้หญิงสาว ที่เป็นบุตรของเจ้าสำนักแบบไม่กั๊กอะไรทั้งสิ้น
และก่อนเข้าประลองนางยังมีวาสนา ไปกับองค์ชายสิบสี่ ในอาณาจักรใต้บาดาล ของอมนุษย์คนครึ่งปลา และได้สมบัติมาจากเขาอีก นางเผาผลาญ ใช้ไปในการพัฒนาตัวเองช่วงระยะสุดท้าย จนเด่นล้ำกว่าองค์หญิงเจ้าเฟิง ที่เป็นองครักษ์ชั้นเจ้าของราชวังที่มีทรัพยากรล้นเหลือเช่นกัน พัฒนาตนเองอย่างมั่นคงมาตั้งแต่เด็ก
และเมื่อได้โอสถจากกริชเพชรเข้าไปอีกกายอสูรของนางถือว่าเข้มแข็ง แต่ก็ยังขาดบัพครั้งสุดท้าย ที่จะใช้ต้องแท่งผลึกเนตรมรกตที่องค์ชายสิบสี่ให้ไว้เผาผลาญ ยกระดับพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ให้สูงขึ้น เพราะกายอสูรของนางยังไม่พร้อมเท่าที่ควร ไม่เหมือนหลงไป๋ที่ได้ทรัพยากรจากกริชเพชรมาเกือบยี่สิบล้านดอร์ ดังนั้นผลชนะจึงเกิดขึ้นเมื่อผ่านเวลาไปหนึ่งจิบชา
"คาถาวิญญาณสิงโตแปดตัวระเบิดโลก..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงร้องสนั่น นางเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นสู่ระดับสูงสุด กลายร่างเป็นสิงโตขนาดมหึมาขนสีทองระยิบระยับสูงพันฟุต
ก่อนจะแยกร่างเป็นเงาพลังสิงโตแปด ตัวทะยานเข้าหาหลงไป๋ที่ตอนนี้ นางก็เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เต็มสูบเช่นกัน การปะทะครั้งนี้ถ้าใครเพลี่ยงพล้ำ ต้องเป็นผู้พ่ายแพ้อย่างแน่นอน รอบตัวของหลงไป๋เกิดพายุหมุนเหมือนพายุเฮอริเคน
"คาถากำเนิดมังกรฟ้า..."
เสียงสั้นๆ ของหญิงสาวดังก้องทรงอำนาจ นางเร่งเร้าพลังทั้งหมดอัดเข้าไปในมังกรฟ้า ที่ขยายตัวขึ้นสู่เบื้องบนเป็นมังกรตัวใหญ่มหึมา โปร่งแสงเป็นเงาดุจแก้วผลึกใสเกือบสองพันฟุต มันพุ่งทะยานเข้าหาเงาสิงโตทั้งแปด เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวลานประลองเป็นผุยผง
"โฮกกกกก! ../ โฮกกกก!!! .."
บึ้ม! ตูม! โครม!
ปู่ทวดเจ้าจี่กรรมการตัดสินการแข่งขันต้องทะยานหลบ พลังโจมตีของทั้งสองฝ่ายที่อัดกันแบบไม่ยั้ง
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!!
"โฮกกกกก!! "
วาบบบบบ!!
"อ๊ากกกกกกก! .."
เงาสิงโตทั้งแปดตัวสลายลงอย่างไม่ยินยอมมันร้องโหยหวนก่อนจะหายวับไปกับตาร่างขององค์หญิงเจ้าเฟิง กระเด็นไปติดกับผนังศิลาโคลีเซี่ยมก่อนจะตกลงมา
โครม!
ควับๆ!
