ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 32 เจียงซือ

    บทที่ 32 เจียงซือ

     

    ท่านเจ้าคุณไม่ได้กลับไปยังหมู่บ้านทันทีแต่อยู่ทำงานที่เมืองหลวงแสนและทองมาสมทบท่านเจ้าคุณที่เมืองหลวงในอีกสามวันต่อมา เมื่อพวกแสนรายงานออกไปมุมปากท่านเจ้าคุณถึงกับกระตุกหลายครั้งด้วยความโกรธ

    “ตำแหน่งแค่นี้ก็คิดว่าใหญ่โตถึงขั้นเอามาขู่คนได้แล้วหรือขุนนางเมืองศรีวิชัยเนี่ยอยากให้ข้าไปพบสักครั้งกระมัง” ทั้งห้าคนไม่ได้กล่าวอะไร

    “ไอ้เขียนเอ็งไม่ต้องกลับไปที่หมู่บ้านแล้วอยู่เมืองหลวงคอยสืบข้าวให้ข้า” ลุงเขียนรีบตอบรับ

    “ขอรับ” ท่านเจ้าคุณสั่งอีกสามคนที่เหลือ

    “พวกเองพาบ่าวไปยังถ้าเรือหาพ่อค้าจีนแล้วพามาให้ข้าที่นี่ข้ามีเรื่องอยากถามพวกมันเกี่ยวกับผีดิบสักหน่อยหาล่ามมาด้วยนะ “ทั้งสามพยักหน้าตอบรับ

    ” ขอรับ “จากนั้นพวกเขาก็เดินออกไป ท่านเจ้าคุณหันมาทางแสนและทอง

    ” พวกเอ็งไปหาข่าวมาว่าที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ มีข่าวอะไรแปลกๆ บ้างหรือไม่ใช้เส้นสายทั้งหมดสืบมา “ทั้งสองพยักหน้า ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้วแล้วนั่งในเรือนอย่างใช้ความคิด

    ” เรื่องมันชักจะยุ่งขึ้นไปทุกทีแล้วสิ” ทางด้านพวกอังวะตอนนี้เรือจากทางยุโรปก็มาถึงท่าเรือของมันแล้วลังไม้จำนวนมากถูกขนลงมายังท่าเรือ จะเห็นได้ว่ามีคนใหญ่คนโตจำนวนมากมองไปทางลังไม้พวกนี้ตาเป็นมันชายคนหนึ่งกล่าวอย่างลำพองใจ

    “ด้วยสิ่งนี้ข้าอยากรู้ว่าใครจะสามารถหยุดเราได้” มันหัวเราะออกมาราวกับว่าเห็นความสำเร็จไปแล้ว ที่เมืองศรีวิชัยคนจากทั้งสี่กรมมาถึงเมืองแล้วและออกตามหาซาไบตามคำสั่งของพระยาทั้งสี่พวกเขาปูพรมหาทั้งป่าสุดท้ายก็พบร่องรอยของการก่อไฟและรอยเท้าริมลำธาร

    “ดูจากร่องรอยพวกมันน่าจะไปทางแม่น้ำแล้วขึ้นไปเพื่อออกจากศรีวิชัยไปที่เมืองกาญจน์แล้วออกไปทางอังวะ “ทุกคนประหลาดใจเมืองกาญจน์ที่ว่าก็คือกาญจนบุรีนั่นแหละแต่จะเรียกว่าเมืองด่านก็ได้เพราะมีพื้นที่ติดกับอังวะบางส่วนจึงถือว่าเป็นเมืองด่าน คนจากศาลเมืองถามอย่างสงสัย

    “ท่านแน่ใจได้อย่างไร” มันยิ้มออกมา

    “เพราะเป็นข้าก็ทำแบบนั้นเหมือนกันตอนนี้มันโดนล่าจะอยู่ทำไมเล่า “ชายอีกคนกล่าวขึ้นเขาคือพันหม่อง จากกรมพระตำรวจ ยศพัน คนจากกระทรวงเวทมนตร์ที่ชื่อชายจึงถาม

