ที่แท้ ‘ฝ่ามือวายุ’ ที่ซูหมิงพยายามใช้ออกอย่างซ้ำซากและโง่งม จนมารดำเกิดความชะล่าใจและดูแคลนนั้น เป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจ การเดิมพันหนนี้นับว่าสาหัส
ครั้งที่ซูหมิงได้ปะมือกับชายชราแซ่จิน ยิ่งตอกย้ำมันอีกครั้งว่าโลกของวิชายุทธ์นั้นซับซ้อนนัก คราแรกที่มันกวาดตามองโจรทั้งสาม เห็นว่าความกดดันมิเท่าตอนเผชิญหน้ากับมารขาว จึงยโสถือดีว่าตนสามารถรับมือได้ทั้งหมด พอถูกเลห์เหลี่ยมเข้าไปจึงได้สำนึก
บัดนี้ มารดำที่ร่างปลิวไปกระแทกกำแพงหิน มันแม้เจ็บปวด ลมปราณปั่นป่วนแต่ยังประคองสติไว้ได้
ถึงการโจมตีของซูหมิงเมื่อครู่จะกะทันหันเพียงใด แต่มารดำที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน ยังสามารถเกร็งลมปราณทั้งเรียกปราณดำมาคุ้มกายทันท่วงที
แต่อย่างไรในระยะประชิดเพียงคืบ มารดำยังคงรับความเสียหายถึงห้าส่วน ร่างกายของมันมิได้ทนทานเฉกเช่นซูหมิง เลือดอุ่นตีตื้นมาถึงลำคอ จำต้องกลืนกลับลงไป
มือหนึ่งล้วงไปในสาบเสื้อเตรียมควักมีดสั้นคู่กายออกมา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเก็บไว้ดังเดิม ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่การสังหาร
ที่ด้านซูหมิง มือหนึ่งกระชากเสื้อ นำมาพันห้ามเลือดที่แขนซ้ายไว้ สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มควันที่มารดำกระเด็นหายไป ในใจภาวนาขอให้เรื่องราวสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่คำอธิษฐานของชายหนุ่มไม่เคยประสบผล ไอสีดำนับสิบเส้นพุ่งแหวกกลุ่มควันออกมาดั่งอสรพิษ!
แม้สายตาซูหมิงจะมองตามทัน แต่ร่างกายกลับไม่รักดี แขนขาอ่อนล้าเกินกว่าจะขยับตามใจสั่ง ไอเส้นสีดำปอดล้อมทางหนี มารดำสาวเท้าออกมาพลางคว้าเชือกดำออกจากอกเสื้อ เหวี่ยงออกไปพันธนาการซูหมิงจนสิ้นฤทธิ์ไร้ทางขัดขืน
ในช่วงความตายเช่นนี้ สายตาของซูหมิงมิได้จับจ้องไปที่มัจจุราชซึ่งกำลังย่างสามขุมเข้ามา แต่มันกลับมองไปที่หยินชิง
เขาเห็นนางดวงตาบวมแดง น้ำตาไหลจนกลายเป็นแห้งเหือดไป ปากงึมงำคล้ายอยากกล่าวหลายวาจา แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ซูหมิงจึงพอเข้าใจสถานการณ์บางส่วน ครั้งที่ซูหมิงโดนพิษทำร้ายดวงตา มันได้ยินเสียงฝีเท้านาง เทียวไปเทียวมา หาบุรุษชุดดำหลายครานัก ไม่เห็นนางโดนทำร้าย แม้ไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน แต่พอจะนึกได้ ว่าบุรุษชุดดำผู้นั้นเป็นคนของตระกูลนาง
ซูหมิงเมื่อปล่อยวางได้ มันไม่ถือโทษโกรธใคร ลำพังตนเองไม่สมควรไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลใหญ่อยู่แล้ว จุดจบเช่นนี้ มันได้ยินมาจนชินชา ไม่คาดคิดวันหนึ่งจะเกิดขึ้นกับตนเอง
ระยะห่างระหว่างซูหมิงและมารดำแม้เหลือเพียงไม่กี่สิบก้าว แต่เวลาคล้ายจะหยุดหมุน เขาเห็นหนิวเหยียอาศัยช่วงชุลมุนพาคนแก่และเด็กน้อยหลบหนีออกไปได้หลายคน ก็รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง ซูหมิงค่อย ๆ หลับตาลง รอรับความตายด้วยจิตใจที่ปล่อยวาง...
