ตอนที่ 3
ในนิยายนั้นเศรษฐกิจพื้นที่ฐานก็มีหลายสิ่งที่อิงจากความเป็จริง แต่ว่าก็มีหลายเื่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเฉินเฟิงตัวเอกพอย้อนเวลากลับมาในอีกยี่สิบปีให้หลังก็พกพาความรู้ใน่อายุคนที่มากกว่าสี่สิบปี และไม่เพียงเท่านั้นเขายังรู้แนวโน้มธุรกิจเติบโตในอนาคตหลังจากนี้อีกด้วย เฉินเฟิงในชีวิตแรกจะเข้าทำงานที่บริษัทของหลิวเมิงหยวน ทั้งสองพึ่งพาพัฒนาบริษัทจนมีขนาดใหญ่โตแต่ว่าก็ยังไม่พอเทียบกับตระกูลหลี่ได้
หลี่เทียนหลังลงจากเครื่องบินในตอนนี้ก็อยู่บนโรลล์รอยซ์คันหนึ่ง รถแบบนี้ในชีวิตเก่าก่อนหน้ายังว่าแต่นั่งเลยเคยได้เห็นสักครั้งยังยากไม่ใช่แต่แบรนรถหรูระดับโลกแต่ยังเป็รุ่นลิมิเต็ดที่มีผลิตอย่างจำกัด น้อยที่สุดราคารถคันที่เขานั่งอยู่ก็มีค่าไม่น้อยกว่าสามสิบล้านแล้ว
" ไม่ใช่แค่เฉินเฟิงที่รู้แนวโน้มธุรกิจ "
หลี่เทียนพยักหน้ายิ้มก่อนหน้านี้ที่เรียกให้ผู้จัดการเงินทุนตระกูลหลี่มาคุยและใช้เงินของตนระดมลงทุนไปนั้น ก็เป็การลอกเลียนแบบตัวเอกเฉินเฟิงมานั้นเองเฉินเฟิงลงทุนโดยอาศัยทุนออมของเขาและนี้จะถือว่าเป็ก้าวแรกสำคัญในการทำธุรกิจต่อจากนี้ของตัวเอก
สำหรับนั่งอ่านอย่างหลี่เทียนแล้วเขาก็รู้หมดนั้นแหละว่าตัวเอกเฉินเฟิงลงทุนในหุ้นใดบ้าง สิ่งที่แตกต่างกันก็คือทุนที่ใช้ลง !
" คุณชายใกล้จะถึงที่หมายแล้วครับ "
" อืม.. "
พอรถจอดลงหลี่เทียนไม่ได้อยู่ที่วิลล่าหรูที่ซื้อเตรียมไว้อยู่ก่อน แต่ว่าเป็โรงงานเก่าแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะประสบปัญหากิจการ
...
หม่าเว่ยเฉากำลังนั่งกุมศีรษะในโรงงานที่พึ่งจะปิดตัวลง ฉับพลันได้ยินเสียงรถข้างนอกพอแหงนหน้าขึ้นมองดูก็ใขึ้นมาในทันทีรถโรลล์รอยซ์พร้อมกับรถคุ้มกันอีกห้าคันมาถึง โรงงานของเขาแม้แต่ในตอนที่มีกิจการรุ่งเรืองก็ไม่มีคู่ค้าที่ดีแบบนี้หรอก
ไม่นานเขาก็มองเห็นชายหนุ่มที่เดินลงมาด้านหลังตามติดด้วยการ์ดคุ้มกันสวมใส่ชุดสูทที่ดูมีระเบียบและความแข็งแกร่ง สายตาของหม่าเว่ยเฉากังวลขึ้นมาในทันที
" อะ...เอ่อคุณชาย..โรงงานนี้ปิดตัวลงแล้วไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้้าให้ผมช่วยเหลืออะไร ? "
" หม่าเว่ยเฉา ? "
" ชะ...ใช่แล้ว "
หม่าเว่ยเฉาจำไม่ได้สักนิดว่าเคยพบเจอกับคุณชายคนนี้มาก่อนด้วย ในตอนที่ตัวเองมีฐานะก็ไม่เคยคบหากับคนร่ำรวยถึงขนาดนี้มาก่อน
" เ้าของธุรกิจร้อยล้านเริ่มต้นจากโรงงานอุตสาหกรรมเล็กๆจนขยายเติบโต แต่ว่ากลับไปผิดใจกับคนมีฐานะในเมืองจนโดนกดขี่กลายเป็บุคคลล้มละลายในพริบตา "
" คะ...คุณรู้ได้ยังไง ? "