    ชาย “เช่นนั้นเราไปดักรอมันเลยดีหรือไม่” พันหม่องกล่าวออกมา

    “ข้าก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันทว่ามันไม่ง่ายเช่นนั้นน่ะสิมันล่วงหน้าเราไปถึงสามวันไหนจะมันมีวิชาย่นระยะอีกมิสู่เราส่งนักพิราบไปเมืองด่านก่อนไม่ดีกว่าหรือให้ปิดสั้นทางการหนีไปอังวะน่ะ” ทุกคนขมวดคิ้ว ชายอีกคนที่ชื่อคินจากศาลเมืองเอ่ยขึ้น

    พันคิน “ไม่หรอกข้าว่าพวกมันจะไม่กลับไปจนกว่าแผนการจะสำเร็จไม่อย่างนั้นสิ่งที่พวกมันเตรียมไว้อาจจะสูญเปล่า” ทุกคนขมวดคิ้ว ชายอีกคนที่ชื่อแช่มจากกรมตระลาการเสนอตวามคิด

    พันแช่ม “เช่นนั้นก็ทำสองทางไปเลยก็ได้ไม่ใช่หรือ “ทุกคนพยักหน้าระหว่างที่พวกเขาคุยกันไม่มีใครทันสังเกตเลยว่ามีสัตว์น่ารักกำลังตามพวกมันอยู่และแอบฟังที่พวกมันคุยกันทั้งหมด

    มายมัง” ไม่น่าเชื่อว่าพวกมันจะอนุมานแผนของเราออกได้เป็นฉากๆ แต่ว่าพวกแกอย่าหวังเลยที่พวกแกจะตามหาท่านซาไบเจอ “ตลอดทางมายมังทำร่องรอยปลอมให้คนพวกนี้หลงทาง เมื่อเดินทางมาได้ครึ่งวันพันหม่องก็เห็นได้ถึงความผิดปกติแล้ว เขามองไปรอบๆ แล้วขมวดคิ้ว

    “บ้าน่าลืมไปเสียสนิทเลย” เขาเอาสมุดออกมาแล้วเขียนข้อความลงไป แม้ว่ามายมังจะสามาถฝฟังภาษาไทยออกทว่าเขาอ่านไม่ออกแน่นอนเขาส่งให้คนอื่นดู

    “อย่าหันไปทำตีวปกติ” ทุกคนพยักหน้าพันหม่องเขียนข้อความลงไปอีกทุกคนพยักหน้า ก่อนที่จะแยกเป็นสี่กรมแล้วแยกกันค้นหา มายมังถึงกับไปไม่เป็นเลยมันตัดสินใจที่จะตามพันหม่องไปเซนต์ของมันบอกว่าชายคนนี้คือคนที่มีความสามารถมากที่สุดอย่างไรก็ตามทั้งสี่คนที่เป็นตัวแทนของกรมต่างในการค้นหาซาไบมีความสามารถในการแกะรอยทุกคนได้แก่ ชาย จากกระทรวงเวทย์ พันหม่องจากกรมพระตำรวจ พันคิน จากศาลเมือง พันแช่ม จากกรงตระลาการ พวกเขาตามหาจนถึงมืดแต่ยังไม่พบจึงพักกลากป่า ด้านซาไบที่แผลผ่าตัดยังไม่หายดีไม่อาจเคลื่อนไหวได้มันได้แต่หลบอยู่ในถ้ำในตอนกลางวันแล้วเคลื่อนไหวในตอนกลางคืนไม่งั้นมันโดนเจอตัวแน่ถ้าเดินทางกลางวันในยามค่ำกลุ่มคณะค้นหาพักมายมังจึงรีบมารายงานซาไบว่าพวกมันทำอะไรบ้างมันก็ขมวดคิ้วเพราะเห็นถึงความผิดปกติทันที