“แม้ปกป้องท่านฉีซิ่นไม่ได้ แต่ขอปกป้องศิษย์ของท่านด้วยชีวิต !” เสียงแผดร้องดังอสูรหน้าแผล
ที่แท้ระหว่างมันฟื้นสติ ได้ยินมารดำเอ่ยว่าซูหมิงเป็นศิษย์ของฉีซิ่น ทั้งวิชาของซูหมิงยังเหมือนของหัวหน้าพวกมันนัก
อสูรหน้าแผลคำรามก้อง โถมกายเข้าจู่โจมด้วยกระบวนท่าแลกชีวิต! มารดำมิแม้แต่จะเหลือบมอง ไอดำรอบกายพุ่งทะลวงเข้าที่ท้องน้อยของอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น ทว่าอสูรหน้าแผลกลับไม่หลบเลี่ยง ทั้งยังไร้เสียงกรีดร้อง มันยอมให้พลังนับสิบสายปักลงบนร่างเพื่อโถมเข้าประชิดตัวมารดำ บีบให้อีกฝ่ายต้องหันมารับมือ
ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มแผนที่ก็สะบัดพัดเหล็กพุ่งจู่โจมเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้า!
มารดำใช้มือซ้ายบีบคออสูรหน้าแผล ส่วนมือขวา วาดฝ่ามือฟาดฉับลงไป มือที่ถือพัดของชายหนุ่มแผนที่ขาดสะบั้นทันที เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ! มารดำยังคงอำมหิต ฟาดฝ่ามือซ้ำอีกครั้งจนแขนอีกข้างของชายหนุ่มผู้นั้นหลุดกระเด็น!
เรื่องราวแทนที่จะจบลง ชายหนุ่มผู้มือขาดทั้งสองข้าง พลันก้มลง คาบมือตนเองที่ยังกำพัดเหล็ก พุ่งตัวเข้าหามารดำอีกครา ครั้งนี้แม้แต่มารดำยังชะงักไปวูบหนึ่ง แทบหลบเลี่ยงไม่ทัน พัดเหล็กเฉือนที่ทรวงอกมัน จนมีเลือดไหลซึมออกมา
“เลิกโง่เง่ากันได้แล้ว!!”
มารดำตะวาดสุดเสียงไอสีดำระเบิดออกจากร่าง ผลักร่างอสูรหน้าแผล และชายถือแผนที่ออกไป
มารดำหอบหายใจถี่รัวจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ยังไม่ทันจะได้ทำอันใด เส้นด้ายละเอียดที่พาดอยู่ตามพื้น พลันถูกกระตุกขึ้น พวกมันเคลื่อนไหวได้ดั่งมีชีวิต ชายชราแซ่จินที่นอนจมกองเลือด ตาข้างหนึ่งหลับ ข้างหนึ่งเปิด พลันแสยะยิ้มออก บังคับเส้นด้ายจู่โจมใส่มารดำ แม้มีดจะแตกกระจายไปแล้ว
มารดำหมายจะใช้ไอสีดำเข้ารับมือ ปรากฏว่าไม่สามารถใช้ออก มันใช้พลังนั้นเกินขีดจำกัดแล้ว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา!
ทั้งตัวมารดำตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ายังเต็มไปด้วยพิษสง มารดำขณะจะใช้วิชาตัวเบาหลบเลี่ยง ก้อนกรวดเม็ดหนึ่งจากมือซูหมิงถูกดีดออก แม้แขนถูกมัดไว้จนติดกับลำตัว แต่มือมันยังใช้งานได้
ก้อนกรวดพุ่งเข้ากระแทกข้อเข่ามารดำจนเสียจังหวะ เปิดโอกาสให้ตาข่ายไหมฟ้าของชายแซ่จินแผ่ลงมามัดร่างมันไว้ได้อย่างแม่นยำ! มารดำแม้อยู่ในช่วงคับขัน แต่ยังอดชื่นชมพวกมันไม่ได้ เหล่าโจรพวกนี้ พอรู้ว่าซูหมิงเป็นศิษย์ของฉีซิ่น ถึงกับยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อปกป้อง
”ร…เร็วเข้า..“ เสียงแผ่วเบาลอดตามไรฟันของชายชรา เมื่อสิ้นเสียง ก็ปรากฏอสูรหน้าแผล และชายหนุ่มแผนที่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาด้วยร่างที่ทรุดโทรม เข้ามาจับตัวตรึงมารดำไว้ แม้ชายหนุ่มแผนที่จะไร้มือแต่มันยังใช้ขาก่ายพันธนาการไว้อย่างสุดกำลัง
มารดำทั้งหงุดหงิดทั้งมึนงง มันจับเราได้ก็จริง แต่จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสังหารเรา โจรพวกนี้ เพียงปล่อยไว้อีกชั่วน้ำเดือดก็คงตายตกกันไปเอง
อสูรหน้าแผลหันไปที่หยินชิง มันเอ่ยเสียงแผ่ว
“แม่นาง ท่านมากับศิษย์ของท่านฉีซิ่น ท่านจงไปแก้มัดให้เขาเร็วเข้า“
สิ้นคำนั้นหัวใจมารดำก็หล่นวูบลง ร่างกายที่บอบช้ำของมันตอนนี้มิอาจทานรับฝ่ามือวายุได้อีกเป็นแน่!