หลี่เทียนยิ้มๆ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงรูปแบบของตัวเอกในนิยายที่กลับมาพร้อมกับธุรกิจมั่งคั่งก็มักจะมีผู้จัดการที่เขาไว้ใจได้คอยทำหน้าที่บริหารให้ ตัวเอกจะซ่อนอยู่ในเงามืดไม่เปิดเผยตัวเอง ไม่มีใครรู้ว่าเ้าของบริษัทหน้าใหม่ที่เติบโตได้ดีเป็ใครและเพราะแบบนี้เฉินเฟิงคนนั้นก็จะได้ตบหน้าตัวร้ายเรียงตัวไม่หยุด
" ไม่สำคัญว่าฉันรู้ยังไงแต่ว่าพวกเรามาคุยธุรกิจกันดีกว่า "
หม่าเว่ยเฉารู้สึกประหม่า เขาพบว่าคุณชายคนนี้ดูอันตรายกว่าตระกูลในเมืองที่เขาไปมีเื่ผิดใจด้วยเสียอีกกับคนแบบนี้บางคนนึกอย่างเลียแข้งเลียขาเกาะเสียให้ตาแต่ว่าสำหรับหม่าเว่ยเฉาเขากลับอยากหนีออกห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใครจะรู้ว่าคนรวยเหล่านี้วันดีคืนดีจะอารมณ์ร้ายขึ้นมาเมื่อใด
" มะ..ไม่ "
" ภรรยาเป็แม่บ้านไม่ได้ทำงาน มีลูกสองคนวัยสิบขวบและเก้าขวบถือว่ากำลังอยู่ใน่วัยน่ารักพอดี แต่จู่ๆเสาหลักครอบครัวกลับล้มละลายต่อจากนี้ครอบครัวจะใช้ชีวิตยังไง ไปรับจ้างทำงานทั่วไปแต่ว่าก็จะถูกคนที่ผิดใจด้วยกลั้นแกล้งจนเหลืองานต่ำๆไม่มากให้ทำ "
" หม่าเว่ยเฉา พวกเราแค่คุยธุรกิจกันฉันไม่ได้จะ ' ฆ่า ' นายหรือว่าคนในครอบครัวนายสักหน่อย "
ใบหน้าของหม่ายเว่ยเฉาซีดเผือด นี้มันยุคไหนแล้วคนที่เอ่ยคำว่าฆ่าออกมาง่ายๆแบบนี้และดูจากท่าทางของคุณชายคนนี้บางทีในนั้นยังแฝงความจริงผสมรวมไปด้วย
" ดะ...ได้เชิญคุณชายทางนี้ "
" อาจจะไม่สะดวกไปหน่อย "
แค่ห้องรับรองแขกง่ายๆในโรงงาน หลี่เทียนโบกมือให้คนคุ้มกันของตนเองไปรอข้างนอก
" ฉันจะจัดการปัญหาที่นายเจอให้เองแต่ว่าหลังจากนั้นฉันจะให้นายทำงานให้กับฉันเงื่อนไขง่ายๆแค่นี้ "
" คะ...คุณชายหมายถึงการบริหารโรงงานยังงั้นหรอ ? "
" ประมาณนั้นส่วนรายละเอียดเอาไว้ทีหลัง วางใจได้คนแบบนายฉันไม่ได้ยืมมือเอาไปฆ่าคนหรอกคนด้านนอกพวกนั้นยังถนัดกว่ากันตั้งเยอะ "
หม่าเว่ยเฉาโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
" หากคุณชายเชื่อในความสามารถของคนแซ่หม่าคนนี้ก็จะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อตอบแทนคุณชายอย่างแน่นอน "
หลี่ยิ้มคว้าโยนโทรศัพท์ตัวเองไปให้กับหม่าเว่ยเฉา
" นะ..นี้คือ ? "
" โทรไปหาพวกเขาสิคนที่นายมีปัญหาด้วย ให้เลือกคนที่ใหญ่ที่สุดไม่ต้องเป็พวกตัวเล็กๆ "
หม่าเว่ยเฉากดตัวเลขพร้อมกับคาดเดาตัวตนของคุณชายเบื้องหน้าไปด้วย คนที่เขาไปสร้างปัญหาด้วยอาจเป็นักเลงเ้าถิ่นแต่ว่าพวกเขามีเื้ัเป็ตระกูลที่มีฐานะในเมืองแห่งนี้ในสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน ผู้ประกอบการตัวเล็กๆอย่างเขาไปสู้ด้วยไม่ไหวเลย
" นี้ใครกันทำไมถึงมีเบอร์โทรของฉันได้... เบอร์นี้ฉันเอาไว้ติดต่อกับลูกหนี้เท่านั้นไม่เห็นจำได้เลยว่ามีลูกหนี้คนไหนติดค้างใช้เบอร์นี้ "
ปลายเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกนอกจากความสงสัย ปกติลูกหนี้จะโทรหาเ้าหนี้ไหม ? แน่นอนว่าไม่พวกเขาจะพยายามหลบเลี่ยงแทบตาย
" ฉันโทรมาคุยเื่หม่าเว่ยเฉา "
" หม่าเว่ยเฉา ? "
" อ่อ...เ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนั้นนั้นเอง ลูกน้องของฉันบอกไปว่ามันเล่นบทพระเอกไปช่วยคนอื่นเก็บค่าคุ้มครองแล้วแกเป็ใครล่ะถึงกล้าเสนอหน้ามาร้องขอความเมตตาแทนหม่าเว่ยเฉา "
ปลายสายได้ยินเสียงหัวเราะเ็าตอบกลับจนต้องเอาหูหนีถอยออกมามองอย่างงุนงง
" แกกล้าล้อเล่นกับฉันงั้นหรอแม้จะเป็แค่เบอร์โทรแต่ฉันสามารถตามสืบที่อยู่ของแกได้อย่างแน่นอน "
" ร้องขอความเมตตา ? ไม่เลย...ไม่เลย ฉันโทรมาสั่งให้นายหยุดรังแกหม่าเว่ยเฉาเพราะหลังจากนี้เขาจะเป็สุนัขที่คอยทำงานให้ฉัน "
ตัวเอกอาจมีพร์ในการสร้างสรรฉากตบหน้า แต่หลี่เทียนนั้นไม่ใช่เขาเป็สุดยอดวายร้ายเมื่อเป็แบบนี้วายร้อยที่อ่อนแอกว่าส่วนใหญ่จะยินยอมต่อเขาโดยง่ายกว่าเสมอ
" คะ...คุณเป็ใคร "
คนที่กล้าพูดกล่าวทั้งยังหยิ่งยโสขนาดนี้ทำเอาปลายสายถึงกับหวาดกลัวขึ้นมา
" หลี่เทียน "
คำตอบสั้นๆทำให้บทสนทนาระหว่างทั้งสองขาด่ไปครู่หนึ่ง หลี่เทียนได้ยินเสียงเหมือนคนล้มลงจากเก้าอี้
" ตระกูลหลี่จากเมืองหลวง ? "
" ใช่...อย่าทำให้ฉันเสียเวลาไปมากกว่านี้พูดมาจะยอมหรือไม่ยอม "
น้ำเสียงปลายสายกระอักวาจาเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้แทบจะหมุนกลับด้านร้อยแปดสิบองศา
" ทะ...ที่แท้เป็คุณชายหลี่นี้เอง...ผมได้ยินข่าวลือมาเหมือนกันว่าคุณชายได้ออกจากเมืองหลวงเพื่อมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็เมืองแห่งนี้ที่ได้รองรับวาสนาของคุณชายหลี่ "
" ฉันบอกว่าฉันไม่มีเวลามาก "
แม้ว่าหลี่เทียนจะหยิ่งผยองขนาดไหนแต่ตัวร้ายจะไม่มีทางโกรธแค้นตัวร้ายด้วยกันที่มีฐานะสูงส่งห่างกันแบบเทียบไม่ติด
" อ่า...ดะ...ได้ครับ เป็ลูกน้องของผมเองที่ไร้แววตา ผมจะสั่งให้พวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับหม่าเว่ยเฉาและจะหาหนทางชดเชยคืนให้กับเขา "
" ไม่จำเป็แค่เงินเล็กน้อยแค่นั้นฉันจัดการเองได้ นายแค่อย่ามาสร้างปัญหากับสุนัขของฉันหลังจากนี้ก็พอ "
หลี่เทียนพูดจบก็วางสาย !
หม่าเว่ยเฉาได้ยินบทสนทนาั้แ่แรกยันจบ ดวงตาของเขาจับจ้องมองคุณชายเบื้องหน้าคนนี้ด้วยสายตาหวาดกลัวขึ้นมาในทันที แม้ในอดีตเขาจะเป็ผู้ประกอบการเล็กๆเมื่อเทียบกับคนใหญ่คนโตแต่ก็ยังถือว่าเป็บริษัทธุรกิจกว่าร้อยล้าน มีโอกาสได้ยินชื่อต้องห้ามที่ไม่ว่าใครก็ห้ามไปล่วงเกินอยู่
แน่นอนว่าไม่ใช่คุณชายในเมืองแห่งนี้ แต่ว่าเป็คุณชายอันดับหนึ่งจากเมืองหลวง หลี่เทียน !