    ซาใบ” เหมือนว่าพวกมันจะรู้ตัวแล้วว่าเราส่งคนตามมันอยู่ “มายมังชะงักไป

    ” แตข้าระวังตัวมากนะขอรับ “ซาไบส่ายหน้า

    ซาไบ” พวกมันเป็นคนฉลาดเมื่อเห็นร่องรอยไม่ถูกต้องคนที่มีฝีมือด้านแกะรอยย่อมรู้ทันที “มายมังขมวดคิ้ว

    มายมัง” แต่สิ่งที่เจ้าได้มาก็นับว่าคุ้มค่าเมื่อมันคิดว่าข้าจะไปทางเมืองด่านงั้นข้าจะไปอีกทางหนึ่ง “มันคิดแผนในใจไม่ใช่แค่เมืองกาญจน์เสียหน่อยที่หนีไปทางอังวะได้ถึงแม้ว่าจะต้องอ้อมไปไกลหน่อยก็ตาม

     

     

    อีกด้านหนึ่งที่คุกนักโทษทั้งหมดยังคงถูกทรมานคนที่พูดไทยได้มีแค่คนเดียวมันจึงโดนหนังสุดอีกคนที่พูดไทยได้ก็คือมายมังตอนนี้อยู่กับซาไบในร่างหมาหริ่ง ปัง!!! พระยาพิเชษฐ์ตบโต๊ะเสียงดัง

    “มึงจะไม่พวกจริงๆ หรือว่าศพนั่นคืออะไรแล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน” มันแสยะยิ้มออกมาตอนนี้เลือดเต็มปากและใบหน้าของมัน

    “กูไม่บอก” พระยาพิเชษฐ์สูดลมหายใจเข้าลึก

    ” ได้ในเมื่อเลือกเอง” ทหารนายหนึ่งกลอกสุราเข้าปากของมันทำไมต้องกลอกสุราน่ะหรือนี่คือสุราสูตรพิเศษมีผลในการหลอนประสาทเมื่อกินเข้าไปมันจะไม่มีสติทว่ามีผลข้างเคียงร้ายแรงคือมันอาจซ็อกตายได้และถ้ามันตายก่อนข้อมูลก็จะหายไปตลอดกาลแต่นี่พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วไม่งั้นจะไม่ได้อะไรเลยตอนนี้ในตาของมันเหม่อลอยแล้ว

    “บอกมาว่าศพพวกนั้นพวกแกต้องการเอาไปทำอะไรทำผีดิบใช้หรือไม่พวกแกมีแผนอย่างไรกันแน่” มันสะบัดหัวไปมา

    “ฮ่าๆๆ ศพ...ใช่...ใช่...ศพ...เรา...ก็เอา...เอา” ในตามันกลอกไปมาทุกคนตั้งใจฟังแต่มันก็ไม่กล่าวอะไรแล้วตายไปในที่สุด

    “ไอ้สารเลวตื่นขึ้นมานะ “พระยาพิเชษฐ์โกรธจัดพระยาดำรงณ์นวดขมับมองทุกอย่างด้วยความเครียดถึงจับพวกมันมาได้แต่พูดกับพวกมันไม่รู้เรื่องนี่สิ

    “มันไม่พูดอะไรเลยทำไมกันดื่มสุรานั่นไปแล้วไม่ใช่หรือมันทนได้อย่างไร” จากนั้นก็มีทหารเดินเข้ามา

    “ล่ามมาแล้วขอรับ” พระยาพิเชษฐ์โล่งใจแล้วสั่ง

    “รีบสอบปากคำพวกที่เหลือเถอะ” ทุกคนแบ่งหน้าที่กันภายใต้การกดดันและทรมานจึงได้ข้อมูลมาจนได้ใจความมีอยู่ว่า “พวกแกไม่มีใครลอดไปได้หลอกเราจะใช้คนประเทศของแกมาเป็นทหารฆ่าพวกแก” ทั้งสี่ระดมความคิดทั้งสี่เป็นบุคคลชั้นหัวกะทิแค่มีเบาะแสเล็กน้อยก็สามารถเดาเรื่องราวเพิ่มได้ทันที

