“ข้าน้อยเข้าใจแล้วท่านลุงท่านผู้อาวุโสเฉิน นำโอสถให้กับท่านเจ้าเมืองตามที่เขาต้องการส่วนข้าน้อยจะไปขอกองกำลังเสริมจากสถาบันฟ้าครามมาช่วยพวกท่านอีกแรงหนึ่งงานเลี้ยงในวันนี้ข้าน้อยขอบคุณท่านเจ้าเมืองเป็นอย่างมาก แต่ข้าน้อยคงต้องขอตัวกลับก่อนยู่จินเชียง เป็นสหายของข้าน้อย ในเมื่อมารดาของนางตกอยู่ในอันตรายข้าน้อยคงอยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน”
เฟยหลงพูดเสร็จเขานำเรือบินออกมาพร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนเรือเฉินคงและยู่จินเชียงเห็นดังนั้นทั้งคู่จึงรีบกระโดดขึ้นบนเรือบินของเฟยหลงในทันที
“พวกเราขอตามเจ้าไปด้วยถึงแม้จะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้ แต่พวกเราเองก็คงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เช่นกัน”
เฟยหลงรีบบังคับเรือบินจากไปอย่างรวดเร็วงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จึงถูกยุติไปโดยปริยาย ผู้อาวุโสเฉินลู่เจินรีบสั่งคนไปนำโอสถที่เฟยหลงให้ไว้มาส่งให้กับท่านเจ้าเมืองในทันทีเหล่าขุนนางที่เห็นเหตุการวุ่นวายในครั้งนี้ถึงกับละอายใจพวกเขาได้เพียงแค่ทะเลาะกันในการประชุมในตอนเช้า แต่ตระกูลเฉินและเด็กอีกสามคนกลับรีบเร่งไปช่วยเหลือ โดยไม่มีใครกล้าโต้แย้งแม้แต่คนเดียว
เฟยหลงใช้เรือบินกลับไปยังสถาบันเขามาถึงสถาบันก็เป็นเวลาเกือบ ๆ เที่ยงคืนเขาแจ้งให้อาจารย์ของเขาทราบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้อาวุโสซุนหวู่รีบแจ้งไปยังผู้อำนวยการสถาบันเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเสียงระฆังดังกังวาลไปทั่วสถาบันฟ้าคราม
กองกำลังจำนวนหลายพันนายพร้อมออกเดินทางในทันทีเรือรบขนาดใหญ่ที่มีความเร็วสูงถูกนำมาใช้งานในทันที พอพระอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้ากองกำลังของสถาบันฟ้าครามที่นำโดยผู้อาวุโสซุนหวู่และผู้อำนวยการก็เดินทางมาถึงยังจุดหมายที่สัตว์ปีศาจบุกโจมตี
ซึ่งทางกองกำลังจากเมืองไผ่งามเองก็เช่นกันมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกันเพียงไม่นานกองกำลังทั้งสองรีบเข้าช่วยเหลืออพยพผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงออกมาจนหมดสิ้นก่อนจะเดินหน้าตามล่าสัตว์ปีศาจที่เข้ามาโจมตี
ซึ่งกว่าที่พวกเขาจะเดินทางมาถึงสัตว์ปีศาจเหล่านั้นเริ่มโจมตีขยายวงกว้างออกไปไกลมากแล้วทำให้การดำเนินการทุกอย่างจำเป็นต้องทำอย่างรีบด่วนเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในขณะนี้
“เฟยหลงเราอยู่ที่นี้คงช่วยเหลืออะไรได้ไม่มาก ข้าว่าพวกเรารีบไปช่วยมารดาของยู่จินเชียงกันก่อนจะดีกว่า ยู่จินเชียง เจ้าจำเส้นทางไปยังบ้านเกิดของมารดาเจ้าได้หรือไม่?”
