ยอดคุณพ่อเซียน ตอนที่ 1: การกลับคืนสู่โลกีย์ และจุดเริ่มต้นแห่งความโกรธา
เสียงแตรและเครื่องยนต์นับพันคันดังอื้ออึงไปทั่ว นครจินหลง แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่กะพริบไหวราวกับดวงดาวบนผืนฟ้าจำลอง หลงฟาน ยืนอยู่บนยอดตึกระฟ้าที่สูงเสียดเมฆแห่งหนึ่งในใจกลางมหานครแห่งนี้ สายลมเย็นเยียบปะทะผืนผ้าคลุมสีดำสนิทที่โอบคลุมร่างของเขาไว้ ทำให้มันโบกสะบัดพลิ้วไหวราวกับปีกของัราตรี ดวงตาที่ลึกซึ้งราวห้วงจักรวาลกวาดมองลงไปยังเบื้องล่าง ภาพของเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยนั้นแปลกตาอย่างยิ่งสำหรับเขา
“โลก…เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เสียงทุ้มต่ำของหลงฟานพึมพำกับตัวเอง ประสบการณ์นับพันปีในฐานะ มหาเทพหลงฟาน ผู้สร้างกฎและรักษาสมดุลแห่งแดนเซียน ทำให้เขามองทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง ทว่าสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า ‘ยานพาหนะติดล้อ’ ที่วิ่งกันขวักไขว่บนถนนเบื้องล่าง หรือ ‘กระจกวิเศษ’ ที่ผู้คนใช้ติดต่อกันอย่างแพร่หลาย ก็ยังคงเป็สิ่งแปลกใหม่ที่เขาต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
หกปีก่อน เขาผู้เป็มหาเทพ ยอมสละฐานะอันสูงส่งและพลังส่วนใหญ่ เพื่อจุติใหม่ในโลกมนุษย์แห่งนี้ ด้วยเหตุผลที่ยังเป็ปริศนา— ‘พันธสัญญาแห่งโชคชะตา’ ที่ผูกมัดเขากับสตรีจากโลกมนุษย์ผู้หนึ่งนามว่า เมิ่งเหยา
ความทรงจำจากเมื่อหกปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิดของหลงฟาน... เขาจำได้ถึงกลิ่นอายของเมิ่งเหยา รอยยิ้มที่สดใส และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจของมหาเทพผู้ไม่เคยมีเื่ราวส่วนตัวเข้ามาข้องเกี่ยว แต่แล้วทุกอย่างก็จบลงอย่างกะทันหัน เขาต้องกลับไปจัดการเื่ราวในแดนเซียน และเมื่อกลับมาอีกครั้ง… ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป
เขาดึงสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่เขาได้มาจากความทรงจำของร่างที่เขากลับมาจุติขึ้นดู ภาพในหน้าจอแสดงที่อยู่สุดท้ายของเมิ่งเหยา แต่เมื่อเขาไปถึง... กลับพบเพียงความว่างเปล่า คล้ายกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“เมิ่งเหยา…เ้าหายไปไหนกันแน่” หลงฟานพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้
แต่แล้ว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ตกอยู่ใต้กระถางต้นไม้รูปกระต่าย รูปนั้นเป็ภาพของเมิ่งเหยากำลังอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขาอย่างน่าประหลาด หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของมหาเทพก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง
‘หลงซูซู’… ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความคิดจากข้อมูลเล็กน้อยที่เขาได้รับ เด็กหญิงในรูปนี้คือเืเนื้อเชื้อไขของเขา เป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมเขากับพันธสัญญาในอดีต
ความมุ่งมั่นที่จะตามหาซูซูจุดประกายขึ้นในใจของหลงฟาน เขาใช้พลังิญญาที่แม้จะยังอ่อนแอแต่ก็เพียงพอที่จะสแกนหาเบาะแสจากรูปถ่ายเก่าๆ และไม่นานนัก เขาก็พบที่อยู่ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองนครจินหลง
หลงฟานเคลื่อนกายราวสายลม ทะยานผ่านตึกสูงเสียดฟ้าในชั่วพริบตา เขาทิ้งตัวลงยืนบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในชุดเสื้อผ้าเรียบง่าย และเดินเท้าไปยังจุดหมายปลายทาง
ไม่นานนัก ภาพของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘บ้านแห่งรอยยิ้ม’ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มันเป็อาคารเก่าๆ สีซีดจาง มีสนามหญ้าเล็กๆ ที่แห้งแล้ง และรั้วเตี้ยๆ ที่ดูไม่มั่นคง เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังแว่วออกมา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกหม่นหมองบางอย่าง
หลงฟานก้าวเท้าเข้าไปในบริเวณสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างเงียบเชียบ เขาััได้ถึงกลิ่นอายของความเศร้า ความโดดเดี่ยว และพลังหยินพิษจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวอาคารและเด็กๆ ภายในนั้น