    พระยาเดช “ไอ้สารเลวนี่ที่แท้มันต้องการใช้กองทัพศพบุกเราจริงๆ ด้วย “ทุกคนขมวดคิ้ว

    พระยาสมาน “ปัญหาคือศพที่เหลือพันกว่าศพมันซ่อนไว้ที่ไหนและทำผีดิบหรือยัง” พระยาเดชสีคางไปมาสักพักก็ตาโต

    “ส่งจดหมายไปยังเมืองต่างๆ ให้ออกค้นหาพวกมันตามป่าเขาหรือค่ายโจรและสืบดูว่าทั้งสามภาคมีข่าวอะไรแปลกๆ หรือไม่บางทีเบาะแสอาจจะอยู่ในข่าวพวกนั้นก็ได้ “ทุกคนพยักหน้า จากนั้นทุกคนจึงพากันออกมาจากในคุกก็พบว่าเป็นตอนเช้าแล้วหลายวันมานี้พวกเขาแทบไม่เห็นแสงตะวันเลย อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่อาจจับตัวของซาไบได้ป่ามีขนาดกว้างใหญ่มากไม่ง่ายที่จะตามหาคนที่กำลังจะหนี ส่วนที่หมู่บ้านงานของพิมก็เกือบจะแล้วเสร็จแล้วสามวันมานี้ของบางส่วนยกขึ้นรถม้าแล้วตอนนี้พิมกำลังตรวจสินค้าอย่างละเอียด ทางด้านนินเองก็ได้ยาสีฟันจำนวนสองร้อยกระปุกแล้วด้วยคนยี่สิบคนนี้นินคิดว่ากำลังผลิตกำลังนี้ยังไม่พอหากว่ามันได้รับความนิยมจนสามารถขายไปยังเมืองต่างๆ ได้นินทราบมาว่าแต่ละเมืองจะมีประชากรประมาณ 3 แสนคนโดยประมาณนี้ไม่รวมหมู่บ้านรอบๆ เมืองนะดังนั้นอย่างน้อยๆ แต่ละเมืองเขาต้องขายได้อย่างน้อยๆ จำนวนหนึ่งแสนกระปุกเป็นแน่และนั่นเป็นจำนวนที่มหาศาลมากถ้าเขาผลิตของได้ตามนั้น ยาสีฟันของเขาเก็บได้นานถึงหกเดือนดังนั้นสามารถส่งไปขายยังต่างเมืองได้แน่นอนนินคิดว่าต่อไปจะคิดวิธีที่สามารถเก็บนานกว่านี้ส่วนแปรงสีฟันทำได้แค่ร้อยอันเท่านั้นเนื่องจากด้ามไม้ที่ได้มาจากลุงยอดหมดเสียแล้ว

    นิน “ถือว่าไปได้ดีเลย” เขานั่งตรวจคุณภาพสินค้าพบว่าใช้ได้

    นิน “ว่าแต่พวกลุงจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ” สามสี่วันมานี้เขาไม่ได้ข่าวท่านเจ้าคุณเลยก็เลยแอบสงสัยว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้างนินกลับมาที่บ้านในตอนบ่ายก็เห็นว่าทุกคนกำลังกินไอติมอยู่

    ภา” พี่นินลองชิมดูเจ้าค่ะนี่คือไอติมหน้าลูกตาลลอยแก้วเจ้าค่ะ “นินยิ้มออกมาแล้วยื่นมือออกไปรับจากไหมแก้วที่ตักให้