“ข้าจำได้“
เฟยหลงรีบนำเรือบินของเขาออกมาพร้อมกับพาเฉินคงและยู่จินเชียงออกไปจากเรือรบของสถาบันในทันที พวกเขามุ่งตรงไปยังบ้านของมารดายู่จินเชียงด้วยความเร็วสูงสุดเมื่อพวกเขามาถึง พบว่าสัตว์ปีศาจกำลังเข้าโจมตีหมู่บ้านไปหลายหลังแล้วเฟยหลงจึงร่ายเวทป้องกันหมู่บ้านที่สัตว์ปีศาจยังบุกโจมตีไปไม่ถึง
สัตว์ปีศาจจำนวนมากเริ่มบุกเข้ามาทำให้เวทที่เฟยหลงร่ายเอาไว้นั้นเริ่มสั่นคลอน เฟยหลงรีบเรียกเสี่ยวเทียนมาช่วยในทันที เพียงไม่กี่อึดใจเสี่ยวเทียนบินโฉบเข้ามาช่วยเหลือเฟยหลงและพวกได้อย่างทันท่วงทีมันจัดการใช้กรงเล็กไล่ฉีกกระฉากสัตว์ปีศาจอย่างง่ายดาย
“เจ้าคิดจะสู้คนเดียวอย่างนั้นหรือเฟยหลง”
“หรือเจ้าคิดจะทำผลงานคนเดียว” เพื่อน ๆ ทั้งสามของเฟยหลงที่มาพร้อมกับสัตว์อสูรของพวกเขารีบมุ่งหน้ามาทันทีเมื่อเห็นเสี่ยวเทียนบินผ่านพวกเขาไป พวกเขาเดาได้ทันทีว่าเฟยหลงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอย่างแน่นอน”
“รีบจัดการพวกมันก่อนตอนนี้ชีวิตของชาวบ้านสำคัญกว่าเราจะให้ชาวบ้านทั้งหมดถูกเจ้าสัตว์ปีศาจพวกนี้สังหารไม่ได้”
“ท่านแม่อยู่ตรงนั้น”เสียงของยู่จินเชียงดังขึ้นมา
“พวกเจ้ารีบอพยพผู้คนในหมู่บ้านมาอยู่ในเวทป้องกันให้หมดข้าจะพยายามยื้อจนกว่าท่านผู้อาวุโสทั้งหลายจะมาช่วย พวกเจ้าไปกันได้แล้วยิ่งช้าสัตว์ปีศาจพวกนี้ก็จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ”
“ได้ปล่อยให้พวกเราจัดการอพยพชาวบ้านเองเวทป้องกันของเจ้าสามารถยื้อได้นานเท่าไหร่”
“ก็ราว ๆ สองถึงสามชั่วโมงเท่านั้นพวกเจ้าอพยพผู้คนแล้วรีบกลับมาช่วยข้าร่ายเวทด้วยก็แล้วกัน”
“ได้พวกเราจะรีบอพยพชาวบ้านให้เร็วที่สุดแล้วจะรีบกลับมาช่วยเจ้าร่ายเวทป้องกัน”
เพียงระยะเวลาครึ่งชั่วโมงชาวบ้านทั้งหมดมารวมตัวอยู่ตรงจุดที่เฟยหลงร่ายเวทเอาไว้เมื่อชาวบ้านทุกคนมารวมตัวอยู่ตรงจุดเดียวทำให้เฟยหลงสามารถลดขนาดของเวทป้องกันเพื่อลดการสูญเสียงพลังเวทโดยเปล่าประโยชน์ หวนอู่และคนอื่น ๆ รีบเข้ามาช่วยเฟยหลงในทันที
หวนอู่ร่ายเวทน้ำป้องกันพวกชาวบ้านเอาไว้แทนเฟยหลงทันทีที่เขามาถึงส่วนเจ้าเฟยและหยวนฉู่รวมถึงเฟยหลงทั้งสามพุ่งทะยานออกไปกับเสี่ยวเทียนและสัตว์อสูรของพวกเขาเพื่อกำจัดสัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านนอกในทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจจำนวนหลายตัวเสี่ยวเทียนจะใช้พลังเพลิงแผดเผาพวกมันจนมอดไหม้ในทันที เฟยหลงเองร่ายเวทสายฟ้าฟาดใส่ร่างของสัตว์ปีศาจอย่างต่อเนื่องเช่นกันเมื่อพวกเขาโจมตีสัตว์ปีศาจพร้อม ๆ กัน ทำให้สัตว์ปีศาจลดจำนวนลงไปเรื่อย ๆ
หยวนฉู่เจ้ารีบไปพักก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นเจ้าร่ายเวทป้องกันแทนหวนอู่ พวกเราจะสับเปลี่ยนกันไปร่ายเวทป้องกันให้ชาวบ้านพร้อม ๆกับโจมตีสัตว์ปีศาจพวกนี้ไปพร้อม ๆ กัน