เขาเดินลึกเข้าไปในอาคารจนพบกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเด็กๆ กำลังนั่งเล่นของเล่นเก่าๆ บนพื้น ซูซู… หลงซูซู เด็กหญิงตัวน้อยผมสีดำขลับ ดวงตากลมโตเป็ประกาย กำลังนั่งวาดรูปอยู่มุมห้อง บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มที่สดใส แต่ในแววตานั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเหงาและความหวัง
เมื่อหลงฟานเห็นซูซู หัวใจของเขาก็ปวดหนึบ ความรู้สึกผิดที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีลูกสาว และปล่อยให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง อารมณ์โกรธแค้นต่อผู้ที่ดูแลเธออย่างย่ำแย่พลันปะทุขึ้นมาในใจของมหาเทพผู้สุขุม
“ซูซู…” หลงฟานพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่หลงฟานกำลังจ้องมองลูกสาวด้วยความรักและความเ็ป ชายร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบเหงื่อและท่าทางดูไม่น่าไว้วางใจ เขาคือ หวงป๋อ ผู้จัดการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
หวงป๋อกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง และเมื่อเห็นหลงฟาน เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “แกเป็ใครน่ะ! เข้ามาในนี้ได้ยังไง!”
“ผมมาที่นี่เพื่อรับลูกสาวของผมกลับไป” หลงฟานตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด
หวงป๋อหัวเราะเยาะ “ลูกสาวแกงั้นเหรอ? แกพูดเื่อะไรน่ะ! ที่นี่ไม่มีลูกสาวของแกหรอก!”
“หลงซูซู” หลงฟานเอ่ยชื่อลูกสาว “เธออยู่ที่นี่ และผมจะพาเธอกลับไป”
เมื่อได้ยินชื่อซูซู หวงป๋อก็แสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่ดูแคลน “อ๋อ…ยายเด็กตัวเล็กๆ นั่นเอง แกเป็พ่อมันงั้นเหรอ? หึ! ป่านนี้เพิ่งจะโผล่หัวมา! คิดว่าที่นี่เป็โรงแรมงั้นรึไง มาถึงก็ชี้หน้าจะเอาเด็กไปเฉยๆ น่ะ!”
คำพูดของหวงป๋อจุดประกายความโกรธแค้นในใจของหลงฟานอีกครั้ง ‘คนผู้นี้บังอาจดูถูกเืเนื้อเชื้อไขของข้า!’
“ผมจะจ่ายเงินให้คุณสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด” หลงฟานกล่าว พยายามใช้ตรรกะของโลกมนุษย์ “ขอเพียงแค่คุณปล่อยตัวซูซูไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
หวงป๋อแค่นเสียง “ฮึ่ม! เงินงั้นเหรอ? แกคิดว่าเงินไม่กี่บาทจะซื้อลูกฉันไปได้งั้นรึไง! เด็กที่นี่เป็สมบัติของฉัน! ไม่มีใครจะเอาไปได้ถ้าฉันไม่อนุญาต!”
“แกคงไม่รู้สินะว่าฉันเป็ใคร! ฉันคือผู้จัดการหวงป๋อ! ใครๆ ก็ต้องเกรงใจฉัน! แกเป็แค่คนจนๆ จะเอาอะไรมาสู้กับฉัน!” หวงป๋อพูดด้วยความเย่อหยิ่ง
แววตาของหลงฟานเย็นะเืถึงขีดสุด เขาไม่เคยคิดว่าในโลกมนุษย์จะมีคนประเภทนี้อยู่มากมายถึงเพียงนี้ เขาไม่อยากใช้พลังเซียนอย่างโจ่งแจ้ง แต่การที่หวงป๋อบังอาจดูถูกเขาและลูกสาว... มันเกินกว่าที่มหาเทพจะทนได้
“เอาล่ะ” หลงฟานกล่าวเสียงเรียบ แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นะเืลงอย่างประหลาด “ดูเหมือนว่าคุณคงไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่า ‘สิทธิ’ สินะ”
พูดจบ หลินฟานก็ยกมือขึ้นช้าๆ ไม่มีใครสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่แท้จริงของเขา ราวกับว่าการเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วจนเกินกว่าสายตาจะจับได้ เขาไม่ได้ปลดปล่อยพลังเซียนออกมาทั้งหมด เพียงแค่ใช้พลังปราณเล็กน้อยที่เขาเพิ่งฟื้นฟูได้ กระตุ้น ‘แรงกดดันิญญา’ ที่มองไม่เห็นออกไป
หวงป๋อััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น มันหนักอึ้งราวกับูเานับพันลูกที่กดทับลงมาบนร่างของเขา ทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัด ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที
“แก…แกทำอะไร!” หวงป๋อพยายามะโ แต่เสียงของเขากลับแหบพร่าและสั่นเครือ
“ผมแค่ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของ ‘อำนาจที่แท้จริง’ เท่านั้น” หลงฟานตอบ แววตาของเขาคมกริบราวกับคมดาบที่พร้อมจะฟาดฟัน “ตอนนี้…คุณจะปล่อยลูกสาวของผมไปได้หรือยัง?”