    นิน” คูนป้าครับถ้าใส่หน้าให้มากขนาดนี้ร้านนี้ต่อไปเจ๊งแน่นอนครับ “ไหมแก้วหัวเราะ

    ไหมแก้ว” ถ้าขายก็คงไม่ให้มากเท่านี้หรอกจ้า “นินหัวเราะแล้วตักกินแน่นอนว่ารสชชาติไม่ผิดหวังแน่นอนไอติมกับตัวลูกตาลไม่หวานจนเกินไปพอเอามารวมกันมันลงตัวมากจริงๆ แถมกินแล้วเย็นสบายเสียด้วย

    นิน” ถึงอากาศจะไม่ร้อนแต่ว่ากินแล้วเย็นสบายดีครับ” ภาพยักหน้า

    “อากาศของไทยเย็นสบายเจ้าค่ะไม่เหมือนพวกอังวะและของที่ร้อนกว่ามาก” นินหน้ากระตุก

    นิน “อะไรนะเย็นสบายหรือนี่มันหนาวจะตายไป” ทุกคนประหลาดใจที่นินเป็นคนขี้หนาว

    ลิน “ทางใต้ถึงจะหนาวเจ้าค่ะโดยเฉพาะสามเมืองชายแดนนั่นคือหนาวมากๆ คุณพ่อเล่าว่าหนาวจนแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งเลยนะ” นินถึงกับตาโตทางใต้ไม่ใช่ว่าร้อนและฝนตกหนักทั้งปีหรอกหรือโลกนี้มันแปลกไปแล้วแบบนี้ ถึงจะบอกว่าน้ำกลายเป็นแข็งแต่น้ำแข็งที่เป็นแค่ชั้นบางๆ ไม่ได้เหมือนที่ต่างประเทศที่หนาจนสามารถเอาไปใช้งานได้ เรื่องนี้ทางกรมทรัพยากรเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทั้งที่หนาวขนาดนั้นแท้ๆ

    นิน “อยากบอกนะว่าหน้าหนาวที่เมืองหลวงมีหิมะตกน่ะ” ทุกคนพยักหน้า

    ลิน” บางปีเจ้าค่ะแต่คิดว่าปีนี้น่าจะมีนะเจ้าคะ “นินมองไปที่การแต่งตัวที่พวกนางสวมเป็นกระโจมอกแบบพันตัวตามแบบไทยโบราณนินแปลกใจที่ชุดไทยแม้จะเปิดไหล่แต่มันดูเรียบร้อยมากกว่าโป๊เสียนี่ แน่นอนว่าไม่นับที่พวกที่จงใจลดผ้าลงเผยให้เห็นร่องและเนินอกไม่ว่าสมัยไหนก็มีพวกที่ใจกล้าเสมอ ส่วนพิมนั้นกล่าวอย่างไรดีเหมือนว่านางมีสิ่งที่เรียกว่า เซ็กแอพพีล ในตัวแม้จะแต่งตัวเรียบร้อยก็ยังทำให้เกิดแรงดึงดูดไม่แปลกที่จะมาคนหลงใหลในตัวพิมสิ่งที่ทำให้มันยิ่งมีแรงดึงดูดมากไปอีกคือนางมีรูปร่างที่งดงามราวกับปีศาจนั่นเองและนี่เป็นสิ่งที่นินกลัวมากๆเขาไม่อยากเป็นปลาในบ่อของนาง

    นิน” หน้าหนาวแต่งตัวกันอย่างไรอยากบอกนะว่าแต่งแบบนี้หนาวตายเลย “ทุกคนหัวเราะ

    ภา “ไม่หนาวหรอกเจ้าค่ะเพราะผ้าไหมไทยเราเมื่อสวมแล้วทำให้อุ่นเจ้าค่ะ” นินประหลาดใจ

    นิน “จะเป็นไปได้อย่างไรกันเสื้อผ้าพี่ที่คุณป้าให้มาก็มีผ้าไหมทำไมยังหนาวอยู่เลย” ทุกคนยิ้มออกมาพิมเดินมาพอดี