พวกเขาผลัดเปลี่ยนกันร่ายเวทป้องกันส่วนเฟยหลงหลังจากเพื่อน ๆ เข้ามาช่วยเหลือเขาและเสี่ยวเทียนได้ช่วยกันสังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากจนซากของสัตว์ปีศาจกองเป็นภูเขาขนาดเล็กเลยก็ว่าได้
ยู่จินเชียงและเฉินคงที่เห็นพวกเขาทั้งสี่คนช่วยเหลือกันจนแทบไม่ได้พักพวกเขาจึงรีบไปช่วยทำแผลให้ชาวบ้านที่บาดเจ็บแทนเพราะพวกเขาไม่เคยฝึกฝนพลังเวทหรือพลังยุทธ์เลยแม้แต่น้อยพวกเขาจึงทำเท่าที่พวกเขาจะทำได้ส่วนมารดาของยู่จินเชียงเห็นลูกสาวของตนช่วยเหลือชาวบ้านเช่นนั้นพลันปลื้มปิตินางไม่เคยเห็นลูกสาวของตนเองเป็นแบบนี้มาก่อน
“เจ้าโตขึ้นมากจริงๆ ยู่จินเชียงหากบิดาเจ้ามาเห็นภาพเจ้าในตอนนี้ เขาคงดีใจมากที่สุดเขารักและหวังให้เจ้ารักและห่วงใยชาวเมืองด้วยความจริงใจไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีนิสัยคล้ายบิดาของเจ้ามาก” มารดาของยู่จินเชียง พึมพำพร้อมกับรอยยิ้ม
เพียงสองชั่วโมงสัตว์ปีศาจที่เฟยหลงและเพื่อน ๆ ของเขาสังหารไปมีจำนวนมากโชคดีที่สัตว์ปีศาจที่บุกมาในครานี้เป็นสัตว์ปีศาจระดับต่ำเท่านั้น ยังไม่มีสัตว์ปีศาจที่มีระดับพลังสูงปรากฎออกมาแม้แต่ตัวเดียวพวกเขาคิดว่าสัตว์ปีศาจที่สังหารไปคงจะหมดแล้ว
แต่ทันใดนั้นสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็ปรากฏออกมาสัตว์ปีศาจระดับสูงตัวหนึ่งพลันออกมาจากป่าหลังหมู่บ้านสัตว์ปีศาจตัวนี้ใหญ่กว่าตัวอื่น ๆ หลายเท่าตัว มันมีตาสีแดงฉานความเร็วของมันเร็วกว่าสัตว์ปีศาจระดับต่ำเป็นอย่างมาก
“หวนอู่หยวนฉู่ เจ้าเฟย พวกเจ้าไปช่วยกันร่ายเวทป้องกัน ข้ากับเสี่ยวเทียนจะล่อมันไปทางอื่นเอง”
“เฟยหลงแต่เจ้านั่นมันเป็นสัตว์ปีศาจระดับสูงเซียวนะเจ้าคิดว่าเจ้าเพียงลำพังกับเสี่ยวเทียนจะสามารถสู้มันได้อย่างนั้นหรือ?”
“พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้าดูแลพวกชาวบ้านให้ดี เสี่ยวเทียนพวกเราไปกันเถอะ”
เฟยหลงพุ่งทะยานออกไปเขาเข้าปะทะกับสัตว์ปีศาจระดับสูงตัวนั้นในทันที เสี่ยวเทียนเองก็ปล่อยระเบิดเพลิงออกไปทันทีสัตว์ปีศาจตัวนั้น เมื่อถูกโจมตีมันโกรธเป็นอย่างมากมันวิ่งตามเฟยหลงไปอีกทิศทางหนึ่งในทันที เมื่อออกห่างจากหมู่บ้านราว ๆสิบกิโลเมตรเฟยหลงจึงหยุดและเริ่มหันกลับไปยังสัตว์ปีศาจที่ยังคงวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ
“เสี่ยวเทียนเจ้าพร้อมหรือยัง?”
“พร้อมแล้วพี่ชายท่านรีบเรียกเจ้าสามตัวนั่นมาช่วยเถอะ ไม่อย่างนั้นพวกเราได้จบเห่เป็นแน่”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ?”
“ใครว่าข้ากลัวข้าเกรงว่าจะมีสัตว์ปีศาจระดับสูงตัวอื่นบุกเข้าไปยังหมู่บ้านพวกเรารีบจัดการและรีบกลับไปกันเถอะท่านพี่”
“เจ้าพูดก็มีเหตุผล”