หวงป๋อไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธ เขาล้มตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว “ปล่อย…ปล่อยไปครับ! ผมจะปล่อยเด็กคนนั้นไปเดี๋ยวนี้ครับ!”
หลงฟานลดมือลง แรงกดดันิญญาหายไปทันที หวงป๋อรีบลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ก่อนจะวิ่งไปหยิบเอกสารที่จำเป็และรีบจัดการเื่การรับตัวหลงซูซูอย่างรวดเร็ว ด้วยใบหน้าซีดเผือด
ในขณะเดียวกัน หลงซูซูที่นั่งวาดรูปอยู่มุมห้องก็เงยหน้าขึ้นมองพ่อ ดวงตากลมโตของเธอเป็ประกายด้วยความอยากรู้และความประหลาดใจ เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็ััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อบอุ่นและปลอดภัยจากชายแปลกหน้าคนนี้
“พ่อจ๋า…” หลงซูซูพึมพำกับตัวเอง
หลงฟานเดินเข้าไปหาซูซูช้าๆ เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ และยื่นมือออกไปััแก้มเล็กๆ ของลูกสาวเบาๆ “ซูซู…พ่อมาแล้วนะลูก”
หลงซูซูมองหน้าหลงฟานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและสงสัย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใส รอยยิ้มนั้นบริสุทธิ์ราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ทำให้หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผาของหลงฟานอ่อนยวบลงทันที
“พ่อจ๋า…” หลงซูซูเอ่ยชื่อพ่อเป็ครั้งแรก เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วราวกับเสียงระฆังแก้ว คำนั้นทำให้หลงฟานรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ความรู้สึกที่เขาไม่เคยััมาก่อนในชีวิตอันเป็ะของเขา
“ใช่จ้ะลูก พ่อมาแล้ว” หลงฟานตอบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขากอดหลงซูซูเข้ามากอดแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอไว้ในอ้อมอก ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายได้อีกแล้ว
หลังจากจัดการเื่เอกสารและพาหลงซูซูออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้สำเร็จ หลงฟานก็พาเธอกลับไปยังอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เขาเพิ่งหาเช่าไว้ได้ชั่วคราว ห้องขนาดเล็กที่มีข้าวของน้อยชิ้น แสดงให้เห็นถึงความลำบากยากแค้นของชีวิตในโลกมนุษย์ แต่สำหรับหลงฟานแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งใด
คืนนั้น หลงฟานนั่งเฝ้ามองหลงซูซูที่หลับใหลอยู่บนเตียงเล็กๆ ของเธอ แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องสลัวๆ บรรยากาศเงียบสงบทำให้เขารู้สึกถึงความสงบในใจที่ไม่เคยมีมาก่อน
‘เมิ่งเหยา…ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ใด ข้าจะตามหาเ้าให้พบ และจะสืบหาความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น’ หลงฟานคิดในใจ แววตาของเขาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นและอำนาจ
‘และสำหรับผู้ที่กล้าแตะต้องลูกสาวของข้า…ข้าจะทำให้พวกมันต้องเสียใจยิ่งกว่าตาย!’
โปรดติดตามตอนต่อไป: หลงฟานจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคุณพ่อในโลกมนุษย์อย่างไร? พลังของมหาเทพจะฟื้นคืนได้อย่างไรในโลกที่ปราณบริสุทธิ์มีน้อยนิด? และเขาจะรับมือกับความท้าทายแรกๆ ในนครจินหลงได้อย่างไร?
ร่วมคอมเมนต์และกดติดตามเพื่อไม่พลาดทุ
กการอัปเดตของ ‘ยอดคุณพ่อเซียน’ ได้เลยนะครับ!