กริชเพชรทะยานไปคว้าร่างนางไว้ก่อนจะชำเลืองขึ้นไป มองหลงไป๋ที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนพื้นบริเวณลานประลอง ตอนนี้มันถูกระเบิดกระจุยกระจายแตกสลายไปพร้อมกับฝุ่นละออง
ใบหน้าของนางยังเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนพอกด้วยน้ำแข็ง กริชเพชรขมวดคิ้วเขาเริ่มเคืองหญิงสาวขึ้นมานิดๆ นางไม่น่าจะทำรุนแรงกับองค์หญิงเจ้าเฟิงขนาดนี้
เพราะพวกนางไม่มีอะไรผิดพ้องหมองใจซึ่งกันและกัน น่าจะยั้งมือไว้ไมตรีบ้าง ชายหนุ่มเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เข้าไปรักษาองค์หญิงเจ้าเฟิง ก่อนที่จะอุ้มนางลอยกลับไปที่ประทับของพระนางเจ้าเฟย นางโอบอุ้มร่างของลูกสาวแนบไว้กับอกลูบหัวอย่างสงสาร
"ไม่เป็นไรลูกหญิง..เจ้าไม่บาดเจ็บสาหัสแม่ก็พอใจแล้ว ตำแหน่งทุกอย่างไม่มีค่าเท่ากับชีวิตของลูกหรอกนะ.."
เสียงพระนางเจ้าเฟยกล่าวปลอบใจหญิงสาวผู้ทระนง นางก้มหน้าน้ำตาซึมออกไหลลงข้างแก้ม มือของหญิงสาวกำแขนของกริชเพชรไว้แน่น เหมือนกับฝากความหวังไว้กับองค์ชายสิบสี่ ให้เขาช่วยแก้หน้า ให้ตระกูลเจ้าของนาง
"ไม่เป็นไรพี่หญิงข้าจะสานต่อความฝันของท่านเอง.."
เสียงกริชเพชรปลอบโยนหญิงสาวด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ในใจลึกๆ ของชายหนุ่ม ก็รู้สึกหวาดหวั่นพอสมควร จากพลังฝีมือของคนทั้งหมดแล้วถือว่าคุณชายต้วนจี้เข้มแข็งที่สุด เขาออกจะเหนือชั้นกว่าตัวกริชเพชรไปหลายก้าว
"ต่อไปเป็นการประลองระหว่างคุณชายต้วนจี้กับแม่นางหลงไป๋ จะให้เวลาพักหนึ่งจิบชา แล้วขึ้นประลองในรอบต่อไป ตอนนี้ให้ทั้งสองเข้าที่พักผ่อนก่อน..."
เสียงปู่เจ้าจี่กล่าวกับคุณชายต้วนจี้และหลงไป๋เพื่อให้ทั้งสอง ได้มีโอกาสฟื้นฟูพลังบอลดวงจิตแก่นแท้
สำนักทั้งห้าต่างมีผิดหวังและสมหวังแต่ก็ยังนั่งร่วมวิจารณ์ผู้ที่จะได้เป็นองค์รัชทายาท ของอาณาจักรอสูรวารีคนต่อไปมีสิทธิ์พลิกล็อคได้ง่ายๆ
ตอนนี้คนที่เข้มแข็งที่สุดในสายตาพวกเขากลับเป็นคุณชายต้วนจี้ และถ้าองค์ชายสิบสี่ไม่นำตัวของหนิงหนิงออกมาช่วยรบแล้ว และไม่สามารถเรียกอาวุธเทพออกมาได้ด้วย ก็ยากที่จะคาดเดาว่าจะเสมอหรือแพ้
เพราะตอนที่องค์ชายเจ้าจิงโจวชนะสงคราม ต่อกษัตริย์อสูรวารีหิมะเขามีผู้ช่วยที่เข้มแข็ง โดยนำวิญญาณอาวุธเทพกับหนิงหนิงขุนพลคู่ใจออกมาช่วยรบ แต่การแข่งขันคัดเลือกองค์รัชทายาทต้องใช้ความสามารถของตัวเองเพียวๆ ศึกครั้งนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และเร้าใจอยู่เหนือการคาดเดาสุดๆ
.................................................................................................................................