    พิม “เรื่องนี้ตอบยากนะนายลองเอาไปพันตัวดูสิ” นินกลอกตา

    นิน “ไม่มีทาง” ทุกคนหัวเราะ

    ไหมแก้ว “เอาเป็นว่าสมัยก่อนมีคนคิดค้นเส้นไหมพิเศษที่สามารถทำให้ผู้สวมใส่อบอุ่นขึ้นแล้วกัน” นินประหลาดใจ

    นิน” ใครกันหรือครับเก่งขนาดนั้น “พิมคิดสักพัก

    พิม” มีหลายที่นะที่เก่งเรื่องการทอผ้าแต่ที่ข้าชอบที่สุดคือผ้าจากเมืองเสมาที่หมู่บ้านจะโปะน่ะ “นินพยักหน้าแล้วคิดว่าไอ้เมืองเสมาเนี่ยมันตรงไหนของไทยกันวะเนี่ยเขาจำไม่ได้ในส่วนนี้เขาจึงนั่งมึนไป

    ภา “แต่ว่าที่เมืองเสมายังมีของขึ้นชื่ออีกนะเจ้าคะ” นินที่มึนอยู่จึงได้สติ

    นิน “อะไรหรือ” ภายิ้ม

    ภา” ก็เส้นหมี่ไงเจ้าค่ะ “พอพูดว่าหมี่ขึ้นมานินก็นึกออกทันทีว่าจังหวัดไหนจะต้องเป็นหมี่โคราช จังหวัดนครราชสีมาแน่นอนนิดคิดถึงผัดหมี่โคราชขึ้นมาน้ำลายก็ไหลโดยไม่รู้ตัว

     

     

    หลังจากกินไอศกรีมกันพอสมควรแล้วนินก็นึกได้เรื่องหนึ่งกาแฟของเขาน่าจะตากได้ที่แล้วเขาจึงคิดว่าจะชงกาแฟให้ทุกคนได้ชิมกัน

    นิน” จริงสิผมมีอีกอย่างที่อยากให้ลอง “นินวิ่งไปที่ลานตากหลังบ้าน ลานนี้ใช้ตากสารพัดเพราะแดนส่องมาตรงนี้ดีที่สุด ทั้งสมุนไพร ตากปลา โอ้ยสารพัด กาแฟของเขาก็ตากไว้ที่นี่เหมือนกันนินไปดูพบว่าหลังจากตากมาหลายวันก็ได้ที่แล้วเขาจึงเก็บมาบดหยาบๆ แล้วชงใส่นมจืดและน้ำตาลลงไปนินชิมแล้วก็ตาโตช่วยไม่ได้มันมีครีมเทียมนี่นา

    นิน “กาแฟนี่มันรสชาติดีจริงๆ ดูเหมือนมันคุ้นๆ ว่าเคยกินที่ไหนมานะ “ในการปลอมตัวไปสืบเรื่องสำคัญให้ทางรัฐบาลเขาได้ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารเช้ากับพวกไฮโซต่างชาติเขาได้ลองกินกาแฟชนิดหนึ่งได้ยินมาว่าแพงมากต่อมาเขาเลยไปหาข้อมูลดูพบว่าราคาของไม่แพงมากน่าจะประมาณ 30.000 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมได้มั้ง แล้วไอ้นี่มันรสชาติคล้ายๆ กันเลยชื่อของกาแฟที่เขาเคยกินคือ ปานามา เกอิชา อะไรนี่แหละ