”หยินชิง! ท่านมาช่วยข้า“ มารดำตวาดด้วยความร้อนรน
เสียงเรียกของทั้งสองฝั่งตีกันไปมา หยินชิงหัวใจหนักอึ้ง จนแทบอยากกลายเป็นคนเสียสติไป แต่ในที่สุดนางก็ตัดสินใจ ใบหน้ากลายเป็นเยือกเย็น ขัดกับน้ำมูกน้ำตาที่นองเต็มไปหน้า นางมองไปที่มารดำอย่างเฉยชา หยินชิงปาดคราบน้ำตาทิ้งไป ก่อนเดินไปหา……ซูหมิง
“หยินชิง…เจ้า!” มารดำอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่อาจเอ่ยคำใดต่อ
ซูหมิงได้โอกาศรีบตะโกนซ้ำ
“หยินชิงรีบแก้เชือกให้ข้า..พวกพี่น้องเราจะทนไม่ไหวแล้ว”
หยินชิงเดินอ้อมไปด้านหลังเขา นางหลับตาพริ้มแล้วซุกหน้าลงพิงแผ่นหลังของชายหนุ่ม
ซูหมิงแม้รู้สึกอบอุ่นใจแต่นี่หาใช่เวลา ก่อนจะพูดคำใด แผ่มือน้อยๆทาบลงแผ่นหลังมัน ลมปราณเพลิงนิลพุ่งทะลวงเข้าร่างดั่งเข็มพิษนับหมื่นเล่มทิ่มแทงไปทั่วสรรพางค์กาย! โลหิตขมร้อนพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดของซูหมิง แม้กระทั่งเลือดที่พุ่งออกมา ยังร้อนจนเกิดเป็นไอ
ซูหมิงดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่ได้เกร็งพลังลมปราณต้านทานใดๆทั้งสิ้น จึงบาดเจ็บหนักแทบสิ้นใจ
หยินชิงไม่แม้แต่หันมามอง นางทิ้งให้ร่างซูหมิงทรุดลงตรงนั้น นางเดินผ่านร่างมารดำไปอย่างเฉยเมย ไปหยุดรออยู่ที่ประตูทางออก โดยไม่หันกลับมา
”ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!“
มารดำหัวเราะลั่น กังวานไปทั่วถ้ำศิลา นี่เป็นความสะใจแบบที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เหล่าหัวหน้ากองโจร เมื่อเห็นเช่นนั้นก็หมดเรี่ยวแรงพร้อมกัน พันธนาการออก ค่อยๆคลาย อย่างหมดกำลัง ทรุดตัวขาดใจตายกันลงไป
มารดำไม่เสียเวลาลงมือกับพวกมัน เพียงเอาเท้าเขี่ยซากร่างออกให้พ้นทาง
“จะเป็นมนุษย์คนใด โดนฝ่ามือเพลิงนิลประจำตระกูลเข้าไป อย่างไรไม่ตายก็กลายเป็นพิการ แต่ถึกทนอย่างมันต้องโดนอีก ฮ่าฮ่า“
สิ้นประโยค มารดำเกร็งกรงเล็บจนงองุ้ม กรีดตัดเส้นเอ็นข้อมือและข้อเท้าของซูหมิงจนสิ้น
”แกจะไม่ตายหรอกซูหมิง! แต่จงอยู่อย่างโง่งม ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ แม้แต่จะพูดก็ทำไม่ได้ จงเฝ้าสำนึกผิดไปชั่วชีวิตเสียเถิด!“
ซูหมิงจ้องมองด้วยสายตาที่โกรธแค้น ดวงตาเบิดกว้างจนนูนออกจากเบ้า
มารดำมองสายตาคู่นั้นด้วยโทสะ ก่อนเอ่ยว่า
“ไหนๆก็กลายเป็นคนพิการแเล้ว ดวงตาคงไม่จำเป็นต้องใช้” มารดำขณะจะกรีดมือออก หยินชิงกลับเอ่ยเรียก “พาข้ากลับได้แล้ว!”
มารดำกลับสู่ความเยือกเย็น เงาร่างสีดำวูบไปติดตามอยู่ด้านหลังบุตรีตระกูลเฟิง ทั้งสองออกจากถ้ำศิลาไปอย่างเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงความทุรนทุรายไว้ให้ผู้เบื้องหลัง