คุณชายตระกูลหลี่คนนี้มิอาจยุ่งได้ไม่ใช่แค่เพราะอำนาจตระกูลแต่ว่าชื่อเสียงของเขาค่อนข้างโหดร้าย ไม่รู้มีหญิงสาวคนตายในมือมากเท่าไหร่ด้วยคำสั่งของเขา
" มะ...ไม่ทราบว่าคุณชาย้าให้ผมบริหารธุรกิจแบบใด ? "
" บอกไปแล้วว่าเป็การบริหารธุรกิจแต่ว่ายังมีอย่างอื่น... หลังจากนี้ไม่แน่ชัดว่ากี่วันหรือเดือนแต่ว่าจะมีคนคนหนึ่งชื่อว่า เฉินเฟิงมาหานายเขาจะมอบเงินทุนช่วยชำระหนี้ค้างให้กับนายหลังจากนั้นจะดึงนายไปทำงานด้วย "
" ผะ...ผมขอสาบานว่าจะทำงานให้แต่คุณชายและจะปฏิเสธเฉินเฟิงคนนั้นในทันที ! "
หลี่เทียนยิ้มตัวเขาในตอนนี้น่ากลัวขนาดนั้นเลยงั้นหรอ ?
" ไม่...ฟังให้จบ หน้าที่ของนายคือรับคำขอของเขา เขาจะให้นายช่วยสร้างบริษัทกองทุนเป็อันดับแรกหลังจากนั้นก็จะมีแผนบริษัทอื่นๆอีกแต่เขาจะซ่อนอยู่เื้ัหน้าที่ของนายคือทำตามเขาสร้างบริษัท บริหารจัดการให้พวกมันเติบโตพัฒนา "
หม่าเว่ยเฉางุนงงดูจากสีหน้าแล้วคุณชายหลี่กับเฉินเฟิงไม่น่าใช่มิตรแต่ว่าทำไมถึงให้ตนไปช่วยเขาล่ะ?
" เมืองแห่งนี้ผมไม่เคยรู้จักคุณชายเฉินเฟิงมาก่อนไม่ทราบว่าเขาเป็คุณชายจากเมืองหลวงเหมือนกันหรอครับ "
" ไม่เขาอาศัยอยู่ในเมืองนี้ไม่ได้มีฐานะหรือเื้ัตระกูลอะไร... หน้าที่ของนายนอกเหนือจากที่ฉันบอกไปทำตามเขาสร้างบริษัทแต่ว่าพวกมันจะถูกจดในชื่อของฉันเข้าใจใช่ไหม ? "
" อะ...อ่า.. "
หม่าเว่ยเฉาเข้าใจแล้วที่แท้คุณชายหลี่้าหลอกฮุบกิจการคนอื่น แต่ตนไม่เข้าใจจริงๆว่าการเริ่มต้นธุรกิจของคนธรรมดาคนหนึ่งจำเป็ต้องให้คนระดับอย่างคุณชายมาวางแผนแบบนี้ด้วย
...
เฉินเฟิงหลังจากย้อนเวลามาในตอนนี้เขาได้รวบรวมเงินจากทุกช่องทางเท่าที่จะทำได้เตรียมระดมเงินทุนเพื่อใช้ก่อตั้งบริษัทอันเป็ก้าวแรกสู่การสู้กับตระกูลหลี่ เงินกว่าห้าแสนหยวนถูกรวบรวมมาทั้งชีวิตและทุกช่องทางของเขาจนถึงตอนนี้ เพ่งสายตาจับจ้องมองหุ้นที่เขาจดจำได้จากใน่ชีวิตก่อน
" ฉันจำได้ว่าใน่ระยะเวลานี้หุ้นสามตัวนี้จะมีการเติบโตสูงลิ่วในอีกไม่กี่วัน "
" เอ๊ะ...หุ้นพวกนี้มันราคาสูงถึงขนาดนี้แล้วอย่างนั้นหรอ อาจเป็เพราะฉันจำเวลาผิดไปนี้อาจเป็่ขาขึ้นของพวกมันพอดีไม่ได้การล่ะฉันต้องรีบซื้อพวกมันและปรับเลเวอร์เรจสูงสุด ! "
...
Commend เป็กำลังใจกันให้ด้วยน้าาา