    นิน “ไอ้เวรของดีเสียด้วย” นินเอาออกมาให้ทุกคนชิมเขาชงมาหลายแบบ

    นิน “นี่คือกาแฟทุกคนลองกินดูครับว่าถูกปากไหม” ทุกคนหยิบไปคนละแก้ว “นินอธิบายเรื่องสรรพคุณของแกแฟให้ทุกคนฟังทุกคนพยักหน้าแน่นอนว่าแม้จะใส่น้ำตาลไปแต่เด็กๆ ก็ไม่ชอบกินมันอยู่ดีลูกชายของแสนจิบไปนินเดียวก็ไม่เอาแล้วมะลิจึงต้องกินต่อเพราะเสียดายแก้วเองก็ไม่เอาเช่นกันแต่คนอื่นๆ ล้วนพอใจในรสชาติไหมแก้วชอบกินแบบเข้มๆ มากกว่ามันสดชื่นตื่นทันที

    ไหมแล้ว” สิ่งนี้คืออะไรหรือ “นินยิ้มออกมา

    นิน” กาแฟสดไงครับชงดื่มสดชื่นมากพวกฝรั่งชอบดื่มตอนเช้ามันทำให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมทำงานครับ” ไหมแก้วพยักหน้า

    นิน “แต่ว่านี่บ่ายแล้วถ้ากินมากไปกลางคืนอาจจะนอนไม่หลับได้ครับคุณป้าอย่าทานเยอะนะครับ” ไหมแล้วยิ้มพิมเองก็ชอบกินเข้มๆ เหมือนกันส่วนคนอื่นๆ ติดหวาน นินให้บ่าวไปลองชงดื่มเอาแน่นอนว่าหลายคนไม่ชอบเพราะมันขม

    พิม “นายเนี่ยขนาดอยู่ในป่ายังมีความรู้มากขนาดนี้เลยนะ” นินยิ้ม

    นิน “หลวงตาบอกว่าอยู่ที่ไหนไม่สำคัญหรอกหากมีใจอยากเรียนรู้” ทุกคนพยักหน้า

    ไหมแล้ว “ว่าแต่พ่อนินจะทำอย่างไรกับมันหรือต้นกาแฟป้าจำได้ว่าบ้านเรามีไม่น้อยเลยนะ” นินผายมือ

    นิน “ตอนนี้ก็แต่ทำกินเองไปก่อนขอรับรอให้ยาสีฟันลงตัวก่อนแล้วค่อยเปิดธุรกิจใหม่อีกอย่างผมว่าที่ดินของลุงยังมีขุมทรัพย์หลายอย่างซ่อนอยู่ อีกอย่างมันเป็นของคุณลงหากจะทำจริงๆ คงต้องร่วมหุ้นกันครับ” ไหมแก้วส่ายหน้า

    ไหมแก้ว” คิดมากไปแล้วอีกหน่อยพ่อนินก็เป็นลูกเขยป้าแล้วนะ “ทุกคนหัวเราะออกมา

    นิน “เดี๋ยวผมจะเตรียมกาแฟไว้ให้ลุงไปโปรโมทในวังไว้สักหน่อยถือว่าเป็นการเปิดตลาด” ทุกคนกลอกตา

    พิม” นายนี่มันจริงๆ เลยถึงกับให้เจ้าพระยาทำงานให้เลยหรือ “นินหัวเราะ

    นิน “อย่าพูดอย่างนั้นสิถ้าผมได้หน้าลุงเองก็ได้หน้าไม่ใช่หรือ” ทุกคนกลอกตา

    พิม “คุณพ่อได้หน้าแต่นายได้เงินด้วยไม่ใช่หรือ” นินถึงกับสะอึกเถียงไม่ออก ที่บ้านท่านเจ้าคุณในตอนเย็นบ่าวที่สั่งงานไปพาพ่อค้าจีนหนึ่งคนมาที่บ้านพร้อมล่ามคนหนึ่งทั้งสองดูประหม่ามาก

    ” พวกเอ็งไม่ต้องกลัวข้ามิได้มาสอบสวนพวกเอ็งแต่ข้ามีเรื่องอยากขอคำเนะนำเท่านั้น “ล่ามเริ่มแปลให้พ่อค้าจีนฟังมันพยักหน้า

    ” เอาล่ะข้าไปไม่อ้อมค้อมละนะข้าอยากรู้ว่าเจ้ารู้จักผีดิบไหม “คำถามนี้เล่นเอาล่ามไปไม่เป็นเหมือนกันเขาไม่รู้ว่าจะแปลคำว่าผีดิบอย่างไรเขาไม่รู้จักคำนี้ในภาษาจีน

    ” เอ่อท่านเจ้าคุณขอรับมันเป็นอย่างไรหรือขอรับผีดิบเนี่ยกระผมไม่ทราบคำนี้ขอรับ “ท่านเจ้าคุณจึงเล่าให้เขาฟังว่ามียันต์อะไรสักอย่างแล้วเป็นศพที่ขยับได้มีเขี้ยวและเล็บยาว ล่ามแปลข้อความให้พ่อค้าจีนฟังมันพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องที่เขารู้ออกมาล่ามฟังแล้วแปลออกมาอย่างตกใจ

    “แท้จริงแล้วที่จีนเรียกว่า เจียงซือ มันเป็นผีดิบในตำนานพื้นบ้านจีน มักเป็นศพคืนชีพที่แข็งทื่อ สวมชุดขุนนางสมัยราชวงศ์เก่า เคลื่อนที่ด้วยการกระโดด ออกหากินเวลากลางคืนโดยดูดพลังชีวิตหรือเลือด มีจุดเด่นคือยันต์สีเหลืองที่แปะบนหน้าผากเพื่อสะกดวิญญาณ “ท่านเจ้าคุณตื่นเต้นและประหลาดใจเพราะว่ามันมีส่วนที่ไม่เหมือนกันอยู่บ้างผีที่เขาเจอไม่ได้กระโดดแต่พุ่งใส่เขาเลย

    “งั้นรู้วิธีป้องกันหรือฆ่ามันไหม” ล่ามรีบแปลพ่อค้าจีนส่ายหน้าแล้วบอกออกมาอย่างเสียดายล่ามจึงแปลออกมาด้วยท่าทีแบบเดียวกัน

    “เจียงซือนี้ลึกลับมากขอรับพวกเขารู้ว่ามีคนที่สามารถสร้างเจียงซือได้ในสมัยก่อนจะเกิดสงคราม 7 แคว้นมีคนที่สร้างเจียงซือขึ้นมาทำลายราชวงค์เก่าต่อมาเขาได้หายสาบสูญไปหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏอีกเลยดังนั้นมันจึงกลายเป็นเรื่องเล่าในเวลาต่อมา รายละเอียดของมันจึงไม่มีใครรู้” ท่านเจ้าคุณสีหน้าบิดเบี้ยว

    “เหตุใดของที่สาบสูญไปแล้วถึงได้มาอยู่ที่ไทยได้ไม่สิทำไมพวกขอมถึงรู้วิธีสร้างมันขึ้นมา “ท่านเจ้าคุณนวดขมับ

    ” บ้าจริงเหมือนจะพบหนทางแต่ทางก็ตันอีกจนได้ไม่สิประเด็นสำคัญคือมีคนใช้ผีดิบทำลายราชวงศ์ลงนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว “ท่านเจ้าคุณสูดลมหายใจเข้าลึก…

     

    เมืองกาญจนบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังคงเรียกว่า "เมืองกาญจนบุรี" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "เมืองกาญจน์" โดยในช่วงต้นรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านลาดหญ้า ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2374) ได้ย้ายมาตั้งที่ตำบลปากแพรก (ที่ตั้งปัจจุบัน)

    "Sex Appeal" (เซ็กซ์แอพพีล) หรือ เสน่ห์ดึงดูดใจ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ ท่าทาง บุคลิกภาพ และความมั่นใจที่สะท้อนออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกหลงใหล ประทับใจ และอยากเข้าหาทันทีที่พบเห็น โดยไม่จำเป็นต้องสวยหรือหล่อตามพิมพ์นิยมเสมอไป 

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318